เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 072 ฝีมืออันเผ็ดร้อน

ตอนที่ 072 ฝีมืออันเผ็ดร้อน

 

 

” ที่แท้ต้องการที่จะให้ข้าจ่ายออกมาด้วยอะไร เรื่องราวในวันนี้ถึงจะสามารถยุติ ” จากนั้นก็คบเคี้ยวเขียวฟัน หลี่ฝาน ไม่อาจที่จะกล่าวมาด้วยความลังเล วันนี้ที่เสียเปรียบนั้นยังไงก็แน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่ก็แค่ในช่วงเวลาที่ตกต่ำเช่นนี้แล้วละก็ เขาในครั้งต่อไปคงไม่อนาถมากเกินไปกว่านี้อีกแล้ว
” ชดใช้ด้วยอย่างอื่นหรือ ? ” เยี่ยจงกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มมองไปที่เขา และจากนั้นก็เผยรอยยิ้มอันน่า ขนลุกชนิดหนึ่งออกมา ” ชั่งเถอะ ดูเจ้าแล้วก็เหมือนเป็นคนที่มีหน้ามีตาของสาขานอก ให้เจ้าคุกเข่าแล้วตบปากก็ทำให้เจ้าเสียหน้าจนเกินไป เช่นนี้เถอะ เจ้าก็นำสะสมวิญญาณของเจ้าออกมา เรื่องเหล่านี้ก็ขอให้ผ่านไป ดีหรือไม่? ”
” เจ้าว่าอะไรนะ ? ” หลี่ฝานสีหน้ามืดมน และจากนั้นก็เปล่าด้วยเสียงที่เจ็บปวด ในทุกวันเขาได้แย่งชิงสะสมวิญญาณของผู้อื่น แต่ว่าวันนี้เยี่ยจงกลับต้องการให้เขามอบสะสมวิญญาณออกมาทั้งหมด ?
เยี่ยจงสีหน้าดุดัน เพียงแค่ค่อยๆก้าวออกไป และไม่มีความสนใจที่จะต้องการกล่าวมากความอีกต่อไป เป็นที่ชัดเจน ถ้าหากหลี่ฝานผู้นี้ไม่มอบสะสมวิญญาณออกมาแล้วละก็ เยี่ยจงก็เตรียมตัวที่จะตบตีเขาจนเส้นเอ็นทั้งสี่พิการ
” ไสหัวไป เจ้าอย่าได้เข้ามา ” สีหน้าหลี่ฝานแสดงถึงความหวาดกลัว ” เจ้าที่แท้ไม่รู้จริงๆหรือว่าใครที่อยู่เบื้องหลังของข้ากัน ? เจ้ากระทำเช่นนี้กับข้า เจ้ายังอยากไม่อยากที่จะไสหัวอยู่ในลัทธิแห่งดวงดาวแล้ว ”
เยี่ยจงหัวเราะออกมาคราหนึ่ง ยังคงไม่มีความสนใจที่จะกล่าวมากความ เพียงแต่ยื่นมือขวาออกไป และตอนนี้ก็ได้คว้าหลี่ฝานมาไว้อยู่ในมือแล้ว
เยี่ยจงเพียงออกแรงเบาๆ หลี่ฝานรู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่ากระดูกหัวไหล่ของตนเริ่มที่จะมีรอยร้าว เป็นที่ชัดเจนว่า เด็กนี้ผู้นี้พูดได้ก็ทำได้ เขาได้เตรียมที่จะตัดเส้นเอ็นทั้งสี่ของตนเอง
” ข้าให้เจ้า ”
หลังจากที่คิดว่าจะถูกตัดเส้นเอ้นทั้งสี่ขาด บุคคลอื่นที่ถูกทุบตีวิ่งไปทั่วราวกับสุนัข หลี่ฝานก็อดมิได้ที่จะต้องสั่นเทาขึ้นมา ตามที่เยี่ยจงได้กล่าวออกมา ในวันปกติทั่วไปที่เขาค่อยรีดไถไปทั่วในสาขานอกจนชิน หากว่าต้องถูกทำให้พิการแล้วละก็ เกรงว่าคงมีศิษย์พี่น้องสาขานอกไม่น้อยที่ก่อนหน้าเคยถูกรังแกมาก่อน ต่างก็ต้องลงมืออย่างแน่นอน และในช่วงเวลานี้ แม้กระทั่งชีวิตน้อยๆก็กล่าวได้ว่ายากที่จะรักษาเอาไว้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยังคงให้มอบสะสมวิญญาณไปคงจะดีกว่า
หลังจากที่สิ้นเสียง หลี่ฝานบดเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วล้วงเอาป้ายสะสมวิญญาณสีเงินออกมา ยื่นให้แก่เยี่ยจง ในเวลาเดียวกันก็บดเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวออกมา “ เจ้าจำไว้ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆแน่ “
“ ปึก พลัก “
” อา ”
หลี่ฝานพอพูดได้เพียงครึ่งประโยค เยี่ยจงก็ได้ออกแรงลงมือทันที จนทำให้ข้อมือของมือซ้ายถึงกับหลุดออกมา ทำให้หลี่ฝานถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แน่นอนว่าเขาก็คงคิดไม่ถึง หลังจากที่ตนเองนำป้ายสะสมวิญญาณออกมาแล้ว เยี่ยจงยังคงไม่ว่ากล่าวกันด้วยเหตุผล ยังคงลงมือต่ออีก
“ ปากพล่อย ยังไงก็ต้องมอบค่าทำขวัญออกมา แม้ข้าไม่อาจสังหารเจ้า แต่ก็มิได้หมายความว่า ข้าไม่อาจจัดการกับเจ้าได้ “
เยี่ยจงยิ้มออกมา โยนป้ายสะสมวิญญาณในมือไปมาแล้วเอ่ยปากกล่าวเสียงดังกังวาน การเคลื่อนไหวของเขานั้นทำให้หลี่ฝานต้องกรอกนัยน์ตาไปมา ฝีมือของเยี่ยจงเช่นนี้ ทำให้เขาตกใจกลัวไม่กล้าที่จะต่อสู้อย่างแท้จริง
หลังจากที่กวาดสายตาสำรวจหลี่ฝานอย่างดุดัน เยี่ยจงก็ได้ละสายตาคราหนึ่ง ไปมองที่ป้ายสะสมวิญญาณที่อยู่บนมือของเขา ทว่าเมื่อพบเห็นจำนวนที่ปรากฏออกภายในป้ายสะสมวิญญาณแล้ว หางคิ้วของเขากลับต้องกระโดดไปมา
หนึ่งแสนสะสมวิญญาณ ด้านในป้ายสะสมวิญญาณของหลี่ฝานผู้นี้กลับมีสะสมวิญญาณถึงหนึ่งแสน ต้องทราบว่า ศิษย์สายนอกคนหนึ่งในหนึ่งเดือนจะได้เบี้ยเลี้ยงรายเดือนเพียงห้าสิบสะสมวิญญาณ ศิษย์สายในก็ได้ไม่เกินสองร้อยสะสมวิญญาณ อีกทั้งเยี่ยจงและซูหยี่สองคนลำบากลำบนออกนอกสำนักไปทำภารกิจระดับสูงจนสำเร็จ ก็มีเพียงแค่ห้าหมื่นสะสมวิญญาณเท่านั้น และหลี่ฝานผู้นี้ในมือกลับมีถึงหนึ่งแสนสะสมวิญญาณ ไม่ทราบจริงๆว่าเขาเก็บหอมรอมริบได้อย่างไร
จากที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองไปที่ป้ายสะสมวิญญาณในมือ เยี่ยจงก็มองไปที่ใบหน้าอันขาวซีดดูยากของหลี่ฝาน แล้วก็นำสะสมวิญญาณเหล่านี้โอนไปยังป้ายสะสมวิญญาณสีทองของตนเอง จากนั้นหลี่ฝานก็แสดงอาการราวกับร้องไห้อย่างไร้น้ำตาออกมา โยนป้ายสะสมวิญญาณนั้นกลับไปให้
” ขอบคุณมากแล้ว ศิษย์พี่หลี่ ท่านช่างเป็นผู้ส่งทรัพย์สมบัติให้แก่ข้าอย่างแท้จริง ข้ายินดีให้ท่านมาหาเรื่องข้า เพียงแต่ว่าหากอ้ายสะสมวิญญาณไม่มีสะสมวิญญาณแล้วละก็ ก็อย่าได้มาเลย ” เยี่ยจงยิ้มออกมาด้วยความสนิทชิดเชื้อ ยื่นมือไปตบไปที่แผ่นหลังของหลี่ฝาน หลี่ฝานผู้นี้ช่างเป็นผู้ส่งทรัพย์สมบัติมาให้อย่างแท้จริง ตนเองพอดีกับที่กำลังปวดหัวว่าสะสมวิญญาณในมือ จะไม่พอซื้อทรัพยากรในการฝึกปรือ เขาถือได้ว่าเป็นคนดี เพียงคราเดียวก่อนนำมาส่งถึงหนึ่งแสน บวกกับในมือตนเองอีกสามหมื่นสะสมวิญญาณ แสนสามหมื่นสะสมวิญญาณ สมควรเพียงพอที่ตนเองจะใช้เวลาช่วงหนึ่งในการฝึกปรือได้ ?
หลี่ฝานคว้าจับไปที่ป้ายสะสมวิญญาณที่อยู่ในมือ เหม่อมองไปที่สะสมวิญญาณที่มีเลขศูนย์ปรากฏขึ้น ใบหน้าแปรเป็นขาวซีดในทันที เจ็บใจจนแทบจะกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง โดยปกติจะเป็นเขาที่คอยแย่งชิงสะสมวิญญาณของผู้อื่น แต่ว่าวันนี้กลับถึงผู้อื่นแย่งชิงสะสมวิญญาณ จนทำให้เขารู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
ศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวทั่วทั้งสี่ทิศมีอยู่ไม่น้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา ตลอดมาหลี่ฝานเอาแต่กระทำผู้อื่น คิดจะแย่งชิงสวนฝึกยุทธ์ของผู้อื่นมาไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้ก็แล้วไป เพียงแต่ว่าวันนี้คนโฉดดันเจอกับคนโฉดกว่า สิ่งที่เยี่ยจงทำมา เป็นการเอาคืนระบายความแค้นให้แก่เหล่าศิษย์ของลัทธิ์แห่งดวงดาวไม่น้อยได้
” เจ้าพวกขยะไร้ค่า ไป ” จากนั้นเมาฝานสีหน้ากลับกลายไปมาอยู่นาน จนในที่สุดก็ฝืนทนโลหิตออกมาไว้ไม่อยู่ โบกมือออกไปเป็นสัญญาณเตรียมตัวจากไป
” เดี๋ยวก่อน ” เพียงแต่ว่า ในตอนที่เค้ากำลังหันกาย เยี่ยจงก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยปากกล่าว
” เจ้ายังจะเอายังไงอีก ? ” หลี่ฝานหันศีรษะกลับมาอย่างงุนงง จ้องมองเยี่ยจงอย่างเอาเป็นเอาตาย
” ก็ไม่ยังไงหรอก ” เยี่ยจงหยักไหล่ไปมาด้วยความไม่ถือสา ” เจ้าไปได้ ทว่าข้ายังไม่ได้บอก เจ้าพวกขยะเหล่านี้ว่าไปได้ ? ”
เยี่ยจงหัวเราะออกมา จากนั้นก็หรี่ตาแล้วกล่าว ” มามามา ศิษย์พี่น้องทุกท่าน ขอเพียงมอบสะสมวิญญาณออกมา ข้าเยี่ยจงรับรองว่าจะให้พวกเจ้าจากไป ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ ข้าไม่อาจรับรองได้ส่าจะตบตีพวกเจ้าไปจนตาย ”
ตอนนี้เยี่ยจงได้เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจน หากมองในมุมมองของผู้ติดตามของหลี่ฝานเหล่านี้ ก็รางกับพบเจอคนโฉดอันดุร้ายก็มิปาน มีผู้คนไม่น้อยที่สีหน้าเปลี่ยนไป สุดท้ายก็ได้แต่กัดฟันเอาไว้ แต่ละคนใบหน้าขาวซีดแล้วมอบป้ายสะสมวิญญาณออกมาอย่างว่าง่าย
พูดเป็นเล่นไป กระทั่งเมาฝานก็ไม่ใช่คู่มือที่เหมาะสม พวกเขาเราผู้ติดตามเล็กๆจะสามารถเป็นคู่มือให้เขาได้หรือ ? พอท้ายที่สุด แม้กระทั่งตอนเริ่มที่มีสองคนถูกเยี่ยจงทุบตีจนพิกลพิการ ก็ยังต้องนำป้ายสะสมวิญญาณออกมา แล้วส่งมอบให้แก่เยี่ยจงที่เบื้องหน้า
ในตอนที่กวาดตาสำรวจไปที่ป้ายสะสมวิญญาณเหล่านี้อย่างไม่ตั้งใจ กระทั่งตัวเลขปรากฏขึ้นมาอย่างวุ่นวาย แต่ว่าเมื่อได้รวมกันแล้ว ยังถือได้ว่ามีถึงหลักหมื่นสะสมวิญญาณ เยี่ยจงคร้านที่จะแยกคืนให้เป็นคนๆไป และได้นำป้ายสะสมวิญญาณรวมกันทิ้งไว้ให้แก่หวังโม่ ยิ้มแล้วกล่าว “ หวังโม่ ป้ายสะสมวิญญาณเหล่านี้สะสมวิญญาณด้านในเจ้าก็เอาไปละกัน แต่ว่าต้องเก็บไว้ให้ดี ให้พวกเขาแต่ละคนนำหนึ่งพันสะสมวิญญาณมาแลกคืนกลับไป
หวังโม่ก็มิได้กล่าวอันใดออกมาอีกเมื่อเห็นป้ายสะสมวิญญาณที่อยู่ที่พื้นด้านหน้า หลังจากนั้นก็พยักหน้าอยู่หน้าครา
หลังจากที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายของเยี่ยจง เหล่าผู้ติดตามของหลี่ฝานแต่ละคนก็ได้แต่อ้าปากตาค้าง เจ้าเด็กน้อยผู้นี้กระทั่งยังต้องการคนหนึ่งนำหนึ่งพันสะสมวิญญาณเพื่อนำมาแลกกับป้ายสะสมวิญญาณงั้นหรือ ? ป้ายสะสมวิญญาณเหล่านี้เป็นดั่งเครื่องบ่งบอกสถานะของการเป็นศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาว หากว่าไม่มีป้ายสะสมวิญญาณเหล่านี้แล้วละก็ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอันใดภายในลัทธิแห่งดวงดาวก็มิอาจกระทำได้ แต่เยี่ยจงกลับเก็บป้ายสะสมวิญญาณเอาไว้ การกระทำเช่นนี้ ถือได้ว่าโหดร้ายจนเกินไปแล้ว
ยอดฝีมือรอบด้านที่กำลังมองอยู่ที่ฉากเบื้องหน้า แต่ละคนต่างก็อ้าปากตาค้าง เยี่ยจงผู้นี้การจัดการเรื่องราวก็ชั่งไม่พูดถึงเหตุผลเอาซะเลย บุคคลเช่นนี้ หากว่าไม่ต้องมีข้อบาดหมางแล้วละก็ ยังคงไม่มีข้อบาดหมางซะยังจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นถ้าถูกเขาเก็บกวาดแล้วคงจะต้องร้องไห้อย่างไร้น้ำตาแล้ว
” เยี่ยจง เจ้ารอก่อนเถอะ ”
สีหน้าของหลี่ฝานในตอนนี้ยิ่งดูยากขึ้นจนถึงที่สุด ทว่าเขาในช่วงเวลานี้ก็ไม่อาจมีความกล้าพอที่เอ่ยปากร้องขอป้ายสะสมวิญญาณเหล่านี้คืน และมีระหว่างที่มีหลายสิบคนกำลังอยู่ในอาการสั่นเทาจ้องมองมาอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กน้อยที่ได้รับบาดเจ็บหนักทั้งสองคน ก็ได้กำลังคลุกคลานพยายามหนี
” ลัทธิแห่งดวงดาวของพวกเรา กลับปรากฏดาวร้ายออกมาอีกคนแล้ว “
“ ทว่า ในครั้งนี้หลี่ฝานได้ถูกจัดการจนอนาถเช่นนี้ บุคคลที่หนุนหลังเขาผู้นั้นเกรงว่าจะไม่อาจที่จะอยู่อย่างนิ่งเฉยได้แล้วละ “
“ ฮี่ฮี่ฮี่ ดูเหมือน หลายวันต่อจากนี้คงจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน ทว่า เยี่ยจงผู้นี้ก็มิใช่บุคคลธรรมดา จากที่ได้ยินได้ฟังความเป็นมาของขยะแห่งตระกูลจนแข็งแกร่งได้ถึงขั้นนี้ ถือได้ว่าเป็นที่น่าตกใจของผู้คนได้อย่างมาก “
ศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวทั่วสี่ทิศแต่ละคนต่างก็ส่งเสียงตามความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะมีผู้สนับสนุนหรือไม่ก็ตาม แต่ว่าเยี่ยจงสองคำนี้ นับตั้งแต่วันนี้ก็จะต้องเป็นที่กล่าวขานอยู่ภายในลัทธิแห่งดวงดาวแห่งนี้
“ หวังโม่ วันเวลาที่ผ่านมาเหล่านี้ก็ลำบากเจ้าแล้ว “ เยี่ยจงหันศีรษะมองไปทางด้านหวังโม่แล้วเอ่ยปากกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจ “ สะสมวิญญาณเหล่านี้เมื่อถึงเวลาที่พวกเขากลับมาเอาสะสมวิญญาณมาแลกกับป้ายสะสมวิญญาณแล้วละก็เจ้าก็เก็บเอาไว้ให้ดีละ จากนั้นก็ไปตำหนักทักษะยุทธ์ไปแลกเปลี่ยนทักษะยุทธ์ที่ตนเองต้องการ ยังมี การไปในครั้งนี้ของข้าและศิษย์พี่หญิงซูหยี่ ยังได้วิชาลมปราณยุทธ์ระดับกลางมาส่วนหนึ่ง รอเมื่อสาขาหลักส่งทักษะยุทธ์กลับมาแล้ว เจ้าไปเอามันไปฝึกปรือละ วิชาลมปราณยุทธ์ที่เจ้าร่ำเรียนมาก่อนหน้านี้ก็ไม่ต้องใช้แล้ว “
“ นี้ ……. “ หลังจากที่หวังโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ค่อยยื่นมือออกไปรับแล้วกล่าว “ ในเมื่อเจ้าก็พูดเช่นนี้แล้วละก็ ถ้าข้ายังจะเอาแต่ปฏิเสธอีก ก็คงไม่ถือว่าเป็นพี่น้องกันแล้ว “
หลังจากที่ได้นำป้ายสะสมวิญญาณในมือเก็บลงไปแล้ว หวังโม่ก็ค่อยพลักไปเปิดประตูของบ้านพัก ยิ้มแล้วกล่าว “ มา เยี่ยจงเจ้าดูว่าข้าเสาะหาสถานที่นี้เป็นอย่างไรบ้าง ศิษย์พี่หญิงก็เช่นเข้ามาด้วยกัน “
เยี่ยจงกวาดตามองสำรวจด้านใน ก็พบว่าด้านในบ้านพักหลังเล็กมีการตกแต่งที่สวยงาม ภายในบ้านพักขนาดเล็กได้แบ่งเป็นสองส่วนในตึกแรกเป็นชั้นที่มีห้องใต้หลังคา ด้านหน้าของห้องใต้หลังคาแห่งนี้มีความบริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งอยู่ ด้านในมีการปกคลุมไปด้วยพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินอย่างเข้มข้นแผ่ออกมา เห็นได้ชัดว่า บ้านพักหลักนี้ในจุดนั้นเป็นจุดที่มีพลังวิญญาณฟ้าดินที่หนาแน่นที่สุด
ภายในรอบบริเวณที่พักของลัทธิแห่งดวงดาวแห่งนี้ กลับมีค่ายกลยันต์กลุ่มหนึ่งที่มีคนตั้งขึ้นมา จากนั้นก็เกิดพลังวิญญาณฟ้าดินรวมกลุ่มกันท่ามกลางที่พักในทั่วทั้งพันลี้ จากนั้นก็ได้แบ่งไปตามที่พักแต่ละหลัง ไม่เช่นนั้นคงไม่ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้าเช่นนี้
และหากมีการฝึกปรือท่ามกลางความบริสุทธิ์เช่นนี้แล้วละก็ ผลลัพธ์ที่ได้มา คาดว่าคงมีได้ผลลัพท์ถึงสามวันภายในหนึ่งวัน ไม่แปลกใจเลยที่บ้านพักเช่นนี้จะมีค่าเช่าเดือนหนึ่งถึงห้าร้อยสะสมวิญญาณ อีกทั้งยังไม่อาจรอดพ้นจากการให้ความสนใจหลี่ฝานผู้นั้น
ทว่า แม้ว่าค่าเช่าจะแพงไปบ้าง แต่ว่าสถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เมื่อได้มีสถานที่เช่นนี้ ระยะเวลาในการทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้า อาจจะมีใช้เวลาลดน้อยลงได้
” ขอบคุณนะ “ เยี่ยจงโบกมือตบไปที่ไหล่ของหวังโม่ นับได้ว่าไม่เสียเวลาเลยจริงๆ
” ศิษย์พี่หญิงซูหยี่ ต่อจากนี้ข้าว่าสมควรที่จะเก็บตัวฝึกยุทธ์ ไม่รบกวนท่านแล้ว ” หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ เยี่ยแต่จงก็หันศรีษะกลับมายิ้มแล้วกล่าว
ซูหยี่ก็ทราบ เยี่ยจงตอนนี้ก็มีความวุ่นวายติดตัว ดังนั้นจึงเร่งรีบที่จะพัฒนาพลังฝีมือของตน ดังนั้น หลังจากที่ได้ครุ่นคิดใคร่ครวญแล้ว นางค่อยกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา ” หลี่ฝานผู้นั้นแม้จะไม่ใช่บุคคลที่ล่วงเกินอันใดมิได้ แต่ว่าเจ้าเด็กน้อยที่คอยหนุนหลังเขาผู้นั้นกลับร้ายกาจอย่างที่สุด เจ้าก็ระวังตัวเองให้มากไว้ละกัน ทว่าหากนับตามกฎเมื่ออยู่ภายในบ้านพัก ขอเพียงเจ้าฝึกปรืออยู่ภายในบ้านพักแห่งนี้ ก็ไม่อาจที่จะมีผู้ใดกล้ามารบกวนเจ้าหรอก เยี่ยจง เจ้าระวังเอามากขึ้นเป็นพอแล้ว “
” ขอบคุณศิษย์พี่หญิงมากที่คอยเตือนสติ ” เยี่ยจงหัวเราะออกมา เขาทราบดีว่า การจัดการหลี่ฝานในวันนี้อย่างน้อยก็คงมีเรื่องยุ่งยากส่วนหนึ่งตามมา กระทั่งเมาฝานยังสามารถรีดไถมาตั้งหลายปี แน่นอนว่าจะต้องมีเบื้องหลัง เพียงแต่ว่า เพื่อพี่น้องของตน ต่อให้เรื่องราวถูกโหมให้ใหญ่โตขึ้นอีก พี่ก็จะสะสางเอง
.

.

.

.

 

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset