เคล็ดกายานวดารา – ตอนที่ 165 ความสำเร็จที่น่าตกใจ

เสียงระเบิดดังสนั่นออกมาจากถ้ำที่อยู่บนผาศิลา กึกก้องจนดึงดูดความสนใจจากทุกสายตาที่อยู่เบื้องล่าง พลันก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งเดินออกมาที่ปากทางเข้าถ้ำ 

 

 

 

 

 

“ถ้ำระดับชั้นในสำหรับศิษย์สายในเลยนะนั่น” ผู้คนมากมายร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตกใจ 

 

 

 

 

 

“หลิงเฮ่า” 

 

 

 

 

 

ถังหว่านเอ๋อใช้มือข้างหนึ่งดึงไปที่แขนของหลงเฉินแล้วเขย่าไปมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ ใบหน้าอันงดงามของนางปรากฏรอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ดวงตาคู่งามทอประกายเจิดจ้าไปที่เงาร่างสายนั้น 

 

 

 

 

 

“เหอะเหอะ ใช่ ยินดีด้วย ยินดีด้วย” 

 

 

 

 

 

หลงเฉินลูบไปที่มืออันขาวผ่องของถังหว่านเอ๋อ ในเมื่อสบโอกาสอันดีแล้ว มีหรือที่เขาจะไม่ฉกฉวยเอาไว้ 

 

 

 

 

 

“เจ้าตัวบัดซบ เจ้า……” ถังหว่านเอ๋อมีปฏิกิริยากลับคืนมาในทันทีจนแทบจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป อีกทั้งยังรีบชักมือกลับ 

 

 

 

 

 

ในขณะที่หลงเฉินกำลังเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสอันอ่อนโยนเมื่อครู่อยู่นั้น หลิงเฮ่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ข้างกาย “คุณหนูหว่านเอ๋อ ข้าทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ได้แล้ว ข้ามีชีวิตกลับมาแล้ว” 

 

 

 

 

 

“เยี่ยม เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด” ถังหว่านเอ๋อพยักหน้าไปมาแล้วกล่าวออกไป 

 

 

 

 

 

ร่างกายของหลิงเฮ่าถูกชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงชาด ที่แขนถูกแทงทะลุจนเห็นกระดูกโผล่ให้เห็นได้จากภายนอกส่งกลิ่นคาวตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณในความห่วงใยของคุณหนู ข้าขอตัวก่อน” 

 

 

 

 

 

หลิงเฮ่าโค้งกายแล้วรีบจากไปยังจุดแลกเปลี่ยนแผ่นป้าย จากนั้นก็เข้ารักษาตัวพร้อมกันกับกัวเหริน 

 

 

 

 

 

“ยอดเยี่ยม หลิงเฮ่าเป็นแบบอย่างที่ดีมาก เป็นเสมือนการเปิดตัวที่ดีอย่างยิ่ง” หลงเฉินพยักหน้าแล้วกล่าวชมเชยขึ้นมา 

 

 

 

 

 

ถังหว่านเอ๋อจึงกล่าวเสริมอีกว่า “หลิงเฮ่าผู้นี้มีคุณสมบัติชั้นเลิศ ทว่าก็ไม่ได้โดดเด่นแต่อย่างใด ถึงกระนั้นก็ยังสามารถผ่านเข้าไปเป็นศิษย์สายในได้ ช่างน่าประทับใจอย่างยิ่งยวดทีเดียว” 

 

 

 

 

 

“พลังฝีมือนั้นไม่ใช่ทุกอย่างที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ ยังมีจิตใจ ความพยายาม โชคชะตา และไหวพริบที่มีส่วนสำคัญจนสามารถที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนผู้นั้นได้เลย” หลงเฉินกล่าว 

 

 

 

 

 

เพราะแม้แต่หลงเฉินเองก็ไม่ได้มีพลังฝีมือมากมายแต่อย่างใด แม้แต่เส้นรากปราณก็ยังไม่มี ฉะนั้นที่เขามายืนอยู่ในจุดนี้ได้นั้นย่อมไม่ใช่เพราะพลังฝีมือเพียงอย่างเดียวแน่นอน 

 

 

 

 

 

ในขณะที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น ก็ได้มีเด็กน้อยผู้หนึ่งวิ่งตะบึงหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับร่างกายสะบักสะบอม ทว่าใบหน้าของเขานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความยินดีจนหลงลืมอาการบาดเจ็บของตัวเองไปทั้งหมด “คุณหนูหว่านเอ๋อ ข้าทำสำเร็จแล้ว” 

 

 

 

 

 

หลังจากที่คนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมา ก็ได้มีผู้คนอีกมากมายวิ่งตามมาด้วย ในมือของพวกเขาต่างก็ถือศีรษะของมนุษย์เอาไว้ ดวงตาทุกคู่ทอประกายเจิดจ้าแล้วจ้องมองมาที่ถังหว่านเอ๋อ 

 

 

 

 

 

ที่พวกเขาทำสำเร็จนั้นก็เพราะปรารถนาที่จะทำตามคำมั่นสัญญาของตัวเองที่มีต่อถังหว่านเอ๋อ จนทำให้ถังหว่านเอ๋อเกิดความปราบปลื้มขึ้นมาอย่างถึงที่สุด พลันก็ได้แอบมองไปยังหลงเฉินที่ทอสีหน้าเย็นชาราวกับว่าคุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้ไปเสียแล้ว 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ผ่านพ้นไปหนึ่งชั่วยาม เหล่าขุมกำลังของถังหว่านเอ๋อก็รับการทดสอบจนครบทุกคนแล้ว ผู้คนที่ได้เป็นศิษย์สายในมีอยู่ด้วยกันสามคน และเป็นศิษย์สายนอกอีกหกคน 

 

 

 

 

 

เดิมทีแล้วขุมกำลังที่ผ่านเข้าสู่รอบนี้มีทั้งหมดร้อยคน ผู้คนที่ไม่อาจผ่านการทดสอบและต้องตายอยู่ภายในถ้ำที่อยู่แปดคน 

 

 

 

 

 

ทว่าผลลัพธ์เช่นนี้กลับเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง นับได้ว่าห่างจากเกณฑ์ปกติที่เคยเป็นมา แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสเองก็ยังประหลาดใจไม่น้อย นี่ถือว่าเป็นบันทึกที่ดีที่สุดของขุมกำลังหนึ่งเลยก็ว่าได้ การที่เข้ามาร้อยคนแล้วมีผ่านการทดสอบเกือบเก้าสิบคน ช่างเป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างถึงที่สุด 

 

 

 

 

 

“คุณหนูหว่านเอ๋อ ท่านอย่าได้ลำบากใจอีกเลย พี่น้องที่ไม่ได้กลับมาต่างก็ได้ใช้หยาดโลหิตที่มีทั้งหมดทุ่มเทออกไป เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าความกล้าหาญของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้ผู้ใด 

 

 

 

 

 

หากไม่ตายไปตอนนี้ก็ย่อมต้องมีสักวันหนึ่งที่ตายตกลงไป แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ทว่าความรู้สึกเช่นนั้นถือได้ว่างดงามและน่าจดจำอย่างถึงที่สุด” ชิงยวูกุมไปที่มือของถังหว่านเอ๋อเบาๆ แล้วกล่าวออกมา 

 

 

 

 

 

ในหมู่ศิษย์สายในทั้งสามคนมีเพียงชิงยวูที่เป็นสตรีเพศ ฉะนั้นย่อมไม่อาจดูแคลนต่อพลังการต่อสู้ของนางได้เลย 

 

 

 

 

 

เมื่อเห็นว่าขุมกำลังของถังหว่านเอ๋อนั้นผ่านการทดสอบเป็นจำนวนมาก เหล่าขุมกำลังอื่นจึงไม่รีรออีกต่อไป พลันก็ได้มุ่งหน้าไปยังถ้ำศิลาเพื่อเข้ารับการทดสอบ 

 

 

 

 

 

ส่วนเยี่ยจื่อชิวก็มุมกำลังที่มีพรสวรรค์อยู่ไม่น้อย นางจึงได้ลักจำวิธีการของหลเฉินไปเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้คน ทว่าด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดใดของนางกลับทำให้การสร้างขวัญกำลังใจเป็นไปอย่างกระอักกระอ่วน แม้แต่หลงเฉินที่มองดูไม่ไกลก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเช่นนั้นไปด้วย 

 

 

 

 

 

เยี่ยจื่อชิว…เจ้าน่าจะเห็นแก่ผู้อื่นบ้างนะ หากเจ้าไม่อาจแสดงละครออกไปได้ ก็แค่ใช้มือปกปิดใบหน้าเอาไว้ก็ยังดี อย่างน้อยก็ทำให้ผู้คนไม่รู้สึกแย่ลงไปกว่าเดิม 

 

 

 

 

 

ทว่าราศีของนางเซียนย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง แม้ผู้คนจะไม่อาจเข้าถึงอารมณ์ของนางได้ ทว่าก็ยังมีพลังใจเพิ่มพูนขึ้นมาไม่น้อย อย่างน้อยก็ไม่หวาดกลัวเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ 

 

 

 

 

 

“หลงเฉิน เจ้าก็ไปเข้าทดสอบเป็นศิษย์สายในเถิด” ถังหว่านเอ๋อกล่าวต่อหลงเฉินหลังจากที่ขานรับผู้คนภายในขุมกำลังทุกคนแล้ว 

 

 

 

 

 

หลงเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างรุนแรง ทว่าทันใดนั้นก็เข้าใจขึ้นมาได้ว่าถังหว่านเอ๋อคงจะเป็นห่วงเขาอยู่ เพราะการทดสอบระดับชั้นในและชั้นนอกก็ถือว่าเป็นการทดสอบที่โหดร้ายเป็นอย่างมาก นางจึงไม่อยากให้หลงเฉินเข้าไปเสี่ยงอันตราย 

 

 

 

 

 

การทดสอบระดับจิตใจนั้นถือเป็นการทดสอบสูงสุดของหมู่ตึก ฉะนั้นความยากเย็นนั้นย่อมไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบได้ อีกทั้งยังอยู่เหนือความคิดของพวกเขาไปไกล 

 

 

 

 

 

หากเลือกที่จะเป็นศิษย์สายตรงแล้วขาดสติไปเพียงวูบเดียว แน่นอนว่าคงจะต้องตายตกไปอย่างไม่ทันรู้ตัว ถึงแม้ว่าพลังการต่อสู้ของหลงเฉินนั้นจะแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีโอกาสที่จะไม่สำเร็จสูงยิ่งนัก 

 

 

 

 

 

“คนอย่างข้านั้นกลัวตายอย่างถึงที่สุด ข้าคิดว่าจะเลือกระดับชั้นนอก” หลงเฉินส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไป 

 

 

 

 

 

“เจ้าตัวบัดซบ ข้ากำลังคุยแบบจริงจังกับเจ้าอยู่นะ” ถังหว่านเอ๋อตบไปที่ไหล่ของหลงเฉินเต็มแรง 

 

 

 

 

 

“เช่นนั้นก็ต้องลองดูกันก่อน” หลงเฉินละสายตาจางสาวงามไปที่หน้าผาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

 

 

 

 

 

เขาทราบดีว่าระดับจิตใจนั้นเรียกได้ว่ายากจนถึงขั้นวิกฤต ทว่าภายในจิตใจกลับไม่มีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเชื่อมั่นที่แน่วแน่อย่างถึงที่สุดเท่านั้น 

 

 

 

 

 

ความเชื่อมั่นที่เกิดจากการผ่านประสบการณ์ความเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วน จนทำให้จิตใจที่มุ่งมั่นของเขาไร้ซึ่งผู้ต้านทาน หากผู้อื่นเคยผ่านไปได้ แน่นอนว่าเขาก็ย่อมต้องทำได้ 

 

 

 

 

 

เดิมทีเขาเพียงแค่อยากเข้ามาอยู่ภายในหมู่ตึกเพื่อรวบรวมวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถแปรแสง ทว่าหลังจากที่ได้เข้ามาสัมผัสแล้ว ความคิดของเขาก็ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะทรัพยากรภายในหมู่ตึกแห่งนี้เรียกได้ว่าอยู่นอกเหนือจากที่เขาคาดคิดเอาไว้มาก 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ที่ได้เข้ารับการทดสอบมาแรมเดือน เขาก็สามารถเสาะหาสิ่งของมีค่ามากมายมาได้ จึงทำให้ภายในจิตใจเกิดความว้าวุ่นขึ้นมาไม่น้อยเลย คล้ายกับว่าภายในหมู่ตึกแห่งนี้จะต้องมีสมบัติซ่อนอยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วนอยู่อีกแน่นอน 

 

 

 

 

 

และหากเข้าได้เป็นศิษย์สายตรงแล้วก็คงจะสามารถรวบรวมทรัพยากรได้มากขึ้นและง่ายดายขึ้น ทว่าหากกระทำเช่นนั้นก็แสนจะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยความลับของเคล็ดกายานวดาราจนกลายเป็นที่หมายตาของผู้อื่นอย่างไม่ต้องสงสัย 

 

 

 

 

 

ถึงแม้ว่าเขาจะมีความเชื่อมั่นอย่างท่วมท้น ทว่าก็ไม่ได้สูงส่งจนไร้ผู้เทียมทาน หากเลือกเฒ่าชราผู้หนึ่งในที่แห่งนี้มาต่อสู้ตัวด้วย แน่นอนว่าเขาคงจะถูกบีบจนตายคามือคนเหล่านั้นไปอย่างง่ายดายคล้ายกับเป็นเพียงแมลงวันตัวหนึ่ง 

 

 

 

 

 

หลังจากที่เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม ทางหมู่ตึกก็มีศิษย์ที่ผ่านการทดสอบเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ทว่าผู้ที่ถูกฆ่าตายและไม่ผ่านการทดสอบก็มีมากขึ้นด้วยเช่นนั้น บริเวณแห่งนั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิตอย่างรุนแรง 

 

 

 

 

 

หลงเฉินจึงตระหนักขึ้นมาได้ในทันทีถึงความหมายในการจัดการทดสอบอันเ**้ยมโหดของหมู่ตึก นับตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาสังหารเด็กน้อยผู้ที่แอบอ้างบัตรเทียบเชิญไปหลายคน เพื่อสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนว่าที่หมู่ตึกแห่งนี้ไม่ใช่บ้านและไม่เหมือนที่ที่พวกเจ้าจากมา 

 

 

 

 

 

ส่วนในช่วงที่อยู่ในแผนที่การทดสอบก็ได้มีการจัดเตรียมสัตว์มายาระดับสองเอาไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อทำให้ผู้คนตระหนักว่าการทดสอบในครั้งนี้ไม่ใช่การละเล่นของเด็กน้อย ทว่ากลับเป็นการทดสอบถึงขั้นเอาชีวิตกันเลยทีเดียว 

 

 

 

 

 

และเมื่อเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยิ่งพบว่ามีผู้คนตายตกไปมากขึ้น เพื่อเป็นการบอกว่าแม้จะใกล้จุดหมายทว่าความเสี่ยงก็คงอยู่ หากปรารถนาที่จะได้รับสิ่งที่ดีเยี่ยมก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่มากขึ้น 

 

 

 

 

 

จนในที่สุดก็เข้ามาสู่การทดสอบสุดท้ายที่เรียกได้ว่าโหดเ**้ยมจนเกินบรรยาย อีกทั้งยังเป็นการนองเลือดโดยสมบูรณ์แบบอีกวิธีหนึ่ง ทว่าการทดสอบนี้จัดขึ้นเพื่อท้าทายจิตใจของผู้คน 

 

 

 

 

 

ด้วยการคัดกรองอย่างแสนสาหัสนี้จะทำให้ทางหมู่ตึกได้รับศิษย์ที่มีทั้งพลังฝีมือ จิตใจ ไหวพริบที่สุกงอมแล้ว ผู้คนเหล่านี้ย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอที่พวกเขาควรให้การสนับสนุน 

 

 

 

 

 

ทว่าก็ยังมีช่วงเวลาหนึ่งที่การทดสอบยังคงมีศิษย์ที่โง่งมปรากฏขึ้นมาจนต้องตายตกไปอย่างอเนจอนาถ แม้แต่ผู้อาวุโสถู่ฟางก็ยังต้องด่าทอขึ้นมาอย่างไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้ 

 

 

 

 

 

หลงเฉินจึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการคัดเลือกศิษย์ของสำนักพลิกสวรรค์ช่างโหดร้ายและแสนสาหัสเป็นอย่างยิ่ง ทว่าถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็จะรับรู้ได้ถึงความสมบูรณ์แบบของวิธีการ ด้วยการลงมืออันเ**้ยมโหดเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะสมกับทุกสำนักอย่างแน่นอน 

 

 

 

 

 

การทดสอบดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนในตอนนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการทดสอบ บริเวณโดยรอบเริ่มเงียบสงบลงกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะว่าผู้คนโดยส่วนใหญ่ต่างก็ทยอยเข้ารับการทดสอบจนเกือบจะครบทั้งหมดแล้ว 

 

 

 

 

 

ส่วนบางคนก็ได้ถอนตัวออกไปก่อนโดยการคืนแผ่นป้ายที่รวบรวมมา นั่นไม่ใช่เพราะพวกเขาแข็งแกร่งไม่พอ ทว่าเป็นเพราะยังไม่อาจเข้าสู่ประสบการณ์แห่งการนองเลือดเช่นนี้ไปได้ 

 

 

 

 

 

บ้างก็ทำการซื้อขายแผ่นป้ายที่ตัวเองรวบรวมขึ้นมาได้ และทางหมู่ตึกก็ไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเพียงเล็กน้อยเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะบนโลกใบนี้ไร้ซึ่งความยุติธรรม คิดที่จะหาความยุติธรรมให้ตัวเองก็ต้องไปแย่งชิงมาเอง หากกล้าที่จะใช้ชีวิตเข้าแลก ทางหมู่ตึกก็พร้อมที่จะเปิดเส้นทางให้พวกเขาได้เลือกเดิน 

 

 

 

 

 

การทดสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพราะว่านี่ไม่ใช่การแสดง ทว่าเป็นการต่อสู้ที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ความเป็นตายย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา 

 

 

 

 

 

หลังจากเวลาผ่านไปสามชั่วยาม ผู้คนทั้งหมดก็ได้เข้ารับการทดสอบแทบจะทั้งสิ้นแล้ว ยกเว้นเสียแต่เหล่ายอดฝีมือระดับสัตว์ประหลาด 

 

 

 

 

 

ขุมกำลังของเหร่ยเชียนซังกับชีซิ่งนั้นหดหายไปเกือบครึ่ง ทว่าภายในขุมกำลังของพวกเขากลับมีผู้ที่ได้รับแผ่นป้ายประจำตัวของศิษย์สายในไปถึงสิบเจ็ดคน 

 

 

 

 

 

หลงเฉินได้แต่สบถเสียงดังชิขึ้นมาอย่างเย็นชา แล้วจ้องมองไปที่ชายหนุ่มทั้งสองคนนั้น พวกเขาช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว ไม่คิดที่จะเก็บออมลูกน้องของตัวเองบ้างหรืออย่างไรกัน ถึงกับให้ทดสอบในระดับที่สูงส่งจนมีจำนวนคนตายสูงถึงเพียงนี้ 

 

 

 

 

 

ในเมื่อหากได้เป็นศิษย์สายนอกแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็สามารถสอบวัดระดับได้อีกครั้ง ขอเพียงมีพลังการต่อสู้ที่สูงส่งเพียงพอก็ย่อมสามารถแย่งชิงตำแหน่งได้ในภายหลัง 

 

 

 

 

 

ส่วนทางด้านของยวี่จื่อเฟิงกับเยี่ยจื่อชิวนั้นก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว มีผู้คนผ่านการทดสอบกว่าเจ็ดส่วน ทว่ากลับมีจำนวนศิษย์สายในประมาณหกเจ็ดคน ที่เหลือนั้นต่างก็เป็นศิษย์สายนอกทั้งหมด 

 

 

 

 

 

และขุมกำลังของถังหว่านเอ๋อที่ถึงแม้ว่าจะผ่านเข้าไปมากที่สุด ทว่าหากวัดจากระดับความแข็งแกร่งแล้วกลับอยู่รั้งท้าย เพราะมีศิษย์สายในเพียงแค่สามคนเท่านั้น 

 

 

 

 

 

“ข้าจะไปแล้ว” 

 

 

 

 

 

ถังหว่านเอ๋อทอแววตาเป็นประกายเจิดจ้าเหม่อมองไปที่หน้าผาอันสูงชันแล้วก้าวเดินออกไปในทันที…

เคล็ดกายานวดารา

เคล็ดกายานวดารา

เป็นจักพรรดิโอสถกลับเกิดใหม่งั้นหรือ ? เป็นการผสานจิตวิญญาณกันหรือ ? หลงเฉิน เด็กหนุ่มที่ถูกช่วงชิงรากปราณ โลหิตปราณ กระดูกปราณทั้งสามสิ่งไป ได้หยิบยืมวิชาการหลอมโอสถระดับเทวะภายใต้ความทรงจำ ฝึกปรือวิชาเคล็ดกายานวดาราอันลี้ลับ แหวกม่านหมอกที่หนาทึบออก ปลดปล่อยโชคชะตาครอบครองพลังวงแหวนเทวะแห่งฟ้าดิน เหยียบย่างชั้นดาราตะวันจันทรา พบพานสาวงามต่างๆ กำราบมารร้ายเทพแห่งความชั่วจนกลายเป็นที่เลื่องลือก้องแดนเจียงหนาน หลงเฉินมาถึง สวรรค์คำรนพสุธาคำราม หลงเฉินไปจาก ภูตผีหลั่งน้ำตาเทพร่ำไรจนเป็นที่ตำนานแห่งยุทธ์ภพ หลงเฉินปรากฎ ฟ้าดินสั่นสะเทือน หลงเฉินเดินจาก ภูตผีหลั่งน้ำตาเทพยดาร้ำไห้ ระดับพลัง 1.ขอบเขตก่อรวม 2.ขอบเขตก่อโลหิต 3.ขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็น 4.ขอบเขตปรือกระดูก 5.ขอบเขตเชื่อมชีพจร 6.ขอบเขตแห่งการก่อฟ้า ระดับโอสถ 1.โอสถสามัญ 2.โอสถปัญญา 3.เชี่ยวชาญโอสถ 4.ราชาโอสถ 5.ราชันโอสถ 6.จ้าวโอสถ 7.เซียนโอสถ 8.ปราชญ์โอสถ 9.จักรพรรดิ์โอสถ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset