เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 84 – ข้าก็อยากซ้อมเจ้าแรงๆ เหมือนกัน

===============
ไม่ว่าจะเป็นบัตรทองแดง เงิน ทอง หรือแก้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างของปลอมขึ้นมา

มีการทดสอบที่ง่ายแสนง่าย ก็คือบัตรทั้งหมดต้องเอาไปแตะกับเสาแก้วผลึกสำหรับประเมินผล มันจะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างถูกต้อง

เมื่อสองสาวเห็นบัตรแก้วเปล่งแสงเรืองรอง พวกนางก็ตระหนักได้ว่าบัตรแก้วเป็นของคนผู้นั้นและเขายังรับความรู้สึกโดนดูถูกทันทีอีก คนที่สามารถใช้บัตรแก้วได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคนธรรมดา พวกเขามีโอกาสไม่สิ้นสุดเหมือนอย่างกุลบุตรจากตระกูลใหญ่หรือคนจากราชตระกูล เมื่อพวกนางมองดูใกล้ๆ ก็ได้ทราบอีกว่าบัตรนั้นบันทึกข้อมูลไว้ว่าเขาฆ่าขุนพลปีศาจไป 6 ตนแล้ว ดวงตาของสองสาวแทบจะถลนออกมาเพราะอาการตกใจสุดขีด ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องฆ่าขุนพลปีศาจได้ แค่ฆ่าปีศาจชั้นต่ำระดับ 1 อย่างปีศาจเขียวก็เพียงพอให้พวกทหารรับจ้างโม้ให้คนอื่นฟังได้หลายปีทีเดียว แต่คนผู้นี้ฆ่าขุนพลปีศาจได้ 6 ตนเชียวหรือ? เขาคือเทพองค์ใดกันแน่?

ชื่อไตตันหรือ?

ทำไมพวกนางไม่เคยได้ยินชื่อแบบนี้มาก่อน?

แม้แต่ 3 ดาวเพชฌฆาตผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่เคยทำได้ขนาดนี้มาก่อน แต่นี่โจรน้อยที่ไม่มีผู้ใดรู้จักลงทะเบียนมาได้ยังไม่ถึงครึ่งเดือนกลับฆ่าขุนพลปีศาจไปถึง 6 ตนแล้ว

นี่…นี่เป็นไปได้อย่างไร?

“ข้าไม่รู้ว่าข้าสามารถแลกผลงานทั้งหมดของข้าเป็นทองได้ นั่นคือสาเหตุที่พวกท่านต้องช่วยเอาผลงานฆ่า 5 ขุนพลปีศาจไปแลกให้ด้วย” เย่ว์หยางเคยได้ยินเย่คงพูดมาก่อนว่า เคยมีพวกทหารรับจ้างเอาผลงานทั้งหมดของพวกเขาไปแลกเงินซื้อเหล้าดื่ม แต่ทว่าทันทีที่พวกเขาถูกตรวจพบ พวกเขาจะถูกสอบสวนจากส่วนกลาง ในกรณีแย่ที่สุด ชื่อทหารรับจ้างของพวกเขาจะถูกลบทิ้ง ลำดับตำแหน่งจะถูกลดลง

“อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าไม่แลกเปลี่ยน ก็ขอให้เรารายงานเรื่องนี้ให้ส่วนกลางก่อน เพื่อความแน่ใจ ทางหอเกียรติยศนักสู้จะมอบรางวัลให้เจ้าอย่างหนักด้วยผลสำเร็จขนาดนี้ ข้าพูดได้ว่าเจ้าจะได้รับรางวัลมากกว่า 500 เหรียญทองเสียอีก ทำไมถึงได้แลกเปลี่ยนเป็นทองล่ะ?” สตรีคนที่สูงกว่าพยายามจะเกลี้ยกล่อมไม่ให้เย่ว์หยางแลกเปลี่ยน

“ถ้าเจ้าขาดเงินชั่วคราว ข้าให้เจ้ายืมได้นะ แม้ว่าข้าจะมีไม่มาก อย่างน้อยข้าก็มี 10 เหรียญทอง” สตรีงามที่ตัวเตี้ยกว่าพูดบ้าง แต่หน้าซีดจนเหมือนจะร้องไห้

“……” เย่ว์หยางพูดไม่ออก

ทันใดนั้น บุรุษชุดขาวสาวเท้าเข้ามา

ลักษณะของเขาเหมือนบัณฑิตผู้มีชื่อ เขามีท่าทางที่ปล่อยตัวสบายและสง่างาม เขาโบกพัดไม้จันทร์สีเขียวในมือของเขาไปมา ขับราศีของเขาให้ดูสงบและมีหน้ากระจ่างดูเป็นคนมีความสามารถมาก

สาวงามทั้งสองรีบเข้ามาหาและเริ่มถ่ายทอดกันและกัน พยายามขอร้องให้บุรุษผู้นั้นมาช่วยห้ามปรามเย่ว์หยาง เรื่องสำคัญที่สุดคือต้องแน่ใจว่าทำให้เย่ว์หยางแลกเปลี่ยนไม่สำเร็จ นี่คือศักดิ์ศรีที่มิอาจให้แปดเปื้อนได้ เขามิอาจยอมทิ้งศักดิ์ศรีได้แม้ว่าจะหมดหวังทำเงินในตอนนี้ก็ตาม

บุรุษชุดขาวที่ดูเหมือนบัณฑิตยกมือห้ามไม่ให้สองสาวพูดต่อ

ขณะที่โบกพัดใส่ตนเอง เขาเดินเข้าไปหาเย่ว์หยาง

ด้วยการเดินเชิดหน้าสูง บุรุษที่เต๊ะท่าผู้นี้อ้าปากสาธยายว่า “ข้าว่านะ คนหนุ่มไม่ต้องวิ่งเร่มาหาเราถึงชั้น 3 อันมีชื่อและพยายามอวดผลงานในเมื่อเจ้าได้ฆ่าแค่เพียงปีศาจเขียวหรอกนะ, เข้าใจไหม? ความจริงข้าก็เข้าใจถึงวิธีที่วัยรุ่นอย่างเจ้าหวังจะกลายเป็นคนมีชื่อเสียงที่จะทำให้คนอื่นๆ ต้อนรับและชื่นชมเจ้า จนถึงกับกรีดร้องเรียกชื่อของเจ้า แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถโดดเด่นได้เหมือน 3 ดาวเพชรฆาตผู้ยิ่งใหญ่นะ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนๆ หนึ่งก็คือเข้าใจข้อจำกัดของพวกเขาให้ชัดเจน และระลึกถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่ ยกตัวอย่างเช่น โจรอย่างเจ้าก็ควรจะทำเรื่องของโจร และให้คำแนะนำตามวิธีที่เจ้าถนัด หรือไม่ก็ค้นหาสืบเสาะข้อมูล อย่ามัวแต่โอ้อวดเลย และแน่นอนว่า อย่ามาที่นี่เพื่อแลกผลสำเร็จเป็นทองเพียงเพราะฆ่าปีศาจเขียวตัวน้อยไม่กี่ตัว เจ้าพวกนั้นเป็นแค่ปีศาจระดับ 1 ฆ่ามันตัวเดียวรางวัลไม่กี่เหรียญทองแดงเท่านั้น เราแค่ยอมแลกเปลี่ยนผลสำเร็จที่อย่างน้อยก็ต้องแลกเป็นทอง ไม่ นั่นก็ไม่ถูก เราไม่เคยสนับสนุนให้เอาผลสำเร็จของงานมาแลกเป็นเงินทองเลย ข้าเคยเห็นโจรน้อยอย่างเจ้าหลายคน ที่เอาแต่ยินดีกันเองหลังจากฆ่าปีศาจน้อยได้เพียงตัวเดียว เจ้าสามารถไปโม้เรื่องมันกับเหล่าสหายของเจ้าข้างนอกสมาคมนักรบได้ นั่นคือศักดิ์ศรีของเจ้า ดังนั้นเราจึงไม่คัดค้าน แต่ว่าการเอามาโอ้อวดที่นี่ไม่สามารถยอมรับกันได้ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่นักสู้ประเภทนักรบ ข้าก็ยังฆ่าปีศาจเขายาวมาถึง 5 ตัวแล้ว พวกนั้นเป็นปีศาจระดับ 3 แล้วเจ้าเห็นว่าข้าเคยเอาเรื่องแบบนี้มาโม้หรือเปล่า? เปล่าเลย, ข้าไม่เคยทำอย่างนั้น ข้ามิใช่คนแบบนั้น คนเราต้องดำเนินชีวิตแบบไม่เปิดเผยตนเอง เข้าใจไหม? เจ้าหนู?”

“อ๋า?” การมองเห็นของเย่ว์หยางดูเหมือนจะเบลอไปเลย ทำไมคำพูดของคนผู้นี้ถึงได้คล้ายคลึงกับเจ้าอ้วนไห่นัก?

เป็นไปได้ว่าคนผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าอ้วนไห่งั้นหรือ?

สองสาวงามรีบเตือนบุรุษชุดขาวผู้มีลักษณะเหมือนบัณฑิต แต่ความจริงเป็นแค่คนช่างพูดช่างนินทา “ผ.อ.คะ! ที่เขาฆ่าน่ะ ไม่ใช่ปีศาจเขียวหรอกนะ”

คนชุดขาวแค่นเสียงดูถูก “อย่างนั้นเป็นปีศาจเหลืองเหรอ? ปีศาจเหลือง ปีศาจเขียวก็เหมือนกันนั่นแหละ พวกมันเป็นปีศาจระดับ 1 แม้พวกมันสามารถทุ่มก้อนหินได้ มันก็ยังไม่เท่าไหร่”

“ไม่ ไม่ใช่ปีศาจเหลืองค่ะ” สองสาวงามเตรียมอธิบายรายละเอียด แต่บุรุษชุดขาวห้ามพวกนางไม่ให้พูดอีกต่อไป

“แม้ว่าเขาจะฆ่าปีศาจเขี้ยวยาวระดับ 2 ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปีศาจอย่างนั้น ในอดีตข้าฆ่ามันมาเยอะแยะแล้ว อย่างน้อยก็ 9 ตัว ข้าก็ยังไม่เคยเที่ยวโอ้อวดเรื่องนั้นเลย ข้าไม่สนใจที่จะทำเรื่องแบบนั้น คนอย่างข้าไม่ชอบทำตัวเด่น ใครจะเคยคิดหรือรู้บ้างว่าข้าได้ฆ่าปีศาจเขายาวมาแล้ว 5 ตัว และปีศาจเขี้ยวยาวอีก 9 ตัว ไม่มีใครรู้เลย เพราะข้าไม่ทำตัวเด่น ใช้ชีวิตอย่างไม่แยแสชื่อเสียงและลาภยศ” บุรุษชุดขาวคล้ายบัณฑิตวาดพัดในมือทันที

“…” ทันใดนั้นเย่ว์หยางรู้สึกอยากจะซัดคนที่อยู่ต่อหน้าเขาผู้นี้

“ไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ ผ.อ. เขาไม่ได้ฆ่าปีศาจเขี้ยวยาวระดับ 2” สองสาวงามก้มหัวลงด้วยความตกใจ เจ้านายแบบนี้ทำขายหน้าจริงๆ

“อย่างนั้นก็ต้องเป็นซอมบี้ระดับ 2 ใช่ไหม?” บุรุษชุดขาวยังจ้อไม่หยุด “สู้กับซอมบี้เน่านั้นง่ายมาก นอกจากตัวมันใหญ่ทำให้มีความทนมาก แต่ก็ยังไร้ประโยชน์อยู่ดี ตอนนั้นกลุ่มของข้า ฆ่าพวกมันได้เยอะแยะ ถ้าเราไม่ลืมเอาบัตรของเราไปด้วยในตอนนั้น บางทีเราอาจฆ่ามันได้หลายสิบหรือมากกว่า”

“ไม่ใช่ซอมบี้ระดับ 2, ไม่ใช่ทั้งปีศาจเขายาวระดับ 3 แต่เป็นขะ..” ก่อนที่สองสาวงามจะพูดจบ บุรุษชุดขาวก็โบกมือห้ามพวกนางอีกครั้ง

“เดี๋ยวก่อน, เจ้ากำลังพูดถึงปีศาจสุนัขระดับ 3 ใช่ไหม? ปีศาจสุนัขเพลิงนรกใช่ไหม?” ในที่สุด บุรุษชุดขาวก็เริ่มแสดงความแปลกใจออกมาบ้าง

“ไม่ใช่” สองสาวงามอ่อนอกอ่อนใจ นี่เขาคงไม่ยอมให้พวกนางพูดจบหรือนี่?

อย่างนั้นก็ ปีศาจยักษ์ระดับ 4 ใช่ไหม?” บุรุษชุดขาวประหลาดใจแล้ว

“เป็นขุนพลปีศาจระดับ 5” สองสาวยอมแพ้ไปแล้ว แม้ว่าพวกนางจะได้โอกาสพูดความจริงในที่สุด มันก็สายเกินไปแล้ว สีหน้าของเย่ว์หยางค่อนข้างดูน่ากลัวเพราะเรื่องอย่างนี้และดูราวกับว่าเขาจะวิ่งมาทุบตีบุรุษชุดขาวนั้น

“ขุนพลปีศาจหรือ? นั่นเป็นไปได้อย่างไรกัน?? ตัวผอมเป็นกุ้ง ไม่น่าทนมือทนเท้าขุนพลปีศาจได้” บุรุษชุดขาวตกใจเหลือประมาณ และมีสีหน้าสงสัยเต็มประดา เขาหันกลับไปตำหนิสองสาวงาม “พวกเจ้าดูผิดหรือเปล่า? เจ้าปล่อยให้เขามาเกทับแบบนั้นได้อย่างไร? เจ้าทั้งคู่น่าจะสามารถบอกได้ด้วยการดูเพียงแว่บเดียวว่าเจ้าขโมยน้อยอย่างเขาไม่มีทางฆ่าขุนพลปีศาจได้ พวกเจ้าคิดว่าขุนพลปีศาจเป็นเต้าหู้หรืออะไรกันแน่?”

“ผ.อ.คะ เขาไม่ได้ฆ่าขุนพลปีศาจแค่ตนเดียว แต่เป็นขุนปีศาจ 6 ตน” หญิงงามคนที่สูงกว่าตอบอย่างอ่อนใจ มีผู้บริหารแบบนี้ช่างน่าขายหน้าจริงๆ

“อะไร, อะไรนะ? ข้าฟังผิดหรือเปล่า?” คนชุดขาวอุทานและ รู้สึกหัวหมุน

“ข้าไม่รู้ว่าท่านฟังผิดหรือไม่ แต่เราไม่ได้ทำอะไรผิด” หญิงงามตัวเตี้ยกว่าพูดด้วยความมั่นใจ

“นั่นเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่ๆ” บุรุษชุดขาวเริ่มสงสัยว่าเขากำลังฝันไป

“เฮ้ เฮ้ เฮ้, ให้ข้าพูดบ้างสิ พวกท่านโปรดเอาทองมาให้ข้าแลกได้ไหม? ข้ามีเวลาน้อย” เย่ว์หยางเกือบจะฆ่าบุรุษข้างหน้าเขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่อนุญาตให้ฆ่าในชั้นที่หนึ่ง หรือชั้นที่สองของหอทงเทียน มิฉะนั้น เย่ว์หยางคงใช้ดาบวิเศษฮุยจินฟันเขาแล้ว

“ค่ะ, ขออภัยค่ะ” สองสาวงามกลั้นน้ำตาไว้ ขณะที่พวกนางเมินเรื่องทอง และลบบันทึกผลสำเร็จบนบัตรแก้วอย่างปวดหัวใจ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือจำนวนศัตรูที่ถูกฆ่า

“ขะ ขะ ขะ เขาใช้บัตรแก้วหรือ?” คนชุดขาวตัวแข็งเป็นหินหลังจากเย่ว์หยางเดินห่างออกไป ในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวและถามทั้งที่ยังสั่นว่า “เขาได้บัตรแก้วมาอย่างไร? พวกเจ้าทั้งสองบังอาจเกินไปแล้ว นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองบัตรแก้วมาถึงที่นี่ แล้วพวกเจ้าทั้งคู่ยังทำไม่สุภาพอีก พวกเจ้าทำให้ชั้นสามอันทรงเกียรติต้องแปดเปื้อน เอ๋? ก่อนหน้านั้นเขามาทำอะไรที่นี่นะ?”

“เขากำลังจะเอาผลสำเร็จทางทหารมาแลกเป็นทอง” สองสาวอยากใช้มีดแทงหัวหน้าของพวกนางให้ตายช้าๆ จริงๆ

“พวกเจ้าปล่อยให้เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร บางทีเขาคงแค่ขาดเงินชั่วคราว พวกเจ้าปล่อยให้เขาแลกเปลี่ยนทองได้อย่างไร? นั่นคือเกียรติยศ พวกเจ้ารู้ไหม เกียรติยศคืออะไร? นั่นคือสิ่งที่สำคัญมากกว่าชีวิตลูกผู้ชาย ความภาคภูมิใจอย่างสูง จริงสิ เขาต้องการเอาผลงานทางทหารแลกทองเท่าไหร่? อะไรนะ? ขุนพลปีศาจ 5 ตน? สิ่งที่ข้าได้ยินนี้เป็นเรื่องฝันไปใช่ไหม?” บุรุษชุดขาวเริ่มตำหนิหญิงงามทั้งสองทันที “ ทำไมพวกเจ้าไม่แจ้งข้า? ถ้าข้ารู้ ข้าจะห้ามเขาแน่นอน เจ้าทั้งคู่รู้ไหมว่าการทำลายเกียรติยศของลูกผู้ชายก็เหมือนทำให้ผลสำเร็จของพระเจ้าเศร้าหมอง.. โอ๊ย.. ใครตีข้า?”

บุรุษชุดขาวหันกลับมาและเห็นว่าเย่ว์หยางยืนอยู่หลังของเขา เขาถามอย่างสับสนว่า “ท่านกลับมาทำไม? ไม่, เสียใจ, ก็ถูกแล้ว, ขอรับ, ขอรับ, ท่านมีอะไรจะขอให้ข้าช่วยหรือ?”

เย่ว์หยางยิ้ม “นอนลงกับพื้น และโก่งตูดของเจ้าให้มากเท่าที่จะทำได้”

บุรุษชุดขาวตะลึง และถามอย่างไม่แน่ใจว่า “อ่า?..ทำไมท่านต้องให้ข้าทำแบบนี้ด้วยเล่า? มีวาระแอบแฝงอะไรซ่อนไว้เบื้องหลังหรือเปล่า?”

เย่ว์หยางยิ้มเบิกบานยิ่งขึ้น เขาสั่นหัวและโบกมือ “ไม่มีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง แต่มันช่วยให้ข้าเตะตูดเจ้าได้ง่ายขึ้น เจ้าไม่รู้เรื่องนี้เหรอ? แต่หลังจากข้าออกไปแล้ว ก็คิดแล้วคิดอีก ข้ารู้สึกว่าข้าควรจะทุบตีเจ้าบ้าง ถ้าข้าไม่ทุบตีเจ้าเดี๋ยวนี้ มันจะทำให้ข้าอารมณ์เสียไปทั้งวัน นั่นคือสาเหตุ ข้าจึงอยากให้เจ้าเต็มใจนอนลงและโก่งตูดขึ้น เข้าใจไหม? ตอนนี้ข้ายังไม่พอใจ แม้ว่าข้ายังอยู่ในช่วงอารมณ์ไม่ดี เจ้าก็ยังบ่นต่อไป “กา กา กา” เหมือนกับอีกานั่นแหละ บอกข้ามาซิ นั่นหาเรื่องถูกซ้อมไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อเย่ว์หยางโกรธ เขากลับกลายเป็นศัตรูได้เร็วกว่าสตรีเปลี่ยนอารมณ์เสียอีก

คนชุดขาวล้มนอนกับพื้นด้วยพายุหมัดเย่ว์หยาง

เขาไม่มีเวลาได้ขอความกรุณา อย่าว่าแต่ต่อต้านเลย เย่ว์หยางทุบตีเขาอย่างแรงจนพื้นเต็มไปด้วยฟันของเขา ซึ่งไม่อาจงอกต่อไปอีกได้แล้ว สองสาวมองดูฉากที่ตื่นเต้นเหลือประมาณ พลางเชียร์และปรบมือไปพร้อมกัน โดยไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ความจริงพวกนางก็อยากลงมือเองมานานแล้วจนกระทั่งบัดนี้ พวกนางโชคไม่ดีพอที่จะได้รับโอกาส

“พวกเจ้าทั้งสองจะมาลองบ้างไหม? จะได้รู้สึกสบายมือ” เย่ว์หยางเชื้อเชิญพวกนางอย่างมีไมตรี

“ไม่..สองเราไม่เป็นไรหรอก” สองสาวปฏิเสธ แต่ว่า พวกนางไม่สามารถต่อต้านพลังเรียกร้องของเย่ว์หยาง จึงก้าวเข้ามาและเตะบุรุษชุดขาว 2-3 ครั้ง สีหน้าพวกนางแดงด้วยความตื่นเต้น

“พวกเจ้าทั้งคู่ใช้เวลาทุบตีเขาได้ตามสบาย ข้ามีเรื่องต้องไปทำ ข้าไปก่อนนะ” เย่ว์หยางทุบกลุ่มคนตรงกันข้ามอย่างเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้าย พออารมณ์ดีเขาก็แยกออกมาจากอาคาร

10 นาทีต่อมา

เจ้าเมืองโล่วฮัวมาถึงที่ชั้นสามอันทรงเกียรติ และถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

หญิงงามทั้งสองโดดขึ้นด้วยความตกใจกลัว เริ่มอธิบายเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าเมืองโล่วฮัวได้ยินเช่นนี้ นางระเบิดอารมณ์โกรธใส่คนชุดขาวอีก “นอนลงเดี๋ยวนี้ ยกก้นเจ้าขึ้นสูงๆ ข้าขอสั่งให้เจ้าทำเดี๋ยวนี้”

ทำไมล่ะ?” คนชุดขาวตะลึง ทำไมพวกนักสู้ถึงชอบขออะไรแปลกๆ แบบนี้?

“เพราะข้าอารมณ์เสียอย่างแรงน่ะสิ และยังต้องการจะทุบตีเจ้า” เจ้าเมืองโล่วฮัวโกรธและซัดจนบุรุษผู้นั้นล้มลง จากนั้นนางก็ทุบตีเขาทันที แค่นั้นไม่พอ นางสั่งให้สองสาวทุบตีเขาต่อแทนนาง “พวกเจ้าทั้งคู่ทุบตีเขาแทนข้า ช่วงที่ข้าไล่ตามสหายผู้นั้นให้ทัน บางทีไตตันคนนี้ อาจเป็นหนุ่มน้อยผู้นั้นก็ได้ เขาขาดแคลนเงินจริงๆ เหรอ? ข้าไม่อยากคิดต่อไปแล้ว ดีที่สุดก็แค่รีบตามเขาให้ทันก่อน”

********************

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset