เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก – ตอนที่ 268 มีคนมาที่นี่เพื่อก่อเรื่อง

กู้จิ้งหมิงยืนอยู่ตรงหน้าอวี๋หมินหมิ่น หญิงสาวยังคงรู้สึกกระดากใจเหมือนว่าปัญหาที่เธอคิดว่าได้แก้ไขไปแล้วกลับมาปรากฏอยู่ต่อหน้าเธออีกครั้ง
 
 
เขาดูแตกต่างจากในทีวี ตัวจริงของเขาดูเย็นชาเหลือเกิน
 
 
“ฉันบอกเธอไปแล้วนี่ ว่าถ้าเธอต้องการเงิน ฉันจะให้เงินเธอเอง แต่อย่าโผล่หน้ามาให้เห็นแถวนี้อีก ทำไม นี่เธอจะกลับคำพูดตัวเองหรือไง”
 
 
อวี๋หมินหมิ่นเงยหน้าขึ้นมองเขา “คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันแค่เอาของที่หลินเช่อลืมไว้มาให้ ฉันไม่เคยอยากมาที่นี่เลยสักนิด”
 
 
กู้จิ้งหมิงจึงถาม “เธอต้องเอาอะไรมาให้เขา”
 
 
“ของขวัญวันเกิดที่เธอลืมไว้ที่ออฟฟิศน่ะค่ะ ฉันคิดว่าคงจะสำหรับคุณ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะเหลียวหาและพบว่าของขวัญไม่ได้อยู่กับตัว
 
 
หญิงสาวเริ่มตระหนก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เธอจะเข้ามา เธอกลัวว่าหลินเช่อจะทำมันหาย และเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปตามหาหลินเช่อที่ไหน จึงตัดสินใจทิ้งมันเอาไว้ในรถ
 
 
เมื่อกู้จิ้งหมิงมองเห็นมือที่ว่างเปล่าของอีกฝ่าย ว่าไม่ได้มีของอะไรอยู่ในนั้น เขาก็หัวเราะเสียงเย็น “ดูเหมือนว่าเธอจะเตรียมตัวมาไม่ดีพอนะ”
 
 
อวี๋หมินหมิ่นเงยหน้ามองอีกฝ่าย
 
 
“ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นได้ยังไง ว่าฉันไม่ได้มาที่นี่โดยมีเจตนาอื่นแอบแฝง”
 
 
กู้จิ้งหมิงว่า “มันคือปัญหาของเธอแล้วละตอนนี้ เพราะฉะนั้นก็คิดเอาเองเถอะ ไม่อย่างงั้นวันนี้เธอจะต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น”
 
 
“ทำไมล่ะคะ” อวี๋หมินหมิ่นมองหน้าเขา ไม่ยอมแสดงให้เห็นความอ่อนแอแม้แต่น้อย
 
 
“คุณไม่มีหลักฐานซักหน่อยว่าฉันมาที่นี่เพื่อพยายามเข้าใกล้คุณ หรือไม่จริงคะ”
 
 
กู้จิ้งหมิงบอกว่า “แต่วันนี้มีคนอยู่ข้างนอกเยอะแยะ ฉันไม่ยอมเสี่ยงเพื่อหาหลักฐานสำหรับปัญหาพรรค์นี้ได้หรอกนะ เพราะฉะนั้นวันนี้เธอต้องทนอยู่ในนี้ไปก่อน”
 
 
“ไม่นะคะ…ฉันยังมีเรื่องต้องไปทำ”
 
 
ว่าแล้วเธอก็เอื้อมมือออกไปข่วนเขา
 
 
กู้จิ้งหมิงก้มลงมองเธออย่างเย็นชาและคว้ามือเธอไว้
 
 
ในตอนนั้นเอง อวี๋หมินหมิ่นลืมไปสนิทใจว่าคนที่เธอกำลังข่วนตะกุยสุดชีวิตนั้นคือท่านประธานาธิบดี เธอรีบก้าวถอยออกมาและดึงมือจากการเกาะกุมของเขา ก่อนจะพูดว่า “ท่านประธานาธิบดีคะ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะเข้าใกล้คุณเลยจริงๆ ฉันบอกคนของคุณไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนั้นหรือว่า…”
 
 
“หยุดนะ” การพูดถึงเรื่องนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วและหันมาหา สายตาดุดันของเขาทำให้อุณหภูมิในห้องดูจะลดวูบลงไปถนัดใจ
 
 
อวี๋หมินหมิ่นกัดฟันแน่น “ฉันมาที่นี่เพื่อหาหลินเช่อจริงๆ ค่ะ”
 
 
“ถ้าเธอมีของให้หลินเช่อ คนของฉันจะเอามันไปส่งให้เขาเอง แต่ตัวเธอต้องอยู่ที่นี่ในตอนนี้”
 
 
“นี่คุณ…”
 
 
แล้วกู้จิ้งหมิงก็เดินออกจากห้องไป
 
 
อวี๋หมินหมิ่นทำได้เพียงแค่นั่งลงเงียบๆ และมองดูเขาเดินออกไป
 
 
ข้างนอก
 
 
ลินดาก้มหน้าลงและถามกู้จิ้งหมิงว่า “ท่านประธานาธิบดีคะ ตอนนี้ท่านต้องการจัดการกับผู้หญิงคนนี้ยังไงคะ”
 
 
กู้จิ้งหมิงมองออกไปนอกหน้าต่างและคิดถึงปฏิกิริยาตอบโต้ที่เธอและเขามีต่อกันเมื่อครู่ “เฝ้าเอาไว้ รอจนกว่างานเลี้ยงจะเลิกแล้วถึงปล่อยตัวเธอไปได้”
 
 
“ได้ค่ะ…”
 
 
กู้จิ้งหมิงไม่คิดว่าเขาจะได้เจอเธออีกครั้ง
 
 
แต่เธอก็เป็นผู้จัดการของหลินเช่อ ทั้งสองคนสนิทกัน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้พบเจอหล่อนก็เกิดขึ้นได้เสมอ
 
 
กู้จิ้งเจ๋อตามหาตัวกู้จิ้งหมิงไปทุกที่อยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ได้เห็นผู้เป็นพี่ออกมาจากห้องด้านในด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
 
 
เขาจึงรีบเดินเข้าไปหา “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”
 
 
กู้จิ้งหมิงหันมาและส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก เรื่องงานนิดหน่อยน่ะ”
 
 
กู้จิ้งหมิงหันกลับไปดูให้แน่ใจว่าอวี๋หมินหมิ่นถูกขังเอาไว้ข้างในเรียบร้อยดีแน่แล้ว
 
 
เมื่อหลินเช่อเห็นกู้จิ้งเจ๋อกำลังพูดคุยกับพี่ชาย เธอจึงตักอาหารและออกเดินเล่นไปรอบๆ ตามลำพัง
 
 
ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น มือหนึ่งก็เอื้อมมาฉุดตัวเธอออกไปด้านข้างโดยแรง
 
 
หลินเช่อหันมาแล้วก็ได้เห็นโม่ฮุ่ยหลิงยืนอยู่ตรงนั้น
 
 
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นโม่ฮุ่ยหลิง หล่อนกำลังยิ้มเย็นและเจือด้วยสีหน้าอันชิงชัง หลินเช่อรีบคิดทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากว่ามีเสียงเอะอะมะเทิ่งดังขึ้นต่อหน้าคนตระกูลกู้ทั้งหมด
 
 
“โม่ฮุ่ยหลิง ไม่ว่าคุณอยากจะพูดอะไร ก็ไปพูดกับกู้จิ้งเจ๋อเอาเองเถอะค่ะ ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย!”
 
 
แต่โม่ฮุ่ยหลิงจ้องเธอเขม็งและเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบ
 
 
แต่หลินเช่อคว้ามือเธอฝ่ายไว้ได้ทัน
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้ได้รวดเร็วขนาดนี้ จึงยกมืออีกข้างแต่ก็ถูกหลินเช่อคว้าเอาไว้ได้อีก หลินเช่อจับแขนทั้งสองข้างของหล่อนไว้และมองหน้า “นี่คุณพยายามจะทำอะไรน่ะ โม่ฮุ่ยหลิง คนตระกูลกู้ทั้งหมดอยู่ในงานนะ ถ้าคุณก่อเรื่องขึ้นที่นี่ มันจะไม่มีประโยชน์กับใครเลย”
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็เค้นเสียงตอบออกมาอย่างเย็นชาว่า “ก็ดี ฉันเชื่อว่าที่ฉันตามรังควานแกแบบนี้ก็คงจะไม่เป็นผลดีกับแกเหมือนกันนั่นแหละ นี่พวกตระกูลกู้รู้หรือเปล่าล่ะ ว่าการแต่งงานระหว่างแกกับกู้จิ้งเจ๋อน่ะเป็นแค่การแต่งงานจอมปลอมที่เตรียมเอาไว้เพื่อหย่ากัน”
 
 
หลินเช่อชะงัก เธอไม่คิดเลยว่าโม่ฮุ่ยหลิงจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
 
 
กู้จิ้งเจ๋อเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้หล่อนฟังในตอนแรก ซึ่งหลินเช่อก็เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะยกมันขึ้นมาข่มขู่แบบนี้
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงสังเกตท่าทีหวาดหวั่นของหลินเช่อได้ จึงทำหน้าเยาะหยันและถามต่อว่า “แกน่ารักนักไม่ใช่เหรอ เอาไว้พอตระกูลกู้รู้เมื่อไหร่ ว่าแกตกลงทำสัญญาแต่งงานปลอมๆ นี่ขึ้นมาเพื่อเงินไม่ใช่ความรักละก็ แกจะได้เห็นว่าพวกเขายังจะคิดว่านังโสเภณีอย่างแกยังจะน่ารักอยู่อีกมั้ย”
 
 
หลินเช่อยังนิ่ง แต่สีหน้าโม่ฮุ่ยหลิงเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเธอเริ่มร่ำไห้และชะเง้อมองไปด้านหลัง
 
 
และเธอก็ได้ยินโม่ฮุ่ยหลิงคร่ำครวญว่า “จิ้งเจ๋อคะ คุณเห็นมั้ยคะ ว่าหลินเช่อทำยังไงเวลาที่เจอฉัน”
 
 
กู้จิ้งเจ๋ออยู่ที่นี่เหรอ
 
 
หลินเช่อหันไป
 
 
ชายหนุ่มผลักโม่ฮุ่ยหลิงออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงซวนเซก่อนที่จะตั้งหลักยืนได้อีกครั้ง
 
 
บริเวณนี้อยู่ค่อนข้างไกลออกมา ไม่มีใครเห็นพวกเขา กู้จิ้งเจ๋อเหลือบมองครอบครัวของเขาเพื่อดูว่าพวกเขาพ้นจากระยะสายตาของทุกคนหรือเปล่า ก่อนจะหันกลับมามองโม่ฮุ่ยหลิงด้วยสีหน้ารังเกียจ “เธอมาทำอะไรที่นี่”
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงไม่คิดว่าเขาจะผลักเธอและยืนอยู่ข้างหลินเช่อโดยที่ไม่ถามอะไรทั้งสิ้นแบบนี้
 
 
“คุณ…ก็แม่นั่นตบฉันนะคะ นี่คุณจะไม่ถามอะไรก่อนเลยงั้นเหรอ”
 
 
“พอที ฮุ่ยหลิง เขาไม่มีทางตบเธอหรอก ถ้าเธอไม่อยากก่อเรื่องไร้สาระละก็ ก็ไปจากที่นี่ซะ แล้วอยากจะทำอะไรก็ทำที่บ้านตัวเอง”
 
 
หลินเช่อซึ้งใจเมื่อเห็นกู้จิ้งเจ๋อมายืนข้างๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตื้นตัน
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงยิ้มเย็นให้ชายหนุ่ม “กู้จิ้งเจ๋อ คุณนี่มันใจร้ายสิ้นดี”
 
 
กู้จิ้งเจ๋อไม่เหลือความไว้วางใจให้เธออีกต่อไปแล้ว เขาแค่ต้องการให้เธอออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
 
 
“ใครปล่อยให้เธอเข้ามา”
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงว่า “ในฐานะคุณหนูตระกูลโม่ ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ”
 
 
“ฉันให้เวลาเธอที่จะออกไปจากที่นี่ซะ” กู้จิ้งเจ๋อออกคำสั่งเยือกเย็น
 
 
แต่โม่ฮุ่ยหลิงไม่ยินยอมง่ายๆ “เฮอะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนั้น ฉันไม่ไป”
 
 
“ไม่ไปเหรอ ฉันไม่อยากทำให้เธอต้องเสียหน้านะ ฮุ่ยหลิง จะไปเองดีๆ หรือจะถูกคนพาตัวออกไป ฉันให้เธอเลือกแล้ว”
 
 
“นี่คุณ…” โม่ฮุ่ยหลิงมองหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อ นี่เขาไม่เหลือหัวใจให้เธอแล้วจริงๆ หรือนี่
 
 
โม่ฮุ่ยหลิงว่า “ก็ได้ ถ้าคุณกล้าลากตัวฉันออกไปละก็ ฉันจะตะโกนให้ดังลั่นเลย ฉันอยากจะถามตระกูลกู้อยู่เหมือนกัน ว่าพวกเขารู้รึเปล่าว่าคุณกับหลินเช่อแต่งงานกันหลอกๆ น่ะ พวกเขารู้มั้ยว่าหลินเช่อกำลังสวมเขาให้พวกเขาอยู่ และคุณก็แต่งงานกับแม่นี่เพียงเพื่อที่จะให้ครอบครัวพอใจ ฉันอยากถามว่าพวกเขารู้รึเปล่าว่าทั้งหมดนี่มันเป็นแค่ละครตบตา!”

เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก

เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก

หลินเช่อ สาวน้อยนักแสดงปลายแถวตัดสินใจวางยาลักหลับดาราชายชื่อดังอย่าง กู้จิ้งอวี่ เพื่อหาทางไต่เต้าขึ้นไปในวงการบันเทิง แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เมื่อเหยื่อผู้โชคร้ายของเธอดันกลายมาเป็น กู้จิ้งเจ๋อ พี่ชายของเขาแทน! ทว่าหลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนไป การแยกทางกันแต่โดยดีกลับไม่ใช่บทสรุปของคนทั้งคู่ เพราะกู้จิ้งเจ๋อมีโรคประจำตัวสุดประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือเขาไม่สามารถแตะต้องผู้หญิงคนไหนได้ หากสัมผัสตัวเพศตรงข้ามเมื่อไหร่ เขาจะคลื่นไส้และมีผื่นขึ้นทันที ดังนั้นเมื่อพบว่าเขาและหลินเช่อสามารถนอนร่วมเตียงกันได้โดยไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น ครอบครัวของกู้จิ้งเจ๋อจึงใช้อำนาจบีบบังคับให้ทั้งคู่แต่งงานกัน! เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด หลินเช่อและกู้จิ้งเจ๋อจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาและเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันในที่สุด

Options

not work with dark mode
Reset