เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 239 – ตอนที่ 219 ดาวข่มทั้งชีวิต

===============
ภายในสองชั่วโมง เป็นไปไม่ได้ที่จะบ่มเพาะอสูรเด็กให้เป็นอสูรเต็มวัย ไม่ว่าจะเป็นอสูรชนิดใดก็ตาม

อย่าว่าแต่ไข่อสูรที่อยู่ในมือเย่ว์หยาง ยังไม่ฟักตัวออกมาเลยด้วยซ้ำ

เย่ว์หยางแค่พูดทีเล่นทีจริงเมื่อพูดออกมาแบบนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ เมื่อเขาบอกว่าเขาจะบ่มเพาะไข่ตั๊กแตนมรณะที่สามารถต่อสู้ได้ภายในสองชั่วโมง แต่หลังจากพนันกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแล้ว เขากลับมีความตั้งใจจะทำจริงๆ ในบันทึกของมารดาสหายผู้น่าสงสาร นางเขียนวิธีเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรไว้ห้าวิธี แต่นางยังคงเขียนวิธีเพาะเลี้ยงบางอย่างสลับกันไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนึ่งในวิธีนั้นเกี่ยวกับอสูรสายแมลง

แน่นอนว่า วิธีเพาะเลี้ยงแบบลับนั้น จะใช้ได้ผลดีกับสัตว์อสูรไม่กี่ชนิด วิธีการเหล่านี้ล้วนต้องใช้ความเชี่ยวชาญมาก ยิ่งไปกว่านั้น ผลของการเพาะเลี้ยงจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคนผู้เพาะเลี้ยงมัน บางคนสามารถเพาะเลี้ยงอสูรศักดิ์สิทธิ์โดยใช้วิธีลับนี้เพาะเลี้ยงอสูรของเขา ขณะที่บางคนนอกนี้ทำได้เพียงเพาะเลี้ยงอสูรสวะ!

กล่าวอีกอย่าง เจ้าของสัตว์อสูรผู้เพาะเลี้ยงอสูรต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพิเศษบางอย่างก่อนที่จะใช้วิธีการลับจึงจะสามารถใช้มันได้ผล

ตั๊กแตนมรณะถือเป็นอสูรสายแมลงที่เป็นที่ต้องการพอดี และมีเย่ว์หยางเป็นเจ้านายของมัน ก็ไม่ควรจะมีปัญหามากนัก ดังนั้นเขาต้องการให้มันเป็นไปตามนั้น

ตอนแรก เย่ว์หยางตั้งใจจะให้ตั๊กแตนมรณะกับเย่ว์ซวงหลังจากที่ช่วยให้เธอได้ทำสัญญากับคัมภีร์ต่อหน้าสมาชิกในตระกูลของเขา ใครกันจะรู้ว่าขณะที่เขาได้ความคิดเช่นนี้ เย่ว์หยางตระหนักว่าตั๊กแตนมรณะได้ดูดกลืนเลือดของเขาไปแล้ว แม้ว่ามันจะยังไม่ฟักตัว แต่มันก็จำเขาไว้ในฐานะที่เป็นเจ้านายมันแล้ว.. เย่ว์หยางทำได้เพียงเก็บความตั้งใจที่จะให้อสูรชั้นทองกับเย่ว์ซวงไว้ก่อน ตั๊กแตนมรณะจะได้รับการเพาะเลี้ยงในขณะนี้ เย่ว์หยางสังเกตว่ามันโตขึ้นตลอดเวลาช่วงนี้ เขาถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดให้มันทันที เขายังคงหวังว่า มันคงจะเป็นตัวที่สมบูรณ์แบบมาก ก่อนที่จะฟักออกมาจากเปลือกไข่

หลังจากดูดกลืนพลังทั้งหมดจากไข่ที่แตกของพี่และน้องของมันรวมทั้งพลังปราณก่อกำเนิดของเย่ว์หยาง ไข่ของตั๊กแตนมรณะก็เปลี่ยนไปทุกวัน

ถ้าเย่ว์หยางไม่ได้ควบคุมสภาพของมันไว้ มันคงจะฟักตัวออกมานานแล้ว

“เอาล่ะนะ, ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นความสุดยอดของข้า!” เย่ว์หยางกรีดสร้างรอยแผลบนนิ้วของเขาด้วยมีดทำลายดวงตา (มีดเงินที่ได้มาจากวิหารวัว) และเขียนวงเวทสัญญาลงบนไข่ด้วยเลือดของเขา แม้ว่าพวกเขาจะได้ทำสัญญากันก่อนนั้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เพราะนั่นเป็นวิธีลับ เย่ว์หยางต้องการทำสัญญากับมันอย่างจริงจัง แน่นอน นี่เป็นการรับประกันถึงสองชั้น

ประกายแสงเปล่งออกมาจากไข่ของตั๊กแตนมรณะ แสงเจิดจ้าจนตาพร่า]kp

มันสว่างมากเหมือนพระอาทิตย์ดวงน้อย

ขณะนี้ สัญญาได้กระทำกันเสร็จแล้ว ถ้าเป็นนักรบคนอื่น พวกเขาจะชูมือยินดีทันที

อย่างไรก็ตาม วิธีลับต้องให้เจ้านายของสัตว์อสูรยังคงถ่ายพลังภายในของพวกเขาต่อไป ทำให้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้เจ้าของสัตว์อสูรยังต้องเตรียมเลือดสดของพวกเขาเพื่อให้เป็นอาหารของสัตว์อสูร

เย่ว์หยางถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดของเขาลงไปในไข่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มันเปล่งแสงสว่างมากยิ่งขึ้น เขายังคงถ่ายปราณลงไปไม่หยุดหย่อน มากขนาดที่ว่าแสงจากการทำสัญญาสำเร็จ ที่ควรจะหรี่ลงภายใน 3-10 วินาทีก็ยังคงส่องแสงตลอดหนึ่งนาทีไม่ยอมหยุด องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นๆ ประหลาดใจต่อท่าทางของเย่ว์หยาง และเริ่มเชื่อว่าเขาอาจเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรได้สำเร็จภายใน 2 ชั่วโมง

เมื่อแสงหรี่ลง ไข่ก็ฟักตัวไปแล้ว

ตั๊กแตนมรณะที่ฟักออกมามีขนาดเล็กมาก ตัวของมันใหญ่พอๆ กับนิ้วของคนธรรมดา สีของมันคล้ายกับหยกขาว โปร่งใสเล็กน้อย

ทันทีที่มันฟักตัวออกมา มันหันไปดูคนที่ล้อมรอบมันทันที

เมื่อมันพบเย่ว์หยาง มันปีนขึ้นไปบนเจ้านายของมันอย่างกระหายทันที

ถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาจะให้ลูกสัตว์อสูรกินของบางอย่างในเวลานี้ ถ้าเป็นผลึกเวทที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับสัตว์อสูรจะดีที่สุด ถ้าพวกเขาไม่ให้อาหารกับลูกสัตว์อสูรนาน 2-3 วัน ลูกสัตว์อสูรอาจตายได้ แน่นอนว่าอสูรประเภทรูปแบบพิเศษหรืออสูรสายธาตุจำเพาะจะไม่มีวันตาย แต่การเติบโตในอนาคตของพวกมันจะได้รับผลกระทบอย่างมากมาย การเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเมื่อมันยังตัวเล็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งกว่านั้น ผลึกเวทที่คุณภาพสูงและดีเลิศจะกำหนดอนาคตการเติบโตของสัตว์อสูรได้ดีกว่า ยกตัวอย่าง ถ้าลูกสัตว์อสูรบริโภคผลึกเวทระดับ 6 การเติบโตของมันจะดีกว่าลูกอสูรที่บริโภคแต่เพียงผลึกเวทระดับ 3 สำหรับลูกสัตว์อสูรที่ไม่ได้อาหารเป็นผลึกเวทหรือได้แต่ผลึกเวทระดับ 1 หรือ 2 พวกมันจะเป็นอสูรที่ไร้ประโยชน์ในอนาคต พวกมันจะอยู่ในพวกอสูรที่ส่วนใหญ่ได้แต่เพียงทำงานหนักมากที่สุด

“อ๋า? เจ้าให้มันกินเลือดเจ้าหรือ?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำอะไรไม่ถูก แต่รู้สึกเสียใจกับเย่ว์หยางเมื่อนางเห็นวิธีที่เย่ว์หยางเพาะเลี้ยงตั๊กแตนมรณะ

นางคิดว่าแม้ว่าเจ้าเด็กนี่จะแพ้พนัน นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาแก้ผ้าวิ่งแน่ๆ

นางแค่พยายามจะยั่วเย้าเขาเท่านั้น แต่เจ้างี่เง่านี่กลับถือเป็นจริงเป็นจัง

เขาเป็นคนโง่โดยแท้…

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยากจะถองใส่เย่ว์หยาง แต่นางรู้ว่านี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเย่ว์หยาง ดังนั้นนางไม่กล้ารบกวนเขา นางกำหมัดแน่นมองดูเขาต่อไป

สาวๆ ต่างก็เห็นได้ชัดว่าหลังจากตั๊กแตนมรณะดื่มเลือดของเย่ว์หยางแล้ว เลือดเหล่านั้นกลายเป็นเหมือนสายเส้นด้ายพันรอบตัวมัน เหมือนกับว่าเป็นรูปวงเวทอักษรรูน หรือเหมือนกับว่าเป็นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุด เส้นเลือดก็ขยายขึ้นจากขนาดเส้นด้ายเป็นขนาดริบบิ้น จากนั้น ตั๊กแตนมรณะเปลี่ยนเป็นสีชมพูทันทีและกลายเป็นสีแดงเข้ม เมื่อมันกลายเป็นสีแดงเข้มทั้งหมดแล้ว แสงสีทองก็เปล่งประกายออกมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยพลังจากเลือดของเย่ว์หยางและพลังปราณก่อกำเนิดที่มีอยู่เดิม ทำให้ร่างของตั๊กแตนมรณะขยายใหญ่ขึ้นๆ ทุกทีต่อหน้าต่อตาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นๆ

สิบนาทีต่อมา ตั๊กแตนมรณะที่แต่เดิมมีขนาดพอๆ กับนิ้วมือของคน ตอนนี้มันโตพอๆ กับเด็กทารกแล้ว

เย่ว์หยางใช้เลือดตนเองป้อนเป็นอาหารมันอีกครั้ง ขณะที่เขายังถ่ายพลังปราณลงสู่ร่างมันอย่างต่อเนื่อง

“เจ้ายังให้มันกินเลือดอีกหรือ?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี้ไม่ต้องการมีชีวิตต่อไปแล้ว เขาเสียเลือดไปมากเมื่อไม่กี่วันมานี้ และตอนนี้เขายังเอาเลือดตนเองให้เป็นอาหารตั๊กแตนมรณะอีก การชนะพนันเป็นเรื่องสำคัญต่อเขาอย่างนั้นหรือ?

“พี่สาม?” เย่ว์ปิงชักจะเป็นห่วงเย่ว์หยางมากขึ้น

“ข้าไม่เป็นไร!” เย่ว์หยางยิ้มให้นาง

หลังจากให้อาหารมันด้วยเลือดตนเองและถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดให้มันถึงสามรอบ ในที่สุดเย่ว์หยางก็รู้สึกเหนื่อยจึงหยุดลง เขาหยิบเอาผลึกเวทมังกรทองออกมาจากในแหวนลิชของเขาและป้อนให้ตั๊กแตนมรณะกิน เย่คงและเจ้าอ้วนไห่แทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นเช่นนี้ เย่ว์หยางเอาผลึกเวทมังกรทองระดับ 7 ป้อนเป็นอาหารลูกสัตว์อสูรได้อย่างไร? ด้วยของทั้งหมดที่เย่ว์หยางให้มัน ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ตั๊กแตนมรณะกลายเป็นอสูรที่แข็งแกร่ง พวกเขาคิดว่าในโลกนี้ คงมีแต่เพียงเย่ว์หยางเท่านั้น ผู้ชายใจถึงผู้นี้ใช้ผลึกเวทมังกรทองระดับ 7 เพาะเลี้ยงตั๊กแตนมรณะได้ ถ้าตั๊กแตนมรณะไม่สามารถยกระดับได้สูงกว่าอสูรทองระดับ 7 อย่างนั้นเย่ว์หยางคงสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เสียแล้ว

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนก็รำคาญมากจนรู้สึกคันฟัน นางอยากจะกัดเจ้าเด็กนี่ให้ตายนัก

เพื่อจะเอาชนะพนันของพวกเขา เขายอมใช้แม้กระทั่งผลึกเวทมังกรทอง

อย่างนี้โกงกันไม่ใช่หรือ?

ในทางตรงกันข้าม ท่าทีของเจ้าเมืองโล่วฮัวตรงกันข้ามกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนสิ้นเชิง นางเพียงให้ความสนใจผลสุดท้าย หวังในใจว่าตั๊กแตนมรณะจะมีความพยายามหนักและพัฒนาการไปได้ มันจะดีที่สุดหากว่ามันสามารถผ่านวิวัฒนาการที่เข้มแข็งและกลายเป็นอสูรชั้นแพลตตินัมหรือยกระดับได้หลายครั้งกลายเป็นอสูรทองที่แข็งแกร่งระดับ 5 ได้

แน่นอน นี่เป็นเพียงความปรารถนาของนาง ในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นไปได้ แต่ว่ามันจะยังไม่เกิดขึ้นภายในสองชั่วโมง

ผ่านไปเกือบชั่วโมงครึ่ง

ตั๊กแตนมรณะที่ใหญ่พอๆ กับนิ้วของคนก็เติบโตขนาดแขนของคน หลังจากให้เลือดไปสามรอบ สีของมันแดงเข้มในตอนนี้ และยังคงเติบโต แต่มันก็แผ่ไอของพลังและอำนาจออกมา หลังจากเย่ว์หยางป้อนผลึกเวทมังกรทองให้มัน เขาก็หาวและกลับไปที่ห้องและพักอีกชั่วโมง เมื่อเขากลับออกมา ตั๊กแตนมรณะก็ยาวถึงสองเมตร ร่างของมันหนาพอๆ กับต้นขาของคน ขาหน้าที่เป็นดาบเคียวของมันมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัวดูเหมือนตั๊กแตนมรณะตัวเต็มวัยแล้ว ปีกของตั๊กแตนมรณะยังคงงอกออกมาช้าๆ และเริ่มจะเรียนรู้วิธีบิน มันยังคงเงอะงะและสั่นอยู่บินชนผนังและของในห้อง ท่าบินของมันยังดูเก้งก้าง

อีกครั้งที่เย่ว์หยางล้วงผลึกเวทมังกรบิน (สองขา) ออกมาป้อนเป็นอาหารให้ตั๊กแตนมรณะ

แต่เดิม บันทึกไม่ได้บอกให้เขาให้อาหารลูกสัตว์อสูรโดยใช้ผลึกเวทคุณภาพดีที่สุดหรือโดยให้ผลึกเวทมันกินมากๆ อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางรู้สึกว่าถ้าเขาไม่ได้เพาะเลี้ยงมันก็ดีไป แต่ถ้าเขาพยายามเพาะเลี้ยงมันจริงๆ เขาจะต้องให้ของที่ดีที่สุดแก่มัน

เมื่อตั๊กแตนมรณะกินผลึกเวทเสร็จ เวลาก็ผ่านไปอีกยี่สิบนาที แตนนี้ เหลือเพียงสิบนาทีจากกำหนดเวลาสองชั่วโมง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้ตัวแล้วว่าการพนันครั้งนี้ไม่มีความหมายมานานแล้ว แต่การแสดงออกภายนอก นางคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้แน่นอน

“เกือบได้เวลาแล้ว! ตั๊กแตนมรณะของเจ้ายังไม่โตเต็มวัยเลย” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้องการเตือนเย่ว์หยางให้รับความจริง แต่ต่อหน้าผู้คนนางไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้และเสียหน้าได้

“ไม่มีทางอื่นแล้ว อย่างนั้นข้าต้องใช้ไม้ตายสูงสุดแล้ว” เย่ว์หยางม้วนแขนเสื้อและเขียนวงเวทอักษรรูนบนร่างของตั๊กแตนมรณะ

กลุ่มพลังที่น่ากลัวระเบิดออกมาจากร่างของตั๊กแตนมรณะ เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ล้มลงกับพื้นจากแรงอัดกระแทก

ลำแสงสีม่วงเข้มกระจายขึ้นไปไม่กี่เมตรก่อนที่จะกลับลงมาสู่ร่างของตั๊กแตนมรณะ

ทุกคนตะลึงมองดูขณะที่วงเวทอักษรรูนจะหมุนราวกับว่าเป็นของมีชีวิตอยู่ในตัวของตั๊กแตนมรณะ เมื่อมันหายไปในที่สุด ตั๊กแตนมรณะสีแดงเข้มก่อนหน้านั้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนสีของมันเท่านั้น มันยังพัฒนาจนดูเหมือนแม่ของมัน ซึ่งมีสีม่วงเข้มอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดเพิ่มขึ้นมาบนร่างของมันสองจุด จุดหนึ่งสีแดงเข้ม ขณะที่อีกจุดหนึ่งสีทองเข้ม แม้ว่าตั๊กแตนมรณะจะเป็นประเภทอสูรสายแมลงที่ไม่มีความฉลาดอะไรเลย แต่จากดวงตาขนาดใหญ่ของมัน ทุกคนสามารถรู้สึกได้ว่าความฉลาดที่พิเศษซุกซ่อนอยู่ภายในนั้น

ตั๊กแตนมรณะยังคงเติบโตต่อไป จากสถานะตัวอ่อนในตอนเริ่มแรก มันค่อยๆ โตจนเป็นตัวเต็มวัย แต่มันโตช้ามาก

หลังจากผ่านไปสิบนาที มันก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่

ถ้าว่ากันตามกติกาแล้ว เย่ว์หยางแพ้

อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตามเป้าหมายในตอนแรกเพาะเลี้ยงลูกสัตว์อสูรให้เป็นอสูรเต็มวัย ถือได้ว่าเย่ว์หยางชนะครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ ทุกคนเห็นได้ในตอนนี้แล้วว่าเหตุผลที่ตั๊กแตนมรณะโตช้ามากก็เป็นเพราะมันวิวัฒนาการเป็นอสูรระดับทองแล้ว ถ้ามันกลายเป็นอสูรทองแดงหรืออสูรเงินแทน บางทีเย่ว์หยางไม่ต้องใช้เวลาสองชั่วโมงเพื่อเพาะเลี้ยงให้เสร็จ

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้องการพูดอะไรต่อ นางไม่ต้องการตือนเย่ว์หยาง เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ยั่วให้เย่ว์หยางโกรธ

การพนันก็เป็นเรื่องสนุกๆ ที่พวกเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับมันเกินไป

ที่สำคัญที่สุด นางสามารถใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องป้องกันในอนาคตหากว่าเย่ว์หยางโกรธนาง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “การแข่งขันช่วงบ่ายจะเริ่มอยู่แล้ว เราน่าจะไปกันตอนนี้ได้แล้ว มิฉะนั้นเจ้าจะพลาดการแข่งขันครั้งที่สาม

“แน่นอนว่าเราจะต้องไปร่วมแข่งขัน แต่ก่อนที่เราจะไป ข้าจำเป็นต้องทำตามสัญญา ขอแก้ผ้าวิ่งก่อน!” เย่ว์หยางถอดเสื้อของเขาทันที จากนั้นก็เริ่มจะถอดกางเกง

“เจ้ากล้าเหรอ? ใครจะยอมให้เจ้าแก้ผ้าวิ่งกันเล่า?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรีบคว้ามือเย่ว์หยางที่พยายามจะแก้สายรัดเอว

แน่นอนว่านางไม่ต้องการเห็นเย่ว์หยางเปลือยกายล่อนจ้อนเดินตามหลังนาง

นั่นมันหายนะชัดๆ ไม่ใช่หรือ?

ถ้าคนอื่นได้ยินเรื่องนี้ อย่างนั้นนางจะกลายเป็นตัวตลกไปทั้งโลก คนอื่นๆ ที่ไม่รู้ความจริง จะคิดได้ว่านางมีนิสัยแปลกประหลาด ชอบให้ผู้ชายเปลือยกายเดินตามต่อหน้าธารกำนัล..องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกลัวผลที่จะตามมาอย่างมาก ดังนั้นนางจึงฉุดมือเย่ว์หยางออกมา คาดสายรัดเอวและสวมชุดให้เขา “ข้าไม่เคยเห็นคนขี้โกงอย่างเจ้ามาก่อนเลย ข้าจะไม่ถือว่านี่เป็นข้อต่อรองนะ เราค่อยคุยกันในครั้งต่อไป!”

เย่ว์หยางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่เขาโอบไหล่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน “คู่หู! ขอให้บอกเมื่อไหร่ก็ได้ที่เจ้าต้องการดูข้า! ข้ายินดีเก็บเดิมพันของข้าไว้ก่อน เนื่องจากว่าข้าแพ้พนันนี่นา”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเขาพูด

ทำไมคำพูดของเขาฟังเหมือนกับว่านางได้ตั้งเงื่อนไขเดิมพันเอาไว้ เพราะนางอยากดูเขาเปลือยร่างงั้นหรือ?

พอเห็นว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโกรธมากจนควันแทบออกจากตาและหู แต่ก็พูดไม่ออกได้แต่เก็บความโกรธไว้เงียบๆ เจ้าเมืองโล่วฮัวไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หัวเราะไม่ยั้ง นางหัวเราะจนไหล่สั่นคลอนไปหมด

แม้แต่เย่ว์หวี่และเย่ว์ปิงก็ยังอดยิ้มไม่ได้

ไม่มีใครในโลกนี้ที่ควบคุมองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนได้ คนเดียวที่ทำได้คงเป็นเย่ว์หยางนี่แหละ เขาเป็นดาวข่มประจำชีวิตนาง

ณ ช่วงเวลานี้ บนเวทีต่อสู้รอบคัดเลือก

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเดินกลับไปกลับมาอย่างกระวนกระวายถึงขนาดเกาศีรษะแกรกๆ ทำไมเจ้าเย่ว์หยางถึงได้สายอีกแล้ว? ทำไมเขาไม่บอกไปเลยว่าเขาไม่ต้องการแข่ง? เขาสมัครด้วยตนเองไว้ แต่ไม่ได้ขึ้นมาแข่งขัน เขาจะต้องให้เขาตายจริงๆ งั้นหรือ? อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแข่งแล้ว ถ้าเขายังไม่มา อย่างนั้นเย่ว์หยางก็จะเป็นนักเรียนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยอมแพ้ในการแข่งขัน เพราะเขาไม่กล้าเผชิญกับการแข่งขัน เป็นคนขี้ขลาดที่สุด… อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าต้องการจริงๆ ที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วสู้แทนเย่ว์หยาง เย่ว์หยางจะเอาชนะในการแข่งขันได้แน่นอน

“นักเรียนชั้นยอดของท่านละทิ้งการแข่งขันครั้งนี้.. ไม่เลวเลย นักเรียนของท่านสร้างสถิติโลกขึ้นใหม่แล้ว เขาอาจเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในประวัติศาสตร์ก็ได้” สหาย 2-3 คนของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเริ่มหัวเราะดังลั่น จงใจเยาะเย้ยถากถางอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า

“…..” อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าพูดไม่ออก ในใจของเขาคิดว่า เจ้าควรจะขอบคุณที่เจ้าเด็กนั่นไม่อยู่ที่นี่ มิฉะนั้น ด้วยสถานะนักสู้ปราณก่อกำเนิดของเขา เขาจะทุบตีหักหน้าจนพวกเจ้าร้องไห้กันหมด

เขากำลังจะเลิกโกรธ

ทันใดนั้น เขาเห็นเย่ว์หยางพาเย่ว์ปิง, เย่คง, เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นเดินออกมาอย่างใจเย็นและมั่นคง อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ามีความสุขมากขึ้นทันที

พระเจ้า..ในที่สุด ในที่สุด สถาบันฉางชุนเฉิงก็จะได้แสดงฝีมือสักที

****************

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset