หมอดูยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 526 แม่

เยี่ยเทียนกำลังพูดคุยเรื่องฮวงจุ้ยของคฤหาสน์กับศิษย์พี่สองคนอยู่ เขาไม่มีอารมณ์ไปเดาความคิดของพ่อ และพูดออกไปอย่างนิ่งเฉยๆ ว่า “พ่อ ผมมีเรื่องต้องจัดการที่ฮ่องกงหน่อย คิดว่าจะได้กลับไปก่อนต้นปีครับ”

คฤหาสน์ของกงเสี่ยวเสี่ยวหลังนี้ก็ซื้อมาระยะนึงแล้ว เดิมทีเธออยากย้ายเข้ามาอยู่พร้อมกับสามี แต่ใครจะรู้ว่าตอนที่กำลังรีโนเวท สามีของเขากลับเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ถ้าไม่ใช่เพราะเยี่ยเทียนช่วย ป่านนี้ก็ยังหากระดูกไม่เจอ

ดังนั้นคฤหาสน์หลังนี้จึงปล่อยไว้เรื่อยมา ถ้าเยี่ยเทียนจะย้ายเข้าอยู่ละก็ ไม่เพียงแต่ต้องตั้งค่ายกลรวมพลัง แม้แต่ตัวบ้านทั้งหลัง ก็ยังต้องซ่อมแซมปรับปรุงใหม่ทั้งหมด อย่างน้อบก็ต้องใช้เวลา 3-5 เดือน

ระหว่างนี้เยี่ยเทียนยังต้องคอยตรวจสอบการสร้างเสาฮวงจุ้ยและลูกบอลฮวงจุ้ย ดังนั้นเขากลับไปฉลองปีใหม่เสร็จ ก็ต้องรีบกลับฮ่องกงทันที

แต่เยี่ยเทียนคิดไม่ถึง เขาเพิ่งพูดจบ เสียงจากอีกฝากของโทรศัพท์ก็โกรธเป็นฝืนเป็นไฟขึ้นมา “ไอ้ลูกนี่ แข็งกล้าเหรอเดี๋ยวนี้ คนแก่อย่างฉันเรียกกลับก็ไม่มีผลแล้วใช่มั้ย? รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะหักขาแก!”

“พ่อ……พ่อเป็นพ่อแท้ๆผมรึเปล่าเนี่ย? ผมว่านะ ตอนพ่อแก่ลงทำไมเป็นห่วงผมขนาดนี้ล่ะ?”

เยี่ยเทียนที่ถูกพ่อด่ายังไม่ค่อยรู้สึกตัวเท่าไหร่ ตั้งแต่อายุ10ขวบเขาก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด มักจะออกไปข้างนอกกับเหล่าเต้า ออกไปหนึ่งครั้งก็ 2-3 เดือน ตอนนั้นยังไม่มีโทรศัพท์ ก็ไม่เห็นพ่อจะกังวลขนาดนี้เลย?

เยี่ยตงผิงหน้าแดงเพราะคำพูดของลูกชาย แม้ที่ปากจะไม่ยอมรับ พูดเสียงดังว่า “อย่าพูดมาก ให้แกกลับมาก็คือต้องกลับมา ถ้าพรุ่งนี้ตอนเช้าไม่เห็นแก…….”

“ตงผิง คุณพูดดีๆกับลูกชายหน่อยไม่ได้เหรอ?”

ตอนที่เยี่ยตงผิงกำลังข่มขู่เยี่ยเทียนอยู่ มีเสียงนุ่มนวลน่าฟังดังขึ้น เป็นสำเนียงของคนปักกิ่งแท้ๆ แต่พูดออกมาจากปากของผู้หญิงคนนึง ซึ่งเสียงนั้นยังปะปนสำเนียงอ่อนหวานของสาวเจียงหนานอยู่บ้าง

“แค่กๆ……..”

เยี่ยตงผิงที่พูดจาแรงๆเพียงภายนอกอยู่นั้น ถูกบล็อกด้วยเสียงนั้นทันที หลังจากไอไปไม่กี่ทีเสร็จ ก็ใช้มือขวาปิดไมโครโฟน หันไปพูดว่า “เวยหลัน คุณไม่รู้ เด็กคนนี้ร้ายนัก ถ้าคุณเอาไม้ไผ่ให้เขาหนึ่งอัน เขาก็สามารถปีนไต่ขึ้นไปถึงฟ้าเลยนะ”

เยี่ยตงผิงทำอะไรเยี่ยเทียนไม่ได้ตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กก็ตีอยู่ไม่น้อย แต่เยี่ยเทียนที่ถูกหลี่ซั่นหยวนปกป้องไว้ไม่เคยจริงจังกับอะไรเลย ชักชวนให้ล่าเรียนยิ่งไม่ได้ผล เขาจะยิ่งใช้ตำรานู่นนี่มาอ้างอิงจนบางทีคุณพูดอะไรไม่ออกเหมือนคนใบ้ สิ่งที่เยี่ยตงผิงทำได้ก็เหลือแค่การตะโกนเสียงดังให้ลูกชายรู้สึกกลัว

“ตงผิง ห้ามว่าลูกชายของเราแบบนี้นะ เขาเก่งที่สุด เชื่อ…….เชื่อฟังที่สุด”

ซ่งเวยหลานอยากชมลูกชายอีกสักหน่อย แต่พอคิดถึงซ่งเฮ่าเทียนผู้เป็นพ่อที่น่าเกรงขามเสมอมาก็ยังถูกเจ้าลูกชายคนนี้จัดการจนไม่เหลือ คำชมจึงไม่สามารถพูดต่อไปได้ และหัวเราะขึ้นมาอยู่ที่โซฟา เยี่ยตงผิงที่มองอยู่ยังเผลอเอามือที่ปิดไมค์โทรศัพท์ออก

“พ่อ ฮัลโหล พ่อ พูดสิ ผมไม่ว่างจริงๆ นะ รอปีใหม่ ตอนปีใหม่ผมจะหาของดีไปให้พ่อดีมั้ย?”

คำข่มขู่ของพ่อไม่มีผลต่อเยี่ยเทียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หลังจากที่พูดเฉไฉไปไม่กี่คำเสร็จ กำลังเตรียมจะวางสายก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา จนอึ้งไปครู่นึง

“ฮัลโหล พ่อ นั่นใครหัวเราะอยู่? ฟังจากเสียงของผู้หญิงแล้วอายุยังไม่เยอะใช่มั้ย?”

น้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของเยี่ยเทียนพูดกับพ่อว่า “ผมว่านะพ่อ แม่จะกลับจากต่างประเทศแล้ว พ่อ……พ่อกล้าเลี้ยงเมียน้อยที่บ้าน อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจกับพ่อตอนผมกลับไปที่บ้านเลยนะ!”

ความสามารถการฟังของเยี่ยเทียนเป็นยังไงกัน? เขามั่นใจได้ว่าเสียงที่เขาได้ยินเป็นเสียงของผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือถ้าพูดอีกอย่าง ก็คือผู้หญิงที่อยู่กับพ่อตอนนี้ เขาไม่รู้จัก!

“ไอ้ลูกนี่ พ่อแกเป็นคนแบบนั้นเหรอ? แม่แกไม่ใช่ใกล้จะกลับมา แต่กลับมาถึงแล้วต่างหาก แกจะกลับหรือไม่กลับก็แล้วแต่!”

เยี่ยตงผิงถูกลูกชายพูดจนจะร้องไห้ก็ไม่ใช่จะหัวเราะก็ไม่เชิง วางสายไปอย่างโมโห พูดว่า “เวยหลัน ลูกชายคุณชมว่าเสียงคุณสาวหน่ะ”

“อะไรนะ? ลูกชายชมฉัน? ตงผิง คุณ….คุณดูฉันที่ไม่ได้แต่งหน้าสิ!”

ได้ยินคำพูดของเยี่ยตงผิง ท่าทางขี้เกียจของซ่งเวยหลันเด้งตังขึ้นมานั่งตรงทันที หยิบกระจกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาและเริ่มส่อง ท่าทางดูเหมือนจะลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย เหมือนกับว่าเยี่ยเทียนยืนอยู่ตรงหน้าซะอย่างนั้น

สำหรับลูกชายคนนี้ ซ่งเวยหลันรู้สึกผิดเสมอมา ทำให้เขาที่ติดตามชีวิตของเยี่ยเทียนมาเป็นสิบปี จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่กล้าโทรศัพท์หาลูกชายเลยสักครั้ง เขากลัวจะรับคำตำหนิของลูกชายไม่ได้ กลัวว่าความหวัง 20 กว่าปีของตัวเองจะกลายเป็นว่างเปล่า

ดังนั้นเยี่ยตงผิงพูดว่าลูกชายชมเธอเพียงแค่คำเดียวเท่านั้น ทำให้คนที่ทำให้ห้างแตกได้อย่างซ่งเวยหลันกลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง ส่องกระจกไปถามเยี่ยตงผิงไปว่าตนเองมีตรงไหนไม่โอเคบ้าง?

“เวยหลัน คุณไม่แต่งหน้าก็ยังสวยกว่าดาราที่สวยที่สุดเลย!”

เยี่ยตงผิงวางโทรศัพท์ลงและเดินไปอยู่ข้างภรรยา ปกติที่ท่าทางเข้มครึม ดวงตาอันลึกซึ้งคู่นั้นกลับทำให้ซ่งเวยหลันรู้สึกเคอะเขินจนหน้าแดงขึ้นมา และหลบสายตาของเยี่ยตงผิง

“พูดเป็นเล่น อายุ 40-50 อย่างฉัน สวยตรงไหน?”

พูดถึงก็แปลก คนเก่งมากมายที่จีบซ่งเวยหลันมาตลอด20ปี คำพูดคำชมมากมายที่บางทีฟังจนน่าขนลุก แต่คนที่ทำให้เขินจนต้องหลบหน้ากลับเป็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ต่างหาก บางทีนี่คงเป็นตำนานดีเกลือผลิตเต้าหู้……ของสิ่งหนึ่งสร้างอีกสิ่งหนึ่งมั้ง?

“เวยหลัน ในใจของฉัน คุณเป็นหญิงสาวตัวน้อยที่ถักผมเปียคนนั้นอยู่เสมอ ตลอดไป……”

เยี่ยตงผิงได้ปล่อยคำพูดที่ไม่เคยได้พูดตลอด 20 ปีออกมา ตอนนี้ยิ่งพูดก็ยิ่งเลี่ยน ความแตกต่างเรื่องฐานะและตำแหน่งอะไรก็ตาม มันไม่มีอยู่แล้ว คู่รักสองคนแยกจากกันด้วยเหตุผลต่างนานากว่า 20 ปี ตอนนี้ใจของทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันสักที

“ตงผิง ไม่ได้ ขอเวลาฉันอีกหน่อย รอเจอลูกชายก่อนค่อยว่ากันนะ!”

ขณะที่ร่างกายของทั้งคู่เข้าใกล้กันมากยิ่งขึ้น ซ่งเวยหลันรู้สึกทำอะไรไม่ถูก จึงผลักเยี่ยตงผิงออกไป และวิ่งกลับไปห้องนอนของตัวเองอย่างเร่งรีบ 20 ปีนี้ ซ่งเวยหลันปิดความรู้สึกของตัวเองมาตลอด แม้ว่าเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถปรับได้ในทันที

“เห้ ฉัน……ฉันเป็นสามีคุณนะ!”

มองดูแผ่นหลังจางๆ ของภรรยา เยี่นตงผิงรู้สึกเสียดายจึงตะโกนออกไป เขาพูดไม่ผิด ในตู้เซฟที่ซ่อนของสำคัญชิ้นเล็กหนึ่งชิ้นเอาไว้ ยังมีใบสำคัญการสมรสอีกหนึ่งใบที่มีขึ้นสมัยเกิดกองทัพ พอพูดขึ้นแล้ว เขาสองคนถือว่าเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

“ไอ้เด็กนี่ ถ้าแกทำให้ฉันกับแม่แกคืนดีกันไม่ได้ คอยดูว่าฉันจะจัดการแกยังไง!”

เยี่ยตงผิงที่ไม่ได้ดั่งใจหวัง กลับนำอารมณ์ไปใส่ไว้บนตัวลูกชายแทน เพราะช่วงนี้ภรรยามักจะใช้ลูกชายเป็นเกาะกำบัง แต่นี่กลับทำให้เยี่ยตงผิงทำอะไรไม่ได้เลย

……-

“เมื่อกี้เสียงหัวเราะของแม่เหรอ? ฟัง……ฟังผิดหรือเปล่า?”

เยี่ยเทียนได้ยินประโยคสุดท้ายของพ่อเสร็จ ก็นิ่งไปทั้งตัว แม้แต่เสียงที่ดังจากไมค์ก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจมากกว่าเสียงหัวเราะที่ดังออกมาเมื่อสักครู่

ถ้าเป็นไปอย่างที่เยี่ยตงผิงพูดจริงๆ ซ่งเวยหลันน่าจะกลับมาปักกิ่งช่วงก่อนปีใหม่ ดังนั้นเยี่ยเทียนจึงไม่ได้เตรียมใจไว้ แม่ผู้หายไปจากที่บ้านกว่า 20 ปีจู่ๆ ก็กลับถึงบ้าน ในใจของเขาได้รับผลกระทบแค่ไหนก็คงรู้กันอยู่

“ศิษย์น้องเล็ก เป็นอะไร? ที่บ้านมีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

โก่วซินเจียเห็นเยี่ยเทียนรับโทรศัพท์เสร็จมีอาการเหม่อลอยไม่มีสติเล็กน้อย พูดต่อว่า “ถ้ามีธุระ กลับไปก่อนก็ได้ ค่ายกลติดตั้งไม่เสร็จในวันสองวันนี้ ไม่ต้องทำให้เสร็จในทันทีหรอก แบบที่นายวาดก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด เดี๋ยวฉันช่วยดูให้!”

ด้วยความรู้เกี่ยวกับค่ายกลของโก่วซินเจีย เขาเข้าใจความคิดของเยี่ยเทียนตั้งแต่ที่เขาเริ่มพูดแนวคิดออกมาแล้ว ดังนั้นโก่วซินเจียสามารถดูแลเรื่องการสร้างเสาฮวงจุ้ยได้อย่างแน่นอน

“ศิษย์พี่ใหญ่ เกรงว่าต้องให้พี่ช่วยดูจริงๆ……” เยี่ยเทียนยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “มีพี่คอยดูให้ผมก็สบายใจ ส่วนการจัดการของบ้าน รอผมกลับมาค่อยว่ากันอีกทีครับ”

สิ่งที่เสาฮวงจุ้ยเปลี่ยนแปลงก็คือพลังชี่ของดินโดยรอบของคฤหาสน์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขภายนอกที่มีประโยชน์ต่อการสร้างค่ายกลรวมพลังวิญญาณ

แต่ค่ายกลรวมพลังนี้จะสำเร็จหรือไม่ ผลสัมฤทธิ์ในตอนท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งที่อยู่ภายในคฤหาสน์ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่จุดย่อยต่างๆ เยี่ยเทียนไม่สามารถอธิบายออกมาได้ เขาจึงพูดได้เพียงเท่านี้และรอให้เขากลับจากปักกิ่งก่อนค่อยทำอีกที

“เยี่ยเทียน เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ที่นี่มีศิษย์พี่ใหญ่ช่วยดูให้ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”

จั่วเจียจวิ้นถามเพราะเขาไม่ค่อยรู้เรื่องค่ายกลเท่าโก่วซินเจีย ในส่วนของการประสานงานกับฝ่ายต่างๆดำเนินการเสร็จแล้ว ในภายหลังจะทำอะไรบ้างเขาคงไม่สามารถช่วยได้จริงๆ

สองคนที่อยู่ข้างหน้าเป็นเหมือนคนในครอบครัว เยี่ยเทียนไม่คิดจะปิดบัง พูดอย่างขมขื่นว่า “พี่รอง ไม่เป็นไรครับ เรื่องที่บ้าน คือ……คือว่าแม่กลับมาแล้ว!”

โก่วซินเจียได้ยินดังนั้นก็ใช้ฝ่ามือตบที่ท้ายทอยของเยี่ยเทียน หัวเราะและด่าว่า “ไอ้เด็กนี่ ท้องสิบเดือนคลอดในวันเดียว พ่อแม่จะทำผิดแค่ไหน ก็เป็นคนคลอดนายออกมา มีอะไรต้องคิดอีก รีบกลับไปเถอะ!”

“ใช่ ใช่ ผมกำลังจะไปหาเหล่าถังและบินกลับทันที!”

เยี่ยเทียนก็ทำตัวชั่งน้ำหนักไม่ถูก รีบพยักหน้าและกำลังจะเดินออกไป จั่วเจียจวิ้นจับเอาไว้ “นายไม่ดูเลยเหรอว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว? เดี๋ยวฉันจองตั๋วเครื่องบินของพรุ่งนี้เช้าให้ นายไปตอนนี้ จะให้แม่พักผ่อนหรือเปล่า?”

“ครับ ศิษย์พี่จัดการให้ทีครับ ผม……ผมไปนอนแล้วก็ได้?”

เยี่ยเทียนทำอะไรไม่ถูก เขานึกว่าการฝึกฝนของเขาก็เก่งระดับนึงแล้วเหมือนกัน แต่พอเจอเรื่องนี้เข้า กลับทำอะไรไม่ถูกไปหมด อยากจะไปปักกิ่งไปเจอผู้หญิงที่ทั้งรักทั้งเกลียดมาเป็น 20 ปีซะเดี๋ยวนี้เลย

หลังจากกลับมาถึงห้องนอน คนที่ใช้การนั่งสมาธิแทนการนอนอย่างเยี่ยเทียน น้อยมากที่ไม่สามารถนิ่งได้ ในสมองเต็มไปด้วยคำว่าแม่เต็มไปหมด

……………

หมอดูยอดอัจฉริยะ

หมอดูยอดอัจฉริยะ

ในยุคสมัยหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ประเทศจีนเริ่มพัฒนาสู่ความทันสมัย ผู้คนต่างหันไปพึ่งวิทยาการตะวันตก ถ้าใครแสดงออกว่าสนใจเกี่ยวกับ “ศักดินางมงาย” อาจมีตำรวจมาเยี่ยมถึงบ้าน เยี่ยเทียน เด็กชายจากหมู่บ้านชาวนาผู้มีชะตาไม่ธรรมดา มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดศาสตร์โบราณที่ถูกตีตราว่าล้าหลังและงมงาย เสี่ยงทาย ฮวงจุ้ย คำนวณชะตา โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ดูฤกษ์… เขาจะใช้ทักษะเหล่านี้ (และอื่นๆ) อย่างไรในยุคสมัยเช่นนี้?

Options

not work with dark mode
Reset