เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗] – ตอนที่ 243

บทที่ 243 : การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม

สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว…!

คำง่าย ๆ นี้คือข้อความที่แอนดรูว์ได้รับจากหลังประตูบานนั้น

ทว่าในคำพูดสั้น ๆ นี้กลับบรรจุแก่นแท้ของการเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้ เป็นภาษาแห่งจักรวาล

ตอนนี้เขารู้สึกราวกับเป็นทารกแรกเกิด ทุกอย่างที่เขาคิดว่ารู้เกี่ยวกับโลกเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

พายุที่กลืนเขาเข้าไปได้ปัดเป่าทุกธุลีแห่งอดีตของเขา นำมาซึ่งตัวเขาที่ใหม่เอี่ยม สมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งขึ้น

การเพิ่มพูนของความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่เพียงทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงความมั่นใจอันแท้จริง และความรู้สึกราวกับเป็นผู้ควบคุมอย่างไม่เคยมีมาก่อนด้วย

จากดวงตาของแอนดรูว์นั้น การไหลผ่านระหว่างทุกสิ่งชัดเจนขึ้นมายิ่งกว่าครั้งไหน ๆ สายใยที่แยกกันไม่ได้ถูกก่อขึ้นมาระหว่างทุกสิ่ง

และสายใยเหล่านี้ ในตอนนี้อยู่ในการควบคุมของแอนดรูว์แล้ว

เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถทำให้สายใยเหล่านี้แตก ทำลายมัน หรือสร้างพวกมันใหม่ขึ้นมาได้ตามใจ!

ถ้าให้บรรยายความรู้สึกนี้ด้วยคำพูด มันคงคล้ายกับการเปลี่ยนไปเป็น ‘พระเจ้า’ ที่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้…

แอนดรูว์คนเก่าคงรู้สึกหลงใหลกับความรู้สึกเสมือนพระเจ้านี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น ทำให้ทิฐิของเขาบวมพองจนสูญเสียจิตใจ แล้วในที่สุดก็หลงเข้าไปในเส้นทางที่ไม่อาจคาดเดาได้แน่ ๆ

แต่ตอนนี้เขากลับเยือกเย็นเป็นพิเศษ ที่จริงแล้ว เขาไม่มีความรู้สึกต่อการเปลี่ยนแปลงนี้เลยสักนิดเดียว

ความกังวลรุนแรงและความศรัทธาอย่างแรงกล้าในขณะนี้ ทั้งหมดต่างมุ่งสู่ชายหนุ่มตรงหน้าเขา บุคคลผู้ประสาทของขวัญชิ้นนี้แก่เขา

แอนดรูว์จับจ้องหลินเจี๋ยอย่างศรัทธาและบูชา

ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาเตือนขึ้นมาว่าคุณหลินชอบให้ปฏิบัติด้วยเหมือนเจ้าของร้านหนังสือธรรมดาล่ะก็ เขาคงได้โห่ร้องสุดเสียงว่า ‘หนึ่งเดียวคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียว!’ ก่อนจะคุกเข่าลงไปจูบพื้นตรงหน้าคุณหลินเพื่อสาบานความภักดีแล้ว

“เยี่ยม…ไม่เลวเลย สมกับความคาดหวังของผมต่อนักวิชาการเลยนะครับ คุณเข้าใจความหมายเชิงปรัชญาของหนังสือเล่มนี้อย่างแม่นยำและหาคำพูดหลักในหนังสือได้ในเวลาแค่สั้น ๆ ประสิทธิภาพสูงเอาเรื่องเลยนะครับ”

หลินเจี๋ยพยักหน้าพลางเอ่ยชมแอนดรูว์อย่างรื่นเริงใจ

‘สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว’ นั้นย่อมเป็นคำตอบของคำถามของเขา และมันยังเป็นข้อความหนึ่งในหนังสือขุมทรัพย์สุดปลายฝันด้วย

ตั้งแต่แรก เขาได้ใช้คำนี้และปรัชญาจากหนังสือเล่มนี้เพื่อนำทางแอนดรูว์ นี่จะทำให้เกิดช่วงเวลาที่แอนดรูว์จะรู้สึกประมาณว่า ‘นี่ไงล่ะ!’ หลังจากที่เขาอ่านเจอคำนี้ในหนังสือ

ประโยคนี้ รวมไปถึง ‘หนึ่งเดียวคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียว’ คือคำอธิบายของขุมทรัพย์สุดปลายฝัน

ขุมทรัพย์สุดปลายฝันทั้งเล่มนั้นพูดถึงหัวข้อของเรื่องเหนือธรรมชาติ และที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นการเขียนเรื่องเชิงเปรียบเทียบ

แน่นอนว่าต่างคนต่างมีการตีความที่แตกต่างกันออกไป

มันสามารถตีความได้กระทั่งว่า ‘ทุกสิ่งในจักรวาลมีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเราต้องปกป้องสิ่งแวดล้อมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเคราะห์กรรมจะตามมาในสักวัน’

แน่นอนว่าต่างคนต่างมีการแปลความหมายแตกต่างกันไป

แต่ไม่ว่าจะแปลออกมาอย่างไร คนอ่านก็ต้องหาประโยคหลักนี้ในหนังสือเล่มนี้ให้เจอก่อน

“คุณชมผมเกินไปแล้วครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งหมดล้วนมาจากของขวัญอันกรุณาของคุณที่ทำให้ผมได้รับความรู้ที่หาค่าไม่ได้นี้มาครับ”

แอนดรูว์พูดต่ออย่างสำนึกผิดและอ่อนน้อม “ไม่อย่างนั้นผมคงได้ใช้ชีวิตในความมืด ไม่ได้เห็นแสงที่ชีวิตผมไม่เคยได้เห็นอยู่ตรงหน้าแบบนี้”

ความคิดของเขาเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล แต่เขากลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติและกระทั่งภูมิใจกับความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

จากมุมมองของแอนดรูว์แล้ว ชายหนุ่มตรงหน้าเขานี้รอบรู้ เชี่ยวชาญทุกสิ่ง และมีหูตาอยู่ทุกที่ ความยิ่งใหญ่ของเขาไม่อาจบรรยายได้ ทว่ากลับเทียบได้กับพระเจ้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ…

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นเพียงข้ารับใช้ผู้หนึ่งของตัวตนที่ยิ่งใหญ่นี้

แอนดรูว์สละได้ทุกสิ่งเพื่อเขา!

หลินเจี๋ยตอบด้วยรอยยิ้ม “พูดได้ดีครับ ผมรู้สึกอยู่เสมอว่าคนเราจะบรรลุถึงความยิ่งใหญ่ได้ก็เพราะจากความใฝ่เรียนรู้ ผมคงไม่สามารถขายมันให้กับลูกค้าที่เหมาะสมได้ทำคนใฝ่รู้อย่างคุณแล้วล่ะครับ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องได้ค้นพบ ‘การเล่นแร่’ ที่เปลี่ยนชีวิตคุณได้จากในนั้นแน่นอน”

เจ้าของร้านหลินตบบ่าของแอนดรูว์พลางเน้นคำว่า ‘ขาย’ อย่างจงใจ

ทุกความเพ้อเจ้อก่อนหน้าคำ ๆ นี้ต่างเป็นแค่ตัวหลอกให้สมองมึนงงเท่านั้น หลินเจี๋ยยังคงจ่อมจมกับคำว่า ‘ของขวัญอันกรุณา’ ที่แอนดรูว์ใช้อยู่ เจ้าหมอนี่คิดจะขอของฟรีหรือไงเนี่ย?

สายตาของหลินเจี๋ยทิ่มแทงขึ้นในทันที

เขาจับจ้องแอนดรูว์อย่างใกล้ชิดแล้วพูดเพิ่ม “แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องบอกนะครับว่าความรู้ไม่ได้ได้มาฟรี ๆ ทุกอย่างมีราคาของมันนะครับ”

แอนดรูว์ตัวสะท้านน้อย ๆ ขณะที่เขาถูกย้ำเตือนถึงแสงอันไร้ขีดจำกัดนั้นขึ้นมา

มันราวกับว่าแอนดรูว์คนเก่าได้กลับมาในช่วงเวลาสั้น ๆ ทุกอย่างจากอดีตนั้นชัดเจน ทว่ามันกลับรู้สึกเหมือนถูกแยกจากเขาด้วยชั้นหมอกบาง ๆ แล้วมันก็ค่อย ๆ ห่างออกไปจากตัวเขาทุกที

เขาเข้าใจแล้วถึงแก่นที่แท้จริงของการเล่นแร่แปรธาตุ การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม!

‘สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว’ หมายความว่าทุกอย่างในจักรวาลนี้ยึดกฏการอนุรักษ์ แอนดรูว์ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกับอำนาจยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับมา

บางที…เขาอาจจะต้องจ่ายด้วยชีวิตของเขาก็ได้

แต่แล้วไงล่ะ?

แอนดรูว์เผยรอยยิ้มออกมา นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการ!

หลังจากใช้ชีวิตอย่างอู้ฟู่และฐานะอันสูงส่ง เขายังมีอะไรเหลืออีก? คนรักของตัวเองก็หักหลัง จากนั้นก็ใส่ความเขาภายใต้การครอบงำของเจโรม สิทธิ์สั่งการของเขาก็โดนเดียมันเต้ยึดไป และเขาก็เกือบเสียอิสรภาพของตัวเองไปแล้ว

ทุกอย่างไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง!

ชายรูปงามกำลังจะออกตามหาความเป็นนิรันดร์หนึ่งเดียวในโลก เพราะเขาได้เห็นแสงเบื้องหลังประตูแล้ว

“ผมเข้าใจแล้วครับ…ผมจะไม่ขี้เหนียวกับการชดเชยแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมควรทำ และผมต้องทำ” แอนดรูว์พูดอย่างโล่งใจ

จู่ ๆ เขาก็สำนึกอะไรขึ้นมากะทันหันล่ะนี่?

หลินเจี๋ยมองเขาด้วยแววตาแปลก ๆ

ไหงเจ้าแอนดรูว์นี่ถึงดูเหมือนเขาพร้อมพลีชีพให้เรา ถึงเราจะไม่ได้ขอให้เขาทำล่ะฟะเนี่ย?

ซุปไก่เราได้ผลชะงัดขนาดนั้นเชียว? หรือหนังสือคลาสสิกเล่มนี้ทำให้เขาตรัสรู้อะไรขึ้นมา?

ช่างมันเถอะ ตราบใดที่เขาจ่ายเงินก็เป็นพอแล้ว

หลินเจี๋ยคิดในใจพลางส่ายหน้า

ช่วงเวลาที่เขารอมานานได้มาถึง เขาหยิบหนังสือลงทะเบียนลูกค้าและปากกาออกมา

เขาพูดด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า “ขอบคุณที่อุดหนุนครับ ทั้งหมดสี่สิบห้าดอลลาร์ครับผม”

สายลมอันเย็นเยือกเป่าฮู้ดของมิคาเอลจนเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและเส้นผมสีบลอนด์ที่พริ้วระบำไปกับสายลม

ชุดคลุมสีขาวของเขาปลิวสะบัด ดาบกางเขนสีแดงในมือของเขาตัดเข้าไปในดินสีดำที่ถูกแช่แข็งอย่างเฉียบขาดพร้อม ๆ กับที่เขาเดินทางไปตามสันเขาอย่างสง่างาม

หิมะที่ถมจนเป็นชั้นหนาปกคลุมเทือกเขาราวกับชั้นเกล็ดของมังกร สายลมหวีดหวิวพัดผ่านชั้นเมฆ แต่ไม่อาจปัดเป่าหมอกหนาสีเทาที่โอบล้อมภูเขาออกไปได้ ยิ่งความชื้นในหมอกถูกควบแน่น สายฟ้าแล่นครืนและพายุไซโคลนยักษ์ก็อุบัติขึ้นตามมาในไม่ช้า ซึ่งนั่นทำให้ภูเขาลูกยักษ์ดูเล็กจ้อยไปเลยเมื่อเทียบกัน

สายตาของมิคาเอลเจิดจ้าและทะลุทะลวง เขายกดาบกางเขนของเขาขึ้นแล้วส่งลำแสงหนึ่งเข้าไปในพื้นดิน

นั่นเป็นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมา

เปรี้ยง!!

น้ำแข็งระเบิดกลายเป็นหมอกและพื้นดินที่ถูกแช่แข็งปริแตกออกพร้อม ๆ กันพร้อมด้วยเสียงครืนกัมปนาท โขดหินใหญ่ยักษ์เริ่มร่วงกรูลงไปเบื้องล่าง

“ราชายักษ์เอ๋ย จงตื่น!” มิคาเอลคำราม

การสั่นไหวอย่างรุนแรงอุบัติขึ้นพร้อมกับที่เหล่าภูเขาส่งเสียงราวฟ้าผ่า ฝ่ามือมโหฬารผุดออกมาจากใต้พื้น ตามด้วยร่างใหญ่ยักษ์ร่างหนึ่ง

นี่คืออาณาจักรยักษ์…ออกัสทัส!

เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]

เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]

IRNDGL, I’m Really Not the Evil God's Lackey, 我真不是邪神走狗
Score 9
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2020 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]Lin Jie เป็นเจ้าของร้านหนังสือในอีกโลกหนึ่ง เขาเป็นคนใจดีและอบอุ่น มักจะแนะนำหนังสือการรักษาให้กับลูกค้าที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ในบางครั้งเขาแอบโปรโมตงานของเขาเองด้วย เมื่อเวลาผ่านไป ลูกค้าเหล่านี้เริ่มให้ความเคารพเขาอย่างมาก บางคนถึงกับนำอาหารพิเศษประจำท้องถิ่นมาตอบแทนบุญคุณของเขาบ่อยๆ พวกเขามักจะขอความเห็นจากมืออาชีพเมื่อต้องเลือกหนังสือ และแบ่งปันประสบการณ์กับเจ้าของร้านหนังสือธรรมดาๆ คนนี้ให้คนรอบข้างฟัง พวกเขาเรียกเขาด้วยความเคารพและสนิทสนมโดยใช้ชื่อต่างๆ เช่น “ลูกสมุนของเทพปีศาจ”, “ผู้เผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งเนื้อและเลือด”, “'ผู้แต่งพิธีกรรมและศุลกากรแห่งนิกายกินศพ” และ “ผู้เลี้ยงแกะแห่งดวงดาว”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset