เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 364 – ตอนที่ 343 เดชมุกทลายปฐพี

===============
หวงซาแค่ใช้หมัดรุกไล่เย่ว์หยางจนถอยร่นออกไป เมื่อองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโจมตีกดดันลงมาที่ศีรษะของเขา เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

หวงซาดึงดาบยักษ์ที่ฟันลึกลงไปในศีรษะเขาออกมาและกระแทกจนหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เขาฟาดหางยาวตอบโต้ศัตรูคืน

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนงอตัวลงเหมือนลูกบอลและใช้มือป้องกันตัวเองไว้ นางถูกหวดกระเด็นเหมือนกระสุนปืนใหญ่และกระแทกเข้ากับผนังหินทราย

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพยายามจะลดแรงกระแทกปะทะหินทราย แม้ว่าจะเจ็บปวดราวกับตกนรก นางก็ยังกลับลุกขึ้นยืนได้และโจมตีตอบโต้ นางใช้สองขาทะยานตัวด้วยความเร็วกว่าตอนที่ร่วงมา และพุ่งเข้าหาหวงซาผู้กำลังต่อสู้กับเย่ว์หยางในระยะประชิด ภาพพยัคฆ์ขาวปรากฏอยู่เหนือศีรษะนาง กำลังคำรามอย่างไร้เสียงและน่ากลัว ชั้นปราณที่ปกป้องร่างของหวงซาถูกภาพพยัคฆ์ขาวขับไล่กระจายหายไป แล้วองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตวัดฟันดาบยักษ์เล่มที่สองอีกเล่มหนึ่งในมือของนาง

ดาบยาวฉีกแหวกอากาศ

ปราณกระบี่คู่ฟันไขว้กันเป็นรูปกากบาท

ปรากฏมีแผลกากบาทไม่ลึกเกิดขึ้นบนศีรษะของหวงซา เขาสามารถรักษาแผลบนกะโหลกของเขาได้ง่ายๆ

หวงซาใช้มือสองข้างรับการโจมตีขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน และอีกสองข้างสู้กับเย่ว์หยาง แม้ว่าจะเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 8 เขาก็ยังถูกศัตรูรายล้อมและถูกศัตรูระดับต่ำกว่าทำร้ายจนบาดเจ็บหนักได้ แต่เขาก็ยังรักษาความสงบและใจเย็นอยู่ได้

“ตาย!” นัยน์ตาของเย่ว์หยางเรืองแสงขณะที่เขาปล่อยพลังทั้งหมดที่เขาซ่อนไว้จนกระทั่งบัดนี้

เป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังทั้งหมดสู้กับศัตรูของเขา ด้วยการซ้อนเงาปีศาจยักษ์ถึงร้อยชั้น

ขณะที่เขาปล่อยหมัดไปข้างหน้า เขาปล่อยวงจักรล้างโลกจากขาข้างขวา

มันกระแทกเข้าข้อเท้าซ้ายของหวงซา

วงจักรล้างโลกฟันใส่โดยไร้เสียง ตัดข้อเท้าซ้าของหวงซาได้ง่ายดาย หวงซากำลังใช้พลังทั้งหมดของเขาต่อสู้ถึงกับเสียการทรงตัว ร่างของเขาเสียการควบคุมเอียงไปทางซ้าย แขนทั้งสองของเขาที่ต้านรับการบุกโจมตีขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน ในตอนนี้ไม่สามารถต้านรับปราณกระบี่ของนางได้ต่อไป ปราณกระบี่ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนฟันใส่ร่างหวงซาผ่านช่องว่างแขนและทำลายตาข้างหนึ่งของหวงซา แขนที่ไม่สามารถสมานตัวจากอาการบาดเจ็บจากเพลิงอมฤตของเย่ว์หยาง ตอนนี้ถูกเย่ว์หยางจับไว้แน่น พอเย่ว์หยางพลิกไหล่ หวงซาที่สูญเสียเท้าซ้ายก็ถูกเย่ว์หยางทุ่มลงพื้นอย่างหนักหน่วง

หวงซาจมอยู่ในน้ำ

ทันใดนั้นเขาดิ้นรนเต็มที่ พยายามจะลุกขึ้นให้ได้

ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่กลัวน้ำแม้แต่น้อย เพียงแต่ร่างรูปแบบที่สองของเขาจะไม่ถูกน้ำทำลายได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาตกลงไปในน้ำจริงๆ เขาก็คงจมลงไปเหมือนคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น

ในท้องฟ้า ปรากฏสายฟ้าแล่บแปลบปลาบ

สายฟ้าแต่ละสายผ่าลงบนศีรษะของเขา

และยังคงกระหน่ำลงที่แขนบาดเจ็บที่ยังรักษาไม่หาย เย่ว์หยางหมุนตัวและปล่อยปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จากเท้าของเขา ฟันใส่อกของหวงซา

ธนูทองดอกหนึ่งพุ่งตรงมาทางพวกเขาโดยไร้เสียง พุ่งเข้าเสียบแผลบนหน้าอกของหวงซาที่เย่ว์หยางใช้กระบี่ไร้ลักษณ์สร้างบาดแผลไว้ หวงซาเชิดศีรษะและเห็นว่าเขาไม่รู้ตัวว่ามีอสูรจำนวนมากกำลังโจมตีใส่เขา นาคาสายฟ้ากำลังเรียกสายฟ้าอย่างต่อเนื่องและเมดูซ่าศิลากำลังถือคันธนูอยู่ในมือข้างหนึ่ง

“อ๊า…..”

เสียงร้องแหลมคมพอๆ กับมีดก้องสะท้อนอยู่ในหูของหวงซา

หวงซาสะดุ้งตกใจจากเสียงกรีดร้อง สมองของเขากลับกลายเป็นว่างเปล่า หัวใจของเขาก็สะดุ้ง ทำนองเดียวกันเหมือนกับว่าเขาถูกวางยาพิษ ร่างกายรับความรู้สึกได้เพียงครึ่งเดียว

เมื่อเขารู้สึกตัวหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้อง เขาก็ตระหนักได้ว่าดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องตรงมาทางเขา เป็นปีศาจอสรพิษน้อย เสี่ยวเหวินหลีนั่นเอง นี่เป็นครั้งที่สองที่เสี่ยวเหวินหลีใช้ทักษะโซ่ล่องหนของเธอ ครั้งนี้ไม่ได้พันธนาการเพียงครึ่งวินาทีเหมือนครั้งก่อน ในตอนนั้น เย่ว์หยางจำกัดพลังพันธนาการไว้ เพื่อที่ว่าศัตรูของเขาจะได้เข้าใจผิดเรื่องพลังต่อสู้ของเขา หวงซาพยายามต่อสู้ดิ้นรนอยู่หลายวินาที แต่เขาพบว่าเขาไม่สามารถขยับได้ ศีรษะของเขาถูกพลังพยัคฆ์ขาวขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโจมตีใส่อีกเป็นครั้งที่สาม นางพญากระหายเลือดหง ใช้มีดทองฆ่ามังกรและมีดเงินทำลายดวงตาแทงที่ด้านหลังของเขา โคเงาอาหมันผู้ได้เพิ่มพลังจากเงาปีศาจยักษ์ปล่อยพลังระดับสูงสุดของนางกระแทกใส่ขาข้างหนึ่งของหวงซาทำให้เขาล้มคะมำไปข้างหน้า

มือคู่งามที่บรรจุพลังแสงอุษาเต็มเปี่ยมบวกกับได้รับพลังหนุนเสริมจากปราณก่อกำเนิดที่น่ากลัวของเย่ว์หยาง

เจ้าเมืองโล่วฮัวปล่อยแสงอุษาจากแขนของนางเข้าใส่ใบหน้าของหวงซา

ลำแสงอุษาควงสว่านทะลวงใบหน้าของหวงซาเป็นรูได้อย่างง่ายดาย

แสงสีขาวกระจายอยู่รอบๆ

โถงวิหารที่สองอาบไล้ด้วยแสงสว่างเจิดจ้า อยู่ชั่วขณะก่อนกลับคืนสู่สภาพปกติ

หวงซาได้รับบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลนับไม่ถ้วนร่วงลงไปในน้ำอีกครา แต่เขายังคงมีชีวิต อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเรี่ยวแรงเหลือมากพอจะบินขึ้นไปในอากาศได้อีกต่อไป! อกของเขาค่อยๆ กลายเป็นหินทีละนิดๆ เริ่มจากบาดแผลของเขาลามไปรอบตัว ศีรษะ, ตาและจมูกของเขาถูกลำแสงอุษาทำลาย มีรูขนาดใหญ่ทะลุถึงหลังศีรษะของเขา สมองไหลออกจากศีรษะของเขา ด้วยอาการบาดเจ็บขนาดนั้น แม้หวงซาจะครอบครองร่างที่สอง แต่เขาไม่อาจจะฟื้นฟูสู่สภาพปกติได้

“แก่นพลังงานของเขาอยู่นี่!” เย่ว์หยางพบตำแหน่งแก่นพลังงานของหวงซาด้วยทักษะจักษุญาณทิพย์ของเขา ในที่สุดหลังจากเผาแขนซ้ายและซี่โครงของหวงซาด้วยเพลิงอมฤตของเขา เย่ว์หยางก็สามารถดึงเอาแก่นพลังงานที่ฉายแสงสว่างออกมาได้

อักษรรูนสวรรค์ที่ด้านบนกระพริบทันที

แก่นพลังงานที่แต่เดิมเป็นของหวงซากำลังถูกเผาไหม้อยู่ในเปลวเพลิงอมฤตของเย่ว์หยาง

ปณิธาน, จิตและวิญญาณของหวงซาที่อาศัยอยู่ในแก่นพลังถูกเพลิงอมฤตชำระจนบริสุทธิ์ ได้หายไปกับความว่างเปล่า แหล่งพลังงานขนาดมหึมาถูกกลั่นโดยเพลิงอมฤต

ทันทีที่วิญญาณของหวงซาหายไป ร่างไร้วิญญาณของหวงซาก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ศีรษะของเขาซึ่งถูกปราณกระบี่ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำร้ายและยังถูกสายฟ้าของนาคาสายฟ้าเผาผลาญ แตกออกเป็นเสี่ยง ขณะที่อกของเขากลายเป็นหินอย่างรวดเร็ว เย่ว์หยางและโคเงาช่วยกันต่อยใส่ร่างของหวงซาจากทั้งสองด้านทำลายศพของเขาแตกเป็นเสี่ยงและจมลงอยู่ในน้ำ

ฉลามเสือทองที่ถูกเมดูซ่าศิลาเรียกออกมาอ้าปากแดงของมัน เตรียมกินเนื้ออร่อยที่นานๆ ครั้งถึงจะได้รับโอกาส

หลังจากวางแผนได้สมบูรณ์ ซุ่มโจมตีในเวลาที่เหมาะสม พวกเขาก็สามารถสังหารศัตรูได้สำเร็จ

หวงซานักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 8 ก็ถูกเย่ว์หยางและสาวๆ ฆ่าตายหลังจากเปลี่ยนแปลงอยู่ในร่างที่สอง

ทันทีที่หวงซาตาย ผนังหินทรายก็พลังทลายลง

สายน้ำทะลักออกจากโถงวิหารที่สองเกิดเป็นภาพน้ำตกไหลลงไปที่โถงวิหารที่หนึ่ง เสวี่ยอู๋เสียและปีศาจอสรพิษน้ำแข็งเพิ่งจะสลายกำแพงน้ำแข็งเสร็จก็เข้าไปสมทบกับนางพญาดอกหนามมงกุฏทองและอสูรทองน้อยที่กินจนพุงกางมารวมตัวอยู่หน้าเย่ว์หยาง อสูรควันไฟยังลังเลเมื่อนางเห็นน้ำท่วมโถงวิหารที่สอง ดังนั้นนางจึงรั้งรออยู่ข้างนอกแทนที่จะเข้ามาข้างใน

หนอนทรายปีศาจที่อยู่บนพื้นรีบทิ้งเจ้านายมันก่อนที่เจ้านายมันจะตายเสียอีก แล้วไปแอบมองจากพื้น

มันมองมาที่โถงวิหารที่สองและรู้สึกว่าหวงซาตายแล้วจริงๆ นัยน์ตาของมันที่มีแววฉลาดอยู่บ้างแสดงอาการหวาดกลัว

ไม่ต้องรอให้ภูตควันไฟค้นหามันและโจมตีใส่มัน มันขุดลึกลงไปในใต้ดินทันที หนอนทรายปีศาจมีแต่ความขลาดกลัว มันไม่มีความตั้งใจจะสู้กับภูตควันไฟเลยแม้แต่น้อย

“มีเวลาเหลือเพียงสองนาที ไม่สามารถทำลายเสาเจ็ดาวที่จักรพรรดิอวี้ใช้ฝึกวิชาได้แน่” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไหล่หัก และนางยังเจ็บปวดจากอาการซี่โครงหัก 2-3 ซี่ เย่ว์หวี่เรียกบอลวารีบำบัดออกมารักษาบาดเจ็บให้นาง แต่ดูเหมือนองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจะไม่ใส่ใจอาการบาดเจ็บของนางเลยแม้แต่น้อย

“คิดหาวิธีการเร็วๆ เข้า! หมิงรี่ฮ่าวคงทนได้อีกไม่นาน” เสวี่ยอู๋เสียรีบบินเข้ามาสมทบ

“สถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง?” เจ้าเมืองโล่วฮัวกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างซาฟี่กับหนีกัว ทันทีที่ซาฟี่และพวกที่เหลือพ่ายแพ้ หนีกัวจะต้องมาขัดขวางพวกเขาแน่นอน แม้ว่าพลังของพวกเขาจะไม่มีอะไรที่น่ากลัว แต่พวกเขาก็สามารถถ่วงและทำให้พวกเขาเสียเวลาได้แน่ เทวทูตสายฟ้ายังคงสู้กับนางเซียนหงส์ฟ้า ดังนั้นเขาอาจจะยุ่งยากอยู่ อย่างไรก็ตาม หมิงรี่ฮ่าวจะสามารถหยุดเทวทูตสายลมได้จริงหรือ?

“ไม่ใช่เรื่องดีเลย” เสวี่ยอู๋เสียส่ายหน้า

ซาฟี่และคนอื่นฝีมือด้อยกว่าหนีกัวและคนอื่นๆ ในเรื่องกำลัง หวังว่าชัยชนะของพวกเขาจะถ่วงเวลาไว้ได้

พวกเขาต้องการยื้อเวลาเท่านั้น

มีเสียงฟ้องก้องอยู่ในท้องฟ้า

ลำแสงสายฟ้าฟาดลงหลังคาโถงวิหารที่สองเป็นลางไม่ดี

เทวทูตสายฟ้าดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าหวงซาตายแล้ว เขาปล่อยสายฟ้าด้วยความโกรธทำให้โถงวิหารที่สองสั่นสะเทือนไปทั้งหลัง ถ้าไม่ใช่เพราะนางเซียนหงส์ฟ้าขัดขวางเขา บางทีเขาคงลงมาฆ่าพวกนั้นทั้งหมด

ที่ด้านหลังโถงวิหารที่สอง มีเสาเจ็ดต้นที่ดูเหมือนจะมีลักษณะมั่นคงยากจะทำให้เสียหายได้

เสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้เหล่านี้ จักรพรรดิอวี้ใช้ฝึกวิชาของเขา ไม่เพียงแต่ปกป้องไว้ด้วยอักษรรูนสวรรค์เท่านั้น แต่ยังถูกปกป้องไว้ด้วยความประสงค์ของจักรพรรดิอวี้จนบัดนี้ เย่ว์หยางพยายามใช้วงจักรล้างโลกฟันใส่อยู่หลายครา แต่ก็พบว่าทิ้งไว้แต่รอยขีดข่วนเท่านั้นก่อนที่พลังจะสะท้อนกลับ ดูอย่างนี้แล้ว พวกเขาคงไม่สามารถทำลายเสาได้แน่ ต่อให้ใช้วงจักรล้างโลกโจมตีใส่ทั้งวันและทั้งคืน ยิ่งกว่านั้นทูตสายลมและทูตสายฟ้าสองนักรบแดนสวรรค์ยังจะยินยอมให้เวลาเขามากขนาดนั้นหรือ?

ที่สำคัญที่สุด สองผู้นำที่ยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์ที่ยังหลับอยู่อาจตื่นขึ้นมาเมื่อใดก็ได้

If they awaken, they would definitely not be able to fight this battle anymore.

ถ้าพวกเขาตื่นขึ้นมา พวกเขาจะไม่สามารถสู้ศึกนี้ได้อีกต่อไป

“พวกเจ้าออกมาจากตรงนั้นก่อน ข้ามีความคิดอย่างหนึ่ง” จู่ๆ ผู้เฒ่าเต่ามังกรก็ปรากฏตัวขึ้นที่โถงวิหาร เขาตื่นจากจำศีลโดยไม่มีใครรู้ แต่ยังตัวสั่นขณะที่ใช้ไม้เท้าพยุงตัว เดินไอแค่กๆ เข้ามาขณะตะโกนใส่เย่ว์หยางและสาวๆ

“ผู้เฒ่า! ถ้าท่านไม่ตาย ท่านน่าจะไปอยู่ห่างๆ จากตรงนี้ ยิ่งห่างก็ยิ่งดี” เย่ว์หยางรู้วิธีที่ผู้เฒ่าเต่ามังกรจะใช้ ตาเฒ่านี่คงจะใช้ระเบิดพลีชีพวิญญาณตนเองแน่นอน

“พวกเจ้าไม่มีทางเอาชนะผนึกนี้ได้แน่นอน สถานที่นี้คือปณิธานของจักรพรรดิอวี้ ในบรรดาโถงวิหารทั้งสาม ผนึกที่นี่แข็งแกร่งที่สุดรองจากผนึกโลงพระศพของจักรพรรดิอวี้” ใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้เฒ่าเต่ามังกรกลับคืนสู่ความสงบโดยสิ้นเชิง “ข้าเบื่อหน่ายต่อการมีชีวิตต่อไปจริงๆ ข้าอยู่คนเดียวมานานหกพันปีแล้ว ชีวิตของข้าไร้ความหมายมานานแล้ว”

“หลีกไปเลย!” เย่ว์หยางเตะผู้เฒ่าเต่ามังกรและตะเพิดเขาออกไปข้างนอก

“……” สาวๆ พูดไม่ออก

เสวี่ยอู๋เสียสงบใจและสังเกตวงเวทอักษรรูนสวรรค์บนเสาเจ็ดดาว หวังว่าจะหาวิธีการบางอย่างได้

ถ้าพวกเขามีเวลาค่อยๆ ค้นคว้า บางทีพวกเขาอาจหาสูตรปลดผนึกก็ได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เวลาไม่เป็นใจให้พวกเขา

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเจ้าเมืองโล่วฮัวมองดูเย่ว์หยาง ในที่สุดเจ้าเมืองโล่วฮัวก็พูดว่า “กลับเข้าไปในโลกคัมภีร์และปล่อยสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ไปเถอะ เราค่อยคิดหาวิธีไปจากวิหารเทพของจักรพรรดิอวี้ทีหลังเมื่อเรารวบรวมกำลังได้พอ เห็นได้ชัดว่าหมิงรี่ฮ่าวต้องการใช้ประโยชน์จากเรา เราไม่จำเป็นต้องรักษาข้อตกลงอยู่ด้านเดียวจนจบก็ได้ ยิ่งกว่านั้นถ้าเราปลดผนึกเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ได้สำเร็จ อาจไม่ดีต่อเราในที่สุดก็ได้”

หน้าของเย่ว์หวี่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกวิงวอน นางไม่ต้องการให้เกิดเรื่องขึ้นกับน้องชายผู้มีค่าของนาง

เขาไม่เพียงแต่เป็นความหวังของตระกูลเท่านั้น แต่เขาคือชีวิตของทุกคน

หากปราศจากเขา ทุกคนจะพังทลาย ก็เหมือนกับผู้เฒ่าเต่ามังกรและจักรพรรดิอวี้ เจ้าเหนือหัวของเขา พอปราศจากเย่ว์หยางทุกคนก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

พอเห็นผู้เฒ่าเต่ามังกรจะระเบิดร่างวิญญาณตนเอง เย่ว์หวี่กังวลจริงๆ ว่าบางอย่างจะเกิดขึ้นกับเย่ว์หยางและนางก็จะจบสิ้นลงเหมือนกับผู้เฒ่าเต่ามังกร แก่ชราและเดียวดายตามลำพัง

ไม่ ถ้าเขาตาย นางคงไม่ต้องการมีชีวิตต่อไป

เย่ว์หวี่พอคิดว่าผู้เฒ่าเต่ามังกรใช้ชีวิตตามลำพังมาหกพันปีได้อย่างไร นางรู้สึกสะท้านเสียวสันหลัง

“ขอเวลาข้าอีกนิด” เย่ว์หยางสูดลมหายใจลึกและล้วงมุกออกมาลูกหนึ่ง

ครั้งหนึ่งเขาคิดว่ามุกนี้คือของที่ห่วยที่สุดในโลก เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาไม่ชอบใจมากที่สุดตั้งแต่เขาเข้ามายังโลกนี้

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้ในมุกลูกนี้

มุกนี้มีชื่อว่า มุกทลายปฐพี

มุกทลายปฐพี (เทียม) : ผู้ใช้สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงภายในระยะร้อยเมตรและทำลายสิ่งก่อสร้างบนภาคพื้นทั้งหมด ข้อจำกัดคือ ใช้ได้เพียงครั้งเดียว

มุกทลายปฐพีเทียมเม็ดนี้เป็นรางวัลที่เขาได้รับจากภารกิจเทวสถานสามโลกมี ฟ้า ดินและมนุษย์ เย่ว์หยางมักจะคิดว่า มุกทั้งสามเม็ดนี้เป็นของที่แย่ที่สุด ไร้ประโยชน์ที่สุดในโลกนี้ แต่ตอนนี้ เย่ว์หยางตระหนักได้แล้ว มีแต่คนโง่ๆ ผู้ไม่รู้วิธีใช้สิ่งประดิษฐ์ที่มีค่า แต่ว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งประดิษฐ์ที่ไร้ประโยชน์!

เมื่อเย่ว์หยางกระตุ้นถ่ายปราณก่อกำเนิดลงไป มุกทะลายปฐพีที่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าทันที

แสงสว่างเจิดจ้านั้นแรงพอๆ กับแสงอาทิตย์

*****************รอสักนิดครับ พอมีเวลาขยับขยาย นิยายเว็บเอาไว้หัดแปล ทนอ่านได้ก็ดีใจแล้วครับ คงไม่ขอรับบริจาค

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset