เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก – ตอนที่ 440 มีของบางอย่างที่เตรียมไว้ให้เธอ

กู้จิ้งเจ๋อรีบเดินเข้าไป แต่พวกเขายังช้าไปหนึ่งก้าว เจ้าสุนัขตัวนั้นกัดเข้าไปที่ขาของหวังจื่อแล้ว  

 

 

หลินเช่อรีบอุ้มเจ้าสุนัขตัวน้อยขึ้นมา ใช้เท้าถีบอีกตัวออกไปทันที  

 

 

“เฮ้ย คุณเตะหมาของผม” เสียงเด็กชายดังขึ้น  

 

 

จากนั้นเด็กน้อยก็รีบวิ่งเข้ามา  

 

 

หลินเช่ออุ้มลูกสุนัขเอาไว้ มองหวังจื่อที่อยู่ในอ้อมแขน ตอนนี้ดูไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร แต่ว่า หวังจื่อได้แต่ร้องหงิงเบาๆ ตัวสั่นเทาไปหมด ทำให้หลินเช่อรู้สึกปวดใจ  

 

 

เด็กชายกอดสุนัขตัวเองเอาไว้ มองดูสุนัขที่โดนเตะกระเด็น เงยหน้าขึ้นมาด้วยความโกรธ “อาซังดูสิ ผู้หญิงบ้าคนนี้เตะหมาของผม”  

 

 

คนที่มาใหม่คือพี่เลี้ยงของเด็กน้อย ดูเหมือนจะเป็นชาวฟิลิปปินส์  

 

 

พี่เลี้ยงมองแล้วจึงรีบบอก “คุณชาย ไม่เป็นไรนะคะ เจ้าหมาก็ไม่ได้เป็นไรไม่ใช่หรือคะ”  

 

 

พี่เลี้ยงเห็นสองคนตรงหน้าแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาทั่วไป แสงไฟก็ไม่ได้สว่างมาก มองไม่ชัดเท่าไหร่ว่าเป็นใคร  

 

 

เด็กน้อยเอ่ยออกมาด้วยความโกรธ “จะไม่เป็นไรได้ยังไง พวกเขาเตะหมาผม ผมจะให้พวกเขาชดใช้”  

 

 

หลินเช่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังเด็กจึงบอกอย่างใจเย็น “หมาของเธอกัดหมาฉันก่อนนะ ถ้าเมื่อสักครู่ฉันไม่ทำ มันก็จะกัดหมาฉันจนตาย หมาของฉันยังเล็กอยู่เลย มันทนถูกกัดไม่ไหวหรอก”  

 

 

เด็กน้อยเงยหน้าบอก “หมาของคุณแค่ดูก็รู้แล้วว่ามันไม่มีค่า หมาของผมเป็นหมาที่พ่อเอามาจากญี่ปุ่นเลยนะ”  

 

 

“นี่ เลี้ยงสัตว์มันขึ้นอยู่กับความรู้สึก ไม่ได้เลี้ยงเงินซะหน่อย ถึงเธอจะคิดว่ามันไม่มีค่า สำหรับใจฉันแล้วมันแพงยิ่งกว่าของมีค่าใดๆ ทั้งนั้น”  

 

 

“ผมไม่สนหรอก ยังไงคุณก็เตะหมาของผม อาซาง รีบไปแจ้งตำรวจ ผมจะให้ตำรวจเอาตัวพวกเขาไปให้หมดเลย หึ”  

 

 

ไม่รู้ว่าเด็กบ้านไหน อารมณ์ฉุนเฉียวขนาดนี้ ดูๆ ไปก็ยังไม่โตเลย แต่กลับรู้จักวางอำนาจข่มคนอื่นเสียแล้ว  

 

 

หลินเช่อพูด “เจ้าเด็กนี่”  

 

 

อาซางมองทั้งสองแล้วพูดกับพวกเขา “พวกคุณรีบขอโทษคุณหนูก็พอแล้วค่ะ ถ้าไปแจ้งความพวกคุณคงจบแน่”  

 

 

“เหอะ…” หลินเช่อกำลังจะพูดอะไรออกมา กู้จิ้งเจ๋อที่อยู่ข้างๆ ก็รั้งเธอเอาไว้ บอกกับเด็กน้อยตรงหน้า “หมาของเธอเป็นพันธุ์โทสะ อินุ หมาพันธุ์นี้ดุเกินไป ไม่ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงในประเทศนี่ ดังนั้นเมื่อไปถึงสถานีตำรวจ ที่จะถูกพาตัวไปก็คงเป็นหมาของเธอ”  

 

 

“คุณพูดเหลวไหลอะไร จะไม่อนุญาตให้เลี้ยงได้ยังไง พ่อผมบอกแล้ว บ้านเรากล้าเลี้ยงทุกอย่าง”  

 

 

ตอนนั้นเอง พ่อแม่ของเด็กก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลัง  

 

 

พวกเขามองเห็นภาพนั้นอยู่ไกลๆ ตรงหน้าเป็นหลินเช่อและกู้จิ้งเจ๋อที่ยืนอยู่ตรงนั้น มีบอดี้การ์ดของตระกูลกู้คอยตามหลังอยู่ไม่ห่าง  

 

 

“เสี่ยวซั่น ทำอะไรอยู่” คนเป็นพ่อวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ  

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษครับ ลูกผมทำอะไรหรือเปล่าครับ”  

 

 

เด็กน้อยตะโกนบอกพ่อด้วยความโกรธ “พวกเขาเตะหมาของผม”  

 

 

คนเป็นพ่อรีบยกมือขึ้นปิดปากลูกชาย หันกลับไปตบพี่เลี้ยงหนึ่งครั้ง “เธอเลี้ยงเด็กยังไงถึงได้กล้าเข้ามามีเรื่องกับคุณเขาแบบนี้”  

 

 

พี่เลี้ยงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่าทางน่าสงสาร  

 

 

หลินเช่อเห็นแบบนั้น แม้จะไม่พอใจ แต่จะไม่เฉยก็ไม่ได้ จึงบอก “หมาของคุณมากัดหมาฉัน ฉันจึงต้องเตะไปแบบนั้น”  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อเอ่ยเสริมขึ้นมาทางด้านหลัง “แต่ผมจำได้ว่าหมาพันธุ์นี้เลี้ยงไม่ได้นะครับ”  

 

 

คนเป็นพ่อตกใจจนหน้าซีด มองใบหน้าหล่อเหลาของกู้จิ้งเจ๋อ ท่าทางเยือกเย็นนั่นไม่ธรรมดาเลย ทำให้เขากลัวจนไม่กล้าพูดอะไรออกมา  

 

 

“ใช่ครับ ใช่ หมาพันธุ์นี้เลี้ยงไม่ได้ เดี๋ยวกลับไปแล้วเราจะจัดการมันเองครับ”  

 

 

เมื่อพ่อมองเห็นสุนัขในอ้อมแขนของอีกฝ่าย  

 

 

มองเห็นว่าหลินเช่อกำลังกอดเจ้าสุนัขตัวน้อยเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นหมาธรรมดาทั่วไปก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา  

 

 

แต่ก็คิดว่า ช่างเถอะ ครอบครัวผู้ดีแบบนี้ ใครจะรู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ บางทีอาจจะอยากเลี้ยงอะไรที่ดูเป็นเอกลักษณ์ก็ได้  

 

 

ยังไงซะ ไม่ว่าเจ้าหมาตัวนี้จะราคาเท่าไหร่ หรือไม่มีราคาเลย แต่ว่าตอนนี้ ฐานะของมันนั้นสูงส่งจนไม่อาจเทียบเทียมได้แล้ว  

 

 

หลังจากพวกเขารีบแยกตัวจากไป กู้จิ้งเจ๋อก็พาหลินเช่อเดินกลับไป  

 

 

“เรารีบกลับไปตรวจดูว่าหวังจื่อบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่ากันเถอะค่ะ”  

 

 

“อืม กลับไปดูกัน”  

 

 

“แต่ว่า” เธอเงยหน้าขึ้นมา “คุณรู้ได้ยังไงว่าหมาตัวนั้นพันธุ์อะไร”  

 

 

“เคยอ่านเจอ”  

 

 

หลินเช่อเอ่ยขึ้น “แต่สายพันธุ์ของหมามีตั้งเยอะ พันธุ์แบบนั้นคุณจำมันได้ด้วยเหรอคะ”  

 

 

หลินเช่อรู้จักแค่ปอมเมอเรเนียน โกลเดนริทรีฟเวอร์ที่พบเห็นบ่อยๆ  

 

 

เมื่อสักครู่หมาตัวนั้นรูปร่างแปลกขนาดนั้น เธอไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำว่ามันเรียกว่าอย่างไร  

 

 

ทว่ากู้จิ้งเจ๋อกลับดูออก แถมยังรู้ชื่อสายพันธุ์อีกด้วย  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อบอก “อย่าเอาเธอมาเทียบกับฉัน”  

 

 

“เชอะ”  

 

 

ไม่ให้ความร่วมมือแถมยังมาดูถูกเธออีก  

 

 

แต่ว่า กู้จิ้งเจ๋อช่างเหมือนกับคาไลโดสโคป[1]จริงๆ รู้ไปหมด ทำให้คนรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เขาไม่รู้จัก ร้ายกาจไม่เบา  

 

 

เมื่อมาถึงบ้าน  

 

 

หลินเช่อรีบเรียกสาวใช้เข้ามาช่วยดูอาการของหวังจื่อ  

 

 

สาวใช้สำรวจดูแล้วเห็นว่าขาของมันมีแผลเล็กน้อย ถึงจะมีเลือดออกไม่มากนัก แต่ก็เป็นแผลอยู่ดี  

 

 

หลินเช่อรู้สึกปวดใจ  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น “ให้คนช่วยจัดการก็พอแล้ว ดูเหมือนมันยังเล็ก ยังไม่ควรออกไปข้างนอก เดี๋ยวรอให้โตขึ้นอีกหน่อยค่อยพาออกไปเดินเล่นแล้วกัน”  

 

 

หลินเช่อยู่ปาก มองหวังจื่อที่น่าสงสาร  

 

 

“ก็ได้ รอแกโตแล้วพี่สาวจะพานายออกไปเล่นนะ”  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อให้สาวใช้พาเจ้าสุนัขตัวน้อยออกไปก่อน จากนั้นถึงเริ่มพูดกับหลินเช่อ “อืม มีบางอย่างที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วยนะ มานี่ เรามาลองเล่นกันดู”  

 

 

“อะไรคะ”  

 

 

หลินเช่อมึนงง  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อเคาะปลายจมูกเธอเบาๆ จากนั้นลากเธอเข้าไปในห้อง  

 

 

“เธอมานี่สิ เดี๋ยวฉันจะบอก”  

 

 

“คุณพูดอะไรอยู่เนี่ย” กู้จิ้งเจ๋อผลักเธอชิดประตู จากนั้นจึงบอก “ดูสิ ตอนนี้ยังเล็กอยู่ แต่ว่า… สิ่งที่เธอแค่สัมผัสมันแล้วมันจะโตอยู่ตรงนี้ไง ไม่ต้องให้เธอรอเลยนะ ดีขนาดไหน…”  

 

 

หลินเช่อก้มหน้า ไม่นานจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขาหมายถึงอะไร  

 

 

ใบหน้าแดงขึ้น เธอบอก “ไปไกลๆ เลยนะ”  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อกลับจับมือเธอเอาไว้ เลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง  

 

 

หลินเช่อรู้สึกเขินอาย ไม่อยากมองเขา  

 

 

“คุณ คุณ… ทำไมคุณชอบเป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้ทุกวัน…”  

 

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่ามองเธอเท่าไหร่ก็ไม่พอ เธอว่าควรทำยังไงดี”  

 

 

หลินเช่อได้ยินแบบนั้นใบหน้ายิ่งแดงขึ้นอีก ยิ่งไม่กล้ามองหน้าเขา  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อบอก “ฉันแค่ต้องการเธอตลอดเวลา มันไม่เคยพอเลย เธอว่าต้องทำไงดีล่ะ”  

 

 

เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองพร้อมสำหรับเธอแล้ว เพราะมือของเธอนั้นราวกับมีเวทมนต์ แค่สัมผัส มันก็พองจนเกินที่จะยับยั้ง  

 

 

กู้จิ้งเจ๋อคว้าเธอเข้ามากอด กัดลงไปบนไหล่ของเธอ ผลักเธอลงไปบนเตียงช้าๆ  

 

 

——  

 

 

วันต่อมา อวี๋หมินหมิ่นเอาของมาให้หลินเช่อ “หัวข้อการแข่งขันงานเลี้ยงดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยู ออกมาแล้วล่ะ เธอดูสิ ว่าเธอยังจะมีชีวิตรอดอยู่ไหม”  

 

 

หลินเช่อหยิบมันขึ้นมาดู อย่างแรก ขี่ม้า  

 

 

ลู่ชูเซี่ยก็ชนะขาดเลยน่ะสิ…  

 

 

 

 

 

 

 

 

——

 

 

[1] คาไลโดสโคป  หรือกล้องสลับลาย กล้องรูปร่างทรงกระบอก ด้านในประกอบด้วยกระจกเงาหลายแผ่นหันหน้าเข้าหากัน ปลายด้านหนึ่งเจาะช่องไว้สำหรับมอง ปลายอีกด้านมีช่องแสงเข้าซึ่งบรรจุวัตถุต่างๆ เช่น ลูกปัด, กรวด, กระดาษ หรือเศษแก้วหลายสีเอาไว้ เมื่อนำกล้องส่องไปที่แหล่งกำเนิดแสง แสงจะผ่านวัตถุที่ใส่ไว้

Related

Comment

Options

not work with dark mode
Reset