หัตถ์เทวะธิดาพญายม – ตอนที่ 61 วิธีทำให้พวกเจ้าทั้งหมดแข็งแกร่ง

“เจ้า ! เข้ามาใกล้ ๆ  !” ภายใต้สายตาที่สั่นผวาหวาดกลัวของเหล่าบรรดาทาสทั้งหลาย เกอซีสั่งการให้ซีเจี่ยเขยิบกายเข้ามา ก่อนจะลงมือตรวจจับสภาวะเส้นชีพจรในกายคนผู้นั้น

 

เม็ดเงินที่ใช้ในการซื้อทาสเหล่านี้นับว่าถูกยิ่งนัก สืบเนื่องด้วยเหล่าทาสทั้งสิบพวกนี้ล้วนถูกมองว่าเป็นผู้ไร้สิ้นพรสวรรค์และความสามารถในการฝึกฝนพลังฝีมือ

 

ทว่าเมื่อเกอซีตรวจดูการขับเคลื่อนชีพจรของพวกเขาทั้งหมดแล้ว หญิงสาวจึงพบว่าสภาพโครงสร้างสรีระทางร่างกายของคนเหล่านี้ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง หากคนเหล่านี้ถูกจับเข้าไปอยู่ในองค์กรในอดีตภพของนาง พวกเขาจะต้องถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นนักรบชั้นยอดที่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นหน่วยรบพลีชีพซึ่งสามารถรับมือกับผู้มีพลังปราณขั้นเมล็ดพันธุ์เพาะบ่มได้อย่างง่ายดายราวกับถูฝ่ามือ

 

ท่าทีที่เมินเฉย สีหน้าที่เย็นชาของเกอซีทำให้เหล่าบรรดาทาสทั้งหลายต่างพากันประหวั่น

 

กระทั่งที่สุดซีเจี่ยจึงมิอาจอดรนทนต่อไปได้ เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “นายท่านพวกเราล้วนมีพละกำลังแข็งแกร่ง พวกเราสามารถกรำงานหนักทุกชนิดให้นายท่านได้ พวกเราขออุทิศชีวิตให้สัตย์สาบานจะจงรักภักดีกับท่าน ขอนายท่านได้โปรดอย่าให้พวกเราต้องเป็นร่างสูบโอสถเลยขอรับ !”

 

ร่างสูบโอสถที่ว่านั้นคล้ายคลึงกับ “เนื้อสดสุกร” นั่นเอง ต่างกันตรงที่ร่างสูบโอสถจะไม่มีพลังฝีมือเช่นนั้นแล้วจุดจบของร่างสูบโอสถย่อมน่าสลดสังเวชยิ่งกว่าเนื้อสดสุกรหลายเท่านัก

 

เกอซีสามารถรับรู้ได้ถึงความสะพรึงกลัวของกลุ่มคนเหล่านี้ และเพื่อไม่ให้เป็นการตีต้อนพุ่มหญ้าให้ตื่นใจ เกอซีจึงกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป “ข้ารู้ว่าพลังฝีมือของพวกเจ้านั้นย่ำแย่ หากแต่ข้าย่อมมีวิธีทำให้พวกเจ้าทั้งหมดแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เพียงทว่ากระบวนการย่อมทุกข์ทนทรมานอย่างยิ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้หากพวกเจ้าผู้ใดไม่เต็มใจก็ควรเอ่ยขึ้นมาเสียแต่ยามนี้ ส่วนเรื่องการเป็นร่างสูบโอสถนั้น อา…..พวกเจ้าวางใจเถิด ข้าไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้น”

 

ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ซีเจี่ยและพรรคพวกต่างพากันตื่นใจยินดี เมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่าเกอซีหาได้ล่อลวงพวกตน ท่ามกลางช่วงชีวิตกึ่งเป็นกึ่งตายเช่นนี้หยาดน้ำตาแห่งความประหลาดใจพลันไหลท่วมพรั่งพรูออกมาจนชุ่มแก้ม

 

ไม่มีผู้ใดไหนเลยที่จะสามารถเข้าใจความสิ้นหวังความต่ำต้อยทุกข์ทนที่พวกเขาได้รับ พวกเขาทั้งหมดล้วนถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถูกละเลยจากหมู่สังคม ถูกกักหน่วงอยู่ภายใต้กรงขังรอเพียงคืนวันที่จะมีผู้ซื้อตัวออกไป เป็นความอับโชคอย่างเหลือแสนที่พวกเขาต้องมาเกิดในโลกแห่งพลังฝีมือโดยไร้สิ้นพรสวรรค์ในพลังยุทธ ณ สถานที่แห่งนี้ ผู้ที่อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง

 

เมื่อพวกเขาถูกขายส่งมาเป็นทาสย่อมไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสแห่งวันคืนของชีวิตใหม่ หากพวกเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะต้องอดทนกับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากเพียงไรพวกเขาก็ยินดีจะลุยฝ่าภูผากระบี่ข้ามผ่านนทีเพลิงไปให้ได้ไม่ว่าจะต้องรับความลำบากยากเข็ญสักแค่ไหนก็ตาม

 

ซีเจี่ยคุกเข่าโขกศีรษะลงไปกับพื้นด้วยน้ำตาที่อาบทั่วใบหน้า “นายท่าน ข้าพร้อม…….หากข้าสามารถมีโอกาสเปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ แม้ต้องเผชิญกับความตาย ข้าก็ยินยอม !”

 

เหล่าทาสที่เหลือทั้งเก้าต่างพากันคุกเข่าโขกศีรษะลงเช่นกัน พวกเขาส่วนใหญ่น้ำตาท่วมนองเอ่อล้นไหลทะลัก ขณะที่บางคนถึงกับเปล่งเสียงร้องตะโกนแซ่ซ้องสรรเสริญเกอซีจงเจริญขึ้นถึงสามครั้ง

 

หากแต่สีหน้าของเกอซียังคงไม่เปลี่ยนแปรอีกทั้งน้ำเสียงนั้นกลับให้ความรู้สึกที่เย็นชายิ่งขึ้นกว่าเดิม “ข้าจะจัดรูปแบบการฝึกฝนให้พวกเจ้าในหลายวันนี้ เทือกเขาฉางซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเรือนจะเป็นที่ฝึกฝนฝีมือของพวกเจ้า ให้ซีเจี่ยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ และทุกกึ่งเดือนข้าจะกลับมาตรวจสอบความก้าวหน้าของพวกเจ้าทุกคน หากข้าพบว่ามีผู้ใดกล้าทุ่มเทแรงพลังเพียงแค่ครึ่ง…….หึหึ พวกเจ้าคงไม่อยากรู้ผลที่จะเกิดขึ้นเป็นแน่”

 

“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า หากพวกเจ้าต้องการปล่อยโอกาสครานี้ไป จงยกมือขึ้น เมื่อใดที่การฝึกฝนเริ่มดำเนินแล้ว ข้าจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดถอนตัวเลิกล้มกลางคันอย่างแน่นอน พวกเจ้าทุกคนกระจ่างชัดกันแล้วใช่ไหม ?”

 

“ขอรับ นายท่าน !” บรรดาทาสทั้งสิบพากันโขกศีรษะลงกับพื้นขณะที่พวกเขาเอ่ยตอบคำ ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่และกล้าหาญ ไม่มีผู้ใดยอมถอนตัวแม้เพียงผู้เดียว

 

หลังจากเหล่าทาสทั้งสิบกลับไปแล้ว เกอซีไม่รับสำรับอาหารเย็นจากแม่นมเฉิน หญิงสาวเพียงกล่าวว่านางกินอาหารจากข้างนอกก่อนเข้ามา เมื่อภารกิจทั้งหลายลุล่วงไปด้วยดีเกอซีจึงกลับเข้าไปในมิติเวทของตน

 

เมื่อกลับเข้ามายังมิติเวท หญิงสาวพลันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย ทันทีที่ได้สูดเอาอายกระแสพลังแห่งชีวิต*** อันแข็งแกร่งที่หนาแน่นไปทั่วมิติเวท แรงพลังแห่งจิตวิญญาณ*** นั้นช่วยขับดันความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าในกายให้สลายไปสิ้นอย่างไร้ร่องรอย

 

***พลังชีวิตหรือพลังปราณ หรือพลังจิตวิญญาณ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าพลังชี่นั้น มีอยู่ทั้วไปในทุกสิ่ง ทั้งแหล่งน้ำ ต้นไม้ ภูเขาและในร่างกายของคน

 

 

“ท่านแม่ ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ต้านต้านคิดถึงท่านแม่ ! ท่านแม่รีบกลับมาหาต้านต้านใช่ไหม ?” น้ำเสียงร้องตะโกนที่แสนตื่นเต้นดีใจของต้านต้านดังเข้ามากระทบหู เกอซีหัวเราะออกมาทันทีที่เข้ามาในวังซูมี่ หญิงสาวบรรจงวางฝ่ามือลูบลงไปบนศีรษะของต้านต้านอย่างอ่อนโยน “อาหารที่ข้าส่งมาให้เจ้าเมื่อกลางวันอร่อยไหม ?”

 

สิ่งที่เกอซีกำลังกล่าวถึงนั้นคือสำรับอาหารที่เหลือจากที่นางได้ลิ้มลองรสชาติที่โรงเตี๊ยมเซียนสำราญและเก็บห่อกลับมาให้ต้านต้านได้ลองชิมไปด้วยกัน

 

***จบตอน วิธีทำให้พวกเจ้าทั้งหมดแข็งแกร่ง***

หัตถ์เทวะธิดาพญายม

หัตถ์เทวะธิดาพญายม

ในงานประมูลครั้งมโหฬารแห่งหอรื่นรมย์ สาวน้อยเครื่องอุ่นเตียงชั้นยอดได้ถูกเสนอราคาชนิดสูงเสียดฟ้า ในท่ามกลางความหื่นกระหายต่อสู้เยื้อแย่งราคากันอย่างบ้าคลั่งนั้น ดรุณีน้อยเปิดเปลือกตาทอดส่งผ่านลูกกรงขังสีทอง อายกระแสรังสีอันเย็นยะเยียบจับทรวงที่แผ่ซ่านออกมาจากเนื้อกาย บ่งบอกได้ว่ายามนี้นางไร้สิ้นความหวาดกลัวอีกต่อไป

Options

not work with dark mode
Reset