เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 322 การลงมือของผู้แข็งแกร่ง

ตอนที่ 322 การลงมือของผู้แข็งแกร่ง

“ ตูมตูมตูม——”

การโจมตีจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรวดเร็ว ในทุกครั้งที่ได้ลงมือ ต่างก็ได้รวมรั้งแระกายแสงคมกล้าออกมาอย่างถึงที่สุด บริเวณทั่วทั้งสนามมีแค่เพียงเยี่ยจงและโหยวเหลียนทั้งสองคนสีหน้าไม่ขยับ ส่วนคนอื่นๆต่างก็มีสีหน้าดุร้ายถอยไปทางด้านหลัง เกรงกลัวที่จะเข้าสู่ภายในวงล้อม

“ วิชาธาตุอากาศยักษ์ “

ไม่ทราบว่ามีผู้ใดได้เอ่ยเสียงทุ่มต่ำออกมา เผยให้ทราบถึงทักษะเซียนที่จื่อจุนเทียนใช้ออกมา หลังจากที่เงียบงัน แม้แต่เยี่ยจงก็ยังต้องเกิดความตะลึงขึ้นมาช้าๆ

วิชาธาตุอากาศยักษ์อันเรียบง่ายนี้ ในเวลาเดียวกันก็ถือได้ว่าเป็นดั่งหนึ่งในสิบวิชามนต์ตราเทพโบราณ อีกทั้งยังเป็นวิชามนต์ตราเทพที่มีความพิศวงที่สุด กล่าวกันว่าในช่วงเวลาที่ฝึกปรือวิชาธาตุอากาศยักษ์นี้ มิเพียงมีพลังที่มิได้แข็งแกร่งมากนัก อย่างมากก็เทียบได้กับทักษะยุทธ์ระดับกลาง แต่ว่าเมื่อผ่านการฝึกฝนได้อย่างลึกซึ้ง ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนทักษะปราณอย่างไม่หยุด เข้าสู่ใจกลางของวิชาธาตุอากาศยักษ์ จนทำให้สามารถก่อเกิดการเติบโตของวิชาธาตุอากาศยักษ์ไม่รู้จบ และในตอนนี้พลังทำลายของวิชาธาตุอากาศยักษ์นี้ก็ปรากฏขึ้นมาได้ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงให้ได้เห็น ไม่ทราบว่าเขาได้หมุนรอบทักษะปราณไปแล้วเท่าไหร่ ในหมู่ทักษะเซียนเช่นนี้ จึงจะสามารถทำให้วิชาธาตุอากาศยักษ์แสดงอานุภาพอันนี้หวาดกลัวขนาดนี้ออกมาได้จนถึงระดับนี้

“ เกรงว่า ท่ามกลางวิชาธาตุอากาศยักษ์เขานี้ ได้หมุนรอบไว้ด้วยมนต์ตราเทพอยู่ส่วนหนึ่ง ? “ เยี่ยจงกล่าวเสียงแผ่วเบา ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่ว่าเขาก็สัมผัสได้ว่าการคาดเดาของตนเองไม่ได้มีความแตกต่างจนเกินไปนัก นั้นก็เพราะว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของจื่อจุนเทียนนั้นได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของผู้คนไปมากแล้ว

“ ฮูมฮูมฮูม ——”

การโจมตีของทั้งสองฝ่ายได้ปะทะเข้าหากันไม่หยุด ไม่นานนักก็ได้ออกมาจากยอดหอคอยสงคราม ลงมาจนถึงบริเวณพื้นที่ว่างเปล่าส่วนหนึ่ง ทุกๆการโจมตีในแต่ละครั้ง ต่างก็ดุจดั่งภูเขาไฟปะทุขึ้นมาก็มิปาน น่าหวาดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบ

ยอดฝีมือมากมายมองดูจนอ้าปากตาค้าง เสียงพลังจากการลงมือของทั้งสองคน ยังถือได้ว่าอยู่เหนือกว่าการปะทะระหว่างเยี่ยจงและองค์ชายสิบสามเมื่อครู่เสียอีก ทั้งน่าหวาดกลัวและรุนแรง อีกทั้งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดก็คือ ท่ามกลางทั้งสองคนนี้มีอยู่ผู้หนึ่งที่เป็นนางเซียนแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ ความจริงก็ดึงดูดสายตาผู้คนแล้ว ในตอนนี้ที่ได้ลงมือ ยิ่งทำให้มิอาจที่จะละสายตาไปได้

ในตอนนี้เยี่ยจงจ้องมองการปะทะของทั้งสองคนอย่างชัดเจน จากนั้นเขาก็ได้ทอดสายตามองออกไป ทอดลงไปยังร่างของกุ่ยเมียนผอผอที่มีสีหน้าปั้นยากขึ้นมาในตอนนี้ เขามองออกว่า จื่อจุนเทียนนั้นมิได้มีใจที่คิดจะสังหาร กว่าครึ่งก็คงคิดที่จะต้องการที่จะให้ชิงหญิงยังมีชีวิตอยู่ หากเป็นเช่นนี้แล้วละก็ การปรากฏผลแพ้ชนะคงจะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นตนเองจึงจำเป็นที่จะต้องชิงลงมือก่อนที่จะเกิดเรื่องราวอื่นๆขึ้น

ในตอนนี้ที่ได้ครุ่นคิดเอาไว้ เยี่ยจงก็ได้ก้าวยาวๆออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถหยุดยั้งความเคลื่อนไหวไว้ได้ แต่ว่าในตอนนี้กลับปรากฏชิ้นส่วนมายาขึ้นที่บริเวณใต้เท้า เพื่อใช้ไว้เคลื่อนไหวร่างกายของเขาออกไป ในเวลาเดียวกันท่ามกลางดวงตาก็ได้สาดประกายเจิดจ้าปะทุขึ้นมา ความคิดสังหารก็ได้แผ่ออกไปโดยรอบ

“ เด็กน้อยผู้นี้ ท่านยายอย่างข้าไม่คิดที่จะลงมือต่อเจ้าก่อน เจ้าในเมื่อมาหาที่ตายถึงที่ ต้องการที่จะหาที่ตายงั้นหรือ ? “ กุ่ยเมียนผอผอตรวจสอบขึ้นมาได้ในทันที นางจ้องเขม็งไปยังร่างกายเยี่ยจงที่กำลังเคลื่อนที่มาอยู่ หัวเราะดังหึหึออกมาอย่างประหลาด

“ เจ้าไร้ยางอาย อีกฝ่ายมิใช่ได้ลงมือต่อข้าแล้วอย่างงั้นหรือ ในตอนนี้ยังไม่ยอมรับอีกงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงยิ้มขึ้นช้าๆ “ เจ้าวางใจเถอะ หลังจากที่เก็บเจ้าไปแล้ว ข้าจะไปช่วยจื่อจุนเทียนจัดการชิงหญิงอีกแรง นางอีกไม่นานก็จะตามเจ้าไปเป็นเพื่อนของเจ้าแล้ว “

“ บังอาจ เจ้าไม่ทราบถึงความขุมพลังของแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เรา หากว่าข้าเป็นเจ้า ตอนนี้คงจะอ้อนวอนขอร้องเพื่อขอเข้าสู่แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว แต่เป็นอ้อนวอนไปให้อภัย “ กุ่ยเมียนผอผอทอสีหน้าปั้นยากขึ้นมา ไม่เคยที่จะมีผู้ใดหาญกล้ากระทำต่อนางเช่นนี้มาก่อน ควรทราบว่า ด้วยพลังฝีมือที่แท้จริง แน่นอนว่านางคงสามารถฟาดเยี่ยจงตายได้ด้วยเพียงฝ่ามือเดียว แต่น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้คือสมรภูมิฮวงกู่

“ ที่น่าเสียดายก็คือ เจ้าไม่ใช่ข้า “ เยี่ยจงยิ้มอย่างช้าๆแล้วส่ายหน้า เขายกมือขวาขึ้นมาอย่างช้าๆ บริเวณทางด้านหลังก็ได้ปรากฏมังกรสีรุ้งขึ้นมา จากนั้นเขาก็แปรเปลี่ยนรอยตราคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้กลายเป็นกรงล้อมเทพที่ซ้อนทับกันขึ้นขนาดใหญ่

“ บังอาจเกินไปแล้ว

กุ่ยเมียนผอผอโกรธเคืองขึ้นมา เพียงแค่ชนชั้นรุ่นหลังที่แม้แต่อายจิตยังไม่เคยแม้แต่จะฝึกปรือออกมาถึงกับกล้าจองหองต่อหน้าตนเองเช่นนี้ ถือได้ว่ายากที่จะอดทนเอาไว้ได้

ทันใดนั้นเอง กุ่ยเมียนผอผอก็ได้อ้ามือขวาออก กรงเล็บมือข้างหนึ่งก็ได้ซัดออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าฟาดเข้าไปยังกรงล้อมเทพเข้าไป หมายคิดที่จะทลายทักษะเซียนของเยี่ยจงลง

แต่ว่า ในขณะนี้ กุ่ยเมียนผอผอก็ได้ขยับร่างกายอย่างกะทันหัน กรงเล็บฝ่ามือที่นางฟาดออกมาก็ได้แตกสลายลง กระอักโลหิตออกมาคำโต บนใบหน้าปรากฏอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมา

“ อะไรกัน

ในขณะนี้เอง สายตาไม่น้อยก็ได้ทอดมองไปทางด้านนี้ จากนั้นแต่ละคนต่างก็เกิดอาการตกใจขึ้นมา ควรทราบว่ากุ่ยเมียนผอผอแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีชื่อเสียงเกรียงไกรทั่วทั้งดินแดนซีฮวง แต่คิดไม่ถึงว่า นางถึงกับไม่อาจต้านทานกระบวนท่าของเยี่ยจงได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว

“ เจ้าขยะ เยี่ยจงเย็นชา เท้าเหยียบขึ้นไปยังชิ้นส่วนมายาออกไป มือขวาก็ได้ฟาเออกไปคราหนึ่ง กรงล้อมังกรเทพเจ็ดสีก็ได้ปรากฏขึ้นมา มุ่งหน้าเข้าสังหารไปทางด้านหน้า เหล่ายอดฝีมือที่มีสถานะพิเศษ พลังฝีมือในตอนนี้ก็ได้ถูกกดดันเอาไว้ ขอเพียงสามารถใช้ออกด้วยพลังที่มากเกินกว่าขั้นก่อเกิดระดับที่เก้าได้ เช่นนี้เยี่ยจงด้านหน้านี้ พวกเขาต่อให้แข็งแกร่งกว่านี้ ก็เป็นได้เพียงลูกไก่ในกำมือเท่านั้นเอง

สีหน้าของกุ่ยเมียนผอผอเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ส่วนลึกภายในดวงตาเป็นครั้งแรกที่ได้ปรากฏความหวาดกลัวขึ้น นางที่มักจะยืนอยู่ในจุดสูงมองผู้อื่นที่เป็นดั่งมดแมลงที่พร้อมบดขยี้ได้ทุกเมื่อก็ได้เลือนรางหายไปในตอนนี้ ไม่อาจที่จะไม่ยอมรับได้ บริเวณสถานที่แห่งนี้ เหล่าผู้เยาว์ที่มีพลังยุทธ์อยู่ในขั้นขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายจึงถือได้ว่าไร้เทียมทาน พวกเขาเหล่าเฒ่าชราหากลงมืออย่างไม่ยั้งคิดแล้วละก็ สถานการณ์ต่อไปคาดว่าคงจะไม่ได้ดีไปถึงไหน

“ พวกเจ้าไม่ลงมืองั้นหรือ ? ถึงแม้ความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่ในจุดสูงสุด แต่ว่าเมื่อลงมือไปพร้อมกับข้า ก็จะมีโอกาสที่สูงนะ อย่าได้ลืมเลือนไป ในมือเขาครอบครองไว้ด้วยแผ่นป้ายเข้าสู่หอคอยสงครามเอาไว้อยู่ ทั่วทั้งแดนสามพันแห่ง วาสนาในรอบพันปี ไม่อาจที่จะผิดพลาดไปได้ “ ร่างกายกุ่ยเมียนผอผอก็ได้ถอยไปอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาเสียงดัง คิดที่จะชักจูงผู้อื่นให้ลงมือ

“ ฮฮกล่าวได้อย่างมีเหตุผล หุบเขาตระกูลถังข้าวนวันนี้จะช่วยลงมือเป็นเพื่อนท่านเอง บริเวณทางด้านล่าง ราชาเจิ้งกว่อก็ได้ส่งเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมา โบกมือคราหนึ่ง ทั้งยังชักนำขุนพลขึ้นมายังบริเวณขอบฟ้า ทอสีหน้าเยียบเย็นมองไปที่เยี่ยจง

เรื่องดำเนินมาจนถึงขั้นนี้ รวมไปทั้งเหล่ายอดฝีมือที่กำลังอยู่ในอาการลังเลอยู่ หลังจากที่ครุ่นคิดใครครวญ ต่างก็ได้มุ่งหน้าออกไป เป้าหมายในหมู่ผู้คนมากมายของพวกเขาที่เข้ามายังหอคอยสงคราม กล่าวได้ว่า ต่อให้เยี่ยจงหลังจากที่ได้วาสนาเพียงสายเดียวจากไปแล้ว พวกเขาก็ยังสามารถเข้าต่อสู้แย่งชิง แต่ว่าถ้าหากตนเองสามารถให้เหล่าชนชั้นลูกศิษย์เข้าไปยังภายในหอคอยสงคราม หลังจากที่ออกมาค่อยถ่ายทอดต่อพวกเขา พวกเขาก็ย่อมต้องยินดียิ่งกว่า

ร่างกายเยี่ยจงชะงักหยุดนิ่ง กวาดสายตามองไปยังเหล่ายอดฝีมือที่ได้ก้าวเข้ามาในตอนนี้ ส่งเสียงเย็นเยียบออกมา “ มีเพียงแค่นี้เองงั้นหรือ ? ยอดมาก พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเถอะ “

“ เจ้าหนู ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีบุคลิกภาพของผู้มีพรสวรรค์ ถึงกับสามารถฝึกปรือได้มาจนถึงขอบเขตที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ เพียงแต่ว่ายังมีผู้ที่สูงส่งกว่าเจ้าต่างก็ยังทราบดี หากว่าเจ้าส่งมอบแผ่นป้ายกระดูกออกมาในตอนนี้ ข้าผู้เฒ่าจะคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้า “ ชายชราที่สวมชุดอ่อนกอดอกขึ้นมา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เห็นได้ชัดว่า ยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้ต่อกรกับชนรุ่นหลังเพียงคนเดียว ในสายตาของพวกเขา ถือได้ว่าขายหน้ายิ่งนัก

“ ในสถานที่แห่งนี้ พวกเจ้าแม้แต่คุ้มครองตนเองก็ยังไม่ไหว มีคุณสมบัติใดกันที่จะมาปกป้องคุ้มครองผู้อื่นกัน “ เยี่ยจงหัวเราะเสียงเย็นเยียบ “ หวังว่าพวกเจ้าที่เข้ามาต่างก็เป็นกายแท้ทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นแล้วในวันหน้าข้ายังต้องออกไปตามหาพวกเจ้าทีละคนอีก เพื่อที่จะสังหารร่างจริง ดีกว่าเกิดความยุ่งยากในภายภาคหน้า “

“ เจ้า ——”

ยอดฝีมือมากมายต่างก็หน้าเปลี่ยนสี เยี่ยจงผู้นี้ก็เหิมเกริมเกินไปแล้ว นี้เป้นคำข่มขู่หรือยังไงกัน ?

“ ลงมือพร้อมกัน

ไม่ทราบว่ามีผู้ใดร้องขึ้นมา จากการตัดสินของกุ่ยเมียนผอผอ ยอดฝีมือมากมายพุ่งเข้าออกไปสังหารในเวลาเดียวกัน เพียงแต่ว่าพวกเขากลับมีความหวาดเกรงต่อเยี่ยจงอยู่หลายส่วน ต่างก็ใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ใช้โจมตีอย่างห่างๆ จากนั้นก็ได้ถอยออกไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าพวกเราได้ตัดสินใจไว้ดีแล้ว คิดที่จะจัดการกับเยี่ยจงให้ตาย แต่มิใช่คิดที่จะแลกชีวิตเขา

“ เจ้าพวกไร้ยางอาย เยี่ยจงหัวเราะฮิฮะอย่างเย็นเยียบ ยอดฝีมือชั้นสูงกลุ่มนี้แท้จริงแล้ว ในตอนนี้ถึงยังไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ ร่วมมือกันก็แล้ว ยังถึงกับใช้ออกด้วยพลังฝีมือเช่นนี้ออกมาอีก ช่างน่าขายหน้าเสียจริง

ในขณะนั้น ภายในดวงตาของเยี่ยจงก็ได้เดือดไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เขาจ้องมองไปทางด้านร่างกายของเหล่าผู้คนอย่างละเอียดถี่ถ้วน กระทั่งเงาร่างของพวกเขาจดจำเอาไว้ได้แล้ว เขาจึงได้เคลื่อนไหวร่างกายขึ้น ทันใดนั้นเองก็ได้พุ่งเข้าไปยังสนามต่อสู้ มุ่งหน้าเข้าสังหารไปยังบริเวณที่กุ่ยเมียนผอผออยู่

เยี่ยจงทราบอย่างกระจ่าง ผู้ที่ลงมือเหล่านี้ต่างก็เป็นพวกผู้เฒ่ากระดูกแข็ง ทั้งยังไหลลื่นอย่างไร้ที่เปรียบ คิดที่จะฆ่าสังหารทุกคนภายในแดนสามพันลี้นี้ แทบจะไม่อาจที่เป็นไปได้เลย แต่ว่าผู้ใดที่เป็นตัวการนั้นย่อมต้องจัดการในทันที

“ เจ้าลูกเต่า เจ้าบังอาจ

กุ่ยเมียนผอผอหน้าเปลี่ยนสี เมื่อพบว่าเยี่ยจงถึงกับไม่สนใจคนผู้อื่น เพียงแต่มุ่งหน้าเข้าสังหารมายังทางด้านของตนเอง สีหน้าของนางก็อดที่จะแปรเปลี่ยนมิได้ นั้นก็เพราะว่า นางไม่มีพลังมากพอที่จะต้านรับการโจมตีของเยี่ยจงได้นั้นเอง

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาจนถึงขั้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นกุ่ยเมียนผอผอหรือคนผู้อื่น เพียงแค่ขยับกายเพียงคราเดียว ก็ได้ขยับถอยออกไปทางด้านหลัง ไม่คิดที่จะเข้าปะทะกับเยี่ยจงซึ่งๆหน้าอีก เพราะเกรงว่าจะถูกฆ่าสังหาร

“ เคร้ง ——”

เยี่ยจงพลิกฝ่ามือฟาดออกไป กลายเป็นกรงล้อมเทพสองสายหนึ่งหน้าหนึ่งหลังเปิดทางเป็นสาย จนสามารถหยุดยั้งการโจมตีที่ก่อรวมกันขึ้นเหล่านี้เอาไว้ได้ จากนั้นก็ได้มุ่งหน้าทะยานเข้าสังหารยังบริเวณที่กุ่ยเมียนผอผออยู่ ในเวลาเดียวกัน แขนข้างขวาของเขาก็ได้ปรากฏเกร็ดสีม่วงขึ้นมา ในขณะนี้ เขาก็ได้ใช้ออกมาด้วยแขนกิเลนขึ้นมาอีกครั้ง เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางอากาศ หมายที่จะสังหารกุ่ยเมียนผอผอไปภายในกระบวนท่าเดียว

“ ตูม ——”

เพียงแค่แขนกิเลนที่ได้ปะทะสังหารเข้าไป ในตอนนี้ท่ามกลางอากาศก็ได้เกิดควันคลุ้งขึ้นเป็นสาย เงาร่างกิเลนสีม่วงนับไม่ถ้วนกลายเป็นดุจดั่งตัวอักษรยันต์ก็มิปาน ปรากฏอยู่บนแขนข้างหนึ่ง จนกลายเป็นพลังความสามารถในอีกรูปแบบหนึ่ง

กุ่ยเมียนผอผอขนหัวลุกขึ้นมา ถอยจนมิอาจที่จะถอยได้ โชคดีที่ตัวนางเองเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อย่างโชกโชน หากว่าในตอนนี้ยังคงถอยหลังต่อไปแล้วละก็ ท้ายที่สุดสถานการณ์ที่รอคอยตนเองอยู่ คงจะไม่รอดอย่างแน่นอน

“ ซวบ ——”

นางพลิกทั้งสองมือฟาดออกไปติดต่อกัน ประกายกระบี่คมกล้าก็ได้สาดแทงเข้ามาจากภายในส่วนกลาง ทักษะกระบี่ชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดเพลงกระบี่แห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ปกติไม่อาจที่จะควบคุมไว้ได้ ในตอนนี้เมื่อต้องปะทะสังหารออกไป ดุจดั่งสายธารที่หลั่งไหลไปในท่ามกลางพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้ จากนั้นก็ได้กวาดออกไปก็มิปาน

“ ไร้ประโยชน์

เยี่ยจงขยับมือขวาคราหนึ่ง แขนกิเลนก็ได้ทอดลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้ยินเสียง”โครม”ดังขึ้น คมกระบี่ขนาดใหญ่ก็ได้แตกสลายลง และร่างกายของเยี่ยจงก็กลายเป็นดุจดั่งประกายแสงก็มิปาน ทะยานเข้าไปพื้นที่เบื้องหน้าของกุ่ยเมียนผอผอ ทันใดนั้นก็ได้ฟาดมือซ้ายเข้าสังหารเข้าไปยังใบหน้าของกุ่ยเมียนผอผอ

“ เปรี้ยง ——”

กุ่ยเมียนผอผอตัดสินใจที่จะฟาดฝ่ามือทั้งสองออกไป และเพื่อเข้าปะทะกับการโจมตีของเยี่ยจงนี้ แต่ว่าวินาทีนั้น ร่างกายของนางก็ได้ขยับขึ้นอย่างรุนแรง แขนทั้งสองข้างก็ได้ปรากฏบาดแผลขึ้นมา แตกร้าวออกไปเป็นสาย

เหล่ายอดฝีมือที่ก่อนหน้านี้ผสานมือกัน สีหน้าของแต่ละคนในตอนนี้ต่างก็กระตุกหนังตาขึ้น ควรทราบว่า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้กุ่ยเมียนผอผอจะมิได้สำเร็จการฝึกจนถึงขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย แต่ว่าก็ฝึกปรือจนถึงระดับขั้นของพวกเขา ยืนอยู่ในจุดสูงสุดแห่งดินแดนซีฮวง ย่อมต้องทราบถึงวิธีการที่จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้นับไม่ถ้วน ดังนั้น ร่างกายของกุ่ยเมียนผอผอจึงถือได้ว่าได้รวมรั้งอยู่ในจุดสูงสุดแล้ว

แต่ก็คิดไม่ถึงว่า กายเนื้อที่รวมรั้งไว้ด้วยพลังระดับสูงสุดเยี่ยงกุ่ยเมียนผอผอ ในเมื่อเป็นเพียงแค่ฉากๆหนึ่งเท่านั้น ยังต้องพลาดท่าให้อย่างใหญ่หลวงคราหนึ่ง หากกล่าวว่าเมื่อครู่เป็นครั้งแรกที่ถูกแตะต้อง เป็นเพราะว่ากุ่ยเมียนผอผอไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วละก็ เช่นนั้นในตอนนี้ก็เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า เยี่ยจงมีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ในระดับชั้นพลังเดียวกัน กุ่ยเมียนผอผอมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/9 ราคา 550
กลุ่ม4
https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5
https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset