เทพเจ้าล่าสังหาร – บทที่ 195 ศัตรูที่ชั่วร้าย

บทที่ 195 ศัตรูที่ชั่วร้าย

 

” อสูรหกตน . . . . . . . ”

เหอซิงเหมิน พยักหน้าช้าๆ แทนที่จะตกใจ เธอกลับตื่นเต้น ” เตรียมตัวให้พร้อม ! ดูเหมือนว่าพวกเราจะเป็นกลุ่มแรกที่สู้กับพวกมัน ”

นักรบเจ็ดคนตอบกลับและก็ระวังตัวมากขึ้น

ฉื่อหยานพยักหน้า

ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์เป็นหนึ่งในขุมพลังทั้งสามของทะเลเคียร่า ดังนั้น แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักรบที่ไม่เคยต่อสู้กับอสูรเผ่าเกล็ดดำ แต่พวกเขานั้นกลับไม่กลัวเลย พวกเขากลับรู้สึกตื่นเต้นแทน

” ระวังหน่อย พวกอสูรที่อยู่ในถ้ำนี้สามารถพรางตัวได้ ถึงแม้มันจะอยู่ต่อหน้าพวกเจ้า พวกเจ้าก็ไม่สามารถสัมพัสถึงมันได้อย่างแน่นอน . ”

ฉื่อหยานพิงผนังและกล่าวเตือนอย่างสบาย

บาดดี้ และกลุ่มนักรบมองไปที่เขาอย่างสับสน หลังจากที่เขาพูดขึ้นมา

” เจ้าเชื่อที่เขาพูดสะ ” เหอซิงเหมินหันไปพูดกับผู้ติดตามของเธอ เมื่อเห็นว่าพวกเขาดูเหมือนไม่เชื่อ , ” หากเขาบอกว่าพวกมันพรางตัวอยู่ นั่นก็แปลว่าพวกมันกำลังทำอยู่ จงระวังไว้สะ ”

” เขาไม่รู้จักเผ่าเกล็ดดำด้วยซ้ำ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ . . . . . . . ” บาดดี้ พึมพำ .

” เมื่อวานก็คือเมื่อวาน” เหอซิงเหมิน ถอนหายใจออกมาด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าฉื่อหยาน ทำไมถึงได้รู้จักเผ่าเกล็ดดำ แต่จากสิ่งที่ฉื่อหยานแสดงให้เห็นเมื่อคืน ก็ทำให้นางเชื่อเขา “เฝ้าระวังให้ดี . ”

” ไม่ต้องห่วงหน่า… ข้าเองก็อยู่ที่นี่ พวกมันไม่สามารถหลบซ่อนข้าได้แน่นอน ” ฉื่อหยานยิ้มแล้วพูดช้าๆ ” มีพวกมันหนึ่งตัวห่างจากเราหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรและมันกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าถ้ำนี้จะกว้างเพียงแค่ประมาณห้าสิบเมตรเท่านั้น พวกเราสมควรไปข้างหน้าต่อ ข้าคิดว่าพื้นที่ตรงนั้นดีกว่าแน่นอน ถ้าเราต่อสู้กับมัน เราจะสู้ไม่ได้เต็มที่นักหากยังอยู่ในที่แคบๆเช่นนี้ ”

เหอซิงเหมิน หยุดลังเล เธอพยักหน้า ” เดินเข้าไปต่อ พื้นที่ตรงนั้นเหมาะแก่การต่อสู้มากกว่า”

เหอซิงเหมิน เอาออกคำสั่งและมุ่งไปข้างหน้า

ฉื่อหยานยิ้มและเดินตามไป ไม่นาน เขาและเหอซิงเหมิน ก็มาถึงภายในถ้ำที่กว้างขวาง

ถ้ำนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามบาส มีร่องรอยการขุดอยู่ เพราะบนกำแพงมีโพรงขุดเข้าไปอยู่

มีเส้นทางสามเส้นที่ชี้ออกไปทั้งสามทิศ

ฉื่อหยาน เหอซิงเหมิน และกลุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็มองไปที่สุดทางอย่างระวัง .

” ที่นี่รึ ? ” เหอซิงเหมิน ชายตามองฉื่อหยานและลดเสียงของเธอลง ” อีกนานแค่ไหนพวกมันจะมาถึง ? ”

เหอซิงเหมิน และ ฉื่อหยาน ยืนไหล่ชนกันอยู่ใกล้กับกำแพงหิน ในกรณีนี้เธอต้องการจะฟังเสียงของอสูร เธอจึงลดเสียงของเธอลงและเอนหัวของเธอไปที่ฉื่อหยาน

จุดประกายของกลิ่นหอมลอยเข้ามาในจมูกของฉื่อหยาน แล้วเขาก็ยื่นแขนซ้ายของเขาออกไปและชี้ออกไปในอากาศ

เหอซิงเหมิน พยักหน้า แล้วเธอก็ส่งข้อความไปยังผู้ติดตามของเธอเพื่อที่จะบอกพวกเขาว่าอีกไม่นานอสูรนั่นก็จะมาถึง

ด้วยไข่มุกรวมวิญญานที่อยู่ในมือ ฉื่อหยานก็ส่งสัมพัสออกไปและเพื่อค้นหาพวกอสูรเผ่าเกล็ดดำ

อสูรเผ่าเกล็ดดำมีข้อได้เปรียบมากในถ้ำมืด พวกมันนั้นสามารถลบตัวตนได้เกือบทั้งหมด

โดยทั่วไป จะมีเพียงนักรบในระดับรู้แจ้งขึ้นไปเท่านั้นที่จะสัมพัสได้ถึงพวกมัน

เหอซิงเหมิน และกลุ่มของนางไม่มีใครอยู่ในระดับรู้แจ้งเลย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถสัมพัสได้ถึงพวกอสูรได้ แม้ว่าพวกมันจะเข้ามาใกล้แล้วก็ตาม

จับไข่มุกรวมวิญญานไว้ในมือ ฉื่อหยานก็ส่งพลังวิญญานเข้าไป ประสาทสัมพัสของเขากลายเป็นเฉียบคมมากขึ้นในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกได้ถึงตัวตนของพวกอสูร

จิตสำนึกวิญญาน ! ห้วงจิตสำนึก !

ภายในถ้ำมืด ฉื่อหยานดวงตาก็ส่องประกายออกมา แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่า เมื่อเขาใช้ไข่มุกรวมวิญญาน เขาก็จะมี ห้วงจิตสำนึกเป็นของตัวเอง

ในขณะที่เขาใช้พลังวิญญานของเขาไปหลายครั้ง เขาก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่ายิ่งเขาใช้มันมากเท่าใด เขาก้็ยิ่งได้ประโยชน์จากมัน

” มันมารึยัง ? ”

เหอซิงเหมิน พูดใกล้ๆหูของเขาอีกครั้ง ด้วยกลิ่นที่หอมหวน ทำให้ฉื่อหยานค่อนข้างตื่นเต้น

ฉื่อหยาน หันไปมองเธอ

ภายในถ้ำมืด เหอซิงเหมิน ดวงตาที่ตื่นเต้นของเธอก็ส่องประกายสดใสออกมาและพลังปราณลึกลับของเธอในร่างถูกกระตุ้นขึ้นมา

ด้วยความช่วยเหลือของไข่มุกรวมวิญญาน ฉื่อหยานก็ได้ยินเสียงของลม ดังมาจากข้างๆหน้าของเหอซิงเหมิน

จากนั้น อสูรที่อยู่ห่างจากทางเข้าถ้ำประมาณสามสิบเมตรก็หยุดลงอย่างกระทันหัน

อสูรตนที่อยู่หน้าแถวนั้นมีกลิ่นอายดุร้ายมากที่สุดและตอนนั้นเองคลื่นพลังวิญญานของมัน ก็พุ่งมาทางนี้

อสูรตนนั้นทันทีก็สังเกตุเห็นพวกเขา

” ลงมือเลย ! ” ฉื่อหยานพูดกับเหอซิงเหมิน อย่างหนักแน่นใกล้ๆหูของนาง ” มันเจอเจ้าแล้ว ลงมือตอนนี้สะ ขณะที่มันยังคงอยู่ในอุโมง ”

” ฆ่ามัน ! ”

เหอซิงเหมิน ออกคำสั่งไป แล้วในที่มืดมิดแห่งนี้คอของเธอก็เริ่มกลายเป็นสีแดง

” ชิส์ ! ! ชู่ ! ! ! ! ชู่ ! ! ! ! ”

” ชี ชี ชี ”

หลังจากนั้น , อาวุธมากมายและประกายแสงก็พุ่งเข้าไปในอุโมงหินที่อสูรตนนั้นอยู่

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังออกมาจากในอุโมง อาวุธที่แหลมคมพุ่งออกไปจากเหอซิงเหมิน เหมือนกับสายฟ้าฟาด

” เจ้าพวกมนุษย์น่ารังเกียจ ! ”

จากอุโมงค์ เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกอสูรก็ดังออกมา

 

” เต้ง เต้ง เต้ง ”

” เต้ง เต้ง เต้ง ”

เกิดเสียงโลหะปะทะกันดังออกมาจากอุโมงค์

ภายในอุโมงแคบๆก็มีแสงกระทบเป็นประกายออกมา

อสูรสูงสามเมตรที่อยู่หน้าแถวก็เดินมาที่ปากอุโมง เกล็ดสีดำของมันส่องประกายแสงสีดำน่าพิศวงออกมา

บนเกล็ดของมัน ก็มีชิ้นส่วนเล็กๆปรากฏขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด

อาวุธที่แหลมคมทุกอย่างพุ่งประทะเข้ากับมันแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย มันถูกหยุดโดยชิ้นส่วนเล็กๆที่ผุดขึ้นมา

แม้แต่อาวุธของเหอซิงเหมินเอง ก็ยังทำได้เพียงให้ร่างกายของมันสั่นเท่านั้น

อสูรตนนั้นคำรามออกมาและพุ่งมาทางพวกเขา

เหอซิงเหมินและคนของเธอที่ยืนอยู่ทางเข้าถ้ำ ก็ส่องไฟออกไป แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ต้องตกใจ เพราะอสูรนั่น..

ถึงแม้ว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเกล็ดของอสูรนั้นแข็งแรงเป็นพิเศษ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวเช่นนี้

เกล็ดเหล่านั้นไม่เป็นอะไรเลยหลังจากโดนโจมตีอย่างรุนแรง ; เช่นนั้นพวกเขาจะรับมือกับพวกอสูรได้หรือเมื่อตอนมันเข้ามาใกล้ ?

” ส่องไฟออกไป ! ” ดูจากสถานการณ์ เหอซิงเหมิน ออกคำสั่งเสียงดัง

บาดดี้ และคนอื่น ๆ ก็หยิบเอาหินแสงของพวกเขาออกมาและทิ่มไว้ที่เพดานถ้ำ

ถ้ำที่มืดมิดก็กลายเป็นสว่างเหมือนกับตอนกลางวันอย่างรวดเร็ว

อสูรเกล็ดดำที่พรางตัวอยู่ในความมืด ร่างของมันก็ปรากฏตัวขึ้นทันหลังจากที่มีแสงส่องสว่าง

เหอซิงเหมิน นั้นรู้ว่าเธอคงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในถ้ำได้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะใช้หินแสงเพื่อทำให้ถ้ำสว่างเสียก่อน

” คิดว่าข้าจะทำลายเกล็ดของเจ้าไม่ได้งั้นรึ ? ”

เมื่อเห็นว่าถ้ำส่องสว่างและอสูรตนนั้นก็กำลังจะวิ่งออกมา เหอซิงเหมิน ก็ตะโกนเสียงดัง

จากนั้นหอกยาวสีเงินก็ปรากฏอยู่ในมือซ้ายของเธอ และภายในถ้ำก็ส่องสว่างไปด้วยด้วยแสงสีเงิน

หอกของเธอกลายเป็นงูสีเงินและทันทีมันก็ส่งกลิ่นฉุนกระจายไปทั่วถ้ำ

งูสีเงินมีขนาดยาวห้าเมตร หลังจากมันเปลี่ยนร่างจากหอกมา มันก็ขดเขี้ยวไปมาจากนั้นก็พุ่งไปยังอสูรตนนั้น

 

อสูรที่กำลังจะถูกโจมตี ดวงตาสีเขียวของมันก็กลายเป็นหวาดหวั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงสีเงินพุ่งเข้ามา

ตอนนั้นเองก็มีกระดูกสีขาวผุดออกมาจากหน้าอกของมัน

กระดูกนั่นมีขนาดยาวหนึ่งเมตร เหมือนกับว่านั่นเป็นกระดูกจากเลือดเนื้่อและร่างกายของมัน

มันจับไปที่กระดูกสีขาวของมัน แล้วดวงตาที่เขียวเข้มของอสูรก็กลายเป็นดุร้ายและมันก็แทงกระดูกออกไปอย่างบ้าคลั่ง

กระดูกขาวสั่นสะท้านทันทีเมื่อมันประทะเข้ากับอาวุธสีเงินของเหอซิงเหมิน

” ชีชี ”

เกิดเป็นประกายแสงสีเงินส่องประกายทั่วภายในถ้ำ และแสงนั้นก็พุ่งขึ้นทะลุขึ้นไปยังท้องฟ้าทำให้ถ้ำเกือบจะถล่มลงมา

จากนั้น อาวุธของเหอซิงเหมินที่กลายแสงสีเงินก็ลอยกลับเข้ามาในมือของเธอเหมือนกับสายฟ้าและกลายเป็นหอกยาวอีกครั้ง

ภายในถ้ำ อสูรตนนั้นใบหน้าก็กลายเป็นบิดเบี้ยวพร้อมกับที่มันเบ่งกระดูกสีขาวออกมาอีกครั้ง และวิ่งออกมาจากอุโมงที่กำลังจะถล่ม

กระดูกสีขาวก็ผุดออกมาจากเกล็ดของมันที่หลัง มันจับกระดูกมากระชับไว้ในมืออย่างแน่นหนา พร้อมกับมองไปที่เหอซิงเหมินและพูดเสียงแปลกประหลาด ” เด็กสาวมนุษย์ , เจ้าคงไม่เคยลิ้มรสผู้ชายจากเผ่าเกล็ดดำสินะ มามะ ข้าจะมอบความสุขให้แก่เจ้าเอง ”

เหอซิงเหมิน สีหน้าก็เปลี่ยนไป

ฉื่อหยานเองแววตาก็กลายเป็นมืดมน

––––––––––––––––––––––––
ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 12 แล้ว มีถึงตอนที่ 508 แล้วจ้า ท่านใดสนใจเข้าร่วมกลุ่มอ่านเงือนไขได้ที่โพสปักหมุดของเพจเลยครับ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร
Status: Ongoing
อ่านนิยาย เทพเจ้าล่าสังหาร ฉื่อหยาน เป็นเด็กหนุ่มชื่นชอบกีฬาผาดโผน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการผจญภัยในหลุมฟ้าบาฮามาส ฉื่อหยานบังเอิญเดินทางผ่านเวลาและพื้นที่ จนไปกลายเป็นนายน้อยของตระกูลที่มีชื่อเสียง มีชื่อว่า ฉื่อหยาน ตอนนั้นเองคุณชายน้อยฉื่อหยานได้เสียชีวิตลลงที่ข้างบ่อเลือดพอดี และในระหว่างการผจญภัยสุดยอดกีฬาผาดโผน วิญญาณของเขาได้ถูกโอนเข้ามาของร่ายกายนายน้อย ฉื่อหยาน และได้รับแหวนวิเศษที่ถูกเรียกว่า ' แหวนสายโลหิต ' แหวนที่มีพลังลึกลับซึ่งทำให้ฉื่อหยาน เป็นนักฆ่า ความต้องการฆ่าของเขานั้นไร้สิ้นสุด ทุกอย่างทำเพื่อเพิ่มพลังอำนาจของเขาอย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งหลังการฆ่า ความต้องการทางเพศก็จะตามมา . . . . . . .

Comment

Options

not work with dark mode
Reset