เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 449 ช่วงเวลาของการหลบหนี

ตอนที่ 449 ช่วงเวลาของการหลบหนี

สาวน้อยยืนอยู่บนทางหน้าผาสูงชัน ส่งเสียงหัวเราะอย่างมีเสน่ห์ ใบหน้าประดุจฤดูวสันต์ ท่ามกลางสายลม ชายชุดอาภรณ์ของนางก็ได้สวมใส่ไว้อย่างรัดรูปบนร่างกาย จนทำให้ขับเน้นส่วนที่ซ่อนเร้นให้ดูงดงามขึ้นมา เพียงแต่ว่า ราวกับว่าตอนนี้มองออกถึงแผนการของเยี่ยจง นางก็ได้หัวเราะขึ้นมา กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา : “ร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่ของเผ่ามนุษย์เจ้ามิจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ หากว่าข้าคิดที่จะลงมือต่อเจ้าแล้วละก็ ลงมือในช่วงเวลาที่เจ้าเก็บตัวอยู่นั้นมิใช่ดียิ่งกว่าหรอกหรือ ? ยังต้องรอคอยจนถึงตอนนี้อีกงั้นหรือ ? ”

“เจ้าเมื่อครู่มิได้สัมผัสได้ถึงยาโถวผู้นี้หรือยังไง ? ” เยี่ยจงถามขึ้นมาภายในจิต ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันออกมา

“ไม่นะ สัมผัสไม่ได้จริงๆ ดูเหมือนยาแม่หนูนี้จะมีพลังฝีมือเกินกว่าที่ข้าจะคาดเดาเอาไว้ได้เสียอีก ต้องการที่จะจัดการกับนางคงจะเป็นไปได้ยากเย็นอย่างมาก ” เสี่ยวหลุนส่งเสียงออกมา ราวกับไม่ทราบจะทำอย่างไรดี

เยี่ยจงไม่ทราบจะกล่าวอันใดออกมา เด็กน้อยผู้นี้ยังถึงกับไม่น่าเชื่อถือได้ถึงเพียงนี้อีก พึ่งพากว่านี้อีกสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไรกัน ? หากว่าเป็นช่วงเวลาที่ตนเองเก็บตัวฝึกปรือ จักรพรรดินีฟ้าตะวันตกเบื้องหน้าสายตาผู้นี้ลอบเข้ามาแล้วละก็ เช่นนั้นเยี่ยจงคงพอที่จะคิดถึงผลลัพธ์ได้ อีกทั้งย่อมแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นที่น่าตกใจอย่างแน่นอน

“ไม่ทราบว่าท่านจักรพรรดินีมีอันใดจะสั่งสอน ? ” เยี่ยจงหลังจากที่ลังเล ก็ได้ยกมือขึ้นคารวะไปทางด้านของฮวาเพ่ยหยี่ กล่าวออกมาอย่างเคร่งเครียด

“สั่งสอน ความจริงจะว่าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ ที่ข้าตามมาจนถึงที่แห่งนี้ เพียงแต่คิดที่จะถามคำถามหนึ่งเท่านั้น จนถึงเวลานี้ เจ้าสมควรที่จะยอมรับได้แล้ว ว่าเจ้าได้รับสายทางแห่งดวงตะวันในตำนานของจักรพรรดิฟ้าตะวันตกไปใช่หรือไม่ ? ” ฮวาเพ่ยหยี่ยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ทอสีหน้าแปลกใจขึ้นมาอย่างยิ่ง

เยี่ยจงถอนหายใจ อีกฝ่ายจับตามองเขามานานเช่นนี้ ในช่วงเวลานี้หากไม่ยอมรับก็ไม่มีประโยชน์ ต่อมาก็ได้แต่เพียงพยักหน้าไปมา ทอสีหน้าซับซ้อนขึ้นมาแล้วกล่าว : “ได้รับมาแล้วอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า ที่ข้าได้รับนั้นกลับเป็นเพียงขั้นของพลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้าเท่านั้น”

“พลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้าเท่านั้นงั้นหรือ ? ” ฮวาเพ่ยหยี่เงียบงันพยักหน้าตอบรับเบาๆ จากนั้นก็ได้หัวเราะขึ้นมาแล้วกล่าว “นี้คงจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดในการคาดเดาของข้าไปแล้ว การที่เป็นเพียงแค่คนนอก เจ้าได้รับอย่างมากก็เพียงแค่แขวงเดียวเท่านั้น……เป็นอย่างไร เจ้ามีความสนใจต่อสายทางแห่งดวงตะวันฉบับสมบูรณ์ของจักรพรรดิฟ้าตะวันตกหรือไม่ ? หากว่ามีความสนใจแล้วละก็ ขอเพียงกราบเข้ามายังสายโลหิตของพวกเรา เจ้าก็จะมีโอกาสที่จะได้ศึกษาฉบับสมบูรณ์แล้วละ ”

เมื่อได้เหม่อมองไปยังรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของฮวาเพ่ยหยี่ เยี่ยจงก็เกิดอาการขึ้นลุกขึ้นมา ส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ : “ขอบคุณในความหวังดีของท่านจักรพรรดินี แต่ว่า ข้านั้นได้มีสำนักอาจารย์อีกแล้ว ”

“งั้นหรือ ? ” ฮวาเพ่ยหยี่อยู่ในอาการกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ทอสีหน้าสดใส “แต่ว่า ในเมื่อเจ้าได้รับตำนานจักรพรรดิฟ้าตะวันตกไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจที่จะนำกลับคืน แต่ว่าหากว่าเจ้าแพร่งพรายออกไปแม้เพียงตัวอักษรเดียว เช่นนั้นเมื่อถึงเวลานั้นพวกเจ้าจะถูกลงทัณฑ์ไปทั้งเก้าชั่วโครต ต่อให้คนที่อยู่ในระดับมหาราชันออกมาช่วยเจ้า ก็ไม่มีใครพอที่จะสามารถที่จะช่วยเหลือเจ้าได้ ! ”

“จักรพรรดินีโปรดวางพระทัย ” เยี่ยจงยกมือขึ้นคารวะ ในเวลาเดียวกันก็ได้ครุ่นคิดขึ้น ไม่ทราบว่าจักรพรรดินีฟ้าตะวันตกแท้จริงแล้วต้องการที่จะทำอะไรกันแน่

“เจ้าที่เป็นถึงร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่ของเผ่ามนุษย์ ในเมื่อได้รับคัมภีร์ที่เป็นสมบัติแห่งสายโลหิตของพวกเราไปแล้ว เช่นนั้นก็ถือได้ว่ามีความเกี่ยวพันกันกับพวกเราไม่มากก็น้อย วันข้างหน้าอาจจะจำเป็นที่จะต้องให้ท่านคอยช่วยเหลือในบางโอกาสแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าได้ผลักไสกันละ ” ฮวาเพ่ยหยี่มองเข้าไปยังเยี่ยจงด้วยความลึกล้ำคราหนึ่ง จากนั้นนางก็ได้หันกาย ร่างกายก็ได้หายลับไปยังท่ามกลางอากาศ

จนถึงบัดนี้ พลังแรงกดดันไร้สภาพกลุ่มนั้น จึงได้สลายหายไปท่ามกลางอากาศ เยี่ยจงสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ คำหนึ่ง ทอสีหน้าหวาดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบ

“จักรพรรดินีฟ้าตะวันตกผู้นี้ ลึกล้ำยากคาดเดา ต่อให้ข้าลงมือ อย่างน้อยก็คงจะไม่อาจที่จะจัดการกับนางได้……ภายในทางด้านของดินแดนขนาดเล็กนี้ กลับยังถึงกับสามารถที่จะปรากฏบุคคลเช่นนี้ได้ ? นอกจากนั้น ท่ามกลางภายในดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้ยังคงมีความลี้ลับบางอย่าง ที่ยังไม่อาจที่จะเปิดเผยออกมาได้ทั้งหมด ? ” เสี่ยวหลุนส่งเสียงดังออกมา อีกทั้งยังแฝงเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวเป็นสาย

“หรือว่าตอนนี้เจ้ายังต้องการที่จะไปค้นหาความลี้ลับเช่นนี้ให้ได้ ? ” เยี่ยจงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“ล้อเล่นอะไรกัน ” เสี่ยวหลุนบ่นขึ้นมา “สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกันกับตำนานของจักรพรรดิฟ้าทั้งห้าทิศ สามารถที่จะไม่แตะต้อง ยังคงอย่าได้แตะต้องจะดีเสียกว่า……แต่ว่า เมื่อครู่ได้ยินจากภายในน้ำเสียงของนางราวกับไม่ถูกต้องนัก……ไม่แน่ว่าคำสอนของจักรพรรดิฟ้าตะวันตกจะถูกเปิดเผยขึ้นในวันข้างหน้า ดินแดนนี้แท้จริงแล้วยังมีสิ่งที่น่าประหลาดที่ใดกันงั้นหรือ ? ไม่เพียงแต่เกิดการปรากฏขึ้นมาของร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่แห่งเผ่ามนุษย์ที่นับล้านปียากจะเกิดขึ้นมาอย่างเจ้า อีกทั้ง แม้แต่คำสอนของจักรพรรดิฟ้าตะวันตก ก็ยังปรากฏขึ้นมาอีก ”

“ตอนนี้ราวกับว่าไม่ใช่เวลาที่สมควรที่จะมาคิดถึงเรื่องเหล่านี้มิใช่หรือ ? ” เยี่ยจงถอนหายใจออกมา “ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีฟ้าตะวันตกนั้นจะมิได้ลงมือต่อพวกเรา แต่ว่า พวกเราคิดที่จะออกไปจากดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้ คาดว่าคงจะไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน”

“แน่นอนว่าย่อมต้องไม่ง่าย แต่ว่าก่อนหน้านี้ข้ามิใช่ถ่ายทอดวิชาเจ็ดสิบสองลักษณ์ให้แก่เจ้าไปอย่างงั้นหรอกหรือไง ? ” เสี่ยวหลุนกล่าวออกมา “ออกไปตอนนี้ยังถือได้ว่าไม่สายจนเกินไป หากว่ายังเอาแต่รอคอยไปอีกหลายวันแล้วละก็ ไม่แน่ว่าจะกลายเป็นสายเกินการก็เป็นได้ ”

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้พยักหน้าตอบรับช้าๆ หลังจากที่เขาครุ่นคิดใคร่ครวญดูแล้ว ก็ได้ใช้ออกมาด้วยพลังเจ็ดสิบสองลักษณ์ จนทำให้ตนเองกลับกลายเป็นดูเหมือนเด็กชายวัยสิบสองสิบสามปีเท่านั้น จากนั้นก็ได้มุ่งหน้าไปยังบริเวณทางเข้าออกของดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

ทางด้านทางเข้าของดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้ ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ราบเรียบในจุดเดิม ที่เยี่ยจงก่อนหน้านี้ได้รับบันทึกแผนที่โบราณที่บันทึกทุกอย่างเอาไว้อย่างละเอียด ตอนนี้เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำออกมาก็สามารถที่จะจดจำขึ้นมาได้ จนไม่นานนักก็ได้มาจนถึงบริเวณปลายทางที่เป็นทางเข้าออก

นี้ก็คือที่ที่เป็นเหมือนทางเข้าออกถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ว่าทางด้านในนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวลอดออกมาจากภายในอากาศ เหมือนกับว่าสามารถที่จะมองเห็นได้ถึงภายนอกที่เป็นรัฐเหยียน

ตอนนี้ ภายในพื้นที่เขตนี้เองก็สามารถที่จะพบได้ว่าเต็มไปด้วยกลุ่มของผู้คนมากมายมหาศาล ถึงแม้ว่ายอดฝีมือที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้จะร่วงโรยไปอย่างกระจัดกระจาย แต่ว่าเมื่อมองดูแล้วก็ยังมีอยู่ถึงหลายพันคนในที่แห่งนี้ คนเหล่านี้ต่างก็ถือได้ว่าได้รับประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่ละคนต่างก็มีสีหน้าราวกับอยู่ในอาการระแวดระวัง รักษาระยะห่างเอาไว้ช่วงหนึ่ง

บริเวณภายนอกแดน ตอนนี้ ก็ได้มีผู้คนมากมายจากขุมกำลังต่างๆ ได้ส่งยอดฝีมือระดับราชันมาปรากฏตัวขึ้นที่รัฐเหยียน พวกเขาจ้องมองเข้าไปยังศิลาตะวันบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ สีหน้าของแต่ละคนต่างก็เคร่งเครียดขึ้นมาหลายส่วน

“เผ่ามนุษย์ถึงกับมีการปรากฏขึ้นมาของร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่ผู้หนึ่ง ซิงก็คือเยี่ยจง ช่างน่าสนใจเสียจริง พวกเราดูเหมือนว่าจะดูแคลนเขาไปแล้ว ! ” ราชันที่ได้มาจากทางด้านของตระกูลถังผู้นี้ ตอนนี้สีหน้าของเขานั้นเย็นเยียบ จ้องมองเข้าไปยังบริเวณทางเข้าออกอย่างเย็นชา ราวกับว่าเกิดรังสีการฆ่าฟันแผ่กระจายขึ้นมาอยู่ส่วนหนึ่งขึ้นมาจากร่างของเขา

“ท่านพี่จากตระกูลถัง จะใช่ร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่หรือไม่ พวกเราตอนนี้อย่าพึ่งไปพูดถึงเลย แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ซิงก็คือเยี่ยจง ในข้อนี้เพียงพอที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ได้แล้วว่าเด็กน้อยผู้นี้มีความน่าหวาดขนาดไหน อีกทั้ง กว่าแปดส่วนเขาคงจะต้องมีวิชาลับที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้ การที่จะเสาะหาเขาออกมา หากว่าพลาดโอกาสนี้ไปแล้วละก็ การที่พวกเราจะค้นหาเขาอีกครั้ง คงจะเป็นไปได้ยากกว่าครึ่งแล้ว ” ท่ามกลางอากาศก็ได้มีรถม้าเหล็กเงินอยู่คันหนึ่ง ภายใต้การลากของสัตว์ประหลาดอัสนีสองตน ที่ส่งเสียงดังออกมา เห็นได้ชัดว่าบุคคลชั้นสูงที่มาจากตำหนักอัสนีลี้ลับผู้หนึ่ง เขานั้นก็ถือได้ว่ามาเพื่อเยี่ยจงเช่นเดียวกัน

ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร อัจฉริยะที่เป็นศิษย์หลายคนแห่งตำหนักอัสนีลี้ลับก็ได้ตายตกไปภายใต้น้ำมือของเยี่ยจง ดังนั้นต่อให้อยู่ในช่วงกรณีพิเศษอย่างไร ตำหนักอัสนีลี้ลับก็ถือได้ว่าลงทุนครั้งใหญ่ ในครั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องสังหารเยี่ยจงให้จงได้

“ตำนานของจักรพรรดิฟ้าตะวันตกเซ่าเฮ่า ถึงกับเป็นจริงขึ้นมา เด็กน้อยผู้นั้นอย่างน้อยก็คงจะได้ครอบครองตำนานจักรพรรดิฟ้าตะวันตกแล้ว แน่นอนว่าไม่อาจที่จะปล่อยให้เขาส่งมอบให้คนผู้อื่น ” แล้วก็ได้มียอดฝีมือที่มีปีกคู่อยู่บนหลังหลายคนปรากฏขึ้นมาท่ามกลางอากาศ และเหนือศีรษะของพวกเขา ก็ได้มียอดฝีมือระดับราชันกำลังนั่งสมาธิอยู่ท่ามกลางอากาศ เห็นได้ชัดว่า ในครั้งนี้เผ่าปีกเองก็ได้ส่งยอดฝีมือระดับราชันให้ลงมือ เตรียมพร้อมที่จะสังหารเยี่ยจง

นอกจากนี้แล้ว ต่อมาก็ยังมีขุมกำลังที่เคยเข้าร่วมศึกที่เกิดที่ลัทธิแห่งดวงดาวอย่างเช่นหมู่ตึกไร้คำนึง สำนักร้อยยุทธ์ เผ่าซือ ลัทธิปราชญ์แห่งดวงดาว หุบเขาหมื่นปีศาจเป็นต้น ตอนนี้ต่างก็ได้ส่งยอดฝีมือระดับราชันออกมาเพื่อเฝ้าระวังอยู่ท่ามกลางรัฐเหยียน

นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีขุมกำลังแต่ละฝ่ายจะมีการชนชั้นราชันออกมาส่วนหนึ่งแล้ว ฉากเบื้องหน้านี้ก็ถือว่าเรียกว่าเป็นการรวมตัวของเหล่าราชันก็ว่าได้ กดดันจนยอดฝีมือรุ่นเยาว์ไม่น้อยที่พึ่งออกมาจากดินแดนขนาดเล็กต้องเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาตามๆ กัน

กระนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเดินออกมา ต่างก็ถือได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับราชันเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่เหล่าราชันกำลังกดดัน ก็ไม่มีผู้ใดไม่เกิดความเกรงกลัว

ตอนนี้ ทั่วทั้งรัฐเหยียนก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้น นามซิงที่เลื่องลือกันภายในรัฐเหยียน ถึงกับกลายเป็นสุดยอดตำนานอย่างสุดยอดรุ่นเยาว์เยี่ยจงไปเสียได้ หลังจากที่แพร่สะพัดเรื่องเช่นนี้ไป ก็ได้ทำให้ผู้คนไม่น้อยกลืนน้ำลายลงไปคำหนึ่ง ราวกับไม่อยากที่จะเชื่อได้ลง

หลังจากนั้น เยี่ยจงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะกลายเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่ในตำนาน อีกทั้งยังสามารถที่จะฝึกปรือพลังลมปราณเปลี่ยนแปลงเทวะจนสำเร็จ ในเวลาเดียวกัน เขาอย่างน้อยเรื่องราวที่เขาได้รับตำนานของตำนานจักรพรรดิฟ้าตะวันตกไปก็ได้ถูกแพร่กระจายออกไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นก็คือได้ว่าทำเกิดความบ้าคลั่งขึ้นมาท่ามกลางรัฐเหยียน

ตอนนี้ในสถานที่นี้ นอกจากเหล่าชนชั้นราชันที่อยู่ท่ามกลางอากาศแล้ว ยังคงมีทั้งเปิดเผยและหลบซ่อนอยู่ ไม่ทราบว่ามีผู้คนมากมายเท่าไรกันที่จดจ่ออยู่ที่ทางเข้าออกของดินแดนขนาดเล็ก รอคอยการปรากฏตัวของเยี่ยจง

เยี่ยจงในตอนนี้ อย่างน้อยก็ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ไร้ผู้ต้านอย่างไม่ต้องสงสัย

“ขุมกำลังขบวนนี้ ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันแล้ว ” ภายในดินแดนขนาดเล็ก เยี่ยจงติดตามกลุ่มคนขนาดใหญ่คิดที่จะจากไปยังสถานที่แห่งนี้ แต่ว่าบนใบหน้าน้อยๆ ตอนนี้ก็ได้ปรากฏความสงสัยขึ้นมา ขบวนขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านนอกนี้ ราวกับเป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้มิผิด

“ชนชั้นราชันมากมายถึงขนาดนี้เชียว ? ” เสี่ยวหลุนก็กล่าวอันใดไม่ออก หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่งเสียงพูดคุยกับเยี่ยจงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังแฝงเอาไว้ด้วยความเบื่อหน่ายแล้วกล่าว “เจ้ารีบจัดการใช้วิชาเคล็ดเจ็ดสิบสองลักษณ์แปลงสภาพให้สมบูรณ์เร็ว ไม่เช่นนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเหล่าราชันจะจดจำขึ้นมาได้ หากว่าถูกจับได้ขึ้นมาแล้วละก็ ต่อให้ข้าลงมือออกมา ก็ใช่ว่าจะสามารถที่จะหลบหนีได้พ้น นี้ถือได้ว่าเป็นยอดฝีมือระดับราชันอย่างแท้จริงเชียวนะ มิได้เป็นสวะอย่างเช่นเจ้าพวกราชาปีศาจก่อนหน้านี้

“เจ้านี้มันตัวเลวร้ายจริงๆ ตอนนี้ค่อยจะมาบอกถึงเรื่องสำคัญถึงเพียงนี้กับข้า” เยี่ยจงขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน เสี่ยวหลุนเจ้าตัวเลวร้ายนี้เห็นได้ชัดว่ามีเคล็ดวิชาเจ็ดสิบสองลักษณ์ที่แท้จริงเอาไว้อยู่ แต่ว่ามันกลับไม่ยอมถ่ายทอดออกมาโดยตลอด ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ จึงค่อยบอกถึงเคล็ดวิชาออกมา จนทำให้เยี่ยจงกัดฟันไปมา

แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะไม่ยอมรับได้ ความพิสดารของวิชาเจ็ดสิบสองลักษณ์ถือได้ว่าพิสดารอย่างแน่นอน จนเมื่อขณะที่เสี่ยวหลุนได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาออกมาแล้ว ในครั้งนี้แม้แต่บรรยากาศภายในร่างกายของเยี่ยจงก็ยังถึงกับเปลี่ยนแปลงไป บวกกับก่อนหน้านี้ได้หมุนไปฝึกวิชาสายทางแห่งดวงตะวัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงเช่นตอนนี้ อย่างน้อยต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี ต่างก็ไม่อาจที่จะสามารถจดจำเขาออกมาได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่นๆ อีก

แล้วก็ได้เข้าไปยังท่ามกลางกลุ่มคนหมู่มาก เยี่ยจงก็ได้ก้าวออกไปยังประตูทางออก จนมาถึงยังบริเวณภายนอกแดน เพียงแต่ว่า ตอนนี้บริเวณภายนอกแดน เขตแดนทั้งหมดที่ตั้งอยู่ของศิลาตะวันบริสุทธิ์ทั้งหมด ก็ได้ถูกยอดฝีมือมากมายปิดล้อมเอาไว้ คนที่ออกไปจากดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้แทบจะไม่มีผู้ใดสามารถที่จะออกไปจากเขตแดนนี้ได้ แต่ละคนต่างก็ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

แน่นอนว่า ขนาดชิงหญิง โหยวเหลียน เยว่จิ่ง ชิงยี่เป็นต้น ต่างก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ นั้นก็เพราะว่าสถานะของพวกเขานั้น ไม่อาจที่จะมีคนสามารถที่จะสวมบทบาทไปได้

ตอนนี้พวกเขาต่างก็เข้าไปหาราชันของขุมกำลังตนเอง กล่าวอธิบายออกมาอย่างละเอียดถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมาภายใน

“เยี่ยจง——”

ทันใดนั้น ภายในอาณาเขตที่ตั้งของตำหนักอัสนีลี้ลับอยู่นั้น ก็ได้มีราชาผู้หนึ่งตะโกนออกมาเสียงดัง บุตรมารอัสนีถึงกับถูกเยี่ยจงสังหาร เรื่องเช่นนี้แทบจะทำให้ตำหนักอัสนีลี้ลับนั้นเรียกได้ว่าได้ส่งยอดฝีมือออกมามากที่สุด ตำหนักอัสนีลี้ลับถือได้ว่าได้สูญเสียคนรุ่นใหม่ไปเป็นจำนวนมาก ถึงกับตายตกไปแทบทั้งสิ้น !

“เยี่ยจง——”

บริเวณอีกหลายทางด้าน ก็ได้มียอดฝีมือตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในต้นมรกตนั้นในที่สุดก็ได้แพร่กระจายออกมา ยอดฝีมือมากมายต่างก็ได้ล้มตายไปตามๆ กัน อีกทั้งโดยส่วนมากแล้วต่างก็ถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับเยี่ยจง

.

.

.

.

กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น กลุ่ม 5-12 ราคา 600
ช่องทางการโอนเงิน https://goo.gl/MnYB81
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
#####Fanpage#####

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset