เคล็ดกายานวดารา – ตอนที่ 78.1 ของขวัญของหลงเฉิน

เมื่อตรวจสอบได้ว่ายิงฮวากำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในป่าที่เงียบเชียบราวกับสุสานร้าง หลงเฉินที่เคยหลับตาเข้าสู่ความว่างเปล่าอยู่นั้นก็ได้ลืมตาขึ้นมาในบัดดล

ถึงแม้ความเร็วของหลงเฉินจะไม่ถึงกับเร็วมากนัก ด้วยความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เปิดเผยร่องรอย เพื่อเพิ่มความยากในการสะกดรอยตามให้กับยิงฮวา อีกทั้งยังต้องเคลื่อนไหวให้ไร้ซึ่งซุ่มเสียงจนยิงฮวาจับทิศทางได้ ไม่เช่นนั้นที่กระทำมาทั้งหมดย่อมสูญเปล่าอย่างแน่นอน

เส้นทางในการหลบหนีของหลงเฉินนั้นมีเพียงเส้นทางสายเดียวเท่านั้น หากเปิดเผยทั้งเสียงทั้งร่องรอยก็จะยิ่งทำให้ยิงฮวาพบเจอได้ในทันที ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ย่ำแย่อย่างถึงที่สุดแล้ว

การละเล่นในครั้งนี้ไม่ควรเป็นตามการเล่นซ่อนแอบธรรมดาทั่วไปได้อย่างแน่นอน เพราะหากถูกจับได้ก็หมายความว่าต้องจบชีวิตลงไปด้วย นับตั้งแต่หลงเฉินถือกำเนิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ภายในจิตใจร้อนรนได้ถึงเพียงนี้ ราวกับมีคมดาบของเทพมรณะมาจ่ออยู่ที่ลำคอ ขอเพียงขัดขืนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ศีรษะร่วงลงสู่พื้นได้

“หลงเฉิน ข้าเห็นเจ้าแล้ว ไปตายเสียเถิด”

ยิงฮวาตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมกับมุ่งก้าวฝีเท้ามายังทิศทางที่หลงเฉินอยู่ ความฉงนเกิดขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนรอยยิ้มแสนเย็นชาขึ้นที่มุมปาก

ตอนนี้ระยะห่างของเขาและยิงฮวาเหลืออยู่เพียงห้าลี้เท่านั้น เห็นได้ชัดความเร็วของยิงฮวานั้นมากกว่าหลงเฉินอยู่มาก เพราะหลงเฉินจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าคดเคี้ยวไปมา ไม่อาจที่จะเดินเป็นเส้นทางตรงดิ่งได้ หากเป็นไปตามเส้นทางจริงที่หลงเฉินเดินผ่านมา พวกเขาก็คงจะทิ้งระยะห่างเอาไว้กว่าสิบลี้เฉกเช่นเดิมแล้ว

ทางด้านของยิงฮวาเองก็ได้สร้างสถานการณ์ข่มขวัญขึ้นมา ชายฉกรรจ์กระโดดเสียงดังตึงตังไปมาเพื่อข่มขู่ผู้เยาว์อย่างหลงเฉินให้กระวนกระวาย เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อผู้เยาว์โดยส่วนมากเกิดอาการแตกตื่นตกใจ การหลบลี้หนีภัยจะสามารถจับการเคลื่อนไหวได้เสมือนตกลงสู่หลุมพรางของเขาเข้าแล้ว

ในขณะนี้หลงเฉินได้ทำการซ่อนตัวอยู่บนต้นสนต้นใหญ่อย่างเงียบเชียบ คอยชื่นชมบุคคลที่เป็นถึงชนชั้นแนวหน้าของจักรวรรดิเฟิงหมิงที่กำลังพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาเขาอยู่

ทว่ากลับไม่กล้าใช้สายตามองไปที่ยิงฮวาโดยตรง ครั้งก่อนหน้าที่พวกเขาเจอกันในงานประมูลของหมู่ตึกฮวาหวิน เพียงแค่เขามองผ่านยิงฮวาทางหน้าต่างขุ่นมัว กลับถูกยิงฮวาตรวจจับได้ในทันที

ยิงฮวาพยายามเปิดการรับรู้ของตนอย่างต่อเนื่อง กลับไม่เกิดผลลัพธ์อันใดเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่อาจที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว จึงพยายามเสาะหาร่องรอยของหลงเฉินต่อไป

และต่อให้หลงเฉินระวังตัวมากกว่านี้ เขาก็ไม่สามารถเหาะเหินไปบนพื้นดิน บนยอดหญ้า บนศิลาหินผา หรือแม้แต่บนกิ่งไม้ได้โดยไม่หลงเหลือรอยเท้าเอาไว้เลย

ทว่าด้วยความรอบคอบอันน่าเลื่อมใสของหลงเฉิน เขาจึงทำให้บางแห่งหนเกิดร่องรอยที่ไม่ชัดเจนขึ้นมา ยิงฮวาจึงจำเป็นจะต้องตรวจดูอย่างละเอียดจึงจะแน่ใจในเส้นทางที่เขาเดินไปได้ เพียงเท่านี้ยิงฮวาก็สูญเสียจิตสมาธิและเวลาไปเป็นอย่างมากแล้ว

“หลงเฉิน หลังจากที่ข้าจับเจ้าได้แล้ว จะต้องถลกหนังและเลาะกระดูกของเจ้าออกมาจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างแน่นอน จากนั้นก็จะเอากระดูกของเจ้าไปทำเป็นเก้าอี้รองนั่งเสียหน่อย” ยิงฮวาสบถออกมาอย่างเหลืออด แล้วกัดฟันกรามจนเสียงดังเอียดอาด

เขาคิดว่าหลงเฉินนั้นจะต้องอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เขาอยู่อย่างแน่นอน อีกทั้งหลงเฉินคงจะกำลังหลบซ่อนอยู่ในจุดอับที่ใดสักแห่งหนึ่ง ด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสะใจ รอยยิ้มที่แสนจะเย้ยหยันอย่างแน่นอน ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมาอย่างมาก

เป็นถึงยอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นผู้หนึ่ง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสามสุดยอดฝีมือแห่งจักรวรรดิ ไม่น่าเชื่อเลยว่าแม้แต่การสังหารเจ้าหนูผู้ที่มีพลังขอบเขตขั้นก่อรวมเพียงคนเดียวก็ยังทำไม่ได้ ถ้าหากถูกปล่อยข่าวเช่นนี้ออกไปย่อมต้องกลายเป็นเรื่องที่น่าขำขันเยาะเย้ยไปทั่วทั้งจักรวรรดิอย่างแน่นอน

วันนี้หากไม่ได้ดับเพลิงแค้นที่ปะทุอย่างรุนแรงอยู่ในทรวงอก ก็อย่าได้อยู่ร่วมโลกกันอย่างสงบสุขอีกเลย ตอนนี้เขาจำเป็นที่จะต้องเรียกสติกลับคืนมา คงความเยือกเย็นภายในจิตใจเอาไว้ หากประมาทไปแม้เพียงเล็กน้อย เกรงว่าจะทำให้หลงเฉินหลุดรอดจากกำมือไปได้อย่างแน่นอน ยิงฮวาจึงพยายามเงี่ยหูสดับรับฟังเสียงการเคลื่อนไหวของสายลมรอบข้างอย่างใจจดจ่อ

เมื่อหลงเฉินได้ยินเช่นนั้น มุมปากก็ยิ้มเหยียดมากขึ้นกว่าเดิม “คิดจะถลกหนังตัดเส้นเอ็นของข้าอย่างนั้นหรือ? เกรงว่าความหวังอันยิ่งใหญ่ของเจ้าคงจะเป็นไปได้ยากเสียแล้วล่ะ”

ยิงฮวาที่ค่อยๆ เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ หลงเฉินก็ดูหนทางหลบหนีอีกครั้งหนึ่ง ขอเพียงแค่ได้มุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของผืนป่าก็คงจะสำเร็จไปตามที่นึกคิดเอาไว้

ความจริงเขาสามารถหลบหนีออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ แล้วมุ่งหน้ากลับไปยังจักรวรรดิได้อันจะเป็นความคิดที่ดีเยี่ยมเสียมากกว่า ทว่าเขากลับเข้าใจถึงก้นบึ้งของความคิดในสมองของยิงฮวาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่ชายฉกรรจ์ผู้นี้จะตามเข้ามาที่นี่ แน่นอนว่าย่อมต้องมีการเตรียมการบางอย่างเอาไว้ที่ภายนอกแล้ว ถ้าหากเขาออกไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า มีความเป็นไปได้สูงว่าจะนำพาตัวเองไปติดร่างแหของยมบาลผู้นี้อย่างแน่นอน

ที่สำคัญที่สุดก็คืออาการบาดเจ็บที่แสนสาหัสของเส้นลมปราณในมือขวา จนไม่อาจใช้พลังการต่อสู้ออกมาได้ถึงหนึ่งในสิบเสียด้วยซ้ำ หากประจันหน้ากับยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิตก็สามารถปลิดชีพของเขาได้แล้ว

หลังจากที่ได้เดินเข้าไปไกลจนเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงสองชั่วยาม ความมืดมืดบนท้องฟ้าก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งผืนป่าจนไม่อาจมองเห็นแม้แต่ร่างเงาของตัวเอง ความเย็นยะเยือกเข้าครอบงำบรรยากาศโดยรอบ อีกทั้งยังมีเสียงเห่าหอนของสัตว์ป่านานาชนิดที่แผดดังขึ้นมาตลอดเวลา

หลงเฉินถอดสีหน้าไปเล็กน้อย หากโชคไม่ดีขึ้นมาถูกสัตว์ป่าสักชนิดหนึ่งพบเจอเข้า เช่นนั้นก็จะกลายเป็นชักจูงยิงฮวาให้พบเจอได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าเดิม

ยามค่ำคืนก็ได้คืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ สัตว์ป่าน้อยใหญ่เริ่มออกหากินกันแล้ว สัตว์ป่าเหล่านั้นย่อมไม่อาจแยกแยะได้อยู่แล้วว่าเขามีความร้ายกาจมากเพียงใด หากเห็นเขาเป็นอาหารชั้นเลิศแล้วโจมตีเข้ามาคงจะยุ่งยากเสียแล้ว

บัดนี้หลงเฉินกำลังซ่อนกายอยู่ใต้โขดศิลาใหญ่ก้อนหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงตึงตังเบาๆ ดังขึ้นมาเป็นสาย หลงเฉินสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ทว่าก็ยังคงไม่อาจหยุดเสียงเต้นโครมครางที่อยู่ภายในอกได้ แล้วกวาดสายตามองไปโดยรอบอย่างตั้งอกตั้งใจ

ในตอนนี้ความมืดมิดนั้นยิ่งกว่ามืดมิดเสียอีก แม้แต่ยื่นมือออกไปก็ยังไม่อาจพบเห็นนิ้วทั้งห้าของตัวเองได้ ทว่าด้วยการเบิกพลังแห่งจิตวิญญาณขึ้นมาก็สามารถใช้แทนดวงตาได้แล้ว ‘มองเห็น’ การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในระยะสิบช่วงตัวได้อย่างชัดเจน

ต้นเสียงนั้นก็คือหมาป่าตัวหนึ่งที่มีความสูงสามเซียะกำลังอยู่ในท่ากึ่งหมอบ ตวัดลิ้นไปมา และจ้องมองมาที่เขาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

เคล็ดกายานวดารา

เคล็ดกายานวดารา

เป็นจักพรรดิโอสถกลับเกิดใหม่งั้นหรือ ? เป็นการผสานจิตวิญญาณกันหรือ ? หลงเฉิน เด็กหนุ่มที่ถูกช่วงชิงรากปราณ โลหิตปราณ กระดูกปราณทั้งสามสิ่งไป ได้หยิบยืมวิชาการหลอมโอสถระดับเทวะภายใต้ความทรงจำ ฝึกปรือวิชาเคล็ดกายานวดาราอันลี้ลับ แหวกม่านหมอกที่หนาทึบออก ปลดปล่อยโชคชะตาครอบครองพลังวงแหวนเทวะแห่งฟ้าดิน เหยียบย่างชั้นดาราตะวันจันทรา พบพานสาวงามต่างๆ กำราบมารร้ายเทพแห่งความชั่วจนกลายเป็นที่เลื่องลือก้องแดนเจียงหนาน หลงเฉินมาถึง สวรรค์คำรนพสุธาคำราม หลงเฉินไปจาก ภูตผีหลั่งน้ำตาเทพร่ำไรจนเป็นที่ตำนานแห่งยุทธ์ภพ หลงเฉินปรากฎ ฟ้าดินสั่นสะเทือน หลงเฉินเดินจาก ภูตผีหลั่งน้ำตาเทพยดาร้ำไห้ ระดับพลัง 1.ขอบเขตก่อรวม 2.ขอบเขตก่อโลหิต 3.ขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็น 4.ขอบเขตปรือกระดูก 5.ขอบเขตเชื่อมชีพจร 6.ขอบเขตแห่งการก่อฟ้า ระดับโอสถ 1.โอสถสามัญ 2.โอสถปัญญา 3.เชี่ยวชาญโอสถ 4.ราชาโอสถ 5.ราชันโอสถ 6.จ้าวโอสถ 7.เซียนโอสถ 8.ปราชญ์โอสถ 9.จักรพรรดิ์โอสถ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset