เทพอสูรสยบโลกา – ตอนที่ 9-10

ตอนที่ 9 เลื่อนระดับ

หลังจากฆ่ามดไฟหมดแล้ว

หลินหยางผ่อนคลายล้มตัวลงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยเขาใช้แรงสู้ร่วมชั่วโมงเลยทีเดียว

‘ยินดีด้วยคุณเลื่อนระดับถึง 3 สำเร็จแล้ว ได้รับแต้มค่าสถานะเพิ่มขึ้นหนึ่งจุด’

”ระดับนี้คืออะไร?” เหมือนเขาจะนึกขึ้นได้

‘สามารถดูข้อมูลของระดับและทักษะของตนเองได้เพียงแค่คิด’ รำลึกถึงคำพูดจากชายชราที่บอกว่าตนเองเป็นพระเจ้าบอกไว้

หลินหยางจึงเพ่งสมาธิผ่านไปชั่วครู่ก็มีบางอย่างปรากฏ

ชื่อ หลินหยาง เผ่า มนุษย์

ระดับ 3

สถานะ

พลัง 1

ป้องกัน 1

ความเร็ว 1

วิญญาณ 1

ค่าสถานะที่เพิ่มได้ 0.2

ทักษะ —

ค่าทักษะที่เพิ่มได้ 2

‘ค่าสถานะ?’ หลินหยางครุ่นคิดพรางเพ่งสมาธิไปยังค่าสถานะความเร็ว

‘ท่านได้เพิ่มค่าสถานะความเร็ว 0.2 เสร็จสิ้น’

!?

ชื่อ หลินหยาง เผ่า มนุษย์

ระดับ 3

สถานะ

พลัง 1

ป้องกัน 1

ความเร็ว 1.2

วิญญาณ 1

ค่าสถานะที่เพิ่มได้ 0

ทักษะ —

ค่าทักษะที่เพิ่มได้ 2

“พี่หยาง พี่สุดยอดไปเลย” ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกเขามาจากซิ่นก้งนั้นเองตอนนี้พวกทีมระยะประชิดก็เข้ามาล้อมเขา

หลินหยางพยุงตัวลุกขึ้น

“ไม่หรอก ทุกคนทำได้ดีมากพวกเรากลับกันเถอะ ทุกคนคงเหนื่อยแล้ว” เขากล่าว

“ฮ่าๆพี่หยาง พี่อย่าถ่อมตัวเลยถ้าไม่ได้พี่พวกเราคงไม่รอด” ซิ่นก้งหัวเราะ

หลินหยางลุกขึ้นก็ต้องแปลกใจ เขารู้สึกว่าตัวเขาเบาหวิวและคล่องตัวกว่าเดิม

หืม?

เขาลองขยับร่างกายจึงรู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง เขาคล่องตัวกว่าเดิมจริงๆ

‘หรือว่า เพราะเราเพิ่มค่าความเร็วไป’ เขาครุ่นคิด

“พี่หยางทำอะไรอยู่น่ะ” หลังจากซิ่นก้งเห็นหลินหยางทำตัวแปลกๆมันจึงกล่าวถาม

“ไม่มีอะไรหรอก กลับกันเถอะ” เขาตอบอย่างเขินอาย

หลังจากเดินผ่านซากของมดไฟ เขาสังเกตุเห็นหนังสือเล่มหนึ่งและเหรียญสีดำวางอยู่ด้านข้างซากมดเขาจึงเก็บขึ้นมาดู

ทักษะ ระดับ 1 หลอมไฟ

คำอธิบาย : ทำให้การโจมตีของท่าน มีคุณสมบัติของไฟ

ส่วนเหรียญสำดำนี้เขาคิดว่าคงเป็นเงินที่ชายชราได้กล่าวไว้

‘หนังสือทักษะ?’ เขามองหาตามซากมด ท้ายสุดแล้วเขาพบเงินทั้งหมดสามร้อยกว่าเหรียญและหนังสือทักษะ หลอมไฟระดับ 1 อีกสามเล่มจากซากมดทั้งสองร้อยตัว

‘มดสองร้อยตัวได้เงินแค่สามร้อยเหรียญกับหนังสือทักษะอีกสี่เล่ม เฮ้อ~’ เขาถอนหายใจและเดินกลับเข้าเมือง

“ทุกคนทำได้เยี่ยมมาก!” หลังจากเขากลับเข้าเมืองเสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงของเทียนหนิงเจี้ยน

“ทุกคนอะไร พวกแกทีมระยะไกลไม่ได้ทำอะไรเลย ทีมระยะประชิดต่างหากที่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง” ซิ่นก้งพูดขึ้นเสียงดังด้วยความโกรธ

หลังจากที่ได้ฟังซิ่นก้งพูดเช่นนั้นพวกที่ไม่ได้ต่อสู้ก็ก้มหน้าลงอย่างสลดเนื่องเพราะเขาพูดมานั้นไม่ผิดเลย

“ซิ่นก้ง นายจะพูดอย่างนั้นก็มิถูกพวกเราก็แค่ตั้งตัวไม่ทันก็เท่านั้น ยังไงพวกเราก็เป็นพลเมืองเดียวกัน พวกเราต้องสามัคคีกันไว้” เทียนหนิงเจี้ยนพูดด้วยรอยยิ้ม

“ชิห์” ซิ่นก้งหันหน้ากลับเดินตรงไปหาหลินหยาง

“พี่หยาง พี่เป็นยังไงบ้าง” มันกล่าว หลังจากเห็นหลินหยางทำตัวแปลกๆทีมระยะประชิดก้เข้ามาล้อมรอบหลินหยาง

“ผมไม่เป็นไร คนที่บาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง” เขากล่าวถาม

“เขาอาการแย่มากเลย แผลของเขาแห้งแล้วแต่เขายังไม่ได้สติเลย” ชายคนนึงพูด

“ในนี้มีใครเป็นหมอบ้าง พวกเรามีผู้ได้รับบาดเจ็บ” หลินหยางตะโกนถาม

ทุกคนยืนเงียบ

“เอ่อ..ชั้นเป็นนักศึกษาพยาบาล” มีเสียงผู้หญิงกล่าวขึ้นมา เธอคือหรงเถียนเหยา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมระยะประชิดเช่นกัน

“ช่วยดูอาการของเขาหน่อย” หลินหยางกล่าว

“คะ” หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปดูอาการของชายผู้เคราะห์ร้าย

“แผลของเขาแห้งแล้ว แต่ดูเหมือนแผลของเขาจะติดเชื้อ” หลังจากตรวจดูไม่นานเธอก็พูดขึ้น

“เธอพอจะรักษาเขาได้ไหม” หลินหยางถาม

“เราต้องทำให้ไข้เขาลดก่อน เนื่องจากเราไม่มีเครื่องมือและยา เราคงต้องใช้วิธีธรรมชาติหลังจากนี้ประมาณสองวันเขาคงอาการดีขึ้น” หรงเถียนเหยาตอบ

“ฝากเขาด้วยนะ” หลินหยางโล่งใจ

เขาแยกตัวออกมาเผชิญหน้ากับฝูงชน

“หลังจากที่พวกเราได้สังหารมดไฟทั้งสองร้อยตัวแล้ว มีหนังสือและเหรียญตกอยู่ข้างๆศพของพวกมัน ตอนนี้ผมจะทำการแบ่งของอย่างเท่าเทียมเฉพราะทีม

ระยะประชิดเท่านั้น มีใครจะคัดค้านไหม!” หลินหยางตะโกน

หลังจากได้ฟังเช่นนั้น ทีมระยะไกลและคนที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้ไม่กล้าเอ่ยปากเนื่องเพราะพวกเขาไม่มีหน้าไปขอแบ่งผลประโยชน์ ที่ไม่มีส่วนร่วม

“ดี” หลังจากนั้นเขาก็รวมกลุ่มระยะประชิดทั้งสิบสี่คน

“พวกเราจะแบ่งเงินให้เท่าๆกัน แต่มีหนังสือทักษะอยู่สี่เล่ม ผมจะแบ่งให้ผู้ที่ฆ่ามดไฟได้มากที่สุดสามคนคน ส่วนอีกเล่ม ผมจะเอาให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนคิดว่าเป็นยังไง”

“แล้วแต่พี่หยางเลย ถ้าไม่ได้เพราะพี่พวกเราคงตายไปแล้ว” พวกเขาหัวเราะตอบเป็นเสียงเดียวกัน

หลังจากนั้นหลินหยาง จึงแบ่งเงินให้ทีมระยะประชิดทั้งสิบสี่คน ทุกคนได้เงินประมาณยี่สิบเหรียญและเอาหนังสือทักษะ ให้ซิ่นก้งและผู้ชายอีกหนึ่งคนที่อยู่ทีมของเขาและให้ผู้บาดเจ็บไว้หนึ่งเล่ม ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเล่มนั้นเป็นของตัวเขาเองเพราะเขานั้นฆ่ามดไฟไปถึงเจ็ดสิบตัว ซึ่งเกือบจะถึงครึ่งนึงของจำนวนมดเลยทีเดียว

“ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ พรุ้งนี้พวกเราจะมาฝึกกัน” หลินหยางพูด

เพราะตั้งแต่เข้ามาภายในที่แห่งนี้ พวกเขายังไม่ได้กิน ดื่มอะไรเลย

ตอนที่ 10 ทีมลาดตระเวน

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงเดือนขึ้นสอดส่อง

ตอนนี้ช่วงเวลาพลบค่ำ

ทีมระยะใกล้ทั้งหมดกำลังนั่งล้อมรอบกองไฟและกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับฉลองชัยชนะจากอาหารที่พวกเขาได้มาจากห้องในต้นไม้

“พรุ้งนี้พวกเราจะซ้อมการใช้อาวุธกันและจะแบ่งทีมออกไปสำรวจห้าคน ใครเคยมีประสบการณ์ใช้อาวุธด้านไหนบ้าง” หลินหยางกล่าว

“ผมเคยเป็นพรานป่ามาก่อน” ชายคนนึงกล่าวขึ้นชายคนนี้ชื่อว่า จิ่นเหอ เขาคือผู้ที่ได้หนังสือทักษะหลอมไฟ ระดับ 1 ไปครอบครอง

“ดี พรุ้งนี้นายไปสำรวจกับผม” หลินหยางกล่าว

“ครับพี่หยาง” จิ่นเหอตอบ

“ซิ่นก้งพรุ้งนี้นายพาคนที่เหลือฝึกซ้อมการใช้อาวุธไปพาทีมระยะไกลมาฝึกด้วย” หลินหยางพูด

“ครับพี่หยาง” เขาตอบอย่างตื่นเต้น

“วันนี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้ เก็บแรงเอาไว้สำหรับวันพรุ้งนี้” หลินหยางกล่าวพลางลุกขึ้นยืนและเดินจากไป

“พี่หยางนี่สุดยอดจริงๆเขาปรับตัวได้เร็วมาก” ผู้คนในทีมระยะประชิดจับกลุ่มคุยกัน

“ไม่ได้ยินพี่หยางบอกหรอ ไปพักผ่อนไปเก็บแรงเอาไว้พรุ้งนี้” ซิ่นก้งตะโกนและเดินตามหลินหยางไป

หลังจากหลินหยางกลับมาข้างประตูใต้ต้นไม้ที่เขาออกมา เขาล้มตัวลงนั่งและหยิบเอาหนังสือทักษะที่ได้จากมดไฟขึ้นมา

ทักษะ ระดับ 1 หลอมไฟ

คำอธิบาย : ทำให้การโจมตีของท่าน มีคุณสมบัติของไฟ

เขาจึงเปิดมันขึ้นหลังจากเปิดออกเขาก็ต้องตกใจ เพราะภายใต้ปกสีดำของหนังสือทักษะนั้นเป็นตัวอักษรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนที่สำคัญเขาอ่านมันไม่ออก!

‘แล้วนี้จะใช้ยังไงล่ะเนี้ย’ เขาครุ่นคิด

หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ตัวอักษรประหลาดเหล่านั้นราวกับถูกหลินหยางดูด มันพุ่งออกจากหนังสือภายในมือเข้ามาในหัวของเขา

หลินหยางตกใจจึงโยนหนังสือทิ้ง ไม่นานหนังสือทักษะเล่มนั้นก็ไหม้และมลายหายไป

‘คุณได้เรียนรู้ทักษะหลอมไฟระดับ 1 เรียบร้อยแล้ว’

มีเสียงดังขึ้นมาในหัวของเขา

‘หืม’ ได้ทราบเช่นนั้นเขาจึงหยิบดาบขึ้นมาและลองเพ่งสมาธิไปที่ดาบของเขาไม่นาน ใบดาบเริ่มมีสีแดงราวกับว่ามันถูกเผาด้วยไฟก็มิปาน

‘โฮ่ ง่ายขนาดนี้เชียว’ หลินหยางยิ้มมุมปาาก หลังจากนั้นเขาจึงนอนกับพื้นและหลับไปเพราะพึ่งมาถึงวันแรกก็ต้องต่อสู้แล้ว เขาจึงเหนื่อยล้ายิ่งนัก

เช้าวันถัดมา

หลินหยางและทีมสำรวจทั้งห้าคนกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทาง

“โชคดีนะพี่หยาง” ซิ่นกล่าว

หลินหยางยิ้มตอบและเริ่มเดินไปออกจากเมืองไป

หลังจากเดินออกจากเมืองมาได้ราวสองกิโลเมตร พวกเขาก็ยังไม่เจอสิ่งใดมีแต่ทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา

‘มันน่าจะมีอะไรบ้างสิ’ หลินหยางคิด

จากนั้นก็เดินต่อไป ผ่านไปเนิ่นนานตอนนี้ก็ช่วงบ่ายแล้ว พวกเขาทั้งห้าเดินออกมาประมาณยี่สิบกิโล

ตอนนั้นเองพวกเขาเห็นต้นไม้ใหญ่ยักษ์อยู่ข้างหน้าเป็นที่สะดุดตายิ่งนัก ขนาดมองจากไกลๆยังเห็นได้ชัดมันใหญ่ราวๆเมืองของเขาที่มีขนาดหนึ่งสนามฟุตบอลเลยทีเดียว

“พี่หยางเอายังไงดี พวกเราควรไปดูไหม” จิ่นเหอถามขึ้น

“ไม่ เราจะมาวันพรุ้งนี้วันนี้เรากลับกันก่อน” หลินหยางกล่าว

เพราะตอนนี้ก็ราวๆบ่ายสามบ่ายสี่แล้ว หากพวกเขายังไม่กลับมันคงมืดแน่พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีภัยอันตรายอะไรหรือไม่

ขณะที่กำลังจะเดินทางกลับนั้น มีเสียงสิ่งมีชีวิตร้องแหลมเสียดแก้วหูดังขึ้นมา

กรี๊ซซซ~~

หลินหยางมองขึ้นไปด้านบนเห็นนกยักษ์สีเขียว ที่พวกเขาเจอเมื่อวานจำนวนสามตัวบินจากระยะไกลกำลังพุ่งมาทางพวกเขา

“ทุกคนหมอบลง” หลินหยางตะโกนรีบหมอบลงกับพื้น

ไม่รอช้าพวกมันรีบทำตามทันที

หลังจากผ่านไปไม่นานนกยักษ์ก็บินผ่านพวกเขาไป หลินหยางมองตามเห็นมันบินไปยังเส้นทางต้นไม้ใหญ่ที่พวกเขาเห็น

“รีบกลับกันเถอะ” หลินหยางไม่สนใจรีบกลับเมืองโดยไว นับว่าโชคดียิ่งนักที่นกยักษ์ทั้งสามตัวไม่เห็นพวกเขา

เทพอสูรสยบโลกา

เทพอสูรสยบโลกา

Score 7.1
Status: Ongoing Released: N/A Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง เทพอสูรสยบโลกาประเทศจีน ปี ค.ศ. 2025 จู่ๆ เกิดแผ่นดินไหวขึ้นทั่วโลก และ มี”ประตู” ประหลาดเกิดขึ้นทั่วทุกเมืองใหญ่ทั่วโลก พร้อมกับเสียงปริศนา “มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าอยากเปลี่ยนแปลงโชคชะตาหรือไม่ อำนาจ เงินทอง วาสนา ความมั่งคั่ง หากอยากเปลี่ยนแปลง เชิญเข้ามาที่ประตูนี้ จักต้อนรับพวกเจ้า” เรื่องราวแห่งตำนานกำลังจะเริ่มขึ้น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset