เจ้าสาวอันดับที่เจ็ด – ตอนที่ 57 เกือบโป๊ะแตก

หนานกงเฉินพับหนังสือพิมพ์เก็บแล้วหันมาถามเธอว่า “เธอแน่ใจเหรอวันนี้เธอจะออกไป?
“แน่ใจค่ะ ทำไมเหรอ?”
“คุณหญิงน้อยครับ ข้างนอกคงจะมีนักข่าวเต็มไปหมด” คนขับรถตอบแทน
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวปล่อยฉันลงข้างทางก่อนก็ได้ ฉันเตรียมแมสไว้แล้ว” เธอพูดอย่างภูมิใจพร้อมตบกระเป๋าไปด้วย เพราะเมื่อกี้คุณหญิงได้เตือนแล้วว่าจะมีนักข่าวดักรออยู่ เธอเลยเตรียมตัวมาดี
คนขับรถเงียบไปพร้อมมองไปทางหนานกงเฉิน หนานกงเฉินก็พยักหน้าให้จากนั้นค่อยสตาร์ทรถออกไป
ตามคาดเลยว่ามีนักข่าวดักรออยู่หน้าประตูบ้าน เมื่อเห็นว่ามีรถแล่นออกมา นักข่าวก็รีบมาอ้อมดักรถไว้พร้อมถามคำถามอย่างเสียงดัง
ไป๋มู่ชิงขยับถอยไปชิดกับเบาะแล้วหันไปมองหนานกงเฉิน แต่เขากลับนั่งนิ่งอย่างไม่สนใจกลุ่มนักข่าว
รอจนกว่ายามหน้าบ้านจะเปิดทางให้รถก็สามารถแล่นออกไปได้
รถสามารถออกจากหน้าบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่บรรยากาศในรถกลับเงียบสงัดจนไม่กล้าหายใจเสียงดัง
ไป๋มู่ชิงรู้สึกคิดผิดมากที่นั่งรถออกมาพร้อมเขา สำหรับเธอ ต้องอยู่กับผู้ชายที่นิ่งเงียบอย่างเขามันทำให้เธอทุกทรมานมาก
แต่หนานกงเฉินที่นั่งข้างๆกลับไม่รู้อึดอัดเลย เขาหยิบเอกสารงานขึ้นมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ
“คุณหญิงน้อยจะลงรถที่ไหนเหรอครับ” คนขับรถถามขึ้นอย่างมีมารยาท
ไป๋มู่ชิงรีบดึงสติกลับมาแล้วหันมองออกไปข้างนอก รีบพูดขึ้นว่า “หยุด! หยุด! ฉันจะลงตรงนี้”
คุณหวางขับรถไปเทียบข้างทาง ไป๋มู่ชิงรีบเปิดประตูรถลงไปพร้อมหันไปพูดกับหนานกงเฉิน “ขอบคุณนะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ”
เห็นเธอเดินไปไกลแล้ว คุณหวางก็เผลอยิ้มออกมา “คุณหญิงน้อยยังเป็นเด็กอยู่เลย”
คิ้วของหนานกงเฉินเลิกขึ้น พร้อมมองไปทางตรงกันข้ามที่ไป๋มู่ชิงยืนอยู่ เพิ่งจะ23 ก็ถือว่าเด็กอยู่
ก่อนที่จะแต่งงานกับหนานกงเฉิน เธอเพิ่งเรียนจบแล้วกำลังฝึกงานที่บริษัทขายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง พอเสาร์อาทิตย์ก็ไปสอนเด็กวาดรูปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
หลังจากที่แต่งงานเธอก็ไม่ได้ทำงานที่บริษัทนั้นอีก แต่ที่สอนเด็กๆวาดรูปเธอยังต้องทำเพราะนอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครสอนเลย
ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผู้ดูแลอย่างจ้าวเฟยหยางก็ทักขึ้น “มู่ชิง กี่วันนี้เธอหายไปไหนมา? โทรไปก็ไม่รับสาย เด็กๆคิดถึงเธอแย่เลย”
ไป๋มู่ชิงไม่กล้าเอ่ยว่าเธอได้แต่งงานแทนพี่สาวเธอ เพียงพูดขอโทษ “ขอโทษนะคะ พอดีกี่วันนี้มีธุระน่ะค่ะ”
จ้าวเฟยหยางเป็นผู้ชายที่จิตใจดี กี่ปีก่อนที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เสียชีวิต หลังจากนั้นประมาณปีนึงเขาถึงเดินออกมาจากความเศร้านี้ได้ เขาเป็นคนชอบเด็กมากๆเลยตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงเด็ก พอนานวันเข้าจนกลายเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างที่เห็น
ไป๋มู่ชิงรู้จักจนกลายเป็นอาสาสมัครเพราะตอนที่น้องชายเธอหายตัวไป เธอกับแม่ตามหาอยู่หลายวันจนมาเจอที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้
เพราะจิตใจที่ดีของเขาทำให้เธอตัดสินใจที่จะมาเป็นครูอาสาสมัคร แล้วมาช่วยเขาสอนเด็กๆบ้างหรือดูแลแทนเขาบ้าง
เพราะไม่ได้มานานพอเด็กๆเห็นเธอก็วิ่งกันมาอ้อมล้อมเธอไว้
ไป๋มู่ชิงลูบหัวเด็กๆเบาๆ พร้อมยกขนมหวานที่นำมาให้เด็กๆดู “เราไปกินขนมกันเถอะ”
“คุณครูไป๋เคยบอกว่าจะวาดรูปให้พวกหนู” เด็กน้อยพูดขึ้นด้วยเสียงอันอ่อนหวาน
ไป๋มู่ชิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยสัญญากับเด็กๆไว้ว่าจะวาดรูปให้ จากนั้นเธอก็พยักหน้าให้ “ใช่สิครูนึกขึ้นได้แล้ว งั้นเรายกเก้าอี้คนละตัวแล้วไปนั่งกินนั่งวาดที่สวนกัน”
“เย้” เด็กๆร้องขึ้นด้วยความดีใจ
นี่เป็นบ้านสองชั้นเก่าๆ แต่ในตัวบ้านก็ถือว่ากว้างสว่างแถมนอกบ้านยังมีสวนอีก เหมาะกับการเป็นที่สอนเด็กจริงๆ
ไป๋มู่ชิงตั้งขาตั้งวาดรูปขึ้นแล้วเริ่มวาดรูปให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งด้วยสีหน้าท่าทางที่ตั้งอกตั้งใจ จ้าวเฟยหยางก็เดินไปนั่งลงข้างๆเธอ พร้อมเอ่ยขึ้นว่า “วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ถึงรู้ว่าพี่สาวคุณแต่งงานกับหนานกงเฉิน เพื่อเงินไม่นึกชีวิตตัวเองเลย”
ไป๋มู่ชิงหน้ากระตุกเบาๆ ไม่รู้จะตอบยังไง
จ้าวเฟยหยางก็พูดอีกว่า “แต่ก็เห็นว่าเธอยังใช้ชีวิตปกติ เรื่องเล่าของตระกูลหนานกงไม่ใช่เรื่องจริงสินะ”
“ใช่ ฉันไม่เคยเชื่ออะไรแบบนี้เลย” ไป๋มู่ชิงพูดสริม แล้วรีบเปลี่ยนประเด็น “แล้วการรื้อถอนคืบหน้าไหม? ได้วันที่แน่นอนหรือยัง?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ จ้าวเฟยหยางก็โมโหขึ้นมาทันที “เลยวันที่กำหนดมาแล้ว ฉันกำลังเครียดเลยว่าจะทำยังไงต่อ”
“จะทำยังไงได้ล่ะ เดิมบ้านหลังนี้ก็เป็นของประเทศอยู่แล้ว คุณจะอยู่อย่างนี่ต่อไปก็ไม่ได้”
“อยู่ไม่ได้ผมก็ต้องอยู่ จะให้ทำยังไงได้ล่ะ? จะให้เด็กๆไปนอนข้างถนนก็ไม่ได้” จ้าวเฟยหยางถอนหายใจยาว
พูดถึงปุ๊บมาปั๊บ จ้าวเฟยหยางหันมองไปที่ประตู อยู่ๆก็มีรถหรูคันหนึ่งแล่นมา
ในรถเลขาเหยียนหันไปพูดกับหนานกงเฉินว่า “คุณชายเฉิน นอกจากบ้านหลังนี้ หลังอื่นได้ทำการย้ายออกไปตามกำหนดแล้วค่ะ”
“ลงไปถามว่าเขาต้องการเท่าไหร่”
“ค่ะ” เลขาเหยียนเดินลงไปจากรถแล้วเดินเข้าไปแต่กลับเห็นไป๋มู่ชิงกำลังวาดรูปให้เด็กๆ เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ “นั่นคุณหญิงน้อยไม่ใช่เหรอ?”
หนานกงเฉินลืมตาขึ้นดูช้าๆไปทางบ้านหลังนั้น
สายตามองผ่านประตูเข้าไป เห็นไป๋มู่ชิงพอดี มือข้างนึงเธอจับขาตั้งไว้ ส่วนอีกข้างก็กำลังวาดอย่างตั้งใจ
โดยมีเด็กๆนั่งล้อมรอบเธอด้วยสีหน้ามีความสุขกันทุกคน
เขาเองก็ประหลาดใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่
“คุณชายเฉินคะ ให้ตามคุณหญิงน้อยมาไหมคะ?”เลขาเหยียนถามอย่างมีมารยาท
“ไม่ต้อง” หนานกงเฉินเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
“มีคนร้ายมา เราไปไล่เขากัน!” ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเป็นคนเอ่ยขึ้น จากนั้นเด็กๆก็พากันวิ่งออกไปพร้อมทั้งโยนขนมในมือไปทางหนานกงเฉิน
ไป๋มู่ชิงอึ้งไปพร้อมรีบวางดินสอในมือแล้วลุกไปแต่ตัวหนานกงเฉินเลอะไปด้วยวิปครีมกับพุดดิ้งหมดแล้ว
ชุดสูทอันหรูหรากับใบหน้าที่หล่อเหลา……แต่กลับโดนเด็กๆทำจนเลอะเทอะไปหมด
“นี่พวกเธอทำอะไรน่ะ?หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เลขาเหยียนรีบเข้ามาห้ามปราม
คนขับรถก็รีบลงมาบังขนมที่เด็กๆโยนไปที่ตัวหนานกงเฉินไว้
ไป๋มู่ชิงยืนอึ้งนิ่งไป ไม่คิดว่าหนานกงเฉินจะมา แถมยังโดนเด็กๆกระทำแบบนี้อีก มองไปที่วิปครีมเต็มตัวเขากับสีหน้าที่เยือกเย็นของเขาก็รู้เลยว่าเขาโมโหมากแค่ไหน
ทำไมเด็กๆถึงว่าเขาว่าเป็นคนร้ายล่ะ? หรือว่า……เขาเป็นคนที่จะมายึดพื้นที่นี้? ไป๋มู่ชิงไม่แน่ใจว่าเขาเห็นเธอหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆคือเธอต้องรีบไปจากที่นี่
เธอใช้มือปิดหน้าตัวเองไว้แล้วหันหลังวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน

เจ้าสาวอันดับที่เจ็ด

เจ้าสาวอันดับที่เจ็ด

ไป๋มู่ชิงเคยได้ยินเรื่องเล่าตั้งแต่เด็กว่า ตระกูลหนานกงในเมืองซีเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุด แต่น่าเสียดายที่คุณชายใหญ่ของตระกูลกลับป่วยเป็นโรคประหลาด โรคที่เขาเป็นจะทำให้เขามีอายุอยู่ได้ไม่ถึงอายุ30ปี ไป๋มู่ชิงยังได้ยินมาอีกว่า คุณชายหนานกงเฉินแต่งงานใหม่ทุกๆปี แต่เจ้าสาวของเขากลับมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงวันต่อมาหลังคืนเข้าหอ แต่ไม่ทราบสาเหตุของการแต่งงานและยังไม่ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าสาวด้วย เมื่อตระกูลหนานกงได้ส่งของหมั้นมาให้ตระกูลไป๋ ไป๋มู่ชิงก็คิดไม่ถึงว่าพ่อของเธออยากจะปกป้องชีวิตพี่ของเธอไว้ถึงขนาดผลักเธอเข้าไปในประตูนรกอย่างโหดร้าย บังคับให้เธอแต่งงานกับหนานกงเฉินเป็นเจ้าสาวคนที่เจ็ดของเขา แทนพี่สาวของเธอ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset