เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 358 เย่ว์หยางน่าเกลียด

ตอนที่ 358 เย่ว์หยางน่าเกลียด?

เย่ว์หยางเคยผ่านสนามพลังของซิวคงในสภาพแรงโน้มถ่วงร้อยเท่าสลับกับสภาพสุญญากาศมาแล้วและเขาก็ทนได้ จึงทำให้เขาแทบไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อย่างเท้าเข้าหอทงเทียนชั้นหก ซึ่งมีแรงโน้มถ่วงถึงหกเท่า ความจริงเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้ เย่ว์หยางก็ยังทนต่อสนามพลังแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่าของว่านฉีซิ่วหลิงรองประมุขนิกายบรรพตขจีได้โดยไม่มีปัญหาอะไรมาแล้ว

หลังจากจบศึกวังเทพจักรพรรดิอวี้ เย่ว์หยางมีฝีมือรุดหน้าแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของทักษะหรือระดับก็ตาม

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น พวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวนานเมื่อแรกย่างเท้าเข้าหอทงเทียนชั้นที่หก

สำหรับเย่ว์หยางแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่เป็นปัญหา

ที่ประตูเทเลพอร์ตของหอทงเทียนชั้นที่หก

มีนักรบอยู่หลายคนเพิ่งจะเทเลพอร์ตมาถึงระดับนี้ต่างคนก็นั่งปรับตัวให้เข้ากับสภาพแรงโน้มถ่วงหกเท่า มีเพียงคนที่เคยปรับสภาพแรงโน้มถ่วงหกเท่ามาก่อนหรือยอดฝีมือซึ่งเทเลพอร์ตลงมาจากชั้นเจ็ดสามารถย่างเท้าออกไปได้อย่างภาคภูมิใจ พวกที่เข้ามาใหม่อย่างเย่ว์หยางยังไม่เคยย่างเท้าเข้าในหอทงเทียนมาก่อนยังต้องมองพวกเขาอย่างอิจฉา ผู้มาใหม่หลายคนจะถูกประเมินสังเกตการณ์อยู่ในผนึกวงเวทขนาดยักษ์ ต่างจากระดับชั้นต่ำๆ ตั้งแต่ชั้นหกเป็นต้นไป วงเวทเทเลพอร์ตจะถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าผู้ใดจะเข้าหรือจะออกจากชั้นที่หก ทุกคนจำเป็นต้องใช้ทางผ่านทางเดียว ยิ่งกว่านั้นทางผ่านนี้ ห้ามบินผ่าน

มีแต่ยอดฝีมือชั้นปราณก่อกำเนิดระดับ 6 หรือสูงกว่า ถือว่ามีพลังมากพอได้รบยกเว้นกฎข้อนี้

ดังนั้น ต่อให้เป็นมังกรยักษ์หรือปีศาจจากแดนปีศาจ ทุกตัวทุกตนต้องผ่านไปทางนี้ด้วยการเดินเท่านั้น

เย่ว์หยางสังเกตว่ามีปีศาจอยู่หลายตนที่ตัวสูงหลายเมตรเดินตึงตังอยู่ข้างๆ เขา พวกมันไม่สนใจว่าจะมีมนุษย์ดำรงอยู่หรือไม่

ที่นี่ การทำร้ายกันระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด นักรบมนุษย์ยอมรับว่าแข็งแกร่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด ถ้าพวกเขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง พวกเขาจะได้รับการยอมรับนับถือจากคนอื่นๆ ตรงกันข้าม ถ้าความสามารถของพวกเขาไม่แข็งแกร่ง ต่อให้เป็นพวกเอลฟ์ทองซึ่งมีสถานะสูงส่งพวกเขาก็จะโดนดูถูกไม่ต่างอะไรกับพวกปีศาจชั้นต่ำ

สถานะของบุคคลขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง

นี่คือหอทงเทียนชั้นที่หกอย่างแท้จริง

“ชื่ออะไร?” ที่ทางเข้าประตูเทเลพอร์ตชั้นที่หก คนผู้มาใหม่จะต้องถูกสัมภาษณ์เพื่อลงทะเบียนชื่อ ในหอทงเทียนชั้นที่หนึ่ง, สองและสาม พวกเขาจะแสดงอำนาจ พลังเมื่อใดก็ได้ที่พวกเขาอยากแสดง แต่ที่นี่ ทุกคนถือว่าเป็นคนใหม่ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟัง ทำอะไรขวางหูขวางตา อาจจะถูกพวกที่มาอยู่ก่อนฆ่าตายก็ได้

“เย่ว์ไตตัน” เย่ว์หยางก็ยังคงเข้าแถว ถ้าเขาพอใจ เขาก็แค่อ้างผู้เฒ่าหนานกงหรือพันธมิตรปราณก่อกำเนิด จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็จะง่ายยิ่งขึ้น พวกนักสู้ปราณก่อกำเนิดจะได้รับสิทธิพิเศษ ไม่จำเป็นต้องเข้าแถวลงทะเบียน ยิ่งกว่านั้นยังจะมีผู้ดูแลมาคอยให้คำแนะนำพวกเขา เย่ว์หยางต้องการมีประสบการณ์ชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องการที่จะทำเช่นนั้น

“ระดับและชั้นฝีมือของเจ้าล่ะ?” พนักงานลงทะเบียนที่ดูหน้าตาเหมือนกับมนุษย์ต่างดาวถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อ่า…นักสู้ระดับ 6 ชั้นกลาง” เย่ว์หยางไม่ได้โกหก ตามระดับสถานะในคัมภีร์อัญเชิญของเขา เขายังเป็นนักสู้ระดับ 6 เขาเพิ่งยกระดับหลังจากเอาชนะในศึกวังเทพจักรพรรดิอวี้ได้ ถ้าเป็นครั้งก่อนนั้น เขาคงอยู่ที่ชั้นนักสู้ระดับ 5 ถ้าหากเป็นคุณสมบัติเพียงระดับนี้ เขาจะยังไม่มีสิทธิ์เข้าหอทงเทียนชั้นที่หก

“สุ่ยตงหลิว!” เย่ว์หยางไม่กล้าอ้างจื่อจุน, นามของจื่อจุนโด่งดังยิ่งนัก มิฉะนั้น พนักงานลงทะเบียนนี้อาจจะหัวใจวายได้ เขาจึงอ้างชื่อของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าแทน ในกรณีที่เพื่อปกป้องข้อมูลเรื่องความแข็งแกร่งและความเป็นส่วนตัวของนักสู้ทุกคน เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนจะไม่ตรวจดูคัมภีร์อัญเชิญหรือทดสอบพลังของพวกเขา เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลและรักษาผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ต่างๆ

กระบวนการลงทะเบียน ตามปกติจะใช้แค่สัมภาษณ์ทั่วไป นักรบผู้ลงทะเบียนอาจไม่ตอบในบางคำถามก็ได้

สำหรับการลงทะเบียนนักรบทั่วไป เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว

เนื่องจากพวกเขาไม่จำเป็นต้องปิดบังระดับและความแข็งแกร่งของตน นักสู้ปราณก่อกำเนิดใช้ทางผ่านพิเศษได้อยู่แล้ว

พวกที่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องก็คือพวกนักรบที่มีความสามารถพิเศษทั้งหมด พวกเขาไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งมาก แต่มีทักษะที่พิเศษบางอย่าง คนพวกนี้ ถ้าความสามารถพิเศษถูกพวกเจตนาไม่ดีรับรู้เข้า ชีวิตพวกเขาอาจตกอยู่ในอันตราย แน่นอน ไม่มีผู้ใดเคยคิดมาก่อนว่าจะมีบุคคลที่ทรงพลังเป็นพิเศษอย่างเย่ว์หยางจะยอมเข้าแถวเพื่อลงทะเบียนพร้อมกับผู้มาใหม่ ไม่มีผู้ใดคาดว่าเขาคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่ง คนเกือบทั้งหมดจะเห็นเย่ว์หยางในสภาพใช้ทักษะลวงว่าเป็นนักสู้ระดับ 6 เท่านั้น

“มีความสามารถพิเศษอะไรบ้างไหม?” พนักงานสอบถามเย่ว์หยาง ไม่ได้ตั้งใจจะถามลึกถึงความลับของนักรบ แต่ถามวัตถุประสงค์ของภารกิจมากกว่า คำถามนี้นักรบที่ลงทะเบียนจะตอบหรือไม่ก็ได้

“ความสามารถพิเศษของข้าคือ สร้างหุ่นกล” เย่ว์หยางแกล้งทำเป็นคนซื่อ ถามคำตอบคำ

“สร้างหุ่นกลน่ะหรือ?” พนักงานที่เหมือนมนุษย์ต่างดาวผู้นั้นพยายามนึกอะไรบางอย่างแล้วพยักหน้า “เจ้าบอกว่าเพิ่งมาจากทวีปมังกรทะยาน ข้าจำได้ว่ามีตระกูลเย่ว์อยู่ตระกูลหนึ่ง สามารถสร้างหุ่นกลได้ เจ้าเป็นคนของพวกเขาหรือเปล่า? อสูรหุ่นของเจ้าตัวใดที่แข็งแกร่งที่สุด?”

“นักรบอินทรี อสูรหุ่นชั้นเงิน” เย่ว์หยางอ้างเอาผลงานอสูรหุ่นแปลงร่างของภูตอัจฉริยะเย่ว์กงที่เขาได้พบมาในตำหนักหุ่น

“เจ้ารู้จักวิทยายุทธอะไรบ้างไหม?” เจ้าพนักงานที่คล้ายมนุษย์ต่างดาวถามอีกครั้ง “ไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา มีคนชื่อเย่ว์ชิวจากทวีปมังกรทะยาน เขาเป็นยอดฝีมือเชิงต่อสู้ เขามาจากครอบครัวเจ้าหรือเปล่า?”

“เขาเสียชีวิตระหว่างต่อสู้ ข้าไม่ได้รับสืบทอดวิทยายุทธจากเขา” เมื่อเย่ว์หยางพูดเช่นนี้ พนักงานผู้นั้นมีสีหน้าแสดงความเห็นใจ ดูเหมือนเขาไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องที่เย่ว์หยางเชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นกลรบเลยแม้แต่น้อย เขาสนใจแต่เย่ว์ชิวผู้มีวิทยายุทธสูงเยี่ยมมากกว่า

“หนุ่มน้อย! เจ้าต้องการคำแนะนำจากข้าไหม?” พนักงานลงทะเบียนถามขึ้นในที่สุด

“เชิญพูด” เย่ว์หยางรู้สึกประหลาดใจ เจ้าผู้นี้ดูไม่เหมือนจะให้คำแนะนำผู้ลงทะเบียนเลยจนกระทั่งตอนนี้

“ว่ากันตามระดับความสามารถและความแข็งแกร่งของเจ้า นับว่ายากที่จะเอาชีวิตรอดในหอทงเทียนชั้นหกได้ ในหอทงเทียนชั้นล่างๆ อสูรของเจ้าอาจจะเก่งกล้าคงกระพัน แต่เจ้าต้องรู้ไว้ว่าในหอทงเทียนชั้นที่หก อสูรที่นี่แข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดเป็นร้อยเท่า จำนวนของพวกมันก็มากกว่าเป็นร้อยเท่า อสูรที่ไม่อาจยกระดับได้อย่างอสูรหุ่นหรืออสูรที่มีศักยภาพต่ำเมื่อมาถึงที่นี่ก็เป็นขยะดีๆ นี่เอง พวกมันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง อย่าหาว่าข้าพูดตรงๆ เลยนะ ความสามารถสร้างหุ่นกลของเจ้าไม่มีประโยชน์ ถ้าเจ้าต้องการอยู่รอดในหอทงเทียนชั้นหกนานขึ้น เจ้าต้องมีพลังที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เพียงวิทยายุทธเท่านั้น แต่ยังต้องมีอสูรคู่หูซึ่งมีศักยภาพสูงอีกด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ที่เจ้ามาที่นี่ ไม่ใช่มาฝึกหรือเพื่ออยู่นานๆ หรือพยายามจะใช้ชีวิตในชั้นสูงๆ เพื่อหาประสบการณ์ นั่นก็ไม่เป็นไร พ่อหนุ่ม! ถ้าเจ้าต้องการฝึกตนเองที่นี่เพื่อให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง จงเตรียมตัวให้พร้อม เจ้าเข้าใจคำพูดของข้าไหม?” เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนไม่ได้พูดเสียดัง แต่เขาใช้น้ำเสียงที่จริงจังเตือนเย่ว์หยาง

“เด็กน้อย! ทำไมเจ้าไม่กลับบ้านเล่า? กลับไปดูดนมแม่เลยไป, นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กอ่อนแอเอาแต่ใจตนเองอย่างเจ้ามาวิ่งเล่น” เสียงแหลมคมชัดที่ดูถูกดังขึ้นด้านหลังเขา

“…” เย่ว์หยางเหลียวกลับมาดู และพบว่าเสียงเยาะเย้ยเสียดสีที่คาดไม่ถึงนั้นเป็นเสียงของเผ่าคนแคระ เขาถึงกับพูดไม่ออก

“ถ้าเจ้าดึงดันจะเข้าหอทงเทียนชั้นหกให้ได้ อย่างนั้นข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าเข้าไปในสถานที่อย่างนี้จะดีกว่า ให้อยู่ในเขตปลอดภัยดีกว่า” เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนหยิบแผนที่ออกมาและทำเครื่องหมายวงกลมไว้เป็นสิบๆ แห่ง แสดงให้เห็นพื้นที่มรณะสำหรับนักสู้ระดับ 6 อย่างเย่ว์หยาง

“ขอบคุณท่าน” แม้ว่าเขาจะถูกคนอื่นดูแคลน แต่เย่ว์หยางก็ยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนผู้เปลือกนอกดูเย็นชาแต่จิตใจอบอุ่น

นี่คือวิธีที่เขาแสดงความกรุณาเพื่อปกป้องผู้เยาว์ของเขา

กล่าวโดยทั่วไปแล้ว คนหนุ่มสาวยากจะทำใจรับการปฏิเสธได้ แต่จะถูกแทนที่่ด้วยคำแนะนำ ถึงจะไม่สุภาพแต่ก็ได้ผลดีกว่ามาก

ถ้าเย่ว์หยางไม่ซ่อนความสามารถของเขาไว้ ถ้าความสามารถของเขามีจำกัดแค่เพียงระดับนี้จริงๆ การเข้าหอทงเทียนชั้นที่หก ถือเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับเขา

เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนนั้น ไม่ได้ปฏิเสธหรือห้ามไม่ให้เขาเข้าไป แต่เขากับเตือนเย่ว์หยางที่มาจากอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งด้วยคุณธรรมและชี้พื้นที่อันตรายในแผนที่ให้เขา อย่าว่าแต่เผ่าพันธุ์อื่นเลย แม้แต่มนุษย์เองก็คงไม่ทำเรื่องเช่นนี้โดยไม่จำเป็น

แน่นอนว่าเย่ว์หยางไม่ได้ขอบคุณเขาโดยตรง แม้จะไม่ได้ขอบคุณโดยตรง แต่ก็อดยกย่องในทัศนคติของเขาไม่ได้

เผ่าคนแคระที่เข้าแถวอยู่ด้านหลังเขายังพูดเยาะเย้ยไม่หยุดปาก

พวกที่เข้าแถวรอส่งเสียงหัวเราะครืน

มีเพียงนักรบเผ่าปีศาจคล้ายมนุษย์ผู้รอลงทะเบียนคนหนึ่ง ขมวดคิ้วขณะที่เขาสังเกตเย่ว์หยางจากด้านหลัง

เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ไม่สามารถหาปัญหาพบ เด็กมนุษย์นี้เป็นเหมือนที่คนแคระพูดจริงๆ หรือ ที่บอกว่าเป็นเด็กมนุษย์อ่อนแอ เอาแต่ใจตนเอง? ผิดล่ะ ถ้าให้เขาต้องเลือกศัตรูสักคน เขาจะเลือกสู้กับคนเผ่าแคระสองคนแทนที่จะสู้เด็กมนุษย์ผู้นี้ สัมผัสรู้ของเขาบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาไม่สามารถค้นหาความผิดปกติได้

คนที่ถูกเยาะหยันแล้วยังสงบเย็นอยู่ได้เป็นคนอ่อนแอจริงๆ หรือ?

ถ้าเป็นตัวเขาเอง จะทำเป็นไม่สนใจได้ไหม?

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย บุรุษผู้นี้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ เขาต้องซ่อนความแข็งแกร่งอย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้แน่ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงไม่พูดออกมา

ในใจของตัวประหลาดร่างมนุษย์นี้คิดว่าเย่ว์หยางคือศัตรูที่ทรงพลัง เขาคิดไม่ถึงหรอกว่ามนุษย์หนุ่มน้อยผู้นี้จะเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด มีพลังน่ากลัวสามารถฆ่านักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 8 มาแล้ว

“กำลังมองหาโล่ชีวิตปกป้องในแดนโชกเลือด”

“ยินดีฝึกฝนให้ท่าน 10 วันต่อผลปัญญาหนึ่งผล, 1 เดือนต่อผลปัญญาสองผล

“อุปกรณ์ขายถูก สภาพ 90% เกราะหนังมังกรใหม่และดาบแสงต้านทรายดำ รับซื้อกิ่งพฤกษาชีวิตและชุดแห่งความตาย”

“ข่าวดีสำหรับผู้มาใหม่! ขายคู่มือเอาตัวรอดในหอเทียนเล่มละ 1 พันเหรียญทอง ของแถมพิเศษ..ท่านจะได้รับแผนที่สัตว์อสูร..ฟรี!”

“ยาเม็ดบำบัดอาการบาดเจ็บรุนแรง ขวดละหนึ่งร้อยเหรียญทอง มีจำกัดเพียงเก้าขวด ใครมาก่อนได้ก่อน นอกจากนี้ยังมีเหลืองบุษราคัมขายอีกด้วย”

เย่ว์หยางตื่นเต้นทันทีที่เดินผ่านออกมาจากประตูเทเลพอร์ต แค่เขาดึงถุงน้ำออกมาเตรียมดื่มแก้กระหาย ทันใดนั้นเขาได้ยินฝูงคนตะโกนอยู่เบื้องนอกลานใหญ่ข้างหน้า เขาถึงกับพ่นน้ำที่ดื่มออกมา และไอสำลักน้ำอย่างรุนแรง

นี่ช่างน่าตกใจจริงๆ

นี่มันเกมออนไลน์ในต่างโลกชัดๆ แตกต่างกันอย่างเดียวคือไม่มีการแฮคหรือสลับบัญชี

ทวีปมังกรทะยาน เมื่อเทียบกับหอทงเทียนชั้นหก ไม่อาจเรียกว่าเป็นทวีปได้เลย เป็นได้แค่สถานที่เล็กๆ ปรากฏอยู่บนแผนที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือทารกเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่งในโลกหล้าจื่อจุนมีพลังมากเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาเผ่าพันธุ์ต่างๆ ชนต่างเผ่าพันธุ์เหล่านี้อาจจะไม่ตระหนักถึงสถานที่เล็กๆ อย่างทวีปมังกรทะยานก็ได้ อย่าว่าแต่ทวีปมังกรทะยานเลย แม้แต่แดนอเวจีซึ่งใหญ่กว่าทวีปมังกรทะยานเป็นสิบๆ เท่า กลับเป็นที่ใหญ่พอๆ กับนิ้วมือเดียวเมื่อเทียบกับแผนที่ในชั้นที่แปดและที่เก้า

ในทวีปมังกรทะยาน มีนักสู้ระดับ 6 เพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตาม ที่นี่ พวกนักสู้ระดับ 6 มีอยู่โดยทั่วไป แต่ละคนก็ล้วนแต่เข้มแข็ง

นักสู้ระดับ 5 ? พวกนั้นอาจมีปะปนอยู่บ้าง!

สำหรับนักสู้ระดับ 4 พวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้รับใช้ด้วยซ้ำ

หลังจากมองหาอยู่นาน ในที่สุดเย่ว์หยางก็พบนักสู้ระดับ 4 เพียงไม่กี่คนและนักสู้ระดับ 5 ไม่กี่สิบคนปะปนอยู่ในกลุ่มคนนับร้อย นักสู้ระดับ 6 มีเกือบพันคน ทุกคนที่ไม่ได้รับการยกเว้น ก็จะเป็นผู้รับใช้นักสู้เผ่าต่างๆ

“ “เฮ้,เจ้าน่ะ เด็กมนุษย์ที่น่าเกลียดตรงนั้น มานี่หน่อยเถอะ” จู่ๆ ก็มีเสียงน่ารักตะโกนมาทางเย่ว์หยาง

“ดูน่าเกลียดเหรอ?” นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ว์หยางได้ยินคนพูดว่ารูปลักษณ์ของเขาน่าเกลียด

“ทำไมเจ้าถึงพูดมากนักเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะเรายังขาดคนหนึ่งคน เราจะไม่ยอมขอให้เจ้ามาร่วมกับเราแน่ เรากำลังเร่งรีบ ฉะนั้นเลิกจ้องข้าเหมือนคนโง่ได้แล้ว ไปกันเถอะ เร็วเข้า” มีอีกเสียงหยาบห้วนๆ ดังขึ้นข้างหลังเขา

เมื่อเย่ว์หยางหันไปดู ทันใดนั้นเขาก็โดดผางด้วยความตกใจ หัวใจเขาแทบกระดอนออกจากปาก

พระเจ้าช่วย

 

**************

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset