เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 294 ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย

ตอนที่ 294 ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย

 

*แก้ไข ขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า วาสนาที่ไม่บรรจบ

 

“ จะสิ้นสุดลงเช่นนี้อย่างนั้นหรือ ? “

 

เยี่ยจงพึมพำขึ้นมา ภาพมายาเกิดขึ้นในดวงตานับไม่ถ้วน ราวกับว่ากำลังตกอยู่ในเสียงบรรเลงเพลงขับกล่อมของทวยเทพก็มิปาน ทอดประกายวาสนาที่ไม่บรรจบ (ฉากเลือนลางขึ้นมา)

 

ในขณะนั้นเอง ผู้คนจากทั้งสองภพที่อยู่ในความทรงจำก็ได้ไหลหลั่งเคลื่อนไหวดุจดั่งภาพวาดเคลื่อนผ่านเบื้องหน้าเยี่ยจง ท้ายที่สุดก็หยุดอยู่ที่บนร่างของเงาสีขาวสายหนึ่ง

 

เงาร่างนั้นได้หันหลังให้แก่เยี่ยจง พบว่าเป็นทิวทัศน์ที่คล้ายกับดินแดนซานเซียน ดูคุ้นตาอย่างไร้ที่เปรียบ

 

“ อาจารย์ —— “ เยี่ยจงพึมพำขึ้นมา ที่แท้ในช่วงสุดท้ายของความเป็นความตายก็ได้ปรากฏสิ่งที่ติดอยู่ในใต้สำนึกขึ้นมา

 

“ เป็นเพียงแค่ภาพลวงแล้วจะอย่างไร ข้าเยี่ยจงในเมื่อต้องตายอยู่ในที่แห่งนี้ ก็จะตายอย่างชายชาตินักรบ ที่พร้อมจะเข้าร่วมการต่อสู้ทุกครั้ง การที่ไม่ได้มาตายท่ามกลางสนามรบ กลับมาตายที่การฝึกปรือ ช่างน่าเศร้าเสียเหลือเกิน “

 

เยี่ยจงลืมตาขึ้นมาอย่างรุนแรง เงามายาเบื้องหน้าสายตาก็ได้เริ่มที่จะเลือนหายไป ในขณะนั้น เขาก็ได้ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์บนมือ จากความเคลื่อนไหวของเขา ร่างกายก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาดัง”แกร๊กแกร๊ก”ขึ้นมา ดุจดั่งรูปปั้นที่แตกร้าวก็มิปาน

 

“ ตูม “

 

ทันทีที่ได้รวมรั้งพลังบนฝ่ามือครั้งสุดท้าย ทันใดนั้น ก็ได้ก่อเกิดบรรยากาศคล้ายดั่งเขื่อนแตกเข้าสู่ผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ และส่วนลึกภายในกระจายออกไป ดุจดั่งมหาสมุทรใหญ่ที่โพยพุ่งขึ้นมา

 

ในขณะนี้เอง กล้ามเนื้อทุกๆคึบบนร่างกายของเยี่ยจงก็ได้ส่องจนเป็นประกาย อาการบาดเจ็บสมานอย่างรวดเร็ว พลังแห่งเทพอันน้อยนิดก็ได้ทำให้ขนของเขาลุกชูชัน เปลวแสงสีทองก็ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย พุ่งขึ้นออกไปบนฟากฟ้า หมายจะทะลวงออกไปจากท่ามกลางช่องวางบนอากาศ

 

ในขณะนี้เอง ราวกับว่าเยี่ยจงมองเห็นเส้นทางสีทองสายหนึ่งที่เบื้องหน้าของตนเอง เขาก็ได้ก้าวออกไปหนึ่งก้าวแล้ว เข้าสู่ขอบเขตเทพ

 

ในขณะนั้น เยี่ยจงก็ได้ก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ก้าวเข้าสู่วาสนาที่ไม่อาจบรรจบเข้ามา ราวกับไม่ได้ตั้งใจ จนเขาได้เข้าสู่ตำนานขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสบาย

 

“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ วาสนาของร่างกายนั้นไม่บรรจบ แต่บรรจบก่อน จากนั้นจึงจะไม่บรรจบได้ ที่ข้าต่อสู้นั้นถือว่าบรรจบ ฝึกปรือกลับไม่บรรจบ เป็นเพราะหลังจากี่ผ่านพ้นจากความตาย ข้าในตอนนี้ ร่างกายได้พัฒนาขึ้น นับตั้งแต่เริ่ม แต่การเปิดด่านนี้ เรียกได้ว่าพัฒนาจนสูงเกินไป นั้นก็เพราะว่า นี้คือตำนานที่เล่าขานกันของกายเนื้อไม่สูญสลาย “

 

ในตอนนี้ เยี่ยจงก็ได้เข้าใจแล้วว่าที่แท้เกิดอะไรขึ้น รับทราบความลับที่มีอยู่

 

ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายนั้นความจริงมีความยากเย็นถึงเพียงนี้ อีกทั้งเขายังสัมผัสได้ถึงบางอย่าง นั้นก็คือการบรรลุเข้าสู่เขตกายเนื้อไม่สูญสลายของแต่ละคน อย่างน้อยก็ไม่มีสิ่งที่เหมือนกัน วิทยายุทธ์ถึงแม้จะเป็นเส้นทางสายเดียว แต่ว่าทุกผู้คนนั้นมีคุณลักษณะมุมมอง แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อีกทั้งในตอนนี้ เยี่ยจงก็ได้ก้าวเข้ามายังเส้นทางที่ตนเองไม่เคยผ่านพ้นก่อนหน้า เป็นเส้นทางของตนเอง —— ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย

 

“ พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า กายเนื้อไม่สูญสลาย นี้มิใช่การฝึกปรือเพื่อจุดสูงสุด ทว่าเป็นเพียงการเริ่มต้น —— แต่น่าเสียดาย วิชายุทธ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายนั้นหาได้ยากอย่างยิ่ง จากประสบการณ์ของชาติที่แล้วของข้า ถึงแม้จะเคยได้ยินมาบ้าง —— แต่ว่าใช่ว่าจะธรรมดา เมื่อเส้นทางได้เปิดขึ้นแล้ว ย่อมต้องมีหนทาง หลังจากที่ออกไปจากสมรภูมิฮวงกู่แล้ว ข้าก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นก่อฟ้า แน่นอนว่า หากว่ามีโอกาส ได้รับวิชาเฉพาะขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย คงจะต้องฝึกฝนต่อไปแน่นอน ——”

 

“ อีกอย่าง ความจริงแล้วพลังลมปราณกระบี่หกสุสานไม่ใช่เป็นเพียงวิชาพลังลมปราณเทพเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน มันยังเป็นถึงคัมภีร์เทพ แต่น่าเสียดายจากที่ดูในตอนนี้แล้วละก็ พลังลมปราณกระบี่หกสุสานนี้ยังไม่สมบูรณ์ ที่ข้าได้รับมาคงจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ข้าเองก็ยังมีวิธีที่ฝึกวิทยายุทธ์ของตนเอง เข้าสู่วิทยายุทธ์ขั้นก่อฟ้าขอบเขตของการใช้พลังของลมปราณ “

 

ในตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายในเวลาเดียวกัน เยี่ยจงก็ได้ปะทุพลังวิชากระบี่หกสุสานขึ้นมาจนเกิดประกายเป็นสาย ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ก็ได้ทำให้เยี่ยจงเข้าใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เขาที่พูดกับตนเองในตอนนี้ คือสิ่งที่กำลังคิดอยู่ แน่นอนว่าต่อจากนี้เป็นต้นไปตนเองก็พอที่จะทราบแล้วว่าควรจะเดินต่อไปอย่างไร

 

เสี่ยวหลุนมองไปที่เยี่ยจงอย่างเงียบเชียบอยู่ทางด้านข้าง หากว่ามันมีรูปลักษณ์ดั่งมนุษย์แล้วละก็ แน่นอนว่าคงจะต้องแตกตื่นขึ้นมาทั้งใบหน้าแน่ เด็กน้อยผู้นี้ ถึงกลับสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายได้อย่างไม่รู้ตัวอย่างนั้นหรือ

 

“ วิชากระบี่หกสุสาน เจ้าถึงกับบอกว่าเป็นวิชากระบี่หกสุสาน วิชาเทพชุดนี้ น่าจะไม่ใช่หนึ่งในวิชาชุดระดับตำนานนั้นหรอกนะ ? หรือว่าเจ้าหนูเจ้าถึงกับได้รับวิชาเทพชุดนั้นงั้นหรือ ? “ เสี่ยวหลุนก็ได้พูดกับตนเอง ทอสีหน้าประหลาด “ หากเป็นอย่างที่กล่าวมาแล้วละก็ เหตุผลที่เขาสามารถมาจนถึงขั้นนี้ได้ ……… เพียงแต่ว่า สิ่งของชุดนั้น อย่างน้อยก็มาจากดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย ในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แม้แต่ส่วนปลายของดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยด้วยซ้ำไป เขาครอบครองมาได้อย่างไรกัน ? “

 

ในข่วงที่กำลังครุ่นคิด เสี่ยวหลุนจ้องเขม็งไปที่เยี่ยจง แต่ว่าในที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เพียงแต่ทอประกายแสงสีขาวออกมาด้วยพลังทั้งหมด ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกายของเยี่ยจง เพื่อทำให้ร่างกายของเขาไม่เป็นที่ตรวจสอบจากบุคคลภายนอกได้

 

ถึงแม้ว่าเสี่ยวหลุนจะไม่ทราบว่าเยี่ยจงในตอนนี้กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ แต่ก็เห็นได้ชัดว่า เขาอย่างน้อยที่เข้าสู่ขอบเขตนี้ ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย แน่นอนว่า แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นคนที่มีภูมิหลังอย่างแน่นอน

 

เวลาได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปได้สามวัน ทันใดนั้นเยี่ยจงก็ได้ลืมตาขึ้นมา ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขาก็ได้เป็นจนกลายเป็นสีทองอร่ามไปทั้งผิวหนัง ภายในดวงตาก็ได้สาดประกายความเย็นหลั่งไหลออกมาก็มิปาน ในเวลาเดียวกัน อาการบาดเจ็บของเขาก็ได้ฟื้นคืน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งออกมามากมายนัก แต่ว่าแค่เพียงสายตา ก็สามารถทำให้ผู้คนสั่นเทาได้แล้ว

 

พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย จุดสูงสุดของพลังขั้นก่อเกิดระดับที่ทั้งเก้า ขึ้นชื่อว่าอยู่ในระดับสูงสุดของขอบเขตพลัง อย่างน้อย ก่อนที่จะเข้าสู่พลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้า เยี่ยจงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คุ้มกายอีกต่อไป

 

เขาในตอนนี้ ที่อยู่ในระดับสูงสุดของขั้นก่อเกิดแล้ว สามารถกล่าวได้ว่าภายในกลุ่มผู้คนของดินแดน ยากที่จะมีผู้ใดทำอันใดได้

 

หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายของเยี่ยจงก็ได้ทอประกายแสงสีทองขึ้นมาจำนวนมาก ภายในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ เขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นเหมือนดั่งคนธรรมดาที่ไม่มีวิทยายุทธ์ก็มิปาน เรียกได้ว่าไม่อาจที่จะตรวจสอบพลังได้แม้แต่น้อย

 

“ แท้จริงหวนกลับคืน “ เยี่ยจงพูดกับตัวเอง แล้วก็ได้กำมือเบาๆ จากนั้นเขาก็ได้พยักไปให้ทางด้านของเสี่ยวหลุน กล่าว “ ขอบคุณ ต่อจากนี้ พวกเราจะไปคิดบัญชีกันสักหน่อย หลายวันที่ผ่านมานี้ลำบากเจ้าแล้ว ต่อจากนี้เป็นต้นไป เจ้าหมายปองสิ่งใด ขอให้รีบบอก พวกมันต่างก็จะเป็นของๆเจ้าแล้ว “

 

ความมั่นใจที่มีมากมายเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่า เยี่ยจงในตอนนี้ก็ได้เตรียมที่จะปะทุพลังขึ้นมา แม้แต่การไล่ล่าก่อนหน้าก็เกือบที่จะทำให้เขาตายได้แล้ว แน่นอนว่าคงไม่อาจให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้

 

“ จริงหรือ ? “ เสี่ยวหลุนสั่นไหวไปมาอย่างตื่นเต้น “ วันนั้นที่ช่วยเจ้าแหวกวงล้อมจากเหล่ายอดฝีมือเหล่านั้น มีทั้งสิ่งของที่ดีอยู่ไม่น้อย เจ้าไม่คิดจงเอาซักอย่างหน่อยหรือ ? “

 

“ จริงแท้แน่นอน ขอเพียงเจ้าชมชอบ ก็จะเป็นของเจ้าทั้งหมด “ เยี่ยจงอมยิ้ม ค่อยๆก้าวออกไปจากถ้ำ “

 

“ คุณพระคุณเจ้า ในที่สุดการกระทำก็แสดงผลแล้ว ถึงแม้ว่าปู่หลุนก่อนหน้านี้จะเกือบที่จะต้องตายไปแล้วก็ตามที แต่ว่าเมื่อได้ติดตามเจ้าหนูผู้นี้ เกรงว่าคงจะมีแต่โชคแล้วละ “ เสี่ยวหลุนลอยกลับไปที่ติ่งหูของเยี่ยจงอย่างรวดเร็ว ตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นเทาไปทั่ว “ ด้วยวัยเพียงแค่นี้ก็สามารถก้าวเข้าสู่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เก้าได้ คิดคิดดูแล้วก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหลือเกิน “

 

เยี่ยจงเป็นเหมือนดั่งไม่ได้ยินเสียงที่เสี่ยวหลุนพูดออกมาก็มิปาน เขาเพียงแต่อมยิ้ม แล้วก็ก้าวออกไป มุ่งหน้าออกไปบริเวณทางด้านหน้าอย่างช้าๆ

 

……

 

ในช่วงเวลาในตอนนี้ ในตอนที่เยี่ยจงออกมาจากผืนป่าเขาอันลึกลับไร้ที่เปรียบ ก็ได้มีความเคลื่อนไหวของผู้คน ที่แบ่งกำลังกันเคลื่อนไหว อัจฉริยะมากมายต่างก็ออกมา จากทั่วทั้งสี่ด้าน ราวกับว่าจะพลิกผืนดินเข้าไป เพื่อตามหาเยี่ยจง

 

“ เยี่ยจงผู้นั้นที่ขึ้นชื่อเรียกว่าเป็นราชัน สี่ราชันในเผ่ามนุษย์นั้นมีชื่ออย่างมาก ต่อให้ได้รับบาดเจ็บหนัก ภายในครึ่งเดือนมานี้เขายังถึงกับหลบหนีการไล่ล่าไม่หยุด เรียกได้ว่าน่ากลัวจนเกินไปแล้ว “

 

“ แต่ว่าเขาก็คงจะยื้อไปได้อีกไม่นานนักหรอก ช่วงเวลาสิบวันก่อนที่พบกับเขา ร่างกายทั่วร่างบาดเจ็บหนัก แม้แต่โลหิตก็ยังเหือดแห้ง ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าไม่ต้องให้มาคนมาฆ่า เขาก็คงจะตายเองอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป “

 

“ จะต้องหาเขาให้พบโดยเร็ว ถ้าเกิดเขาเป็นบ้าขึ้นมา นำหัวใจพสุธาและสมบัติโลหิตมังกรแท้มาหล่อหลอมไป เช่นนั้นพวกเราก็มิใช่ไม่ได้อะไรหรอกหรือ ? “

 

“ ใช่ ต้องเพิ่มความเร็วให้เร็วขึ้นแล้ว “

 

ท่ามกลางหุบเขา ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนยังคงทำการค้นหาต่อไป ทุกผู้คนต่างก็เกิดความกระตือรือร้นและความโลภ คิดที่จะเสาะหาเยี่ยจงออกมาให้ได้เป็นคนแรก

 

“ ฮาฮาฮา เจ้าหนู เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน อย่าได้ให้พวกเราหาเจ้าจนพบ ไม่เช่นนั้นจะสับร่างของเจ้ากลายเป็นหมื่นๆชิ้น “ ยอดฝีมือสำนักเสวียนหวินหัวเราะดังสนั่น ยอดฝีมือกลุ่มนี้มิใช่กลุ่มก่อนหน้าที่ขัดขวางเยี่ยจงเอาไว้ แต่เป็นกลุ่มที่ผู้อาวุโสออกคำสั่งให้ติดตามจื่อหยู ในตอนนี้พวกเขาต่างก็มีสีหน้าเชื่อมั่น ทว่าตามที่พวกเขาได้ยินมา ถือได้ว่าเป็นข่าวสารที่ดีที่สุดแล้ว

 

ในครั้งนี้เพื่อที่จะขัดขวาเยี่ยจง พวกเขาสำนักเสวียนหวินได้สูญเสียไปอย่างหนัก ทั้งยังได้สูญเสียพันธมิตรไปก็ไม่น้อย แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักก็ยังถูกสังหาร ในครั้งนี้กล่าวได้ว่าขายหน้าอย่างมากแล้ว แต่ว่าระดับของเยี่ยจงในตอนนี้ วกเขาราวกับพบเห็นกับความหวังสายหนึ่ง ขอเพียงสามารถสังหารเยี่ยจงลงได้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะสามารถฟื้นคืนจากความขายหน้าครั้งก่อนๆได้

 

โอกาสที่หาได้ยากอย่างถึงที่สุด แน่นอนว่าต้องพลาดไปไม่ได้

 

“ เยี่ยจงผู้นี้ถึงกลับกล้าบังอาจฆ่าเปี่ยวเจี่ย(ญาติสาวผู้พี่)ข้า เขาหาที่ตายแล้ว “ ชายหนุ่มสวมไว้ด้วยชุดสีขาวก้าวมาคล้ายมังกรลอนพยัคฆ์ย่างกราย ทางด้านหลังก็ได้มีกลุ่มยอดฝีมือจำนวนมาก พวกเขานั้นต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตทั้งสี่จากเขาหลิงซาน ท่ามกลางเขาหลิงซานมีสิ่งมีชีวิตที่ถูกขนานนามว่าสี่สูงสุดของเผ่าพันธุ์ ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากในไท่กู่หลิงซาน หญิงสาวเผ่าหวินฮู่ก่อนหน้าที่ตายภายใต้น้ำมือของเยี่ยจง จึงเป็นสาเหตุของการดึงดูดยอดอัจฉริยะมากมายเข้าร่วมลงมือนั้นเอง

 

“ หวังว่าเจ้าจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานอีกหน่อยนะ อย่าได้ตายก่อนที่ข้าจะเจอตัวก็แล้วกัน “ พื้นดินเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง จูเยียนตนหนึ่งก็ได้ค่อยๆเดินออกมาจากภายในป่า ทางด้านหลังก็ได้มีเหล่าผู้คุ้มกันอยู่กลุ่มใหญ่ ที่แท้ก็คือยอดฝีมือเผ่าจูเยียนที่เคยปะทะกับเยี่ยจงเมื่อวันก่อนนั้นเอง ในตอนนี้มันทอสีหน้าเย็นชาขึ้นมา รังสีสังหารไม่ได้ลดทอนลงเลย “

 

“ เมื่อครั้งก่อนก็เกือบที่จะสามารถจับเจ้าได้อยู่แล้ว ในครั้งนี้ไม่อาจที่จะให้เขาหนีไปได้อีกแล้ว “ แล้วอีกทางด้านหนึ่ง นกฮวางเชวียนก็ได้กระพือปีกไปมาอย่างช้าๆ ลอยล่องออกไป แต่ว่าเมื่อพบว่าเขาปรากฏตัวขึ้น ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศนับไมถ้วนก็ได้หลีกออกไป พวกเขาต่างก็ทราบถึงความแข็งแกร่งของคนผู้นี้

 

ชายหนุ่มที่มีผมสีทองผู้นี้ก็ได้ก้าวออกมาจากในป่าช้าๆ ดวงตาของเขาสาดเป็นประกาย “ เยี่ยจงผู้นี้ หลังจากที่ได้ออกมาจากบ่วงมายาโลหิตยังกระทำเรื่องราวใหญ่โตสะเทือนฟ้าดินได้อีก …….. หัวใจพสุธา สมบัติโลหิตมังกรแท้ …….. หากว่าเขาสามารถเป็นที่รองเท้าให้ข้า ต่อสู้เพื่อข้าแล้วละก็ เช่นนั้นเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ ข้าย่อมต้องออกหน้าปกป้องเขา แต่ว่าถ้าหากเขาไม่รู้จักความปรารถนาดี ก็อย่าได้โทษว่าข้าก็แล้วกัน “

 

คนผู้นี้ที่แท้ก็เป็นชายหนุ่มผมทองที่เดินทางร่วมกันกับเยี่ยจงเมื่อครั้งก่อนที่ทะเลมายาโลหิต ในตอนนี้เขา พลังฝีมือถือได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม ทางด้านหลังของเขาก็มีกลุ่มคนเช่นเดียวกัน คนกลุ่มนี้ก็ได้ร่วมเดินทางไปกับเยี่ยจงเมื่อครั้งก่อนเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างก็ได้รุดเดินทางมา มุ่งหน้ารวมตัวกันเพื่อที่จะตามหาเยี่ยจงนั้นเอง

 

ในขณะนี้ ทั่วทั้งป่าเขาก็ได้เกิดลมหมอกพัดผ่าน มีคนไม่น้อยที่มาเพื่อเยี่ยจง คิดที่จะได้ครอบครองสมบัติแห่งโชคชะตาในตัวของเขา

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/8 ราคา 450
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610

กลุ่ม8 https://goo.gl/Uzqf2x ตอนที่ 611-690 ล่าสุด647 Update 09/06/18

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset