หมอดูยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 661 เจ้าชายนิทรา (2)

หลังออกมาจากห้องผู้ป่วย อวี๋ชิงหย่าเช็ดน้ำตาจนแห้ง แต่เยี่ยตงผิงกับโจวเซี่ยวเทียนกลับร้องไห้เหมือนคนเจ้าน้ำตาซะอย่างนั้น

โดยเฉพาะเยี่ยตงผิง เขายอมให้ลูกชายดื้อกับเขาหมือนตอนเป็นเด็ก ดีกว่าให้เยี่ยเทียนนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่ไร้ชีวิตแบบนั้น

“ตงผิง ฉันขอโทษ เสี่ยวเทียนเตือนฉันแล้ว แต่…….แต่ฉันก็ยังไปที่ตึกนั้น เป็นเพราะฉันแท้ ๆ !”

เมื่อเห็นคุณหมอเดินมา ซ่งเวยหลันที่ไม่ได้หลับทั้งคืนก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน เธอล้มลงไปในอ้อมอกของสามี เยี่ยตงผิงจึงตะโกนเรียกหมอทันที

หลังจากที่ถูกหามส่งถึงห้องพักผู้ป่วย หน้าที่ซีดของซ่งเวยหลันก็ค่อย ๆ แดงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นลูกสะใภ้กับสามีของตัวเอง ใจของเธอยิ่งรู้สึกผิด

เยี่ยตงผิงส่ายหัวและพูดกับเธอว่า “เวยหลัน เอาเถอะ สถานการณ์ของเสี่ยวเทียนเป็นยังไงบ้าง?”

“เสี่ยวเทียน เสี่ยวเทียน…….” พอสามีเอ่ยถึงลูกชาย ตาของซ่งเวยหลันก็แดงขึ้นมาทันที เธอมองอวี๋ชิงหย่าด้วยความลังเล

“แม่ เยี่ยเทียนเป็นยังไงบ้าง? แม่บอกฉันสิ ฉันรับได้!” อวี๋ชิงหย่าพยักหน้าด้วยความแน่วแน่ สำหรับเธอแล้ว เขาเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่าง ขอแค่มีลมหายใจ เขาจะต้องฟื้นกลับมาแน่นอน

“คุณซ่ง คุณต้องพักผ่อนนะ ไม่ควรพูดกันตอนนี้!” ซ่งเวยหลันกำลังจะพูด แต่ก็ถูกคุณหมอวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาห้ามเอาไว้

“คุณหมอเวย์แมน ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

ซ่งเวยหลันปฏิเสธ และพูดต่อว่า “พวกเขาเป็นญาติของฉัน คุณหมอเวย์แมน ฉันอยากขอให้คุณพูดสถานการณ์ของเยี่ยเทียนให้ฟังหน่อย ฉันคิดว่า……คุณเป็นคนที่มีสิทธิพูดมากที่สุด”

หลังจากที่ซ่งเวยหลันใช้ภาษาอังกฤษคุยกับคุณหมอเสร็จ เธอหันไปพูดกับทุกคนว่า “คุณหมอเวย์แมนเป็นคุณหมอเฉพาะทางด้านสมองที่เก่งที่สุด และเป็นหมอของเสี่ยวเทียนด้วย ให้เขาพูดเองดีกว่า”

“ตกลง……”

เวย์แมนพยักหน้าและพูดว่า “ตอนนี้คนไข้อาการค่อนข้างซับซ้อน พูดง่าย ๆ ก็คือ นอกเหนือจากการรักษาปฏิกิริยาตอบสนองทางประสาทตามสัญชาตญาณและความสามารถในการเผาผลาญพลังงานแล้ว ความสามารถในการรับรู้สูญเสียไปโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้อีกครับ”

“คุณหมอ คุณช่วยพูดตรง ๆ หน่อย”

ภาษาอังกฤษของเยี่ยตงผิงทิ้งไปตั้งนานแล้ว ส่วนโจวเซี่ยวเทียนยิ่งฟังไม่รู้เรื่อง มีแต่อวี๋ชิงหย่าที่เข้าใจทั้งหมด เธอถึงกับหน้าซีด

เวย์แมนยักไหล่ และตอบว่า “คนไข้กลายเป็นเหมือนผัก ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า เจ้าชายนิทรา”

“เจ้าชายนิทรา? เป็นไปได้ยังไง?”

อวี๋ชิงหย่ากัดริมฝีปากไว้แน่น น้ำตาไหลออกจากเบ้าตา เธอไม่เชื่อว่า สามีที่เพิ่งแต่งงานไม่ถึงหนึ่งปี จะกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว

เจ้าชายนิทรา ก็คือการทำงานของเปลือกสมองของผู้ป่วยได้รับความเสียหายอย่างหนักและผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่า หมดสติ แต่ระบบสั่งการส่งใยประสาทจากบริเวณซับคอร์ติคัล(ชั้นลึก) สามารถรักษา การหายใจและการเต้นของหัวใจ สถานะนี้เรียกว่า “อาการเป็นผัก” และผู้ป่วยในสถานะที่เรียกว่า “เจ้าชายนิทรา”

ก้านสมองของคนที่มีอาการเป็นผักยังคงทำหน้าที่ ทำการส่งสารอาหารไปยังร่างกาย ย่อย ดูดซึมและใช้พลังงานนี้เพื่อรักษาการเผาผลาญของร่างกายไว้ นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองต่อปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณบางอย่างที่เกิดจากสิ่งเร้าภายนอกเช่นการไอ การจาม การหาวเป็นต้น

แต่ร่างกายของคนที่มีอาการเป็นผักจะไม่มีการรับรู้ การคิดและกิจกรรมทางประสาทระดับสูงอื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ หลังจากที่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทำได้เพียงให้สารอาหารต่าง ๆ เพื่อรักษาสถานะนี้ไว้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก

แน่นอนว่า เจ้าชายนิทรามีโอกาสที่จะฟื้น แต่ความน่าจะเป็นนี้ต่ำมาก อัตราการรักษาหายต่ำกว่าผู้ป่วยมะเร็ง แม้แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ล่าสุดก็ไม่สามารถช่วยได้สำหรับสมองของมนุษย์ที่มีความซับซ้อนที่สุด

“คุณผู้หญิงท่านนี้ครับ ผู้ป่วยได้รับแรงกระแทกจากภายนอกก่อนที่จะหมดสติ แม้ว่าศีรษะของเขา จะไม่ได้รับบาดเจ็บโดยตรง แต่เกรงว่าอาการช็อกจะส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในสมองและเส้นประสาทของเขา เรายังต้องสังเกตอีกสองสามวันก่อนที่จะทำบทสรุปสุดท้าย! “

พูดตามตรงว่าเวย์แมนรู้สึกสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นกับเยี่ยเทียน เมื่อพิจารณาจากผลการตรวจ แขน ขาของเยี่ยเทียนตอบสนองเหมือนกับคนอาการเป็นผักทั้งหมด

คนอาการเป็นผักมักได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะโดยตรง ถึงจะมีอาการแบบนี้

แต่นอกจากรอยขีดข่วนบนคอของเยี่ยเทียนแล้ว เส้นผมยังไม่ร่วงเลยแม้แต่เส้นเดียว เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าสมองของเยี่ยเทียนทำไมถึงสูญเสียการตอบสนอง จึงทำได้เพียงจัดให้อยู่ในประเภทคนอาการเป็นผักไปก่อน

เมื่อเห็นอาการเสียใจของอวี๋ชิงหย่า ซ่งเวยหลันกุมมือลูกสะใภ้เอาไว้และพูดว่า “ชิงหย่า ใจเย็น ๆ นะ ฉันเชิญคุณหมอเฉพาะทางจากประเทศต่าง ๆ แล้ว พวกเขาจะช่วยกันรักษาพร้อมกับคุณหมอเวย์แมน เยี่ยเทียนจะต้องฟื้นแน่นอน!”

สำหรับครอบครัวธรรมดา คนที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราจะต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาแพง แต่ปัญหาแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับตระกูลเยี่ยและซ่ง ด้วยการเงินของซ่งเวยหลัน เธอสามารถเชิญแพทย์ที่ดีที่สุดในโลกมาได้

“แม่คะ ฉันเชื่อค่ะ เยี่ยเทียนจะต้องฟื้น!” อวี๋ชิงหย่าเชื่ออย่างนั้น แม้เธอจะไม่ค่อยได้อยู่กับสามี แต่อวี๋ชิงหย่าไม่เคยหมดศรัทธาในตัวเยี่ยเทียน

“นายหญิง มีคนโทรมาที่เบอร์ของนายน้อยค่ะ เขาบอกว่าเป็นศิษย์พี่ของนายน้อย ฉันไม่ทราบค่ะว่าจะบอกให้พวกเขามาที่นี่ได้หรือเปล่า?”

ตอนที่ซ่งเวยหลันกับอวี๋ชิงหย่ากำลังคุยกัน แอนนาถือมือถือของเยี่ยเทียนเอาไว้และเดินเข้ามา มือถือนั้น ซ่งเวยหลันเป็นคนสั่งให้ชาร์จแบตและเปิดเครื่องเอง

“ศิษย์พี่ ? เหล่าโก่ว พวกนั้น…….”

หลังจากแอนนาพูดจบ เยี่ยตงผิงรีบพูดขึ้นมาว่า “เร็ว ถามพวกเขาหน่อยว่าอยู่ตรงไหน เชิญพวกเขามาที่นี่!”

แม้ว่าเยี่ยตงผิงไม่ค่อยเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยเท่าไหร่ แต่เขาชื่นชมความสามารถในการรักษาของนักพรตหลี่ซั่นหยวนมาก ในสมัยที่การแพทย์ไม่มีแพทย์เพียงพอ ไม่มียาเพียงพอ ไม่ว่าจะป่วยอาการอะไร ขอแค่หลี่ซั่นหยวนฝังเข็มลงไป สุดท้ายอาการก็บรรเทาลงทุกราย

อาการของลูกชายในตอนนี้ แพทย์แผนตะวันตกรักษาไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าแพทย์แผนจีนจะช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะโก่วซินเจียกับจั่วเจียจวิ้นที่อยู่สำนักเดียวกันกับเยี่ยเทียน ไม่แน่ พวกเขาอาจมีวิธีเรียกให้เยี่ยเทียนตื่นมาก็ได้

พอเยี่ยตงผิงพูดจบ ซ่งเวยหลันหันไปหาแอนนา และพูดว่า “แอนนา เธอไปรับเขาด้วยตัวเอง ไปรับพวกเขามาที่นี่ให้เร็วที่สุด”

นิวยอร์คในเวลานี้ หวาดผวาไปหมด ไม่เพียงแต่สนามบินนานาชาติทุกแห่งในสหรัฐอเมริกาจะปิดให้บริการ ถนนใหญ่มีการคุ้มกันอย่างเข็มงวด การที่แอนนาขับรถไปรับคนด้วยตัวเอง เธออาจต้องเผชิญกับการตรวจหลายต่อหลายด่าน

ซ่งเวยหลันคิดไปครู่หนึ่งและพูดต่อว่า “เธอไปหา หวางชนจั้น ที่เป็นเจ้าหน้าที่กงสุล ให้เขาไปกับเธอ”

ก่อนหน้านี้ซ่งเวยหลันสงสัยในความสามารถของเยี่ยเทียนอยู่บ้าง แต่หลังจากที่เกิดเรื่อง เธอเข้าในแล้วว่าลูกชายไม่เหมือนคนทั่วไป ฉะนั้นเธอจึงคาดหวังต่อศิษย์พี่ของเยี่ยเทียนเป็นอย่างมาก

“คุณซ่ง คุณผู้ชายท่านนี้มาขอพบ คุณจะ?”

แอนนาเพิ่งอออกจากห้องผู้ป่วย ไม่นานก็มีคุณหมอท่านหนึ่งที่ไม่รู้จะทำยังไง พาผู้ชายใส่สูทคนหนึ่งเดินเข้ามา

“วิลเลียม ฉันบอกแล้วไง ห้ามรบกวนคุณซ่งตอนนี้!” ซ่งเวยหลันยังไม่ทันพูด เวย์แมนก็ตอบกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจ ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากไล่เยี่ยตงผิงและคนอื่น ๆ ออกไปด้วยซ้ำ

วิลเลียมยิ้มอย่างฝืด ๆ และส่ายหัว “เวย์แมน เขาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของประธานาธิบดีนะ มาตามหน้าที่นะ!”

ในสายตาของเวย์แมน ประธานาธิบดีก็งั้น ๆ เงินเดือนน้อยกว่าเขาอีก เขาจึงพูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คุณซ่งเป็นคนไข้ของผม ประธานาธิบดีมาก็เข้าไม่ได้!”

”หมอเวย์แมน ไม่เป็นไร” ซ่งเวยหลันโบกมือ และพูดกับคนนั้นว่า “ไม่ทราบว่าคุณบุชมาหาฉัน มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?”

ซ่งเวยหลันรู้จักบุชตั้งแต่ช่วงปี 80 มีความสัมพันธ์กับครอบครัวบุชดีพอสมควร คนนี้เป็นที่ปรึกษา ส่วนตัวของบุช จึงไม่สมควรที่จะไล่เขาออกไป

“คุณซ่ง ผมชื่อคิวฟีเธอร์……”

คนที่มาเยี่ยม แนะนำตัวเองและพูดว่า “ท่านประธานเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เขาขอให้ผมมาแสดงความเสียใจและขอโทษต่อคุณ นอกจากนี้เขายังอยากจะถามความคิดเห็นของคุณ ที่ลูกชาย ของคุณช่วยเหลือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆจากภัยพิบัติ  เราต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ “

“คุณคิวฟีเธอร์คะ คงต้องขอประทานโทษคุณบุชด้วย”

ซ่งเวยหลันส่ายหัว และตอบว่า “ลูกชายของฉันยังไม่ฟื้น และอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ฉันคิดว่า เขาไม่สามาถให้ความร่วมมือกับพวกคุณได้!”

“ครับ เสียดายเลยนะครับ คุณซ่งครับ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ ผมจะแจ้งให้ท่านประธานาธิบดีทราบครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฝากขอบคุณท่านประธานาธิบดีแทนฉันด้วย” อย่าว่าแต่ประธานาธิบดีของสหรัฐฯเลย เลขาธิการสหประชาชาติจะมาที่นี่ ซ่งเวยหลันก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะดูแล

“บัดซบ ไอ้พวกอเมริกัน!”

หลังจากคิวฟีเธอร์เดินออกไป เยี่ยตงผิงทุบเข้าที่กำแพงอย่างแรง ช่วงครึ่งแรกของชีวิตเขาทั้งยากลำบากและมีอุปสรรค เขายังไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเลย ลูกชายต้องเจอกับเรื่องแบบนี้อีก

“ตงผิง เป็นเพราะฉันเอง ฉันไม่ควรกลับมา” พอเห็นสามีเจ็บปวด ซ่งเวยหลันยิ่งรู้สึกผิด

“เวยหลัน ไม่ใช่ความผิดของเธอ ลูกต้องฟื้น!” เยี่ยตงผิงเช็ดน้ำตาและปลอบภรรยาของเขาอย่างนุ่มนวล

หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ แอนนาก็พาคนกลุ่มนึงมาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

นอกจากโก่วซินเจียกับจั่วเจียจวิ้นแล้ว ยังมีหนานไหวจิ่นมาด้วยอีกคน เขาถูกเชิญโดยโก่วซินเจีย และเดินทางมาจากไต้หวัน เวลาที่ลงเครื่องใกล้ ๆ กับโก่วซินเจีย

“โก่วเหล่า ครั้งนี้คงต้องฝากทุกอย่างไว้กับคุณแล้ว!” เมื่อเห็นโก่วซินเจียเดินเข้ามาห้องผู้ป่วย เยี่ยตงผิงรีบขึ้นไปต้อนรับ จนห่างออกไปไม่กี่เมตรเท่านั้น เยี่ยตงผิงก็คุกเข่าลงไปทันที

“ไม่ ไม่” โก่วซินเจียพยุงเยี่ยตงผิงขึ้นมาและพูดว่า “ศิษย์น้องเล็กจะเจอกับภัยหนึ่งครั้ง แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต!”

………………………………………………..

หมอดูยอดอัจฉริยะ

หมอดูยอดอัจฉริยะ

ในยุคสมัยหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ประเทศจีนเริ่มพัฒนาสู่ความทันสมัย ผู้คนต่างหันไปพึ่งวิทยาการตะวันตก ถ้าใครแสดงออกว่าสนใจเกี่ยวกับ “ศักดินางมงาย” อาจมีตำรวจมาเยี่ยมถึงบ้าน เยี่ยเทียน เด็กชายจากหมู่บ้านชาวนาผู้มีชะตาไม่ธรรมดา มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดศาสตร์โบราณที่ถูกตีตราว่าล้าหลังและงมงาย เสี่ยงทาย ฮวงจุ้ย คำนวณชะตา โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ดูฤกษ์… เขาจะใช้ทักษะเหล่านี้ (และอื่นๆ) อย่างไรในยุคสมัยเช่นนี้?

Options

not work with dark mode
Reset