เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ – ตอนที่ 450 ดูเธอหน้าแตก

บทที่450 ดูเธอหน้าแตก

“นี่คือ?” เลิงเยาเยาที่ก้มลงอยู่ข้างๆเบิกตาโต “นี่มันดูเหมือนแฟลชไดร์ฟนะ ข้างในมีอะไร?”

หานมู่จื่อยื่นมือออกไปหยิบแฟลชไดร์ฟนั้นมา “เปิดดูก็รอแล้ว”

จากนั้นเธอลุกขึ้นพลางจะเอาแฟลชไดร์ฟไปเสียบคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นก็เปิดไฟล์ เลิงเยาเยาที่เห็นดังนั้นถึงกับงงๆพูดอะไรไม่ออก “แบบนี้ก็ได้งั้นเหรอ? แล้วถ้าหากมันมีไวรัสล่ะ?”

“ไม่หรอกน่า” หานมู่จื่อส่ายหน้า “ถ้าอีกฝ่ายต้องการจะทำร้ายเรา คงจะไม่ใช่วิธีแบบนี้หรอก”

ได้ยินดังนั้น เลิงเยาเยากลับพูดอะไรไม่ออก คิดไปคิดมานั่นก็ถูก ถ้าหากมีคนต้องการที่จะทำร้ายล่ะก็จะส่งแฟลชไดร์ฟมาทำไม ใครจะกล้าใช้สุ่มสี่สุ่มห้า?

ทั้งสองคนต่างแยกออกไปยืนทางด้านหลังของหานมู่จื่อ หานมู่จื่อเปิดดูสิ่งที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟ วิดีโอก็เด้งขึ้นมา

“เป็นจ้าวยี่หรูกับผู้จัดการของเธอ!”

เสียงบทสนทนาในคลิปวิดีโอดังออกมา

“ยี่หรู เรื่องนี้ฉันว่าช่างมันเถอะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอเองเป็นดาราหญิงที่ฮอตและกำลังดังอยู่ตอนนี้หากว่าเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ตอนนั้นคงจะมีแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเธอ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะโดนยกเลิกสัญญา”

ผู้จัดการของจ้าวยี่หรูเกลี้ยกล่อมเธอ

แต่เห็นได้ชัดว่าจ้าวยี่หรูไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาเลย และพูดอย่างดูถูกว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ? ทุกคนก็รู้ดีว่าฉันเป็นดาราหญิงที่ฮอตและมาแรง นอกจากนี้ฉันมักจะแสดงภาพลักษณ์ในเชิงบวก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสร้างมันขึ้นมาคนก็จะไม่เชื่อหรอก คงจะคิดเพียงแค่ว่าพวกหล่อนต้องการที่จะเล่นงานฉันเลยใช้วิธีแบบนั้น”

พูดถึงตรงนี้ จ้าวยี่หรูก็มองไปที่คนที่อยู่ตรงหน้า “เรื่องนี้ส่งต่อให้คุณไปจัดการ คุณต้องหาเวลาดีๆ ทำเรื่องนี้ให้ออกมาอย่างถูกต้อง อย่าให้มีพิรุธใดๆออกมาให้เห็น หากว่าคุณแสดงพิรุธออกมาแล้ว งั้นคุณก็ต้องหาเหตุผลของตัวเองมารับผิดชอบทั้งหมดและอย่าให้ต้องมายุ่งเกี่ยวกับฉัน หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องนี้ ผลประโยชน์ของคุณก็นับว่าไม่น้อย”

อีกฝ่ายนั้นดูโลภเงิน พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม: “แน่นอนสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ในธุรกิจนี้คือเราจะไม่ทรยศต่อนายจ้างของเรา”

ได้ฟังดังนั้นแล้ว ก็ยกมุมปากยิ้มอย่างพออกพอใจ “ไม่เลว หากทำได้ดี ฉันจะมีรางวัลเพิ่มให้ ตอนนี้ฉันแทบจะทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว หลังจากผลงานของนักออกแบบตัวน้อยๆคนนั้นถูกทำลาย ที่งานแถลงข่าวหลินซิงหั่วก็คงจะไม่มีอะไรใส่ คงทำได้แค่หาชุดที่พอไปวัดไปวาได้มาใส่แทนไปก่อนจากนั้นก็ต้องแพ้ให้กับฉัน แค่คิดก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้ว”

พูดจบเธอก็หัวเราะอย่างคนบ้าคลั่ง เธอไม่เข้ากันกับรูปลักษณ์ที่ไร้เดียงสาของเธออย่างสิ้นเชิง

ผู้จัดการที่ยืนอยู่ข้างหลังทำอะไรไม่ถูก เมื่อศิลปินตัดสินใจทำสิ่งนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองไปที่คนที่อยู่ต่อหน้า: “ทำให้ดี อย่าทิ้งเบาะแสใด ๆ ทำตามที่เธอบอก หลังจากถูกจับได้ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่คุณเข้าใจไหม”

“ไม่มีปัญหา!”

มาถึงตรงนี้วิดีโอก็ได้สิ้นสุดลง เสี่ยวเหยียนขณะที่ดูในใจก็เต็มไปด้วยความโกรธ

“บ้าจริง ฉันรู้มาตั้งนานแล้วว่าจ้าวยี่หรูนั่นไม่ใช่คนดีอะไร ไม่ควรรับงานของเธอตั้งแต่แรก ดาราหญิงที่ฮอตและกำลังมาแรง อะไรกัน เธอใช้ใบหน้าที่ใสซื่อนั่นหลอกมากี่คนแล้วกันแน่? ทักษะการแสดงก็ไม่มี การพึ่งพารูปร่างหน้าตาก็สามารถสร้างความก้าวหน้าในวงการบันเทิงได้ แล้วมันควรที่จะทำสิ่งที่น่ารังเกียจแบบนี้เหรอ? “”

คนเราเมื่ออยู่ในความโกรธหลายๆครั้งก็มักจะพูดโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

ยกตัวอย่างเช่นเสี่ยวเหยียนในตอนนี้ แม้ว่าเป็นการคาดเดา แต่คำพูดมันก็ดูจะแย่ ไปแล้ว

แม้ว่าจะรู้ว่าวงการบันเทิงนั้นเหมือนวงจรมืด ไม่มีใครที่ใสซื่อบริสุทธิ์

“แฟลชไดร์ฟอันนี้ ใครเป็นคนส่งมา?”

หานมู่จื่อมองไปที่เลิงเยาเยาทันที

เลิงเยาเยามึนงง เธอยกมือขึ้นมาเกาหัว “ฉัน ฉันเองก็ไม่รู้ว่านั่นคือใคร? ก็แค่เป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆคนหนึ่งขึ้นมาแล้วฝากของนี้กับฉัน บอกว่าสำคัญมาก ให้ฉันเอามาส่งให้ถึงมือเธอ”

พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็พยายามหวนคิด “ฉันจำได้ว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม และพอฉันนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในสองวันนี้ที่ค่อนข้างเยอะ ฉันก็ไม่ค่อยที่จะลังเลเท่าไหร่ ก็เอามาส่งให้ถึงมือแล้ว หลังจากนั้นคนคนนั้นก็ไปตอนนี้ไม่รู้ว่าถ้าหากจะตามเขาจะตามทันไหม”

“ไม่ต้องหาแล้ว” หานมู่จื่อพูดเสียงเบา “ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เธอไปหาก็ตามไม่ทันหรอก แต่ได้วิดีโอนี้ช่วยเราพอดี ตอนนี้พวกเราก็รู้ตัวคนร้ายแล้วว่าเป็นใคร”

“จริงๆแล้วหากไม่มีวิดีโอนี้ เธอเองก็พอจะเดาออกนี่นา” เสี่ยวเหยียนพูดแล้วมองไปทางหานมู่จื่อ “เมื่อวานเธอก็วิเคราะห์ไปกับฉัน แต่วิดีโออันนี้ก็เป็นหลักฐานของเราได้พอดี”

เลิงเยาเยาเบิกตาโต “จริงเหรอ? ทำไมเธอเก่งขนาดนี้เนี่ย”

ได้ยินดังนั้น หานมู่จื่อยิ้มบางๆ “ฉันกลับจากต่างประเทศมาไม่นาน ศัตรูมีอยู่ไม่กี่คนแค่คิดก็รู้แล้ว ไม่ได้ฉลาดอะไรหรอก ก็แค่ดึงขอบเขตความเป็นไปได้ให้แคบลง”

“เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่น่าล่ะเมื่อวานที่คุยกันเธอก็สรุปออกมาได้แล้ว งั้น…จางยู่ไม่ใช่ว่าคนอื่นโทษเธอเหรอ?”

“อื้อ บางทีทุกคนก็กำลังระแวงเธออยู่เหมือนกัน ระหว่างเพื่อนร่วมงานฉันหวังว่าพวกเธอจะรักใคร่กลมเกลียวกันนะ ”

“ฉันเข้าใจความหมายที่เธอจะสื่อแล้ว วางใจเถอะ ฉันจะกลับไปพูดกับทุกคนให้ชัดเจน”

“อื้อ จ้าวยี่หรูก็คือคนร้ายของเรื่องนี้ แต่อย่าเพิ่งไปบอกใครที่ไหน”

“โกรธแทบตาย!” เสี่ยวเหยียนกำกำปั้นแน่น “จ้าวยี่หรูเนี่ย เมื่อก่อนที่ฉันไม่สนใจก็เป็นเพราะว่าขี้เกียจจะไปให้ความสนใจเฉยๆนะ เธอทำเรื่องแบบนี้ให้ฉันแล้ว ถ้าไม่ใช่เธอคงจะโต้ตอบกลับไปนานแล้วแหละครั้งนี้เราจะต้องทนทุกข์ทรมานหรือไม่? ฉันต้องแสดงของจริงให้เธอเห็นซะแล้ว! ”

เสี่ยวเหยียนหักนิ้วมือ จากนั้นก็เดินออกไป

เลิงเยาเยาก็ตามออกไปเช่นกัน

แต่หานมู่จื่อรอหลังจากที่คนออกไปกันหมดแล้ว กลับเอาแฟรชไดร์ฟนั้นออกมา และจ้องมองไปที่แฟรชไดร์ฟนั้นคิดอะไรบางอย่าง

มันจะบังเอิญขนาดนี้เชียวเหรอ?

เมื่อวานเธอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด โม่เย่เซินก็อยู่ที่นั่นช่วยเธอ

วันนี้กลับมีบุคคลนิรนามส่งหลักฐานมาถึงมือของเธอ ช่วยให้เธอประหยัดเวลาและความยุ่งยากได้เยอะขึ้น เรื่องพวกนี้ถ้าหากเธอไปลงมือตามด้วยตัวเองล่ะก็ คาดว่าคงจะเกิดความยุ่งยากไม่น้อย

แต่ว่าตอนนี้…วิดีโอความละเอียดสูงก็อยู่ในมือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาหรือว่าใบหน้าของคนในนั้น ก็ชัดเจนเป็นอย่างมาก

พวกนี้คือ…ทั้งหมดเป็นโม่เย่เซินที่ทำงั้นเหรอ?

ถ้าหากว่าการพบเขาอีกครั้ง ก็เพียงเพื่อทำให้ตัวเองอับอายทำไมเขาถึงต้องทำสิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยเธอ?

แต่ว่า…นอกจากโม่เย่เซินแล้ว หานมู่จื่อเองก็คิดไม่ออกว่าจะเป็นใครได้อีก

ช่างเถอะ

หานมู่จื่อหลับตาลง ก็ถือซะว่าติดหนี้น้ำใจเขาอีกครั้งละกัน

พรุ่งนี้ก็เป็นงานแถลงข่าวแล้ว หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปอย่างราบรื่น รอให้เรื่องสิ้นสุดลงเธอก็ไปจัดการเรื่องระหว่างเธอกับเย่โม่เซิน

ระหว่างพวกเขาทั้งสอง ควรจะพวกไว้ก่อนจริงๆ

เธอต้องถามให้ชัดเจน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรเวลาวันหนึ่งก็หมดไปและเข้าวันใหม่ ในที่สุดก็ถึงวันแถลงข่าววันนั้นแล้ว

หานมู่จื่อพาเลิงเยาเยาและเสี่ยวเหยียนเข้าไปในงานด้วยกัน เพราะว่าเธอเป็นคนที่หลินซิงหั่วเชิญมาเป็นพิเศษ ดังนั้นเลยมีที่นั่งพิเศษจัดเตรียมรอไว้แล้ว

ในตอนแรกนั้นเสี่ยวเหยียนเองก็ไม่อยากที่จะมางานนี้ ปกติแล้วเธอไม่มีความสนใจต่องานพวกนี้เท่าไหร่ แต่ว่า …ครั้งนี้เธออยากมาร่วมงานด้วย จริงๆเป็นเพราะว่าเธอเองอยากมาดูจ้าวยี่หรูหน้าแตกในงานนี้

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ ถูกบังคับเป็นตัวแทนของงานแต่งงานนี้ เธอแต่งงานกับผู้ชายที่พิการแต่กลับมีอำนาจใหญ่ “ฉันเย่โม่เซินไม่เอาผู้หญิงที่ท้องและไม่รู้ว่าพ่อของลูกเป็นใครเด็ดขาด”เดิมทีคิดว่างานแต่งงานนี้เป็นการแลกเปลี่ยน แต่เธอกลับเผลอใจ ไปไปมามา สุดท้ายเธอก็จากไปด้วยความเสียใจผ่านไปหลายปี ลูกชายที่หน้าตาคล้ายกับเขามากตบหัวของเย่โม่เซินด้วยฝ่ามือเล็กๆ“พ่อคนร้าย นายว่าใครเป็นเด็กที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเป็นใคร?”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset