เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 397 ถูกหลอกลวงงั้นหรือ

ตอนที่ 397 ถูกหลอกลวงงั้นหรือ?

 

ท่ามกลางหอสวรรค์ ผู้คนมากมายต่างก็กำลังถกปัญหากันอยู่ เพราะว่าก่อนหน้านี้ได้มีเรื่องตำนานหงสาไม่สูญสลายปรากฏขึ้นภายในศิลาตะวันบริสุทธิ์ เพียงแต่ว่าก็เป็นเพียงคำเล่าลือเท่านั้น แต่ว่า ตอนนี้ภายในศิลาตะวันบริสุทธิ์กลับกลายเป็นดินแดนขนาดเล็กไปเสียได้ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจที่จะคาดคิดเอาไว้ได้ ดังนั้น ผู้คนมากมายต่างก็เกิดความสนใจขึ้นอย่างยิ่ง ตอนนี้ราวกับว่าต่างก็กำลังถกกันถึงประเด็นนี้กันอยู่

 

สภาพการณ์ในตอนนี้ไม่เพียงแต่เป็นแค่เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นที่รัฐเหยียนเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งภายในดินแดนซีฮวง ไม่ว่าดินแดนภายในหรือว่าภายนอกยอดฝีมืออันดับหนึ่งพบหน้ากัน เผชิญหน้ากัน จนท้ายที่สุดก็ต้องเข้าปะทะกันประดุจดั่งดอกไม้ไฟ

 

ถึงแม้จะไม่มีคำกล่าวออกมาอย่างแน่ชัด แต่ว่าผู้คนมากมายต่างก็พอที่จะคาดเดาได้ อย่างน้อยดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์ก็ได้มีการคงอยู่ที่ซ่อนเร้นเอาไว้ด้วยเผ่าหงสาไม่สูญสลายอยู่ น่าหวาดกลัวอย่างเต็มเปี่ยม

 

เพื่อตำนานหงสาไม่สูญสลายนี้ ขุมกำลังจำเป็นที่จะต้องก่อตัวรวมกัน กลุ่มวีรบุรุษที่ต่อสู้แก่งแย่งความเป็นใหญ่ ยอดฝีมือที่ปรากฏตัวขึ้นมาในครั้งนี้ คงจะเป็นการแย่งชิงที่งดงามและตระการตากว่าการแย่งชิงที่สมรภูมิฮวงกู่เมื่อครั้งที่แล้วเสียอีก

 

เพราะว่า การแก่งแย่งชิงดีที่สมรภูมิฮวงกู่ กระนั้นก็มีแต่เพียงแค่ผู้ที่ฝึกฝนฝนพลังขั้นก่อเกิดเท่านั้น หากกล่าวโดยผู้คนมากมาย ระดับเมื่อครั้งที่แล้วยังถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ด้อยจนเกินไป!

 

และดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์นั้นถือเป็นเรื่องที่มีความตระการตาเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถดึงดูดสายตาของผู้คนในดินแดนเอาไว้ได้

 

“เช่นนั้นก็มิใช่เป็นการบอกว่า ดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์นี้ เปิดมาเพื่อเหล่าสุดยอดฝีมือที่เป็นดุจดั่งรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งอย่างงั้นหรือ? ควรทราบว่า ตอนนี้รุ่นเยาว์อันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งยวดเช่นไร อย่างมากก็อยู่ในระดับพลังเพียงราชันเท่านั้น ยังไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดที่มีอายุยังเยาว์วัย ด้วยวัยยังไม่ถึงสามสิบก็เข้าสู่ระดับมหาราชันได้แล้ว”

 

“เช่นนั้นก็มิใช่เป็นการบอกว่า ดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์นี้ เปิดมาเพื่อเหล่าสุดยอดฝีมือที่เป็นดุจดั่งรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งอย่างงั้นหรือ? ควรทราบว่า ตอนนี้รุ่นเยาว์อันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งยวดเช่นไร อย่างมากก็อยู่ในระดับพลังเพียงราชันเท่านั้น ยังไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดที่มีอายุยังเยาว์วัย ด้วยวัยยังไม่ถึงสามสิบก็เข้าสู่ระดับมหาราชันได้แล้ว”

 

“สมควรที่จะเป็นเช่นนั้นไม่ผิดแล้ว นี้สมควรที่จะเป็นสมรภูมิของสุดยอดรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งดินแดนแล้วทั้งสี่ ทางหนึ่งที่เข้าปะทะกันก็เหมือนกับการแลกเปลี่ยนฝีมือนั้นแหลาะ รวมไปถึงพวกที่มีวัยวุฒิที่สูงกว่ารุ่นหนึ่งคงจะไม่เข้าไปเพื่อสูญเสียชื่อเสียงหรอกกระมั่ง?”

 

“ที่แท้ ไม่แน่ว่าจะมีเหล่าขุมกำลัง ที่ต้องการจะครอบครองตำนานหงสาไม่สูญสลายให้ได้อย่างงั้นหรือ? ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เข้าไปยังภายในแล้ว ยังเรียกได้ว่าปกติสามัญอีกอย่างงั้นหรือ?”

 

เยี่ยจงตอนนี้ก็ได้กลับคืนสู่การทำสมาธิ เพียงแต่นั่งลงอยู่บนโต๊ะที่นั่งของตนเองอย่างสงบ เมื่อได้ยินผู้คนกำลังถกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ยังมีข่าวลืออยู่ส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับ ตอนนี้ในเมื่อเขาต้องการที่จะเข้าสู่ดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์ เช่นนั้นข่าวสารเหล่านี้ก็ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างถึงที่สุด

 

“ในครั้งนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก มีผู้คนไม่น้อยต่างก็ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกันสินะ? เป็นเหมือนดั่งสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่อาณาจักรเหลียนที่สุดยอดอันดับหนึ่งกระทำขึ้นมา ซิงผู้นั้น อย่างน้อยก็คงจะเข้าร่วมการแย่งชิงด้วยงั้นสินะ?” มีคนเอ่ยปากกล่าวขึ้นมา เริ่มต้นที่จะวิพากษ์วิจารณ์ถึงความแข็งแกร่งของบุคคลเช่นนี้ว่ามีความแข็งแกร่งถึงระดับใด

 

“อย่างน้อยก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่ามีคำเล่าลือกันว่า ซิงปรากฏตัวขึ้นมาก็เพื่อที่จะดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์นี้ หากมิใช่เรื่องใหญ่เช่นนี้ เขาอย่างน้อยก็ยังคงเร้นกายเอาไว้อยู่ คงจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้?” มีคนกล่าวยืนยันขึ้นมา อีกทั้งยังพยักหน้าไม่หยุด

 

“ในสถานที่แห่งนี้นอกเสียจากเรื่องนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ได้ยังมีการปรากฏตัวของนางเซียนชิงหญิงแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ รวมไปจนถึงเทพหญิงโหยวเหลียนแห่งลัทธิเทพแดนลี้ลับที่บริเวณวังหลัง อย่างน้อยก็คงจะเข้าร่วมการแย่งชิงในครั้งนี้แล้วกระมั่ง?”

 

“กล่าวกันว่า ทั้งสองคนก่อนหน้านี้ก็ได้เข้าร่วมการแย่งชิงที่เกิดขึ้นที่สมรภูมิฮวงกู่ อีกทั้งยังสำเร็จขอบเขตขั้นสูงสุดของพลังขั้นก่อเกิด ตอนนี้ระดับพลังฝีมือของพวกนางถือได้ว่าลึกล้ำจนยากที่จะคาดเดาเอาไว้ได้ ไม่เช่นนั้นการเข้าร่วมการแย่งชิงในครั้งนี้ คงจะกล่าวได้ยากแล้วละ?”

 

“หากว่าขาดบุคคลทั้งสองที่เป็นประดุจดั่งความงดงามที่ทอดลงมาของดินแดนซีฮวง การแย่งชิงในครั้งนี้ คงจะต้องเงียบงันลงไปอยู่ไม่น้อยเลยสินะ!” มีคนถอนหายใจออกมา อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าหากผิดพลาดไปแล้วละก็ ก็คงจะต้องพลาดไปโดยตลอด รวมไปจนถึงสถานที่เช่นจำพวกดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์เช่นนี้เป็นต้น มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเปิดขึ้นมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ยากจะจับต้องได้ แทบจะเรียกได้ว่าแตกต่างจากการแย่งชิงสมรภูมิฮวงกู่ที่ร้อยปีจะเปิดขึ้นสักครั้งแทบจะทั้งสิ้น

 

“ทว่าก็ใช่ว่าจะสามารถสูญเสียไปมากถึงเพียงใด องค์หญิงเหลียนหลิงหลงแห่งรัฐเหยียนและองค์หญิงจื่อหวินแห่งหุบเขาเมฆาม่วงทั้งสองคนก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความงดงามยิ่ง กล่าวกันว่าต่างก็อยู่ในระดับราชันมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งสองคนนี้อย่างน้อยก็คงจะต้องเข้าร่วมการแย่งชิงในครั้งนี้อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถสร้างความตระการตาได้ยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่า!”

 

“แล้วก็ไม่ทราบว่านอกเสียจากทั้งสองคนนี้แล้ว ยังจะมีรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งอันแข็งแกร่งเข้าร่วมหรือไม่ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างเต็มเปี่ยม!”

 

“ในข้อนี้ เกรงว่าเมื่อวันนั้นมาถึงคงจะสามารถยืนยันได้!”

 

คนเหล่านี้ต่างก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ แต่กลับไม่ทราบว่าจะสนทนาเรื่องอันใดต่อ เพราะว่าข้อมูลที่พวกเขาได้รับมานั้นก็ถือได้ว่ามีอยู่อย่างจำกัด ยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกเขาต่างก็ยังไม่ทราบ

 

……

 

เวลาได้ล่วงเลยผ่านเลยไปไม่หยุดยั้ง ไม่นานนักก็ได้ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งเดือน ภายในครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ การรวมตัวกันของยอดฝีมือแต่ละฝ่ายของอาณาจักรเหลียนยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังไม่มีผู้ใดที่คิดจะจากไป อาณาจักรเหลียนในตอนนี้ ทันใดนั้นทั่วทั้งดินแดนซีฮวง ก็ได้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของทั้งสี่ดินแดนไปแล้ว ท่ามกลางหัวเมืองที่มีขนาดใหญ่อย่างไร้ที่เปรียบ ตอนนี้ตลอดทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวของทั้งสี่คน นอกเสียจากเผ่ามนุษย์แล้ว ก็ยังมียอดฝีมือจากขุมกำลังแต่ละฝ่ายปรากฏตัวขึ้นมา เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้ยังคงถูกควบคุมเอาไว้ จนไม่มีผู้ใดที่ลงมือภายในอาณาจักรเหลียนท่ามกลาง เพราะว่าผู้คนทั้งหมดต่างก็ต้องการที่จะสะสมกำลังเอาไว้ รอคอยจนถึงช่วงเวลาอันเหมาะสมที่สุด ไม่มีผู้ใดคิดที่จะสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงก่อนในตอนนี้อย่างแน่นอน

 

ในวันนี้ ก็ได้มาจนถึงช่วงเวลาวันที่สุนัขสวรรค์จะกลืนกินดวงตะวัน ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาที่สุนัขสวรรค์กลืนกินดวงตะวันจะเป็นช่วงเวลาหลังเวลากลางวัน แต่ว่าต่อให้เป็นเฉกเช่นนี้เอง ผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้รวมตัวกันเข้าไปยังเขตที่ตั้งของศิลาตะวันบริสุทธิ์ จนทำให้ทั่วทั้งเขตนั้นหนาแน่นอย่างยิ่ง จนเกิดการเบียดเสียดกัน

 

ไม่ทราบว่าเริ่มมานับตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สถานที่เขตนี้ได้ถูกจัดวางสิ่งของเอาไว้ จนก่อเกิดเสียงที่ดังขึ้นมาภายในหู

 

“ดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์ใกล้จะเปิดขึ้นมาแล้ว คิดที่จะเข้าไปแย่งชิงโชคลาภกับยอดฝีมือคนอื่นๆ ไปแล้วก็อย่าได้พลาดไป ทางนี้มีสมุดอยู่เล่มหนึ่ง ได้จดเอาไว้ด้วยตำนานของหงสาเมื่อครั้งสมัยก่อนที่เป็นประดุจดั่งตำนานที่เคยผ่านพ้นมา ไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย ถือได้ว่าเป็นวาสนาครั้งใหญ่ก็ได้ ที่นับพันหมื่นปีไม่อาจจะผิดพลาดไปได้!”

 

“ท่ามกลางดินแดนขนาดเล็กศิลาตะวันบริสุทธิ์ อย่างน้อยก็คงจะต้องมีการคงอยู่ของสัตว์ปีศาจที่หายสาบสูญไปแล้วส่วนหนึ่ง ที่มีความดุร้ายมากมายอย่างไร้ที่เปรียบ แต่ว่าสัตว์ปีศาจส่วนหนึ่งยังสามารถนำชิ้นส่วนของมันมาหลอมโอสถ、หลอมเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมได้ ทุกท่านไม่คิดจะซื้อแผนที่สักหน่อยหรอกงั้นหรือ?”

 

“สถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นแผนที่ของเหล่าวัตถุดิบส่วนหนึ่ง หากว่าได้เข้าสู่หุบเขาสมบัติ ผลสุดท้ายเพราะว่าไม่อาจที่จะจำแนกสมบัติจนต้องกลับไปมือเปล่า มีใช่เป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงหรืออย่างไรกัน? เดินทางก็อย่าได้เดินพลาดไป ขอเพียงมีหินปราณระดับสูงเพียงสิบชิ้น แผนที่สมุนไพรก็จะเป็นของเจ้า ในเวลาเดียวกันก็ขอมอบสิ่งกล่าวขานกันว่าเป็นขนของหงสา ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถได้รับสิ่งชดเชยที่มากมายกลับมาได้”

 

ภายใต้เสียงที่ดังขึ้นมานี้ ก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นทั่วทั้งสี่ทิศ แต่ว่าในช่วงเวลาที่ทุกผู้คนต่างก็มองเข้าไปยังปีกขนนกสีดำควับคล้ายดั่งขนของอีกาที่อยู่ภายในมือของชายชรา แต่ละคนต่างก็กรอกนัยน์ตาไปมาจนเห็นตาขาว

 

“เฒ่าชรา นี้เจ้าคิดจะหลอกลวงผู้คนหรือยังไง! เห็นๆ กันอยู่แล้วว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ทราบว่าเป็นขนอีกาที่เด็ดมาจากสถานที่แห่งใด จะกลายเป็นขนหงสาที่เล่าขานกันได้อย่างไรกัน เจ้าไม่เกรงกลัวฟ้าผ่าลงมาหรืออย่างไรกัน?” มีคนเอ่ยขึ้นมา ส่ายหน้าติดต่อกัน ชายชราผู้นี้หลอกลวงคนเช่นนี้ เรียกได้ว่าทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตกใจเสียเหลือเกิน

 

สายตาได้มองไปยังฉากเบื้องหน้า ก็ได้ทำให้เยี่ยจงจำต้องหรี่ต้องลงมอง พูดไม่ออกอยู่หลายส่วน คิดไม่ถึงว่าภายในเขตนี้จะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเช่นนี้ได้ แผนที่ต่างๆ นานา 、อีกทั้งคัมภีร์ต่างๆ ต่างก็ถูกผู้คนนำออกมาเร่ขาย อีกทั้งแต่ละร้านรวงยังมีชื่อเป็นของตนเอง เห็นได้ชัดว่าออกมาเพื่อที่จะหลอกลวงผู้คน

 

เยี่ยจงความจริงไม่คิดจะสนใจ แต่ว่าหลังจากที่ได้ครุ่นคิดดูแล้วก็ได้หันกายกลับมา คิดที่จะลองซื้อแผนที่สักเล่มมาดูเสียหน่อย ถึงแม้จะไม่ทราบว่าของสิ่งนี้จะเป็นของแท้หรือเทียมก็ตาม แต่ว่าหากไม่มีการเตรียมการ ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่อาจที่จะทราบได้ถึงความแตกต่างของเหล่ายาโอสถที่อยู่ภายในดินแดนว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรแล้วละก็ เช่นนั้นก็คงจะกลายเป็นเรื่องที่น่าขบขันไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ทว่าหลังจากที่ได้เสาะหาและสอบถามร้านรวงไปหลายร้านแล้ว เยี่ยจงก็เริ่มที่จะหมดหวัง เพราะว่าแผนที่เหล่านั้นโดยส่วนมากแล้วต่างก็ถึงขายไปจนเกือบหมดสิ้น ต่อให้หลงเหลืออยู่อีกไม่กี่เล่ม ต่างก็ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ประหลาดยิ่งนัก อีกทั้งยังมีราคาที่สูงจนน่าตกใจ เพียงพอที่จะสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับสมบัติเซียนชุดหนึ่งได้เลย

 

หลังจากที่ได้มองดูไปโดยรอบอยู่หลายรอบ เยี่ยจงกลับค้นพบว่า ตนเองก็ได้กลับมายังบริเวณที่ซึ่งมีชายชราที่พึ่งเร่ขายขายพร้อมด้วยขนหงสาผู้นั้น เขารู้สึกไร้ความเสนาะสนใจ แต่ว่าก็ยังคงทำได้แต่เพียงเดินเข้าไป คิดที่จะลองซื้อมาดูสักเล่ม

 

“เจ้าหนุ่ม เจ้ามีสายตาที่ไม่เลวเลยทีเดียว! ข้าผู้ชรามีแผนที่เหล่านี้ ทว่าข้าเองก็ได้ทุ่มเทจิตใจ วิเคราะห์จากหนังสือโบราณมากมายนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นสมุดเล่มนี้ได้ เล่มหนึ่งก็ราคาสิบหินปราณระดับสูง ไม่แพงเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังแถมด้วยขนหงสาอีกชิ้นหนึ่ง เด็กน้อยเหล่านั้นก็ช่างไม่ทราบอะไรเลย อย่างน้อยก็คงจะต้องพลาดของดีไปไม่น้อยแล้ว!” ชายชราในที่สุดเมื่อพบเห็นว่ามีคนให้ความสนใจกับสิ่งของของตนเอง ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดสายตาแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชิชิชะชะออกมา

 

เยี่ยจงหัวเราะขึ้นมา จากนั้นก็ได้ก้มลงหยิบแผนที่เล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดูอยู่หลายหน้า ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏความตกใจขึ้นมา เพราะว่า แผนที่เหล่านี้และสิ่งที่คนอื่นนำมาขายนั้นกลับไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง แผนที่ที่ผู้อื่นนำมาขายนั้นมีสีสันสดใสและสวยงาม งดงามหมดจดไร้ตำหนิ จนทำให้ผู้คนที่เห็นต้องเกิดความหวั่นไหวขึ้นมา

 

แต่ว่าแผนที่ที่ชายชราผู้นี้นำมาขาย กลับเป็นเพียงเส้นทางที่ดูธรรมดาง่ายดายเพียงสายหนึ่ง ทำให้ผู้คนมองเพียงปราดเดียวก็พอที่จะมองออกมาได้ว่า ถึงแม้ว่าทางด้านข้างจะมีคำแนะนำอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วก็มีภาพวาดจำแนกเอาไว้อยู่ทางด้านข้าง แต่ว่าเมื่อเทียบกับแผนที่ของคนอื่นๆแล้ว เรียกได้ว่ามีความแตกต่างที่มากมาย หากกล่าวถึงในส่วนที่เป็นประโยชน์แล้วละก็ ในหมู่ท่ามกลางแผนที่เหล่านี้ นอกเสียจากโอสถปราณแล้ว ยังถือได้ว่ามีบันทึกที่แปลกประหลาดสิ่งของอยู่ส่วนหนึ่งเอาไว้ รวมไปจนถึงสิ่งของที่เป็นดั่งตำนานเล่าขาน、สัตว์ปีศาจ、สมบัติระดับเซียนต่างก็ได้จดบันทึกเอาไว้ ไม่เพียงแต่เท่านั้น แต่ว่าแทบจะทุกชิ้นต่างก็มีบันทึกละเอียดและเข้าใจง่ายอย่างถึงที่สุด เพื่อง่ายแก่การอธิบาย จึงมิได้กล่าวถึงสิ่งอื่นมากมายนัก

 

หลังจากที่เยี่ยจงมองไปแล้ว ก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นภายในจิตใจ เงยหน้าขึ้นมองไปที่ชายชราผู้นั้นคราหนึ่ง เอ่ยขึ้นมาด้วยความเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด: “ท่านผู้เฒ่า สิ่งของของท่านมิใช่วัตถุที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ใช่หรือไม่? เป็นของที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของท่านหรืออย่างไร?”

 

ชายชรางงงันวูบ จากนั้นก็ได้ยิ้มแห้งๆ แล้วกล่าว: “สหายน้อยในเมื่อมีสายตาที่กว้างไกล แผนที่เหล่านี้ต่างก็สืบทอดมาจากเหล่าบรรพบุรุษของข้าผู้ชราโดยทั้งสิ้น! สหายน้อยไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง บรรพบุรุษข้าผู้ชราเป็นถึงขุนนางแห่งรัฐเหยียนมาถึงสิบแปดรุ่น กล่าวกันว่าสิ่งของเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างแน่นอน อีกทั้งสิ่งเหล่านี้ยังถือได้ว่าเป็นขนแห่งหงสาที่สืบทอดมานับสิบรุ่นได้อย่างแท้จริง มิได้เป็นเพียงแค่ขนอีกงอีกาอะไรทั้งสิ้น อีกทั้งเจ้าดูที่แผนที่เหล่านี้ทุกเล่มต่างก็ไม่เหมือนกันใช่หรือไม่?”

 

เยี่ยจงเกิดความสงสัยขึ้นมา จากนั้นก็ได้พลิกมือพลิกเปิดไปที่แผนที่อีกหลายเล่ม ทันใดนั้นก็ได้ค้นพบว่า แผนที่เหล่านี้แน่นอนว่ามิได้มีความคล้ายคลึงกันแม้แต่น้อยแม้แต่เล่มเดียว มีบ้างที่พรรณนาถึงสิ่งของที่อยู่อีกทางด้านหนึ่ง มีบ้างที่กล่าวออกมาถึงวัตถุที่สามารถเป็นสิ่งที่ใช้ทดแทนกับสิ่งของก่อนหน้านี้ได้

 

“ชายชราผู้นี้มิได้หลอกลวงเจ้า ของสิ่งนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นขนของอีกาดำ” เสียงของเสี่ยวหลุนก็ได้ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันท่ามกลางห้วงสมองของเยี่ยจง

 

“นี้เป็นขนของหงสาจริงอย่างงั้นหรือ?” เยี่ยจงตอบกลับ

 

“นี้ข้ากลับไม่อาจที่จะทราบได้ เพราะว่า ในสถานที่แห่งนี้ กลิ่นอายของเผ่ามนุษย์นั้นเข้มข้นจนเกินไป จึงไม่อาจมองเห็นถึงสิ่งใด แต่ว่าขนหงสาจะตกมาอยู่ในมือของเผ่ามนุษย์ได้อย่างไรกัน? คงมิใช่ว่าเป็นสิ่งของที่เผ่าปีกและเผ่ามนุษยเคยแลกเปลี่ยนสิ่งของกันหรอกกระมั่ง?” เสี่ยวหลุนเกิดความสงสัยยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาจนจำไม่ออกเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้

 

เยี่ยจงหลังจากที่เงียบงัน ก็ได้ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วก็ได้มองไปที่แผนที่ทั้งสิบแปดเล่มที่กองเอาไว้อยู่บนพื้นในขณะนี้ จากนั้นก็เกิดความลังเลขึ้นชั่วครู่ แล้วจึงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “ท่านผู้เฒ่า หินปราณระดับสูงทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น แลกกับสิ่งของทั้งหมดนี้ให้ข้า ถ้าท่านยินยอมแล้วละก็ ก็ตกลงตามนี้ละกัน แต่ถ้าไม่ตกลงไปแล้วละก็ช่างมันเถอะ”

 

ชายชรางงงันขึ้นวูบหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้พยักหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าอรื่องราวเช่นนี้เขาย่อมต้องยินยอมอย่างแน่นอน หลังจากที่ได้เก็บหินปราณจากเยี่ยจงแล้ว แม้แต่เสื่อที่ปูเอาไว้ก็ไม่คิดจะเอาอีกแล้ว เพียงแต่มอบทั้งหมดให้กับเยี่ยจง จากนั้นก็ถอยจากไปอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อได้เหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า เยี่ยจงก็กล่าวอะไรออกมาไม่ได้ หรือว่าจะถูกหลอกลวงไปแล้วหรือยังไง?

.

.

.

.

กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น กลุ่ม 5-12 ราคา 650

VIP5 https://goo.gl/ekcF7V

VIP6 https://goo.gl/4rqw89

VIP7 https://goo.gl/qrQ7GA

VIP8 https://goo.gl/Uzqf2x

VIP9 https://goo.gl/1jPZtn

VIP10 https://goo.gl/L8awva

VIP11 https://goo.gl/rojEiG

VIP12 https://1th.me/o9CD

ช่องทางการโอนเงิน https://goo.gl/MnYB81

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset