เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ – ตอนที่ 552 ติดตาม

บทที่ 552 ติดตาม

แน่นอนว่ามีความเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าบุคคลที่สองที่ต้องตามหานั้นเป็นใคร ทว่าเป็นบุคคลที่คุณชายเย่ให้ตามหาในตอนกลางดึกนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่

ต่อไปเขาต้องเข้าไปตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ของคุณผู้หญิงและบริเวณโดยรอบ ทั้งยังตรวจสอบคนอื่นอีก….

นี้ให้งานยากกับเขาเลยงั้นเหรอ?

แต่เมื่อคำพูดนี้ออกจากปากเขาแล้ว เซียวซู่จึงต้องรีบเปลี่ยนประเด็น “มะ ไม่เกี่ยวกันครับ ผมทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะจัดการตรวจสอบให้ชัดเจนนะครับ”

กึก!

สิ้นเสียงจากปลายสาย อีกฝ่ายก็วางสายไป

เซียวซู่มองไปที่เวลา เขาโมโหมากจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี กลางดึกแบบนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นเวลาเลิกงาน ตอนนี้มันเป็นเวลาพักผ่อน ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าเย่โม่เซินไม่มีคำพูดให้เขาได้พักผ่อนสักคำ

งั้นก็ช่างมันเถอะยังตอนใช้เวลาอีกระยะหนึ่งด้วย

อ๊ากกกกกกก ต้องโทษที่เขา ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ใครที่ไหนจะทนรับคำสั่งที่แสนทรมานนี้ได้จากคุณชายเย่กัน

*

หานมู่จื่ออาบน้ำเสร็จ แต่ยังไม่ง่วง ดังนั้นเธอจึงหยิบเอาแบบร่างออกมาวาดอยู่สักพัก

เนื่องจากบริเวณโดยรอบทั้งเงียบสงบ ดังนั้นจึงทำให้ไม่ว่าอะไรที่เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ นั่นเขาจะได้ยินเสียงทั้งหมด นอกจากนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากคืนนี้ทำให้เธอรู้สึกอ่อนไหวขึ้นมา

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังมาจากห้องถัดไป หานมู่จื่อจึงวางมือจากการร่างแบบ หลังจากนั้นเธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูห้องถัดไปดู

หลังจากที่ผลักประตูเข้าไปแล้วหานมู่จื่อก็เห็นเพียงโคมไฟเล็กๆ ในห้องที่เปิดเอาไว้ ด้านเสี่ยวหมี่โต้วเขานอนอยู่บนเตียงภายใต้ผ้านวมอย่างอ่อนโยน สองมือเล็กวางไว้บนหน้าอกที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อมองเห็นฉากนี้แล้ว หานมู่จื่อจึงถอดรองเท้าอย่างเบามือ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปเสียงเบา เมื่อเดินเข้าไปจนถึงเตียงเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ จึงได้แน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว

ที่เธอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเมื่อครู่ ไม่คาดว่าเธอจะได้ยินผิดไปอย่างนั้นเหรอ?

ยืนอยู่ครู่หนึ่ง หานมู่จื่อจึงได้ก้มตัวไปด้านหน้าพลางดึงผ้านวมขึ้นมาห่มให้เสี่ยวหมี่โต้วดีๆ จนแน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นหวัดทีหลัง ก่อนจะเดินถอยออกจากห้องไป

เมื่อประตูปิดลง เสี่ยวหมี่โต้วที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้นมา ค่อยๆ กะพริบดวงตาที่ดำสนิท หลังจากนั้นจึงถอนหายใจออกมา

ตกใจแทบตาย

ไม่คิดว่าหม่ามี๊จะเดินเข้ามากะทันหัน เมื่อตอนที่เขาจะนอนเขาก็ไม่ทันระวังจนเผลอทำของตก ดังนั้นจึงเกิดเสียงดังขึ้นมา

เพราะคืนนี้มัวแต่ใช้เวลาส่งข้อความหาแด๊ดดี๊อยู่นาน ดังนั้นจึงทำให้เขานอนดึก ถ้าหม่ามี๊มารู้เข้า คงได้หาว่าเขาเป็นเด็กดื้อแน่

เมื่ออยู่ต่อหน้าหม่ามี๊เขาจึงมักจะแสดงท่าทีเด็กเชื่อฟังเป็นพิเศษ เขาไม่อยากให้หม่ามี๊ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเขา

เมื่อนึกถึงตัวเองที่ส่งอีเมลล์หาเย่โม่เซินแล้ว เสี่ยวหมี่โต้วก็ยิ้มบางอย่างมีความสุข เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากเป็นพิเศษ แน่นอนว่าต้องให้แด๊ดดี๊เป็นคนแสดงออกมา

แม้ว่าในตอนนั้นสิ่งที่แด๊ดดี๊แสดงออกมาจะเลวร้ายจนทำให้หม่ามี๊เสียใจอยู่หลายปี มันทำให้เขารู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก

ทว่าเพียงแค่แด๊ดดี๊ปรับเปลี่ยนอย่างจริงใจ ยินดีที่จะทำดีกับหม่ามี๊ เขาก็จะยอมให้อภัยกับแด๊ดดี๊

ก็ใครใช้ให้เขาเป็นแด๊ดดี๊ของตัวเองกันล่ะ!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เสี่ยวหมี่โต้วก็เม้มปาก ก่อนจะพลิกตัวหลังจากนั้นก็หลับตานอนหลับไป

ในคืนที่เงียบสงบ หานมู่จื่อที่นอนอยู่บนเตียง เธอปิดตาลงแต่ทว่าในหัวกับมีแต่ฉากนองเลือด

ฉากนั้นส่งผลต่อจิตใจเขาเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าเธอและเสี่ยวเหยียนจะไม่ได้เห็นสิ่งน่ากลัวนั่นทั้งหมด ทว่าเธอก็ไม่ได้มีจิตใจที่เข้มแข็งขนาดนั้น

ถึงท่าทีการแสดงออกของเธอจะนิ่งสงบ แต่ว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเลย

นอนอยู่สักพัก เธอก็พบว่าเธอนอนหลับไม่ลง ไม่อยากแม้แต่จะหลับตา เธอจึงลุกขึ้นมาเปิดดูรายการวาไรตี้บนโทรศัพท์

ไม่รู้เลยว่าดูอะไรตอนไหนที่หานมู่จื่อหลับไปพร้อมโทรศัพท์ของเธอ

ภายในฝันราวกับมีแผ่นดินไหว เธอยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน หานมู่จื่อขมวดคิ้วแน่น ทันใดนั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งตะโกนออกมา “มู่จื่อ! ตื่นเร็ว”

เธอลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าไม่ได้มีแผ่นดินไหว เป็นเพียงเสี่ยวเหยียนที่มาเขย่าไหล่ของเธออย่างแรง

“ในที่สุดคุณก็ตื่น ลุกขึ้นเร็วเข้า”

ถูกคนปลุกให้ตื่นก็ทรมานไม่น้อย

หานมู่จื่อพยายามบังคับไม่ให้เปลือกตาตัวเองปิด หลังจากนั้นเธอจึงลุกขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปถูหว่างคิ้ว พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “มีอะไร?”

เสี่ยวเหยียนยื่นมือมาลูบแก้มเธออย่างแรง “จะมีเรื่องอะไรได้ยังไง? เมื่อคืนเกิดเรื่องขึ้นขนาดนั้นคุณยังจะมานอนหลับได้อีกเหรอ?”

หานมู่จื่อตบลงที่มือของเธอเบาๆ หลังจากนั้นจึงก้มไปดึงผ้านวมออก

เธอรู้สึกปวดหัวจริงๆ เมื่อคืนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน ทำให้ตอนนี้รู้สึกไม่ไหว ตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้นแล้ว

“รีบตื่นเร็วเข้า ด้านล่างมีตำรวจมา”

เมื่อได้ยินคำว่าตำรวจ ประสาทสัมผัสของหานมู่จื่อก็ราวกับถูกกระตุ้น หลังจากนั้นเธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ความง่วงงุนก่อนหน้าได้หายไปหมดแล้ว

ผ่านไปเพียงครึ่งวินาทีเธอก็เด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง

“ตำรวจมาแล้วเหรอ?”

เสี่ยวเหยียนพยักหน้า “ใช่ ฉันได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านล่าง ฉันเลยมองไปทางหน้าต่างก็เห็นว่าประตูทางเข้าชุมชนมีรถตำรวจจอดอยู่ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

พูดจบ เสี่ยวเหยียนก็มองมาทางเธอด้วยสายตาไม่สบายใจ “ทำไมสีหน้าเธอดูแย่จัง?”

เมื่อได้ยินดังนั้น หานมู่จื่อก็เงยหน้าขึ้นมองเธอก่อนจะตอบกลับไป “เธอก็เหมือนกันนั่นแหละ”

เสี่ยวเหยียน “………”

หานมู่จื่อลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาเสื้อโค้ทมาสวมใส่ให้ตัวเอง “อาจจะเกี่ยวกับเรื่องของเราเมื่อคืนก็ได้ งั้นพวกเราลงไปดูสักหน่อยไหม?”

“ไม่น่าเป็นไปได้เปล่า?” เสี่ยวเหยียนเอียงคอ “มันเป็นเพียงกระต่ายที่ตายไปแล้วตัวเดียวเองนะ จะแจ้งตำรวจได้ยังไง? อาจจะเกิดเรื่องใหญ่เรื่องอื่นมากกว่าไหม?”

“งั้นไปดูกัน”

หานมู่จื่อพูดจบก็เดินออกประตูไป

วันนี้เป็นวันหยุดพอดี เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่ต้องไปทำงาน ไว้ตอนบ่ายเธอค่อยมานอนต่อก็ได้

เมื่อทั้งคู่เดินไปจนถึงครึ่งทางแล้ว จู่ๆ หานมู่จื่อก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงหมุนตัวไปหาเสี่ยวเหยียน “ทำไม…. เธอไม่เอาเสี่ยวหมี่โต้วมาด้วยกันล่ะ ฉันไม่วางใจให้เขาอยู่บ้านคนเดียว”

“เสี่ยวหมี่โต้วยังนอนหลับอยู่เลย” พูดจบเสี่ยวเหยียนก็มองดูเวลา “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะตื่น นาฬิกาชีวิตเขาเป็นไงนี้เธอเป็นแม่ไม่รู้หรือไง?”

หานมู่จื่อก็หันไปมองดูเวลาเช่นกัน ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เสี่ยวหมี่โต้วจะตื่น ถ้าเขาไม่วิ่งรอบแล้วล่ะก็……. คงจะไม่มีปัญหาอะไร

“งั้นโอเค พวกเราไปดูกันเถอะ ไม่มีเรื่องอะไรค่อยกลับมา”

“อืมอืม”

ดังนั้นทั้งคู่จึงเดินออกไปด้วยกัน หานมู่จื่อไม่วางใจ เธอจึงล็อกประตูบ้านให้ดีหลังจากนั้นจึงลงลิฟต์ไปกับเสี่ยวเหยียน

ชุมชนแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ทว่ามีสองประตูใหญ่ดังนั้นในเวลาปกติแล้วคนเข้าออกจึงไม่เยอะมาก แต่ทว่าวันนี้ประตูด้านหลังกลับถูกตำรวจปิดเอาไว้ มีเพียงประตูเล็กที่เปิดในเข้าออกทางเดียวเท่านั้น

เมื่อหานมู่จื่อและเสี่ยวเหยียนมาถึง ก็พบว่าบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนกลุ่มใหญ่ พวกเธอจึงมองเห็นไม่ชัดเจนว่าตรงหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

เสี่ยวเหยียนสะกิดไหล่ชายร่างสูงคนหนึ่งก่อนจะส่งยิ้มหวานแล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า “พี่ชาย ขอถามหน่อยได้ไหมว่าเกิดเรื่องไรขึ้นเหรอ? ทำไมตำรวจถึงมากันล่ะ? แล้วยังจะมีคนเยอะๆ นี้อีก?”

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ ถูกบังคับเป็นตัวแทนของงานแต่งงานนี้ เธอแต่งงานกับผู้ชายที่พิการแต่กลับมีอำนาจใหญ่ “ฉันเย่โม่เซินไม่เอาผู้หญิงที่ท้องและไม่รู้ว่าพ่อของลูกเป็นใครเด็ดขาด”เดิมทีคิดว่างานแต่งงานนี้เป็นการแลกเปลี่ยน แต่เธอกลับเผลอใจ ไปไปมามา สุดท้ายเธอก็จากไปด้วยความเสียใจผ่านไปหลายปี ลูกชายที่หน้าตาคล้ายกับเขามากตบหัวของเย่โม่เซินด้วยฝ่ามือเล็กๆ“พ่อคนร้าย นายว่าใครเป็นเด็กที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเป็นใคร?”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset