หมอดูยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 724 แมลงพิษแทนตัว

ตอนที่ 724 แมลงพิษแทนตัว
เยี่ยเทียนขมวดคิ้วมองไปยังจู้เหวยเฟิง เอ่ยปากบอกว่า “เกิดเรื่องแบบนี้ที่ประเทศไทย ทางนั้นควรจะอธิบายอะไรกับคุณบ้างหรือเปล่า?”

จู้เหวยเฟิงมีอิทธิพลหนุนหลังภายในประเทศอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่ทางฝั่งกองทัพ แต่ด้านการทูตก็ล้วนมีเส้นสาย เกิดเรื่องแบบนั้นกับเขาในขอบเขตระหว่างชาติไทยและจีน ฝ่ายตรงข้ามย่อมต้องมีคำพูดมาอธิบาย

“ทางฝั่งไทยตอบมาว่าเป็นการกระทำของพวกมาเฟีย จับตายไปสองศพตรงที่เกิดเหตุ ศพถูกส่งมาแล้ว”

พอได้ยินคำพูดของเยี่ยเทียน สีหน้าของจู้เหวยเฟิงก็ฉายแววเคียดแค้น ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “เยี่ยเทียน นายเชื่อคำพูดของพวกเขาหรือเปล่า?”

“ไม่เชื่อหรอก!”

เยี่ยเทียนส่ายหน้า บอกว่า “แต่ถึงเป็นอย่างนั้นแล้วจะทำไม ฝ่ายตรงข้ามให้คำตอบมาแล้ว หากมองจากมุมของรัฐบาล พวกเขาก็ได้จัดการให้เรียบร้อยแล้ว!”

จู้เหวยเฟิงพูดพลาง ความคับแค้นอัดแน่นภายในอก จนรู้สึกขุ่นเคืองลำคอ กลั้นอาการไอเอาไว้ไม่อยู่ ครั้งนี้ยิ่งสำรอกเลือดออกมามากกว่าเดิม เลอะเทอะเปรอะเปื้อนมือเต็มไปหมด

“เดี๋ยวก่อนครับ ร่างกายของคุณมีบางอย่างผิดปกติ!” เห็นว่าจู้เหวยเฟิงยังต้องการจะพูดต่อ เยี่ยเทียนจึงยกมือห้ามไว้ ใช้มือจับที่ข้อมือของเขา แล้วส่งพลังปราณแท้เข้าไป

“แปลกจริง ไม่มีอาการบาดเจ็บภายในนี่? แล้วทำไมถึงไอเป็นเลือดล่ะ?”

ผ่านไปครู่หนึ่ง เยี่ยเทียนก็คลายมือขวาของจู้เหวยเฟิงออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ทว่าพอดวงตาของเขาได้เห็นเลือดสดบนฝ่ามือของจู้เหวยเฟิง แววตาก็เปล่งประกายขึ้นมา

หลังจากเข้าสู่ระดับเซียนเทียนแล้ว ความสามารถในการสังเกตของเยี่ยเทียนก็แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปขึ้นมาก สิ่งปกติธรรมดาในสายตาของคนทั่วไป ในสายตาของเยี่ยเทียนกลับเหมือนถูกแว่นขยายส่องให้ใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่า

และในเวลานี้เยี่ยเทียนสามารถเห็นได้ว่าในเลือดสดนั้น มีแมลงตัวเล็กจิ๋วที่ตาเนื้อมองไม่เห็นสี่ห้าตัว คืบคลานอยู่ในนั้น พวกมันดูราวกับดูดซึมสารอาหารจากเลือดสด ในช่วงเวลาไม่นาน เลือดสีเข้มบนฝ่ามือก็กลับกลายเป็นซีดจาง

“วิชาคุณไสยหรือ?”

ดวงตาของเยี่ยเทียนฉายแววเยียบเย็น ทีแรกเขายังรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย ว่าทำไมถึงไม่เห็นได้ยินข่าวของนายทักษิณ สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เลย ที่แท้หมอผีขั้นสูงชาวไทยคนนี้ก็ลงมือตั้งแต่แรกแล้ว

ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เรื่องที่นักชกในการควบคุมของต่งเซิงไห่ซึ่งชนะมาเก้ารอบกลับต้องพ่ายแพ้ ก็มีคำอธิบายที่ฟังเข้าใจได้ เพราะว่าวิชาคุณไสยนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะกำหนดความเป็นตายของมนุษย์

แต่ว่าวิธีการของนายทักษิณ สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์กับฟรุสนั้นถือว่าอำมหิตเหลือหลาย เพื่อล่อให้ต่งเซิงไห่และจู้เหวยเฟิงไปติดกับ พวกเขาถึงขั้นปล่อยให้คนของตัวเองตายติดต่อกันหกศพและพ่ายแพ้ต่อกันถึงเก้ารอบ ทั้งหมดทำไปเพียงเพื่อขจัดความสงสัยของต่งเซิงไห่

สายตามองบนมือของจู้เหวยเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเยี่ยเทียนก็พูดเสียงต่ำ “ตอนพวกคุณอยู่ประเทศไทย ได้พบชายชรารูปร่างผอมโกรก ใบหน้าซูบซีดบ้างหรือเปล่า?”

“รูปร่างผอมโกรก ใบหน้าซูบซีดหรือ?”

จู้เหวยเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “เคย มีอยู่คนหนึ่ง เขาเคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงวันนั้นที่พระมหากษัตริย์เชิญพวกเรา จากนั้นในงานเลี้ยงกลางคืนที่ฟรุสจัดขึ้น เขาเองก็ไปด้วยเหมือนกัน!”

สาเหตุที่จู้เหวยเฟิงจดจำคนผู้นี้ได้อย่างแม่นยำ นั่นเป็นเพราะตอนอยู่ในงานเลี้ยงทั้งสองครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยหรือฟรุส ล้วนให้ความเคารพนับถือคนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

เบื้องหลังของคนผู้นี้ดูยิ่งใหญ่มาก ทั้งยังเหมือนมีฐานะสูงส่ง เวลาที่เขานั่งลงในห้องจัดเลี้ยง คล้ายกับว่าคนรอบข้างไม่มีใครกล้าพอร่วมโต๊ะกับเขา จึงยิ่งทำให้จู้เหวยเฟิงจดจำได้อย่างเด่นชัด

“ว่าแล้วว่าต้องเป็นเขา วางแผนลงมืออย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ เป็นการส่งสาส์นรบถึงฉันหรือไง?”

ใบหน้าของเยี่ยเทียนมีรอยยิ้มเย็น หากว่ากันตรงๆ ความจริงแล้วต่งเซิงไห่และจู้เหวยเฟิงต่างต้องมารับเคราะห์ก็เพราะเขา

หลายปีที่ผ่านมานี้เยี่ยเทียนเป็นที่จับตามองของผู้คน ชื่อเสียงในวงการมวยใต้ดินก็โด่งดังเป็นพิเศษ ด้วยความสามารถของนายทักษิณ สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ คงรู้ข่าวของศัตรูที่ฆ่าลูกศิษย์ตัวเองคนนี้ได้ไม่ยาก

ความสัมพันธ์ของพวกจู้เหวยเฟิงกับเขา ก็สืบสาวได้โดยไม่ลำบากนัก ดูเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ แปดถึงเก้าในสิบส่วนมีเป้าหมายพุ่งมาที่ตัวเขาเอง

แต่ว่านายทักษิณ สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์กลับคาดไม่ถึงว่าตัวเขาจะไม่ไป นั่นจึงทำให้ความโกรธแค้นถูกระบายไปลงที่พวกจู้เหวยเฟิง ใช้คุณไสยใส่ร่างของพวกเขา

“เยี่ยเทียน ฉันไม่เข้าใจคำพูดของนาย หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับผู้เฒ่าคนนั้น?” เห็นสีหน้าของเยี่ยเทียนยิ้มแสยะออกมา จู้เหวยเฟิงก็สับสนเล็กน้อย

เยี่ยเทียนพยักหน้า กล่าวว่า “แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้อง ถ้าหากผมกลับมาช้าไปหนึ่งเดือน น่ากลัวว่าคุณกับเหล่าต่งคงจะสำลักเลือดจนตายไปแล้ว คุณไสยในประเทศไทยไม่ใช่แค่ปาหี่ที่เอาไว้หลอกคน!”

“คุณไสย? คุณกำลังจะบอกว่าพวกเราโดนคุณไสยหรอครับ?” จู้เหวยเฟิงได้ยินเข้าสีหน้าเปลี่ยนไปทันใด เขาเคยไปประเทศไทยอยู่บ่อยๆ จึงรู้จักความน่ากลัวของคุณไสยเป็นอย่างดี

ส่วนต่งเซิงไห่นั้นเพียงจ้องมองเยี่ยเทียนเขม็ง เวลานี้เขาอยู่ก็เหมือนตาย เพียงขอร้องเยี่ยเทียนช่วยเขาล้างแค้นฝังลึกดั่งทะเลเลือดครั้งนี้ พอเขาตายจะได้ตายตาหลับ

“เยี่ยเทียน แล้วมีวิธีแก้ไขหรือเปล่า?”

สีหน้าของจู้เหวยเฟิงมีรอยยิ้มเศร้าหมอง เขารู้ว่าคุณไสยกับวิชาแมลงพิษนั้นเหมือนกัน คือต้องอาศัยเพียงคนทำคุณไสยมาแก้ไข หรือพูดอีกอย่างก็คือ เขากับต่งเซิงไห่จะต้องตายอย่างแน่นอน

“ผมจะลองดู!”

เยี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยื่นแขนออกไปข้างหน้า จากนั้นกิ่งไม้จากเหนือหัวก็หล่นลงมาท่อนหนึ่ง พอเด็ดใบไม้ออกแล้ว เยี่ยเทียนก็ส่งกิ่งไม้นั่นให้จู้เหวยเฟิง บอกว่า “ไม่ว่าจะเจ็บหรือคันแค่ไหน คุณต้องอดทนเอาไว้นะ”

“ได้ เยี่ยเทียน วางใจเถอะ ฉันเองก็ฝ่าฟันฆ่าคนมาไม่น้อยเหมือนกัน!”

จู้เหวยเฟิงกัดฟันเอาไว้ รับกิ่งไม้มาคาบในปาก เมื่องับฟันลงก็กัดเอาไว้อย่างแน่นหนา

เยี่ยเทียนพยักหน้า ลุกขึ้นยืนเดินไปข้างหลังจู้เหวยเฟิง ค่อยๆ ยื่นมือขวาออกมาวางบนจุดชีพจรที่คอ แล้วส่งปราณแท้เข้าไปภายในร่างกายของเขา

พลังปราณแท้นี้ ล่องเข้าไปภายในกระแสเลือดของจู้เหวยเฟิงโดยการควบคุมจากเยี่ยเทียน ชอนไชเข้าไปถึงภายในหลอดเลือดของเขา

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้ว สีหน้าของเยี่ยเทียนก็เปลี่ยนเป็นดุดัน พลังปราณแท้ไร้สีไร้รูปกลับกลายเป็นเปลวไฟที่มองไม่เห็นอย่างฉับพลัน ลุกไหม้อยู่ภายในร่างกายของจู้เหวยเฟิง

ทว่าเปลวไฟนี้กลับเป็นเหมือนความร้อนสูงเพื่อฆ่าเชื้อภายในกระแสเลือดของจู้เหวยเฟิง แม้จะร้อนลวกเส้นเลือดภายในตัวเขา แต่กลับไม่ทำอันตรายให้แม้แต่นิดเดียว

หลังจากเข้าสู่ระดับเซียนเทียนแล้ว ก็สามารถใช้เพลิงเซียนได้ เช่นเดียวกับการหลอมยาหลอมอาวุธ ล้วนต้องใช้เปลวเพลิงชนิดนี้ เปลวเพลิงเซียนเปี่ยมด้วยพลังหยางอันแข็งแกร่ง จึงเป็นวิธีเดียวสำหรับใช้รับมือกับแมลงพิษที่เยี่ยเทียนนึกออก

เพียงแต่ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ความทุกข์ทรมานที่จู้เหวยเฟิงได้รับจึงไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ต่อให้เยี่ยเทียน สามารถควบคุมไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อเส้นเลือด แต่รสชาติของเปลวเพลิงที่เผาผลาญภายในร่าง คนธรรมดาไหนเลยจะต้านทานไหว?

“อ๊าก!”

จู้เหวยเฟิงส่งเสียงร้องทรมานออกมาดังลั่น หน้าผากปรากฏเหงื่อไหลเท่าเม็ดถั่วซึมออกมาทันใด กิ่งไม้ความหนาขนาดเท่าสองหัวแม่มือ ถูกเขากัดลงไปอย่างแรงจนหักออกจากกัน

“อดทนไว้!”

เยี่ยเทียนตะโกนเสียงเยียบเย็นออกมา เวลานี้เขาเองก็ไม่ได้ผ่อนคลายมากไปกว่าจู้เหวยเฟิง ต้องเข้าใจด้วยว่า เส้นเลือดของมนุษย์เปราะบางแค่ไหน เมื่อเขาคิดจะใช้เปลวเพลิงเซียนขับไล่แมลงพิษ ต่อให้ยากเย็นอย่างไร เยี่ยเทียนก็ต้องพยายามจนสุดความสามารถ

“อั่ก!”

ลำคอของจู้เหวยเฟิงส่งเสียงร้องออกมาคล้ายสัตว์ป่า เขาเองก็นับว่าแข็งแกร่งเช่นกัน นำเอากิ่งไม้ที่หักนั้นประกบเข้าด้วยกัน แล้วยัดกลับเข้าไปในปากอีกครั้ง

“ให้ตายสิ ถ้าฉันยังอยู่ในขั้นหลอมปราณสู่จิตอยู่ล่ะก็ คงไม่มีทางจัดการกับแมลงพิษพวกนี้ได้แน่!” ขณะที่เยี่ยเทียนผลักดันปราณแท้อยู่นั้น ในกระแสเลือดจู้เหวยเฟิง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครรู้

แมลงพิษแต่ละตัวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เมื่อถูกขับไล่ด้วยเปลวเพลิงปราณแท้ของเยี่ยเทียน ก็หลบหนีซ่านกระเซ็น ในขณะที่กำลังหนีตายอยู่นั้น แมลงพิษตัวเล็กตัวน้อยก็เข้ามารวมกลุ่มกัน

“รนหาที่ตาย!” ตอนที่เยี่ยเทียนเห็นแมลงพิษค่อยๆ รวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่วกกลับมาจะกลืนกินเปลวเพลิงปราณแท้ ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มเยือกเย็น

“ชู่ว!”

พอแมลงพิษเข้ามาถึงตัวเพลิงปราณแท้ เสียงร้องที่ไม่ปรากฏอยู่บนโลก ก็ดังเข้าสู่ใบหูของเยี่ยเทียน แมลงพิษจากตัวอ่อนนับหมื่นพันตัวสลายไปกว่าครึ่งในพริบตา

“ค่อยยังชั่ว เจ้าพวกนี้ป้องกันได้ยากจริงๆ!”

แมลงพิษเหล่านั้นรู้ว่าตนเองพบกับศัตรูที่น่ากลัว จึงไม่กล้าต่อต้านเยี่ยเทียนอีก ราวกับว่ามันมีสติปัญญา ต่างหนีหัวซุกหัวซุนไปตามกระแสเลือด หลบหลีกการไล่ล่าของเยี่ยเทียน

การกระทำนี้จึงสร้างความเจ็บปวดให้กับจู้เหวยเฟิงไปทุกส่วน แถมยังรู้สึกคันและชาไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกลับมีหนูวิ่งไปมาอยู่ภายในตัว ความรู้สึกเจ็บคันที่ผสมผสานกันนี้ ทำให้เขาแทบจะหมดสติลงไปเสียเดี๋ยวนั้น

แต่ว่าช่วงเวลากลับไม่ยืนยาวเท่าไหร่นัก ห้าถึงหกนาทีต่อมา นิ้วชี้มือซ้ายของเยี่ยเทียนก็ชี้ไปในอากาศ ข้อต่อแขนของจู้เหวยเฟิงเกิดชาขึ้นมา แล้วข้อศอกก็ยกขึ้นมาเอง

ขณะเดียวกัน ก็เกิดลำแสงสีขาวสว่างวาบ นิ้วชี้ข้อสุดท้ายของจู้เหวยเฟิงถูกตัดออก เลือดสดไหลพุ่งกระฉูดออกมา ไปทางด้านหน้าไกลกว่าครึ่งเมตร

“ยังจะหนีอีกหรือ?”

เยี่ยเทียนส่งเสียงหึออกมาอย่างเย็นชา แทบจะเวลาเดียวกันที่เลือดสดไหลออกมา มือขวาของเขาที่กดลำคอจู้เหวยเฟิงอยู่ยื่นไปข้างหน้าปานสายฟ้าแลบ แล้วดึงกลับในทันที

“จี๊ดๆ!” ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้งมือขวาของเยี่ยเทียน หนีบแมลงรูปร่างประหลาดได้ไว้ตัวหนึ่ง

ตลอดทั้งตัวของแมลงนั้นมีสีแดงอย่างเลือด บนหัวมีฟันงอกออกมาสองซี่ ส่งเสียงแหลมแสบแก้วหูพลาง พยายามใช้ฟันทั้งสองข้างหนีบกัดผิวเยี่ยเทียนสุดแรงเกิด ด้วยหวังจะเจาะเข้าไปในร่างกายของเยี่ยเทียน

แต่ว่าผิวขาวใสของเยี่ยเทียน กลับแข็งแกร่งดังเหล็ก ไม่ว่าแมลงพิษจะกัดหรือเจาะอย่างไร ก็ไม่อาจระคายเคืองได้แม้เพียงผิวหนัง หนึ่งนาทีหลังจากนั้น แมลงนั่นก็หยุดเคลื่อนไหวในทันใด นิ่งแข็งไปทั้งตัว คล้ายกับตายไปแล้ว

“นายทักษิณ สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ แกเองก็นับว่าเป็นปรมาจารย์แห่งยุค แต่กลับใช้วิธีแกล้งตายอย่างนี้หรือ?”

ใบหน้าของเยี่ยเทียนเผยรอยยิ้มเย็นออกมา กล่าวต่อว่า “ถ้าหากนี่คือแมลงตัวแทนของแก ฉันเชื่อมั่นว่าแกจะต้องได้ยินคำพูดของฉันอย่างแน่นอน ชาญ ทองทวนถูกฉันฆ่าตาย ถ้าอยากล้างแค้น ก็แค่มาตามหาฉันเท่านั้น!”

พอคำพูดนี้ของเยี่ยเทียนกล่าวออกไป แมลงที่เขาจับไว้ตัวนั้นเหมือนถูกทำให้ตกใจ กลับเริ่มดิ้นรนต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ปากก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน

“แกทำร้ายเพื่อนของฉัน ฉันทำลายแมลงของแก ถือว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยล่วงหน้าก็แล้วกัน วันหลังเราคงได้พบกัน!”

ใบหน้าของเยี่ยเทียนปรากฏแววเหี้ยมโหด นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เคลื่อนเข้าหากัน แล้วเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นระหว่างปลายนิ้วของเขา ห่อหุ้มแมลงพิษตัวนั้นไว้ในทันที

หมอดูยอดอัจฉริยะ

หมอดูยอดอัจฉริยะ

ในยุคสมัยหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ประเทศจีนเริ่มพัฒนาสู่ความทันสมัย ผู้คนต่างหันไปพึ่งวิทยาการตะวันตก ถ้าใครแสดงออกว่าสนใจเกี่ยวกับ “ศักดินางมงาย” อาจมีตำรวจมาเยี่ยมถึงบ้าน เยี่ยเทียน เด็กชายจากหมู่บ้านชาวนาผู้มีชะตาไม่ธรรมดา มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดศาสตร์โบราณที่ถูกตีตราว่าล้าหลังและงมงาย เสี่ยงทาย ฮวงจุ้ย คำนวณชะตา โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ดูฤกษ์… เขาจะใช้ทักษะเหล่านี้ (และอื่นๆ) อย่างไรในยุคสมัยเช่นนี้?

Options

not work with dark mode
Reset