เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 489 – ปลดพลัง

ตอนที่ 489 ปลดพลัง

สายฟ้าม่วงโจมตีใส่มือยักษ์ของอูซูอย่างไม่ปราณี ขณะที่เขาพยายามป้องกันการโจมตี

อูซูมีความมั่นใจ ในฐานะที่เป็นเผ่าไตตัน เขาเป็นยอดฝีมือด้านใช้สายฟ้า ไม่มีกระแสไฟฟ้าหรือสายฟ้าในโลกนี้ที่มีพลังมากเพียงพอจะทำร้ายเขาได้ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นมือที่เขาใช้บีบรวบรวมพลังสายฟ้าเข้มข้นมาแล้ว

บึ้ม!

เสียงระเบิดดังบึ้มที่ระหว่างมือขนาดใหญ่ของอูซู

กระแสไฟฟ้าที่คล้ายกับงูส่องประกายเจิดจ้าอย่างบ้าคลั่ง

กระแสไฟไฟ้ที่คล้ายงูนับไม่ถ้วนกระจายออกไปและก่อตัวเป็นรูปวงเวทอักษรรูนที่ลึกลับ ขอบชั้นนอกหนาขณะที่ชั้นในเล็ก กระแสไฟฟ้าดูเหมือนจะดึงดูดเข้าไปในอักษรรูนเหมือนกับว่าถูกกลืนหายเข้าไปในหลุมดำ เมื่อถึงขีดจำกัด พลังที่แทบจะถล่มโลกได้ระเบิดออกมา พลังสายฟ้าม่วงแต่เดิมดูเหมือนจะได้รับพลังงานบางอย่างและได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าพลังเดิมเป็นร้อยเท่า พายุสายฟ้าสีม่วงรุนแรงและล้อมรอบร่างของอูซู คอยช็อตอยู่รอบๆ ตัวเขา

แม้แต่ในฐานะที่เป็นเผ่าไตตันที่ควบคุมฟ้าแล่บฟ้าผ่าได้ อูซูก็ตัวสั่นสะดุ้งไม่หยุดภายใต้พายุสายฟ้าคะนอง ร่างยักษ์ของเขาสั่นสะท้านรุนแรงจากกระแสไฟฟ้า

“ข้า, อูซูเป็นยักษ์ไตตัน เป็นไปได้ยังไงที่ข้าถูกกระแสไฟฟ้าทำร้าย?” อูซูรู้สึกสับสน ถ้าเป็นยักษ์ธรรมดาถูกโจมตีอย่างนี้คงได้รับบาดเจ็บไปแล้ว แต่เขาเป็นยักษ์ไตตันโบราณเกิดมาก็ควบคุมฟ้าแล่บ ฟ้าผ่าได้ เขามีภูมิคุ้มกันกระแสไฟฟ้าในโลกนี้แน่นอน

แต่ เมื่อเขาถูกโจมตีด้วยสายฟ้าม่วงของคู่ต่อสู้ เขากลับได้รับความเจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้

นี่นับว่าประหลาดมาก

คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

สายฟ้าของตัวเขาเองไม่สามารถทำร้ายฝ่ายตรงข้า แต่เด็กมนุษย์ผู้นี้ ตัวขนาดถั่วงอกได้กระมัง สามารถใช้สายฟ้าม่วงทำร้ายเขาได้ถึงขนาดนั้น หรือว่าเขากำลังฝันอยู่จริงๆ

เย่ว์หยางแค่นเสียงโดยไม่พูดสักคำ

ตั้งแต่เขาฝึกผสานร่างกับมารกฎฟ้า เขาค่อยๆ เริ่มเชี่ยวชาญการใช้พลังอาญาสวรรค์ แม้ว่าเขาจะไม่เชี่ยวชาญเท่ากับนางเซียนหงส์ฟ้าผู้แข็งแกร่งพอจะทำลายฟ้าและดินได้ แต่เขาก็ไม่ถึงกับอ่อนแอ…. ถ้าเย่ว์หยางสามารถเข้าใจพลังของฟ้าคำรามและสายฟ้า อูซู ไตตันโบราณผู้นี้คงได้บาดเจ็บหนักกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาคงจะอยู่ในสภาพย่ำแย่ สายฟ้าแห่งอาญาสวรรค์ของนางเซียนหงส์ฟ้ามีพลังเหมือนฟ้าพิพากษาที่รุนแรง แม้แต่จ้าวมังกรดำนรกที่ว่ากันว่ามีภูมิคุ้มกันทุกสายธาตุก็ยังร่วงกับพื้นถ้าหากโดนโจมตีใส่สักครั้ง ไม่เพียงแต่พลังอาญาสวรรค์ของนางเซียนหงส์ฟ้าที่มีพลังเหมือนการพิพากษาฟ้าและทำลายล้างได้ ถ้าเป็นพลังหยินของเสวี่ยอู๋เสียและสายฟ้าทำลายล้างของนาง ก็ไม่ใช่สิ่งที่อูซูจะมีภูมิป้องกันได้ทั้งหมด

พลังสายฟ้าม่วงของเย่ว์หยางแข็งแกร่งพอๆ กับบัวเพลิงฟ้าพิโรธ พอผสานเข้ากับวงเวทอักษรรูนสวรรค์ กลับสร้างพายุสายฟ้าม่วงคะนองนี้ได้ แม้ว่าจะไม่สร้างอันตรายใหญ่หลวงให้กับเผ่าไตตันอูซูได้ แต่ก็ทำให้เขาเจ็บตัวได้อย่างไม่มีปัญหา

การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้ทำร้ายเขาจนบาดเจ็บ

กลับเป็นการข่มขู่เสียมากกว่า

เหยียบย่ำสิ่งที่ศัตรูภูมิใจที่สุด

สายฟ้าไตตันที่แข็งแกร่งที่สุดของอูซู ในที่สุดก็ถูกสายฟ้าม่วงข่มอยู่หมัด… นี่ไม่ใช่เพราะสายฟ้าม่วงแข็งแกร่งกว่าสายฟ้าไตตัน แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เองมากกว่า

“ถ้าเจ้าคิดว่า ข้ารู้แต่วิธีขว้างสายฟ้าไปมา อย่างนั้นเจ้าก็เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดอย่างเห็นได้ชัด” อูซูคำราม

เสียงของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วหอลงทัณฑ์บ่อโลหิต

แขนของเขาเรืองแสง

ผิวที่เดิมทีเป็นมันเหมือนหินอัคนีเริ่มส่องแสงสีทอง

ยักษ์ตัวหนึ่งมีขนาดสูงเกินกว่าร้อยเมตรค่อยๆ ยืดออกมาช้าๆ จากร่างของอูซู ขณะที่อูซูเหวี่ยงหมัดมหึมาพุ่งมาที่เย่ว์หยางอย่างดุเดือด เจ้ายักษ์นั้นก็ทำท่าทีอย่างเดียวกัน มันยกมือของมัน เลียนแบบที่ยักษ์อูซูชูหมัดเหมือนปูชูก้ามเตรียมเข้าโจมตีใส่เย่ว์หยาง

ภาพของเย่ว์หยางหายตามไปด้วย

เทเลพอร์ต

เย่ว์หยางมาปรากฏตัวใต้ร่างที่เลือนหายไปของอูซู ดาบวิเศษฮุยจินรวบรวมเปลวเพลิงสีม่วงที่ยาวกว่าร้อยเมตรโจมตีเข้าใส่ร่างของอูซู

“กลยุทธที่ไร้ประโยชน์” อูซูกระโดดเหมือนกับเล่นกระโดดเชือก และจากนั้นเหวี่ยงโซ่ทองเป็นวงกลมไล่เปลวเพลิงออกไปได้อย่างง่ายดาย เจ้ายักษ์ทองส่องแสงสว่างเคลื่อนไหวได้เร็วพอๆ กับแสง มันหมุนตัวอย่างรวดเร็วหวดหมัดเพื่อฆ่าเย่ว์หยาง ถ้าเขาถูกหมัดยักษ์ทองนี้หรือของอูซูต่อยใส่ ผลที่ตามมาคงจะเลวร้าย เย่ว์หยางหลบหลีกการโจมตีของศัตรูแต่ละครั้งได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองการโจมตีของศัตรู

ภายใต้การโจมตีร่วมประสานของยักษ์ทองและร่างอูซู เย่ว์หยางหลบหลีกการโจมตีที่ระดมต่อยมาเป็นสายฝนได้อย่างง่ายดาย

อูซูมองดูเย่ว์หยางด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ตอนนี้ เขาตระหนักได้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ซึ่งมีประโยชน์

แม้ว่ามนุษย์จะมีร่างกายขนาดที่เล็กมากและพลังของพวกเขาไม่สามารถต่อต้านเผ่าไตตันได้ ไตตันมีหมัดที่ใหญ่มากเกินไป ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยหากจะต่อยมนุษย์ที่คล่องแคล่วว่องไวให้ได้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อเด็กมนุษย์ตัวน้อยนี้ ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลเป็นร้อยเท่า ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่นงานเขาด้วยแรงถึก

“สนามพลัง” เมื่ออูซูตะโกนขึ้น ยักษ์ร่างทองฟาดมือลงกับพื้นอย่างรุนแรง

ร่างของมันสลายหายไปกับแสงสีทองอย่างรวดเร็ว

วงกลมแสงขยายวงออกไปอย่างรวดเร็ว

มันแผ่กระจายมาล้อมเย่ว์หยางอย่างง่ายดาย และหุ้มเขาไว้ภายใน

วงกลมมีขนาดกว้างอย่างน้อยร้อยเมตร

จากพื้น มันค่อยๆ เพิ่มวงแสงม่านพลังสูงขึ้นมาราวๆ ร้อยเมตร เย่ว์หยางติดอยู่ภายในนั้นสิ้นเชิง แม้จะอยู่ในสนามพลังของอูซู เย่ว์หยางก็ยังหนักแน่น เขาไม่ได้แม้แต่จะเรียกคัมภีร์อัญเชิญของเขาออกมา เขาเคลื่อนย้ายพลังหยางและรอบๆ ตัวเขามีบัวเพลิงฟ้าพิโรธลอยล้อมรอบ ขณะที่ทำความรู้สึกถึงพลังของสนามพลังของฝ่ายตรงข้ามของเขา

สนามพลังนี้มีพลังเช่นไรกันแน่?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เย่ว์หยางได้เห็นสนามพลัง นานมาแล้วเมื่อเขาสู้กับว่านฉีซิ่วหลิง เขาจึงได้รู้จักความคงอยู่ของสนามพลัง

แต่เย่ว์หยางไม่เคยเห็นสนามพลังอย่างอูซู… ไม่เพียงแต่ใหญ่จนน่าทึ่ง แต่ยังเป็นรูปโดมวงกลมล้อมรอบศัตรูไว้ได้สิ้นเชิง เมื่อเทียบกับระเบิดดวงดาวและสนามพลังกลืนกินของตัวเขาเอง ม่านพลังที่สร้างขึ้นโดยยักษ์ทองนั้นน่ากลัวแน่นอน

“ปลดพลัง” อูซูยื่นมาที่เย่ว์หยาง

“หือ?” เย่ว์หยางรู้สึกว่ามีพลังที่คล้ายกฎฟ้ารายล้อมรอบตัวเขา พลังนั้นดูดบัวเพลิงฟ้าพิโรธออกไป และกีดกันไม่ให้มันเข้ามาในม่านพลัง

“ปราศจากสิ่งนี้ไว้ปกป้องตัวเจ้า แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?” อูซูระเบิดพลังปราณก่อกำเนิดออกมาบ้าง ตลอดทั้งตัวเขามองดูเหมือนดวงอาทิตย์สีทองหม่น ร่างกายมืดดำของเขาเกือบเป็นสีทองตอนนี้สว่างโชนจนมองเขาตรงๆ ไม่ได้ รังสีของพลังงานพุ่งออกมาจากร่างที่สว่างโชนของเขาร้อนแรงยิ่งกว่ารังสีของดวงอาทิตย์ ทำให้เย่ว์หยางไม่สามารถมองโดยตรงได้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคลุ้มคลั่งของอูซู รังสีพลังงานที่กระจายออกจากร่างของเขากลายเป็นธนูแสงที่แหลมคม ธนูแสงทั้งหมดสร้างจากพลังงานที่หนาแน่น ระดมยิงใส่เย่ว์หยางเหมือนพายุ

“แช่แข็ง!” อากาศเย็นรายล้อมร่างเย่ว์หยาง พื้นที่โดยรอบดูเหมือนจะกลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ เกล็ดหิมะนับไม่ถ้วนร่วงลงมาจากท้องฟ้า

เมื่อธนูแสงที่ยิงมาถึงเย่ว์หยาง โล่น้ำแข็งและผลึกหิมะน้ำแข็งสะท้อนให้เห็นทีละภาพๆ

แม้ว่าเขาไม่สามารถใช้บัวเพลิงฟ้าพิโรธได้ แต่นี่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเย่ว์หยาง ไม่เพียงแต่เย่ว์หยางควบคุมพลังหยางได้อย่างเดียวเท่านั้น เขายังควบคุมพลังหยินได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เทียบกับบัวเพลิงฟ้าพิโรธแล้ว ดอกไม้น้ำแข็งและโล่น้ำแข็งมีประสิทธิภาพมากกว่า

อูซูคำรามด้วยความโกรธ เขายื่นมือยักษ์ออกมาอีกครั้ง “ปลดพลัง!”

สิ่งที่เย่ว์หยางพบก็คือ ในครั้งนี้พลังที่คล้ายกฎสวรรค์ปรากฏออกมาอีกครั้ง เย่ว์หยางขมวดคิ้ว เขาควบคุมพลังงานหยินได้อย่างต่อเนื่อง ดอกไม้น้ำแข็งและโล่น้ำแข็งเหล่านี้เป็นเหมือนอาวุธที่เติมเต็มความปรารถนาของเขา แต่พวกมันกลับถูกดึงออกไปได้ง่ายๆ สนามพลังของอูซูประหลาดจริงๆ

ดูเหมือนว่าความสามารถของสนามพลังนี้ก็คือขับไล่พลังงานของฝ่ายตรงกันข้าม

แน่นอนว่านี่ถูกจำกัดเฉพาะพลังงานรอบๆ ตัวบุคคลเท่านั้น ยังคงเป็นไปไม่ได้ที่จะขับไล่พลังที่อยู่ภายในร่างกาย

“เจ้ายังมีลูกไม้อะไรอื่นอีกไหม? สนามพลังของข้าคงอยู่ได้หนึ่งเดือน ก่อนที่มันจะหายไป เจ้าไม่อาจจากไป ไม่อาจปกป้องตัวเอง ดูซิว่าข้าจะทรมานเจ้ายังไง เจ้าถั่วงอกน้อย ไอ้เด็กมนุษย์ ร้องไห้เลย โวยวายเลย หรือฉี่ราดกางเกงก็ได้ มนุษย์อย่างเจ้าไม่มีทางต่อต้านไตตันอย่างเราได้” อูซูระเบิดเสียงหัวเราะ ถ้าไม่ใช่เพราะพลังจากสนามพลัง คงเป็นเรื่องน่าเบื่อจริงๆ สำหรับเขาหากจะให้ฆ่าเด็กมนุษย์ที่ลื่นเป็นปลาไหลนี้ ในเมื่อเขายังติดแหงกอยู่กกับโซ่ล่ามเทพและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสายฟ้าใช้ไม่ได้ผลแล้ว แต่ตอนนี้สนามพลังนั้นใช้จัดการได้ เจ้าเด็กนี่เป็นเหมือนเนื้อที่ตายแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหลบหนีไปจากสนามพลัง เขาไม่สามารถแม้แต่จะป้องกันตัวเองได้ เจ้าเด็กนี่สู้กับเขาโดยไม่ได้อะไร เจ้าเด็กนี่ไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลย เว้นเสียแต่เขาเป็นเชื้อสายของเทพในตำนาน!

“น้ำแข็ง, ไฟ, สายฟ้าใช้ไม่ได้ทั้งหมด….” เย่ว์หยางพยายามใช้สายฟ้าสีม่วง และอูซูทำแต่เพียงส่งมันไปอยู่นอกสนามพลังทันที

เมื่อใช้จักษุญาณทิพย์ตรวจดูในที่สุดเย่ว์หยางก็เข้าใจพลังแท้จริงของสนามพลังนี้

สนามพลัง..ปลดพลัง ผู้ใช้สามารถยืมกฎสวรรค์เพื่อปลดปณิธานของวัตถุหรือของศัตรู จากนั้นก็ส่งของหรือพลังนี้ไปอยู่นอกสนามพลัง ของที่มีพลังชีวิตจะไม่ถูกลบหาย และปณิธานของวัตถุชั้นศักดิ์สิทธิ์หรือชั้นเทพไม่สามารถถูกกำจัดไปได้ แต่มีความเป็นไปได้ที่ของชั้นศักดิ์สิทธิ์จะถูกโยนออกไปนอกสนามพลังได้ สนามพลังปลดพลัง จะทำให้เกิดการต่อสู้อย่างสมบูรณ์ ผู้รอดเพียงฝ่ายเดียวจะทำให้สนามพลังหายไป กำหนดเวลาที่แน่นอนคือ หนึ่งเดือน

เย่ว์หยางเข้าใจทันที ด้วยสนามพลังปลดพลังบ้าบอนี้ นอกจากของชั้นศักดิ์สิทธิ์และอาวุธชั้นเทพแล้ว อย่านึกว่าจะใช้ของอื่นได้

ที่ยุ่งยากที่สุดก็คือกำหนดเวลาของสนามพลังนี้ก็คือเวลาทั้งเดือน

อูซูใช้พลังเขย่าหอลงทัณฑ์บ่อโลหิตทั้งหลัง โซ่ล่ามเทพส่งเสียงลั่นเคร้งคร้าง เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เจ้ามนุษย์น้อย เจ้าถั่วงอกตัวตลก ตอนนี้ยังไม่ร้องไห้อีกหรือ? อย่าพยายามฝืนเลย ร้อง ร้องออกมาดังๆ นั่นคือสิ่งเดียวที่เจ้าจะทำได้…. ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เย่ว์หยางพูดไม่ออก

แม้ด้วยพลังของสนามพลังปลดพลังจะมีขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชนะนี่นา?

สนามพลัง เขาไม่มีบ้างหรือไง?

เขายังมีสนามพลังมากกว่าหนึ่งเสียด้วย

เย่ว์หยางไม่เรียกคัมภีร์อัญเชิญของเขา เมื่อเขาเรียกคัมภีร์อัญเชิญ ก็อาจเป็นไปได้ว่าอสูรโลกาอาจดูดพลังของสนามพลังนี้ แม้ว่าเขาจะไม่เรียกอสูรโลกออกมา แต่ภายในตัวของเย่ว์หยางยังมีสนามพลังกลืนกินที่เป็นเหมือนกับหลุมดำ แม้ว่ามันจะดูดซับพลังได้ช้าไปบ้าง แต่เย่ว์หยางก็เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าสนามพลัง “ปลดพลัง” นี้จะแข็งแกร่งเพียงไหน แต่มันก็ยังแพ้สนามพลังกลืนกินของเขาอยู่ดี

“จงคร่ำครวญอย่างน่าสงสารภายใต้ธนูแสงของข้า ข้าอูซูจะไม่รีบฆ่าเจ้าทีเดียวแน่ สั่นสิ เจ้ามนุษย์ นี่คือชะตากรรมของเจ้า” อูซูปล่อยธนูแสงออกมานับล้านด้วยความภูมิใจ ไม่มีโล่น้ำแข็งและดอกไม้น้ำแข็ง ยังจะมีพลังงานอื่นใดอีกที่จะใช้ปกป้องร่างของเย่ว์หยาง?

“……เหตุใดหนอ..คนกำลังจะตายมักจะทำดีจนคนพูดไม่ออกเลยจริงๆ?” ร่างของเย่ว์หยางมีเปลวไฟลุกโหมจนเปลี่ยนเป็นเกราะเพลิง

“ปลดพลัง” อูซูเหยียดมือออกไปโดยไม่มองดูด้วยซ้ำ

ธนูแสงเป็นล้านที่ยิงใส่เย่ว์หยาง ถูกแผดเผาโดยเกราะเพลิงของเย่ว์หยางทั้งหมด เพียงแค่นั้นอูซูจึงประหลาดใจ

หลังจากรวบรวมสติเพ่งมองแล้วมองอีก เขาถึงตกตะลึง

เป็นไปได้ยังไงที่เพลิงอมฤตในตำนานมาปรากฏในร่างของเจ้ามนุษย์บัดซบผู้นี้… อูซูตกตะลึง ขณะที่เย่ว์หยางยิ้มหยันตามนิสัยของเขา

เพลิงอมฤตเป็นเพลิงที่ยอดเยี่ยมในโลก แม้แต่กฎสวรรค์แห่งวิหารเจมินี่ในด่านวิหารสิบสองราศีก็ยังไม่สามารถลอกเลียนแบบเพลิงอมฤตได้ และสนามพลังกีดกันพลังจะพยายามดึงมันไปจากเจ้าของและไล่ไปอยู่นอกสนามพลังได้ยังไง? แน่นอนนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ เพลิงอมฤตมีความคงอยู่ที่ไม่มีอะไรแทนได้ จะดูดกลืน, ปลดออก หรือกีดกันไม่ได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นสนามพลังกลืนกินหรืออสูรโลก พวกมันก็ไม่สามารถดูดซับเพลิงอมฤตได้เลยแม้แต่น้อย

กับแค่สนามพลัง “ปลดพลัง” ของอูซู จะบังอาจเคลื่อนย้ายเพลิงอมฤตได้ยังไง?

นี่กล่าวได้ว่าเป็นความคิดเพ้อฝันชัดๆ

ตอนแรกเย่ว์หยางยังคงตกใจและกังวลว่าสนามพลัง “ปลดพลัง” นี้จะกลืนกินเพลิงอมฤตของเขาไปด้วย นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่กล้าใช้ในทันที ใครจะรู้กันว่าเมื่อเขาใช้จักษุญาณทิพย์ตรวจดู เขาพบว่าสนามพลัง “ปลดพลัง” ไม่สามารถปลดอาวุธชั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ แล้วถ้าเป็นเพลิงอมฤตเล่า?

ถ้าเพลิงอมฤตถูกเทียบว่าเป็นสมบัติอย่างหนึ่ง บัวเพลิงฟ้าพิโรธก็ต้องเป็นเพียงสมบัติชั้นแพลตตินัม ขณะที่เพลิงอมฤตเป็นสมบัติชั้นเทพแน่นอน ยังถือได้ว่าเป็นอาวุธชั้นเทพระดับสูงสุด

“เจ้ามีเพลิงอมฤตด้วยหรือ?” ความสุขของอูซูลดลงอย่างฮวบฮาบ

“ข้าไม่ได้มีแค่เพลิงอมฤตเท่านั้น ข้ายังมีวงจักรล้างโลก แปลกใจไม่ใช่หรือ? ร้องไปสิ, สั่นเสียสิ, ไตตัน, นี่คือชะตากรรมของเจ้า” เย่ว์หยางย้อนคำพูดที่โอหังลำพองของอูซูก่อนนั้นคืนเช่นกัน

 

****************

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset