เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 254 การปะทะกันของความขัดแย้ง

ตอนที่ 254 การปะทะกันของความขัดแย้ง

 

 

ท่ามกลางบริเวณสนาม ในตอนนี้สามารถที่จะพูดได้ว่าเป็นดั่งจุดรวมตัวของเหล่ายอดฝีมือ แต่ว่าราวกับไม่มีผู้ใดกล้าที่จะส่งเสียงใดๆออกมา

 

และมนุษย์ยักษ์สองหัว หมาป่าทมิฬ นกฮวางเชวียน แรดสวรรค์ มนุษย์ไร้ความตาย สัตว์ประหลาดคายหมิงเป็นต้น ผู้คนทั้งหมดต่างก็มองไปที่ภายนอกหุบเขา คิดไว้ว่าจะสามารถมองอะไรบางอย่างออก

 

แต่ว่าต่อให้นอกจากเหล่าตัวประหลาดที่สุด ก็ถือได้ว่ายังมีเหล่าผู้มีพรสวรรค์ออกมา สถานที่แห่งนี้มียอดฝีมืออยู่นับไม่ถ้วน ยอดฝีมือที่มายิ่งมายิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สามารถบอกได้ว่าวุ่นวายก็ว่าได้ จนถึงขั้นนับไม่ได้

 

นี้เป็นการรวมตัวกันของเหล่ายอดฝีมือที่แข็งแกร่ง มีคนอยู่มากมายมหาศาล วันหน้าต่างก็จะสามารถก่อคลื่นมรสุม ใช้เพียงฝ่าเดียวพลิกชะตาหนึ่งตระกูลหนึ่งรัฐ น่ากลัวอย่างถึงที่สุด

 

แน่นอนว่า หากว่าพวกเขาทิ้งร่างในที่แห่งนี้ ว่ากันตามความสามารถของขุมกำลัง ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ทุกผู้คนต่างก็ทราบว่าควรหรือไม่ควร ไม่กล้าที่จะเสี่ยงจนเกินไป กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เกิดความคาดหมายอันใด

 

ในตอนนี้ เยี่ยจงค่อยๆก้าวเดินออกมา ในเวลาตั้งแต่เริ่มแรกพี่ยังไม่มีผู้คนตรวจสอบพบ แต่ว่าไม่นานนัก สายตาของผู้คนรอบด้านก็มองไปที่เยี่ยจง สายตาของผู้คนรอบข้างต่างก็ทอดลงไปที่ตัวของเยี่ยจง ในช่วงเวลามุ่งหน้าเข้าใกล้ยังบริเวณที่มียอดฝีมือขององค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถัง มีผู้คนไม่น้อยต่างก็สาดประกายตาคมกล้า แล้วก็ได้ถอยเปิดทางจนเป็นทางสายหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

ภายใต้กลุ่มคนที่มีการสอบรับเช่นนี้ ไม่นานนัก เยี่ยจงและองค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังก็อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้กัน ด้วยการเปิดทางให้สายหนึ่งด้วยตัวเอง สายตาของผู้คนไม่น้อยต่างก็จับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวของทั้งสอง สีหน้าทอแววสงสัย

 

“ ท่านที่อยู่ทางด้านนั้น สมควรที่จะเป็นคนจากรัฐกู่กวอแล้ว องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังใช่หรือไม่ ? เนตรปรานฟ้าองค์ชายสิบสาม ภายในดินแดนซีฮวงที่เรียกขานกันว่าเป็นยอดยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งรุ่น แต่ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ทำไมถึงดูเหมือนกับกำลังมุ่งหน้าไปทางด้านของเขากัน “

 

“ ชิ ไม่รู้ว่าออกมาจากที่ใด ช่างเป็นเด็กน้อยที่ไม่รู้จักฟ้าสู้แผ่นดินต่ำเอาซะเลย องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังเป็นบุคคลชนชั้นใด ยอดยุทธ์อันดับหนึ่ง ต่อให้เป็นสิ่งมีชื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งไท่กู่หลิงซานก็ยังไม่ยินยอมที่จะมีปัญหากับเขา เด็กหนุ่มผู้นี้หาที่ตายแล้ว “

 

“ ทว่าก็ยากที่จะกล่าวได้ สมรภูมิฮวงกู่เปิดมาได้ครึ่งปีกว่าแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้พบกับวาสนาเทียบฟ้าได้ หมายจะต่อกรกับองค์ชายสิบสาม เพื่อใช้การต่อสู้ในการสร้างชื่อเสียง “

 

ผู้คนไม่น้อยทอดสายตามองไปทางด้านของเยี่ยจง กึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม การรอคอยในตอนนี้ถือได้ว่ารีบร้อนจนเกินไปแล้ว ถึงกับมีคนคิดที่จะไปหาที่ตาย พวกเขากลับต่างยินยอมที่จะเอาแต่มองดู

 

“ เด็กหนุ่ม เจ้าคิดจะท้าดวลกับองค์ชายสิบสามงั้นหรือ ? เจ้าไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไง “ มีคนตะโกนพร้อมหัวเราะร่า พร้อมด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

 

เยี่ยจงกวาดสายตามองไปที่คนผู้นั้นอย่างดุดัน ไม่ได้กล่าวคำพูดไร้สาระออกมา เพียงแต่ยังคงเดินมุ่งหน้าไปบริเวณทางด้านหน้า

 

สีหน้าของคนที่ถูกเมินเปลี่ยนแปลงคราหนึ่ง คิดหมายที่จะลงมือ ทว่าเขาก็ได้ใคร่ครวญยังคงอดทนเอาไว้ได้อยู่ ใช้สีหน้าเย้ยหยันมองไปทางด้านของเยี่ยจง

 

สีหน้าของยอดฝีมือคนอื่นๆในตอนนี้ต่างก็แสดงอาการแปลกประหลาดขึ้นมา ที่บริเวณทางด้านหน้าแม้แต่กลุ่มยอดฝีมืออย่างมนุษย์ยักษ์สองหัว หมาป่าทมิฬ นกฮวางเชวียน แรดสวรรค์ มนุษย์ไร้ความตาย สัตว์ประหลาดคายหมิงก็ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง หันหน้ากลับไปมอง

 

แล้วก็พบเห็นในเวลานี้เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเดินมุ่งหน้าไปทางด้านบริเวณที่องค์ชายสิบสามอยู่ สายตาของพวกมันได้ทอแววความรู้สึกสนุกสนานขึ้นมา องค์ชายสิบสามถือเป็นการมีอยู่ของจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาย่อมเข้าใจเป็นอย่างดี ในตอนนี้เมื่อพบเห็นมีคนที่หมายจะท้าดวลกับองค์ชายสิบสาม พวกเขาต่างก็มีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

“ เปรี้ยง “

 

จนท้ายที่สุดเยี่ยจงก็ได้เดินมาถึง ประจวบกับตอนที่ย่างกรายเข้าไป หยิบก้อนหินบนพื้นขึ้นมา เขากุมไปที่มือ เหวี้ยงขึ้นๆลงๆจ้องมองไปที่องค์ชายสิบสามที่อยู่ทางด้านหน้า สีหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเย็นชาสายหนึ่ง “ เจ้าสามตา เจ้าไม่ใช่บอกว่าเมื่อครั้งที่ได้พบกับข้าอีกครั้ง จะต้องสังหารข้าให้ได้มิใช่หรือ ? เป็นไร ? ตอนนี้ไม่กล้าลงมือแล้ว ? “

 

องค์ชายสิบสามทอมรหน้าน่าเกียจขึ้นมาเล็กน้อย ยอดฝีมือตระกูลถังที่ข้างกายของเขาต่างก็ได้ทอสีหน้าดุร้ายขึ้น หลายปีที่ผ่านมานี้ ปู้ที่หาญกล้าเรียกองค์ชายสิบสามว่าเจ้าสามตาต่อหน้า ยังถือได้ว่ามีอยู่เพียงไม่กี่คน

 

และยอดฝีมือรอบด้านในตอนนี้ต่างการกลายเป็นดั่งก้อนหินในทันที กล่าวกันว่าองค์ชายสิบสามไม่ชื่นชอบให้มีคนมาเรียกเขามาเจ้าสามตาเป็นที่สุด ก่อนหน้ามีบุคคลมีชื่อเสียงฝ่ายหนึ่งเรียกขานเข้าเช่นนี้ ท้ายที่สุดก็ได้ถูกเขาบดขยี้ภายในกระบวนท่าเดียว นับจากนั้นผู้คนมากมายต่างก็ทราบกันดี แต่ว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับหาญกล้าที่จะเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ ช่างไม่รู้อันใดควรอันใดไม่ควรเอาเสียเลย

 

แน่นอนว่า มีคนที่พอจะฟังความหมายในน้ำเสียงของเยี่ยจงออก จนทำให้สีหน้าของพวกเขาทอแววสงสัยขึ้นมา

 

“ เยี่ยจง เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะกลัวเจ้าอย่างนั้นหรือ ? “ สีหน้าองค์ชายสิบสามค่อยค่อยกลับคืนสู่ความปกติ หลังจากที่เขาจ้องมองเยี่ยจงอยู่นาน จึงได้เอ่ยปากเสียงเย็นชาออกมา

 

“ อะไรนะ ? เยี่ยจง เขาคือเยี่ยจง ? “

 

“ เยี่ยจง ? เยี่ยจงเป็นผู้ใด ? “

 

“ ไม่ใช่ว่าเป็นยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ที่เล่าขานกันในท่ามกลางบ่วงมายาโลหิตหรอกหรือ ? กล่าวกันว่าในตอนท้ายของศึกท่ามกลางบ่วงมายาโลหิต ดุจดั่งเทพจุติ เผยให้เห็นถึงระดับความสามารถ ปะทะกับองค์ชายสิบสาม หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางไม่เป็นรองกันเลย “

 

ได้ยินคำว่าเยี่ยจงสองคำนี้ ผู้คนไม่น้อยก็ได้สาดประกายตาขึ้น จากนั้นก็ได้สูดลมหายใจเข้าออกถี่ขึ้น เข้าใจแล้วว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าสายตาคือผู้ใดแล้ว

 

เด็กหนุ่มผู้นี้มิใช่ใครอื่น เป็นบุคคลเมื่อหลายเดือนก่อนหน้า เรียกได้ส้าเป็นยอดอัจฉริยะที่อยู่ขึ้นที่บ่วงมายาโลหิต หลังจากเรื่องของบ่วงมายาโลหิต ผู้คนมากมายต่างก็ยอมรับ ว่าเยี่ยจงสามารถที่จะเรียกได้ว่าอยู่ในท่ามกลางเผ่ามนุษย์ ถือเป็นหนึ่งในยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งในหลายคนของดินแดนซีฮวง

 

เพียงแต่ว่า นามของเยี่ยจงในตอนนี้เมื่อได้เปล่งประกายขึ้น แต่ว่าคนที่สามารถจดจำเยี่ยจงได้กลับมีอยู่ไม่กี่คน

 

ทว่า เมื่อในตอนนี้องค์ชายสิบสามเผยสถานะออกมา ก็ได้ทำให้สายตาของผู้คนไม่น้อยทอแววเย็นเยียบขึ้นมา

 

ยอดฝีมือเมื่อครู่ที่เอ่ยคำพูดเย้ยหยันออกมา ในตอนนี้สีหน้าก็ได้เปลี่ยนไป ถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้นในทันที ชื่อเสียงเรียงนามของเยี่ยจงที่ศึกทะเลมายาโลหิตของเขาเมื่อออกมาแล้ว ถือได้ว่าน่ากลัวอย่างถึงที่สุด

 

และมนุษย์ยักษ์สองหัว หมาป่าทมิฬ นกฮวางเชวียน แรดสวรรค์ มนุษย์ไร้ความตาย สัตว์ประหลาดคายหมิงเป็นต้น สายตาในตอนนี้ก็ได้เคร่งเครียดขึ้น จ้องมองไปที่สีหน้าของเยี่ยจงที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อนขึ้นมา

 

นามของเยี่ยจงพวกเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง ย่อมต้องเข้าใจเป็นอย่างดี การที่จะสามารถมีชื่อเสียงเช่นนี้ตั้งแต่วัยเยาว์ แน่นอนว่าคงไม่ใช่การพึ่งพาเพียงถ่ายเดียว ภายในใจของพวกเขาก็ได้ตีตราว่าเยี่ยจงถือเป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกด้วย

 

องค์ชายสิบสามที่มองมาด้วยสานดุดัน หลังจากนั้น เยี่ยจงก็ได้หัวเราะขึ้นเบาๆกะทันหันแล้วกล่าว “ ถ้าหากว่าเจ้าไม่ได้กลัวข้าแล้วละก็ ในตอนนี้ไม่ลงมือก็ไม่เป็นไร แต่เจ้ายังกลับอมพะนำอยู่เช่นนี้ไปทำไม ? เมื่อครู่เจ้ายังท้าทายข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือ ? “

 

องค์ชายสิบสามทอสีหน้าเย็นชาขึ้นมา เขาจ้องมองไปที่เยี่ยจง หลังจากนั้นสักพัก ก็ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ เยี่ยจง หากว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สุสานกระบี่ ถ้าจะต้องสังหารเจ้าอย่างแน่นอน “

 

“ ไม่อาจที่จะยอมได้ก็ไม่ต้องยอม ชมชอบเสแสร้งไปได้ ” เยี่ยจงหยักไหล่ เขาย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าองค์ชายสิบสามจะไม่ลงมือในตอนนี้อย่างแน่นอน นั้นก็เพราะว่า เขาในตอนนี้ยังคงมองไม่ออกถึงความต้องการขององค์ชายสิบสามก็มิปาน ดั่งเช่นองค์ชายสิบสามที่โดยส่วนมากก็มองไม่ออกถึงความต้องการของตนเอง ในเมื่อเขาคิดที่จะเข้าไปยังพื้นที่หวงห้ามนี้ เข้าไปยังสุสานกระบี่ แน่นอนว่าในตอนนี้ย่อมต้องเก็บออมเรี่ยวแรงเอาไว้ แต่ไม่ใช่การลงมือเช่นนี้

 

“ ชื่อเสียงอันจอมปลอม “ เยี่ยจงหัวเราะเย็นชา จากนั้นก็ได้กวาดไปยังทั่วทั้งสี่ทิศ “ พวกเจ้าว่าใช่หรือไม่ ? “

 

ร่างกายของยอดฝีมือโดยส่วนมากแต่ละคนก็ได้เยียบเย็นขึ้น ไม่มีผู้ใดหาญกล้าที่จะรับคำ การที่เยี่ยจงเย้ยหยันองค์ชายสิบสามถือได้ว่าเป็นความสามารถของเขา มีหรือที่คนอื่นจะกล้าที่จะรับคำได้

 

องค์ชายสิบสามทอประกายตาเย็นเยียบ ทว่าเขากลับเพียงจ้องมองไปที่เยี่ยจงอย่างเย็นเยียบ ไม่ได้กล่าวอะไร

 

” เหอะเหอะ คำพูดนี้ของพี่เยี่ยจงข้าชอบฟังยิ่ง ไม่มีน้ำยายังจะทำเป็นเสแสร้ง ที่แท้ก็เป็นชื่อเสียงอันจอมปลอม “

 

ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางสานามก็ได้มีเสียงหัวเราะดังออกมา แล้วก็ได้พบกับเงาร่างสายหนึ่งเดินออกมาจากท่ามกลางกลุ่มผู้คน เขาสวมไว้ด้วยยุทธ์ฝึกยุทธ์หยินหยางบนร่างกาย แท้จริงแล้วคนผู้นี้ก็คือหมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางนั้นเอง

 

“ หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยาง “

 

เมื่อมีคนจดจำสถานะออก วินาทีนั้นท่ามกลางสนามก็ได้เกิดเสียงร้องดังตกใจขึ้นมา หุบเขาหยินหยางถือได้ว่าเป็นคู่อริของตระกูลถัง หมิงหยี่ถูกขนานนามว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งแห่งหุบเขาหยินหยาง ย่อมต้องการที่จะมีเรื่องกับองค์ชายสิบสามอย่างแน่นอน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถือได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนซีฮวง เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าหวาดกลัว

 

เมื่อพบเห็นคนผู้นี้เดินออกมา แววตาขององค์ชายสิบสามก็ได้ทอแววเย็นเยียบขึ้น บนร่างกายก็ได้แผ่รังสีฆ่าฟันกระจายออกมาเอาเข้มข้น

 

“ เหอะ ดูเหมือนองค์ชายสิบสามของพวกเราอยากที่จะลงมือแล้ว “ หมิงหยี่ยิ้มขึ้นกะทันหัน “ พี่เยี่ยจง เอาอย่างนี้เราท่านร่วมมือกันดีไหม จัดการสังหารเจ้าเด็กน้อยผู้นี้ในที่แห่งนี้ เพื่อที่จะได้ลดปัญหาลง “

 

“ ก็ได้ เจ้าลงมือ ข้าจะกดดันทั้งสนามให้เจ้าเอง “ เยี่ยจงกวาดตามองไปทางหมิงหยี่คราหนึ่ง เอ่ยขึ้นมาเสียงดังกังวาน

 

หมิงหยี่หัวเราะเหอะเหอะออกมา ก้าวออกไปทางด้านหน้า จ้องมองไปยังบนร่างกายขององค์ชายสิบสาม สีหน้าไร้ความรู้สึก

 

เยี่ยจงก็ได้ก้าวออกไปทางด้านหน้า จ้องเขม็งไปทางด้านขององค์ชายสิบสาม สีหน้าเป็นไปมาไม่หยุดนิ่ง

 

ว่ากันตามตรง หากว่าสามารถที่จะจัดการกับองค์ชายสิบสามในที่แห่งนี้ได้ เยี่ยจงก็ไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาอันใด ในเมื่อทั้งสองฝ่ายก็ได้พุ่งเข้าปะทะเข้าหากัน แล้วก็ได้ยื่นอยู่ที่หัวมุมหนึ่งตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะไม่ได้มีการปะทะอันใด แต่ว่าแน่นอนว่าย่อมต้องมีการปะทะเข้าอีกครั้งแน่ กับทางด้านอารมณ์ขององค์ชายสิบสาม เป็นไปไม่ได้ที่ละคู่ต่อสู้เยี่ยงเยี่ยจงไว้อีกทางด้านของสายตาอย่างแน่นอน แต่ว่าเยี่ยจงก็ไม่คิดที่จะให้คู่ต่อสู้เช่นนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ นั้นก็เพราะว่าจะทำให้ยามค่ำคืนยากที่จะหลับใหลได้

 

สีหน้าขององค์หญิงสี่ได้ทอแววแปลกใจขึ้นในตอนนี้ หลังจากนั้น นางก็ได้ย่างก้าวออกไปหนึ่งก้าว ยืนอยู่ทางด้านข้างของเยี่ยจง จ้องมองไปที่องค์ชายสิบสาม

 

“ เป็นไรแล้ว ? แม่นางท่านนี้ พวกท่านลัทธิเหวินซื่อเซินเจรียวไม่ได้เตรียมที่จะยื่นมือเข้าร่วมด้วยอย่างงั้นหรือ ? “ องค์ชายสิบสามจ้องมองไปที่เยี่ยจงและหมิงหยี่ทั้งสองคน สีหน้าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทว่าในขณะที่องค์หญิงสี่ก้าวเดินออกมา เขาก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างกะทันหัน เอ่ยปากขึ้นมาเสียงแผ่วเบา

 

“ อะไรนะ ? ลัทธิเหวินซื่อเซินเจรียว ? “

 

เมื่อได้ยินทั้งสี่คำนี้ ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้เกิดอาการตกใจขึ้นมาอีกครั้ง สุสานกระบี่แห่งนี้ที่แท้เป็นสถานที่ใดกัน ถึงกับมีการรวมตัวของยอดอัจฉริยะได้มากมายถึงเพียงนี้ ในตอนนี้ก็มีอยู่แล้วทั้งหมดสี่คน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ต่างก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่โดดเด่นของรัฐรัฐหนึ่งเลยที่เดียว ในตอนนี้คิดไม่ถึงว่าพวกเขาถึงกับต้องมาเผชิญหน้ากับเช่นนี้ เตรียมพร้อมที่จะลงมืออกมา

 

“ เหอะ ท่านสิบสาม หากว่าต้องการความช่วยเหลือแล้วละก็ ก็รีบเอ่ยปากออกมา ข้ารอคอยที่จะสนองให้อยู่นะ “ ในบริเวณห่างไกล ก็ได้เกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นออกมาเป็นสายอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ได้พบกับอินทรีย์ทองตัวหนึ่งค่อยๆร่อนลงมาจากท้องฟ้า ร่างกายของมันก็ได้เปร่งประกายสีทองออกมาอย่างรุนแรง ราวกับเปลวเพลิงก็มิปาน

 

“ เผ่าอินทรีย์ทองสุริยะ ? “

 

แล้วก็ได้มีคนเกิดตกใจขึ้นมา นี้ก็มิใช่ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตของไท่กู่หลิงซานหรอกหรือ กล่าวกันว่ามีเส้นลมปราณของเผ่านกทองคำอยู่ภายในกาย มีความคล้ายคลึงกับเส้นลมปราณของตระกูลถังอยู่บ้าง แต่ว่าเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตนี้ก็ถือได้ว่าน่ากลัวอย่างมาก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันกลับยังออกหน้ามา เห็นได้ถึงความชัดเจนถึงความมั่นใจในตัวเอง

 

ในขณะนี้เอง ท่ามกลางสนามกล่าวได้ว่าได้ก่อรวมสายลมคลุ้มคลั่งเอาไว้แล้ว หากว่าต้องลงมือ ย่อมต้องดึงดูดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอย่างแน่นอน

 

มียอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วนจ้องมองไปยังบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ต่างก็เกิดความตื่นเต้นขึ้นมาอย่างช้าๆ คิดหมายที่จะต้องการทราบว่าที่แท้จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

แต่ในตอนที่เยี่ยจงและหมิงหยี่ทั้งสองคนสบตากัน ต่างก็ได้ขมวดคิ้วขึ้น แต่ก็มิได้รีบร้อนลงมือออกไป

.

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 580

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset