เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 201 – ตอนที่ 188 เพลิงอมฤตและวงจักรล้างโลก P1

===============
เย่ว์หยางสามารถเห็นร่างของถูเฉิงได้ชัดเจนหลังจากเสริมพลังสามชั้น

อย่างไรก็ตาม เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถสร้างผลสะท้อนที่เหมือนกันหลังจากเพิ่มเงาปีศาจลงไปอีกหรือไม่ เหตุผลก็คืออสูรที่ถูเฉิงเรียกมาใช้เป็นอสูรที่แตกต่างไม่ซ้ำกันเลย อสูรภูเขาไฟเป็นอสูรสายธาตุจำเพาะ ดังนั้นจะผสานร่างเข้าด้วยกันกับมังกรยักษ์และอสูรยักษ์โบราณได้อย่างไร? เย่ว์หยางสับสนอย่างมาก แต่ถูเฉิงก็ทำได้แล้ว กับข้อเท็จจริงที่อยู่ต่อหน้าต่อตาเขา เย่ว์หยางทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่สับสน

ร่างของถูเฉิงทั้งหมดมีเปลวเพลิงครอบคลุมดูเหมือนกับยักษ์ไฟ

เขาเงื้อหมัดและทุบลงมาอย่างแรง

เห็นได้ชัดว่า เย่ว์หยางไม่สามารถเผชิญรับมันได้โดยตรง ดังนั้น เขาถอยหลังอย่างรวดเร็ว

“หอกเพลิง!” ถูเฉิงสร้างเปลวเพลิงในตัวเขาเป็นรูปหอกเพลิงและยิงไปที่เย่ว์หยางอย่างอำมหิต

ฉวยความได้เปรียบที่เย่ว์หยางหลบการโจมตีของเขา ถูเฉิงเคลื่อนมาถึงด้านหลังของเย่ว์หยางอย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่ได้ต่อยใส่ร่างกายเย่ว์หยาง กลับใช้พลังของเขาทั้งหมดต่อยลงไปที่พื้นแทน

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

พื้นแตกแยกจากกันและภูเขาไฟถูกสร้างขึ้นมาเต็มไปด้วยลาวาเดือดที่ถูเฉิงเรียกออกมา

ถ้าเย่ว์หยางมัวแต่ตะลึงกับคลื่นอัดกระแทก ป่านนี้เขาคงร่วงลงไปในแม็กมาเดือดที่ถูกสร้างขึ้นและหลอมละลายเป็นควันไปแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุด ร่างของเขาทั้งหมดคงถูกแม็กมาเผาไหม้แน่ อย่างไรก็ตาม ร่างของเขาหายไป ร่างจริงของเขามาปรากฏต่อหน้านางเซียนหงส์ฟ้าแทน เย่ว์หยางตวาดใส่นางเซียนหงส์ฟ้าอย่างโมโห “ท่านจะทำอะไร? ถ้าท่านมีอะไรจะพูด ก็พูดต่อหน้าผู้คนก็ได้ ท่านก็แค่ต้องกระซิบที่หูของข้าเบาๆ แล้วก็พูดแต่เรื่องไม่เป็นสาระ มันน่ารำคาญนะ!”

“ข้าจะกระซิบรักกับเจ้า ก็ต้องแอบกระซิบบอกเจ้าเป็นธรรมดา มันน่าอายนะถ้าปล่อยให้คนอื่นได้ยิน..” นางเซียนหงส์ฟ้าตอบอย่างอารมณ์ดีโดยไม่สนใจว่าเย่ว์หยางจะหงุดหงิด

“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับท่าน!” เย่ว์หยางรู้สึกว่าแม่นางผู้นี้ทำเหมือนกับว่าเขาเป็นลูกหนี้นาง

นางอาจเหมือนกับถูกปีศาจมังกรฟ้าตามพัวพัน ดังนั้นก็เลยแกล้งทำเป็นหาคู่รักบังหน้า ถ้านางเจาะจงให้ปีศาจมังกรฟ้ารู้สึกตัว นางก็คงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง

เขายังไม่ได้หาเศษหาเลยกับนางกลับต้องกลายเป็นแพะรับบาป เขาจึงได้แต่โกรธ

นางเซียนหงส์ฟ้าขยับตาให้เขา ก่อนจะหัวเราะอย่างน่าหลงใหล “ก็ได้ ข้าจะไม่พูดอีกต่อไป ที่รัก! ไม่ต้องห่วงไป ตั้งใจสู้ให้ดี”

เย่ว์หยางโวยวายลั่น “ใครเป็นที่รักของท่าน? ข้ายังไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับท่านเลย ถ้าท่านให้ข้าคบกับท่าน ข้าก็ยังพอเข้าใจ แต่ข้ายังไม่ได้เอาเปรียบอะไรท่านเลย หลังจากสู้ครั้งนี้เสร็จแล้ว ถ้าท่านยอมให้ข้าปล้ำ ข้าก็จะยอมให้ท่านเรียกสุดที่รักก็ได้ตามสบาย!”

นางเซียนหงส์ฟ้าดูเหมือนจะรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้ นางก้มหัวลงแล้วเอานิ้วชี้ชนกันอย่างอายๆ “ข้ายังรู้สึกเจ็บตรงนั้นอยู่เลย เจ้าก็รู้.. เจ้าจะปฏิเสธไม่ยอมรับข้า และหันหลังให้ข้าได้ยังไง?”

ฝูงชนเครียดหูผึ่งทันทีที่พวกเขาได้ยินเรื่องที่จะเอาไปนินทาได้

ถูเฉิงยืนอยู่อีกด้านหนึ่งถือโอกาสเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาขึ้นไปอีก เขาแอบเรียกภูเขาไฟเพิ่มขึ้นอีกและซ่อนภูเขาไฟเหล่านี้ไว้ใต้พื้น ตราบใดที่เย่ว์หยางก้าวไปเหยียบมัน ก็จะเกิดการระเบิดทันที

จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้กับผู้เฒ่าเย่ว์ไห่มองหน้ากันและกัน คิดว่ามีเรื่องผิดปกติบางอย่าง

ทำไมเย่ว์หยางถึงวิ่งไปหาปีศาจกฎฟ้าในระหว่างต่อสู้? ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรักษาความสงบอยู่ได้และยังมีเหตุผลอยู่จนถึงบัดนี้ แล้วทำไมถึงมาอารมณ์เสียตอนนี้เล่า? เป็นไปได้ไหมที่ปีศาจกฎฟ้าสะกดจิตเขา? สององครักษ์พิทักษ์ฟ้ามองดูหน้ากันเองอย่างสับสน พวกเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับเย่ว์หยางเท่าใดนัก แต่พวกเขาคิดว่าปีศาจกฎฟ้าพยายามยั่วให้เขาโกรธ ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่นางพูด…..ตอนนี้ ปีศาจกฎฟ้าพูดว่า “จงโกรธ! ตราบใดที่เจ้าโกรธ เจ้าจะชนะ คู่ต่อสู้ของเจ้ามีร่างกายแข็ง รับมือเขาได้ง่ายมาก!”

เย่ว์หยางควรเป็นคนที่ใจเย็นมากที่เชี่ยวชาญในการวัดพลังของฝ่ายตรงข้ามและมีปฏิกิริยาโต้ตอบรวดเร็ว

คนแบบนั้นไม่น่าจะโกรธได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาโกรธจริงๆ พลังของเขาจะน่ากลัวมาก

“ท่านเจ็บตรงไหน? ข้ายังไม่เคยแตะต้องตัวท่านเลย!” เย่ว์หยางตะโกนอย่างหัวเสีย เขาต่างหากที่โดนนางทุบจนน่วม นางใช้หน้าอกนางกระแทกเขาจนปลิวไปราวกับลูกกระสุน เขาควรจะเป็นคนที่เจ็บตัวไม่ใช่หรือ?

“ตอนนั้น เจ้าคลุ้มคลั่งและจับข้ากดลงกับพื้น เจ้าน่ะเหมือนกับโคถึกถึงทำแบบนั้นได้ แม้ข้าจะร้องด้วยความเจ็บปวดแต่เจ้าก็ไม่ยอมหยุด ถ้าไม่ใช่เพราะข้าแข็งแรง ข้าคงตายเพราะเจ้าไปแล้ว…” พอได้ฟังนางเซียนหงส์ฟ้าพูด เย่ว์หยางแทบกระอักเลือด เขาลืมไปว่าเขาเคยจับนางกดลงกับพื้น ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางผู้นี้น่าจะเป็นฝ่ายจับเขากดลงกับพื้นมากกว่า เขาจะไปทำนางได้อย่างไร?

เย่ว์หยางหันไปรอบๆ และมองเห็นหน้าของปีศาจมังกรฟ้าดำคล้ำยิ่งกว่าเปาบุ้นจิ้นเสียอีก

นัยน์ตาของเขาดูเหมือนจะพ่นไฟที่ร้อนแรงกว่าลมหายมังกรของถูเฉิงเป็นร้อยเท่าพันเท่า เขาคงต้องการเผาเย่ว์หยางให้ตายด้วยการจ้องเป็นแน่

กลุ่มนักสู้ปราณก่อกำเนิดดูเหมือนจะเข้าใจผิดเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปีศาจกฎฟ้าจะจับเจ้าเด็กนี่กดลงพื้นเพราะนางชอบผู้ชายหล่อๆ ถ้าพวกเขาไม่มีสัมพันธ์กันเลย ทำไมนางจึงต้องปกป้องเขา? เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้

“หยุดพูดไร้สาระเสียที แม้ว่าจริงๆ ข้าทำอย่างนั้นกับท่าน ข้าก็จะไม่รับผิดชอบ ฮึ่ม” เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาอาจจะเคยปล้ำนาง แต่เขาจะไม่ยอมรับผิดชอบ

ใครบอกว่าเขาต้องแต่งงานกับคนที่เขาปล้ำด้วยเล่า?

ทำไมพวกเขาไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ฉันคนรักหลังจากล่วงเกินกันเล่า? ถ้าเขาปล้ำนางจริงๆ และต้องตกแต่งนางมาอยู่ที่บ้าน แล้วเขาจะมีความสุขในครอบครัวกันแบบไหน?

ยกตัวอย่าง ถ้าเขามีสัมพันธ์กับผู้หญิงอย่างอี้หนาน, องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเจ้าเมืองโล่วฮัว อย่างนั้นก็ต้องนำพวกนางกลับไปเป็นภรรยาที่บ้าน นั่นก็คงจะดี พวกนางเป็นผู้หญิงที่เขาชอบอยู่แล้ว แต่ผู้ใดจะต้องการผู้หญิงอย่างนางเซียนหงส์ฟ้ากันเล่า? ถ้าเขามีสัมพันธ์กับนาง อย่างนั้นจะทำอะไรก็เชิญเลย เขาคงใช้เวลาสักคืน ยิ่งไปกว่านั้น เย่ว์หยางยังสงสัยว่าเขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ถ้าเขาทำลงไปจริงๆ ก็คงแปลกที่นางไม่สูบพลังของเขาจนเหือดแห้ง เมื่อตอนที่เขาฟื้นขึ้นมา พลังปราณของเขากลับคืนมาและร่างของเขาก็ปลอดภัยดี ไม่ได้มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเขาได้ทำลงไปหรือไม่

เขาจำได้ว่าเสื้อผ้าของเขาในตอนนั้นก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสาวๆ ที่มองดูอยู่ด้วย

ถ้าเขาปล้ำนางเซียนหงส์ฟ้าจริงๆ มันก็น่าแปลกที่สาวๆ เหล่านั้นไม่ตามถล่มเขาหลังจากนั้น

ที่สำคัญที่สุดพี่สาวทรงโตลึกลับอาจมาถึงก่อนหน้านั้นแล้วก็ได้ ถ้าเขาทำอะไรกับนางเซียนหงส์ฟ้าจริงๆ นางก็คงออกมาห้ามไม่ให้เขากระทำไปแล้ว

แน่นอน..ถ้าเขาปล้ำนางเซียนหงส์ฟ้าก่อนนั้นจริงๆ…

มีความเป็นไปได้เช่นนั้น เพราะเย่ว์หยางจะลืมเรื่องที่เขากระทำลงไปตอนอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งสิ้นเชิง เขาอาจกระชากเสื้อผ้าของนางเซียนหงส์ฟ้าในตอนนั้นจริงๆ หรือปล้ำนางแล้วครอบครองนาง เย่ว์หยางชักจะไม่แน่ใจ แต่เขาต้องแสดงการโต้ตอบสักอย่าง ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะไม่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางไม่เคยใจร้ายกับอี้หนาน, เจ้าเมืองโล่วฮัว, เชี่ยนเชี่ยนและหญิงงามลึกลับที่รักการอ่านเลย

แต่สำหรับนางเซียนหงส์ฟ้า แม้เขาจะล่วงเกินนางเป็นร้อยครั้ง เย่ว์หยางก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรลงไป

นางหาเรื่องลำบากให้ตัวเอง ทำไมเขาจะต้องสุภาพกับนางด้วย?

“อย่ามาทำใจดำกะข้านะ… ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อข้าแบบนั้น หัวใจข้าคงแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!” นางเซียนหงส์ฟ้าเมินท่าทีโต้ตอบของเย่ว์หยาง พอนางบิดเอวที่น่าหลงใหลเดินเข้ามาหา ใบหน้านางก็มาอยู่ใกล้ริมฝีปากของเย่ว์หยางแล้ว นางใช้นิ้วเรียวงามเชยคางของเย่ว์หยางพลางกระซิบว่า “ข้าไม่ห่วงเรื่องเจ้าหรอก… เจ้าต้องจบการต่อสู้เร็วๆ และช่วยแม่สี่ของเจ้าให้ได้!”

“…….” คำพูดเหล่านี้เหมือนแสงอาทิตย์ขับไล่หมอกในท้องฟ้า จนเปิดใจของเย่ว์หยาง เขาไม่คิดอะไรอื่นนอกจากรอยยิ้มของแม่สี่

“ถ้าเจ้าไม่ไปช่วยนาง นางอาจพบอุบัติเหตุบางอย่าง ถึงตอนนั้นเจ้าจะไม่สามารถตอบแทนคุณนางได้นะ เจ้าคือซานเอ๋อที่ว่าง่ายของนาง ถ้านางตายก่อนที่เจ้าจะได้ตอบบุญคุณความเมตตาของนาง เจ้าจะไม่เสียใจมากอย่างนั้นหรือ?” นางเซียนหงส์ฟ้ากระซิบที่หูของเย่ว์หยางแทบจะชิดกับปากชวนฝันของนาง ในทันใดนั้น พลังของเย่ว์หยางก็เปลี่ยนไป

นักสู้ปราณก่อกำเนิดคนอื่นๆ ตระหนักว่าพลังของเย่ว์หยางเหมือนพลังงานมหาศาลที่ซ่อนเร้นของภูเขาไฟ สามารถจะปะทุได้ทุกเวลา

ทุกคนลอบตื่นตัวทันที

ประมุขนิกายพันปีศาจส่งเสียงประท้วงเบาๆ “ปีศาจกฎฟ้า! เจ้าทำอย่างนี้จะไม่เป็นการละเมิดกฎหรือ? นี่คือการประลองตัดสินตัวต่อตัว เจ้าทำแบบนี้เพื่อช่วยเขาหรือว่าทำให้การประลองไม่ลื่นไหล?”

นิ้วของนางเซียนหงส์ฟ้าปล่อยแสงรอบด้วงตาเย่ว์หยาง ใบหน้านางมีแสงสว่างลึกลับวาบขึ้นมา ตานางดูเหมือนจะเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้าม “จริงๆ แล้วข้ากำลังช่วยพวกเจ้า เราไม่ได้เป็นพันธมิตรด้วยกันใช่ไหม? ข้าเห็นบริวารของเจ้าเตรียมอสูรภูเขาไฟซ่อนไว้ใต้ดินมากมายนี่ การกระทำของเขาไม่รอบคอบเลย ข้าก็เลยขอให้สุดที่รักของข้ามาคุยกันตรงนี้ เพื่อที่ว่าเขาจะได้เตรียมการอย่างถูกต้อง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมตัวไปได้ไม่น้อยแล้ว ซ่อนกับดักภูเขาไฟเกินกว่าสิบ นี่ข้ายังช่วยเจ้าไม่มากพออีกหรือนี่?”

ประมุขนิกายพันปีศาจรู้สึกละอายใจเล็กน้อยและรีบแก้ตัวทันที “ความจริง อสูรภูเขาไฟเป็นอสูรสายธาตุจำเพาะที่ถูเฉิงและขวงจั่นร่วมกันใช้งาน เมื่อถูเฉิงเรียกอสูรภูเขาไฟออกมาใช้ ขวงจั่นก็จะมีปฏิกิริยาแสดงออกมาด้วย โปรดอย่าเข้าใจผิด”

นางเซียนหงส์ฟ้ายักไหล่นางก่อนที่จะหอมแก้มเย่ว์หยางเบาๆ “งั้นก็เป็นความเข้าใจผิดของข้า.. เด็กน้อย.. อย่าตายที่นี่เสียล่ะ.. มิฉะนั้นแม่สี่ของเจ้าจะพลอยตายไปด้วย”

“แม่สี่!” เดิมทีนัยน์ตาที่ว่างเปล่าของเย่ว์หยางพลันเปล่งแสงที่ดูเหมือนสายฟ้าออกมาทันที

พลังที่ซ่อนอยู่ภายในปะทุออกมาอย่างรุนแรงมากกว่าแรงระเบิดของอสูรภูเขาไฟของถูเฉิงเป็นพันเป็นหมื่นเท่า

ขณะที่เย่ว์หยางกู่ร้องด้วยความโกรธ เขาปล่อยพลังออกมาทั่วร่างทันที เขายังปล่อยพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้เหมือนแต่ก่อน เป็นพลังที่ตัวของเขาเองก็ไม่รู้ว่ามีอยู่ในตัวเขา

อักขระโบราณบนตัวเขาหมุนอย่างแรง ก่อตัวเป็นวงเวทอักขระใหม่

ที่ด้านหลังของเย่ว์หยาง มีวงจักรอักขระโบราณขนาดใหญ่ขยายออก ต่อจากนั้นก็มีวงเวทขนาดเล็กกว่าหมุนอยู่ภายในวงจักรเวทขนาดใหญ่

แสงเจิดจ้ากระจายออกมาคมเหมือนกับลูกธนู เหล่านักสู้ปราณก่อกำเนิดที่อยู่รอบๆ ยกมือของตนบังแสงนั้นเอาไว้ แต่ก็ต้องตระหนักว่ามือของพวกเขารู้สึกร้อนหลังจากถูกแสงของเย่ว์หยาง ส่วนพวกที่มีพลังไม่พอ รู้สึกว่าแสงของเย่ว์หยางเผานิ้วพวกเขาจนไหม้ พวกเขาทำอะไรไม่ถูกได้แต่แปลกใจระคนกลัว แสงที่ระเบิดออกมาจากตัวเย่ว์หยางในสภาวะคลั่งมีความรุนแรงมาก ถ้าพวกเขาโดนหมัดของเย่ว์หยางโดยตรง อย่างนั้นพวกเขาคงทำอะไรไม่ได้แล้ว?

“พลังของเขาเกือบแตะระดับนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสองแล้ว!” ยักษ์เกราะเงิน “ขวงจั่น” ผู้ยืนอยู่ด้านหลังประมุขนิกายพันปีศาจพึมพำเสียงสะท้าน

“ไม่, ข้าคิดว่ามันแตะที่ระดับนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสามแล้ว…” เสียงของประมุขนิกายพันปีศาจสะอึกเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อน คนที่สามารถเพิ่มพลังขึ้นมาได้ฉับพลัน เขาไม่อาจเชื่อสายตาตนเองเลยจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น พลังของเย่ว์หยางในยามโกรธเกรี้ยวยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปราณก่อกำเนิดระดับสาม ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา

ทันใดนั้น เพลิงที่สามารถเผาผลาญทุกอย่างในเส้นทางที่มันผ่านได้ปรากฏขึ้น มันร้อนกว่าแม็กมาของอสูรภูเขาไฟของถูเฉิงอย่างไม่อาจเทียบกันได้ เป็นไฟบริสุทธิ์และชำระล้างได้ ลักษณะของเพลิงเหล่านี้ทำให้สีหน้าของนักสู้ปราณก่อกำเนิดทุกคนเปลี่ยนไปทันที ทุกคนพรวดพราดลุกขึ้นกระจายกันหนีไป เพราะเพลิงนั้นแม้แต่นักสู้ปราณก่อกำเนิดก็ไม่อาจต้านทานได้ มันคือ “เพลิงอมฤต”

โชคดีที่เปลวเพลิงนี้แค่ทำให้สะดุ้งตกใจกันเท่านั้นยังไม่ได้มุ่งโจมตีผู้ใด มิฉะนั้น นอกจากประมุขนิกายพันปีศาจแล้ว ทุกคนคงถูกฆ่าทันที

ประมุขนิกายพันปีศาจก็ยังกลัว

แม้ว่าพลังของเย่ว์หยางเกือบจะถึงขีดจำกัดของมนุษย์และแทบไม่มีความสามารถจะทำลายร่างกายและวิญญาณของเขา มีแต่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่ทำลายเขาได้ หนึ่งในนั้นก็คือ เพลิงอมฤต

…………………

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset