เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก – ตอนที่ 453 ที่แท้พวกเขาก็เคยรักกัน

ที่แท้ก็เป็นความรักที่เจ็บปวดเพียงช่วงหนึ่ง

 

 

ก็เหมือนอดีตของเธอกับฉินชิง ความจริงใครบ้างจะไม่เคยมีคนที่ชอบในสมัยยังหนุ่มสาว ใครจะไม่เคยต้องเผชิญกับความรักที่เจ็บปวด

 

 

เพียงแต่ ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว เธอกับฉินชิง เป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันช่วงหนึ่งของเธอก็เท่านั้น

 

 

แต่ว่าความเพ้อฝันนี้ของแม่เธอมันต่อเนื่องยาวนานเกินไป…ยาวนานหลายปี

 

 

หลินเช่อมองลู่ฉินอวี่ “ลุงลู่คะ คุณไม่ต้องเสียใจหรอกค่ะ เรื่องนี้มันผ่านไปนานหลายปีแล้ว อีกอย่างตอนนั้นคุณก็คงหวังดีกับแม่ ถึงเลือกที่จะทำแบบนั้น”

 

 

ลู่ฉินอวี่มองหลินเช่อ ไม่คิดเลยจริงๆ ไม่คิดเลย

 

 

คนตรงหน้านี้ จะเป็นลูกของเธอ

 

 

เป็นลิขิตสวรรค์หรือไม่ ที่ส่งลูกสาวของเธอมาอยู่ตรงหน้า ทำให้เขานึกถึงผู้หญิงที่เขาเคยรังแกคนนั้น

 

 

น่าเสียดาย บางเรื่อง เขาเองก็ไม่สามารถบอกกับหลินเช่อตรงๆ ได้ เขารู้ ความรู้สึกตอนนั้น พวกเขาพยายาม มันยากที่จะอธิบายออกมาด้วยประโยคหรือคำพูดสั้นๆ

 

 

ลู่ฉินอวี่มองหญิงสาวตรงหน้า มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจ

 

 

นี่เป็นลูกสาวของเธอ เขาอยากทำดีกับเธอ ไม่ถือว่าเป็นการชดเชย เพียงแต่ คงจะเป็นความรู้สึกเหมือน ถ้าได้รักใครแล้วก็จะรักสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคนนั้นๆ ด้วย

 

 

____

 

 

หันไฉ่อิงสามแม่ลูกเดินเข้ามา ต้องตกตะลึงกับงานตรงหน้า

 

 

ไม่เคยร่วมงานเลี้ยงหรูหราแบบนี้มาก่อน ตอนนี้พวกเขาเหมือนเดินเข้ามาในโลกใหม่

 

 

หันไฉ่อิงบอก ดูคุณหนูพวกนี้สวมชุดแบรนด์ดังทั้งนั้น ปกติเราเห็นแต่พวกคนที่ถือแค่ทิฟฟานี แอนด์ โค โอ้อวดชาแนลอะไรพวกนั้น แต่คนพวกนี้ สร้อยไข่มุกเป็นเส้นๆ ดูหรูหรา”

 

 

หลินลี่บอก “แม่ หยุดจ้องพวกเขาได้แล้ว ขายหน้า”

 

 

ทันใดนั้นหลินลี่ก็มองเห็นลู่ชูเซี่ย จึงรีบเรียกเธอ

 

 

ทว่าลู่ชูเซี่ยทำเพียงเหลือบมองหลินลี่เล็กน้อยเท่านั้น แสดงออกชัดว่าคร้านจะสนใจ จากนั้นจึงเดินหนีไป

 

 

หันไฉ่อิงบอก “คุณหนูลู่คนนี้นี่ยังไง เป็นคุณหนูแล้วยังไง ไม่แคร์คนเลยเหรอ ยโสเกินไปหรือเปล่า”

 

 

หลินลี่สูดหายใจเข้าลึก “อยู่ใต้ชายคาเขา ไม่ก้มหัวไม่ได้ พูดให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”

 

 

แน่นอนว่าหันไฉ่อิงเข้าใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังบ่น จากนั้นก็ถูกผู้คนรอบข้างดึงดูดสายตาไป

 

 

มองดูงานเลี้ยงหรูหรา เธอก็อิ่มอกอิ่มใจ อยากมีโอกาสร่วมงานนี้อีก ไม่อยากกลับไปบ้านสามห้องนอนนั้นอีกแล้ว

 

 

ก่อนหน้านี้งานเลี้ยงที่หรูหราที่สุดที่เคยไป ก็คืองานหมั้นของฉินชิง เห็นแขกไฮโซมากมาย คิดว่านั่นสุดยอดมากแล้ว วันนี้พึ่งได้รู้ว่า ตระกูลฉินมันก็เท่านั้นเอง

 

 

ถ้าครั้งนี้หลินลี่ชนะ สามารถคว้าเศรษฐีได้สักคน แบบนั้นถึงจะเป็นการดี

 

 

และในตอนนั้นเอง หันไฉ่อิงก็มองขึ้นไปด้านบน เห็นหลินเช่อนั่งอยู่ตรงนั้น

 

 

ทั้งสามถูกจัดให้อยู่ที่มุมมุมหนึ่ง ไม่มีใครสนใจถามไถ่ คนพวกนี้ไม่รู้จักพวกเธอ และคิดว่า ในวงสังคมไม่มีใครรู้จัก ดูเหมือนจะไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจพวกเธอ

 

 

พวกเธอทำได้เพียงมองคนอื่นเดินไปเดินมา

 

 

และหันไฉ่อิงก็รู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะที่นั่งของหลินเช่อมันดีขนาดนั้น

 

 

เธอเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเคือง “ทำไมเธอได้นั่งอยู่ตรงนั้น”

 

 

หลินอวี่บอก “แม่คะ แม่ไม่เห็นเหรอว่าข้างๆ เธอนั้นคือใคร แค่คุณหนูลู่ที่หลินเช่อรู้จัก ก็ไม่ธรรมดาแล้วไม่ใช่เหรอคะ แต่นอกจากคุณหนูลู่ ด้านข้างคือคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ ตรงข้ามคือนายใหญ่ตระกูลลู่ ด้านข้างอีกฝั่งคือกู้จิ้งเจ๋อ แน่นอนว่าเธอสามารถนั่งตรงนั้นได้”

 

 

หันไฉ่อิงเห็นแบบนั้นยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น

 

 

“เพราะเธออยู่กับกู้จิ้งเจ๋อ ตอนนี้ขนาดคนรอบข้างก็เลยไม่ธรรมดาแล้วสินะ”

 

 

หลินอวี่บอกด้วยความอิจฉา “จริงๆ เลย เธอมันก็เหมือนสาวใช้ในบ้านเราก็แค่นั้นไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนเธอยังเคยซักผ้าให้ฉันอยู่เลย”

 

 

“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อก่อนยังทำความสะอาดในบ้านเราอยู่เลย”

 

 

แน่นอนว่าหลินลี่เองก็ไม่พอใจ ในใจคิดถึงแผนการในวันพรุ่งนี้

 

 

พรุ่งนี้ ถึงพรุ่งนี้เธอจะสู้ไม่ได้ แต่ก็จะสั่งสอนเธอให้ได้เห็นดีกัน

 

 

____

 

 

เมื่อกลับจากงานเลี้ยง ลู่ฉินอวี่ส่งหลินเช่อกลับ “ระหว่างนี้ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ให้เป่ยเฉินช่วยจัดการนะ”

 

 

 

 

หลินเช่อรีบบอก “ขอบคุณค่ะลุงลู่”

 

 

กู้จิ้งเจ๋อพาหลินเช่อกลับไปพร้อมกัน ระหว่างทางกลับ หลินเช่อกระชับผ้าคลุมไหล่ของเธอ ท่าทางเป็นกังวล

 

 

กู้จิ้งเจ๋อถามขึ้นมา “เธอคุยกับคุณลู่แล้วเหรอ”

 

 

“ใช่ค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะ” หลินเช่อพึ่งจะออกมา ยังไม่ทันได้บอกเขาเลย

 

 

เขามองเธอ “ดูสีหน้าเธอก็เดาได้แล้ว”

 

 

หลินเช่อเองก็คิดแบบนั้น กู้จิ้งเจ๋อฉลาดขนาดนี้ แน่นอนว่าปิดเขาไม่ได้หรอก แค่มองตาก็รู้ใจแล้ว

 

 

หลินเช่อบอก “ใช่ค่ะ ฉันถามเขาแล้ว เขาเองก็ยอมรับ ว่ามีความรู้สึกต่อแม่ของฉันอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ไม่สมหวัง แต่ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร เพียงแต่เมื่อสักครู่ที่เขาดีกับฉันขนาดนั้น ฉันว่ามันไม่จำเป็น เพราะความรักในอดีตของแม่ฉันเลยมาทำดีกับฉันแบบนี้ ฉันรู้สึกละอายน่ะค่ะ”

 

 

“เอาล่ะ ตอนที่เขาไม่รู้ เขาก็อยากทำดีกับเธอ และอีกอย่าง ถ้าไม่พูดถึงความรู้สึกอย่างอื่น เขาเป็นอาจารย์ของแม่เธอ และยังรู้จักกันมาหลายปี ตอนนี้เธอไม่มีใครแล้ว เหลือเพียงเธอตัวคนเดียว เขาอยากทำดีกับเธอ นั่นเพราะสงสารเธอด้วย เธอไม่ต้องคิดว่า นั่นเป็นเพราะความรักที่มีต่อแม่ของเธอ ที่มันถูกส่งต่อมาให้เธอก็พอแล้ว”

 

 

ความจริง จะพูดแบบนี้ก็ไม่ผิด

 

 

แต่หลินเช่อก็ยังรู้สึกละอายอยู่ดี

 

 

กู้จิ้งเจ๋อบอก “ถ้าเธออยากรู้มากกว่านั้น ความจริง ฉันพาเพื่อนสมัยเรียนของแม่เธอมาด้วยนะ”

 

 

“ห๊ะ มาที่นี่เหรอคะ” หลินเช่อมองเขาด้วยความตกใจ

 

 

กู้จิ้งเจ๋อพยักหน้าเงียบๆ ดวงตาวาววับมองเธอ

 

 

หลินเช่อไม่คิดว่ากู้จิ้งเจ๋อจะแอบทำอะไรเงียบๆ และพาใครมาที่นี่ด้วย

 

 

คนที่มาดูท่าแล้วน่าจะเป็นนักวิชาการ ถ้าแม่ยังคงอยู่ ก็คงจะอายุเท่านี้ ในห้อง เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด หลินเช่อไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเจอเรื่องแบบนี้ ได้เจอคนแปลกหน้าแบบนี้ มันดึงเธอขึ้นมาจากชีวิตอันสงบราบรื่น

 

 

หลินเช่อมองเธอคนนั้น แล้วถามกู้จิ้งเจ๋อด้วยความแปลกใจ “ทำไมคุณถึงได้…” พาคนมาได้เร็วขนาดนี้

 

 

กู้จิ้งเจ๋อบอกเสียงเรียบ “เมื่อรู้แล้วก็ให้คนไปตามหา เมื่อสักครู่ที่งานเลี้ยง ก็ให้คนเอาเครื่องบินส่วนตัวไปรับมา”

 

 

กู้จิ้งเจ๋อมองผู้หญิงตรงหน้า บอก “คนที่พาคุณมา น่าจะบอกแล้วว่าคุณต้องทำอะไรใช่ไหมครับ”

 

 

“ค่ะ บอกแล้ว” เธอบอกด้วยความตื่นเต้น

 

 

ระหว่างทางได้ทราบแล้ว ที่นี่มีกฎมากมาย ไม่ให้เธอพูดอย่างอื่น ถามอะไรก็ตอบแบบนั้นก็พอแล้ว

 

 

กู้จิ้งเจ๋อบอก “ผมทราบมาว่า ตอนนั้นคุณเรียนอยู่ที่มหาลัยคิว เป็นเพื่อนของคุณซูเซิน งั้นคุณช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นให้เราฟังก็พอแล้วครับ”

 

 

“อ้อ ได้ค่ะ”

Related

Comment

Options

not work with dark mode
Reset