เทพเจ้าล่าสังหาร – บทที่ 251 วางท่าใหญ่โตโอ้อวด

[TL. ขอเปลี่ยนคำเรียกยศของ ยู่โหลว จากหัวหน้าตระกูลปีกขาวเป็น จักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาวนะครับ]

 

บทที่ 251 วางท่าใหญ่โตโอ้อวด

 

ลึกเข้าไปในป่า

ฉื่อหยานมือใหญ่ของเขาคล้ำไปรอบหน้าอกคู่อวบอึมของจักพรรดิ์นีของตระกูลปีกขาว หลังจากนั้นก็มีเสียงหวีดหวิวที่น่าสยดสยองดังขึ้น เกิดเป็นพายุที่บ้าคลั่งและพายุฝนบนฟ้ากลายเป็นคะนอง

ตอนนั้นเอง ก่อนที่การโจมตีที่รุนแรงของยู่โหลวนะเกิดขึ้น

ฉื่อหยาน ไม่เพียง แต่เปิดใช้งานจิตวิญญานกายาแข็ง แต่เขายังเปิดใช้โล่แสงทมิฬในเวลาเดียวกัน เขาโคจรพลังปราณลึกลับอย่างเงียบๆ หลอมรวมพลังเหล่านั้นเข้าไปในร่างกายเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีที่อาจถึงตายนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเฝ้าระวังเป็นเวลาสิบวินาทีเพื่อรับมือกับการโจมตีที่รุนแรงนี้ มันควรจะโจมตีเขาตั้งแต่เขาจับไปที่หน้าอกอันขาวอวบอิ่ม แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้โจมตีมาที่เขา

ฉื่อหยานก็งุนงง เขาจ้องมองไปยังจักพรรดิ์นีของตระกูลปีกเขา เขาก็รู้สึกประหลาดใจ ผิวของนางกลายเป็นสีแดง นางหลับตาอย่างเพ้อฝันและลุ่มหลง ลมหายใจของนางหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง นางยืนนิ่งแปลกๆ ร่างของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะที่นางจะหดปีกสีขาวราวหิมะของนางจากนั้นก็มันก็กางออกไปอีกครั้ง

เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและยืดหยุ่นที่มือของเขาวางไว้ ด้านบนของหน้าอกที่สวยงามมีเม็ดองุ่นขนากลูกปัดอยู่ มันค่อยๆใหญ่และแข็งขึ้น โอ้. . . . . . .

” บูม “

ความปรารถนาที่รุนแรงก็เป็นเหมือนภูเขาไฟที่ใกล้ระเบิด ความสงบในดวงตาของฉื่อหยานตาซึ่งก็หายไปกลายเป็นเปลวความร้อนลุ่มโดยฉับพลัน เปลวไฟราคะในร่างของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างรุนแรง

เพียงครู่เดียว ฉื่อหยานก็สูญเสียจิตใจของเขาไปอีกครั้ง เขาถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา

มืออีกข้างของเขาก็เหยียดออกไปและวางไว้บนก้นกลมของจักพรรดิ์นี และขย้ำมันอย่างเกรี้ยวกราดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ฉื่อหยานก็กอดแน่นไปที่ร่างของนางและโลมเลียริมฝีปากสีอมชมพูของนาง

กลิ่นหอมปะทะกับจมูกของเขา ความลุ่มหลงเติบโตขึ้นในร่างของเขา ราวกับว่ากระแสไฟฟ่าแล่นอยู่ทั่วร่าง เขารู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยาน กัดกินไปที่ริมฝีปากงดงามเชอรี่สีชมพูของจักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาว . มือทั้งสองของเขาไม่ได้อยู่เฉย พวกมันลูบไล้ไปทั่วร่างกายของนางอย่างต่อเนื่อง เขาลูบคล้ำไปทั่วร่างของสตรีนางนี้ด้วยความปรารถนา

” อืม . . . . . . . “

ยู่โหลวอ้าปากค้าง นางหายใจติดขัดเมื่อถูกบังคับจูบกับฉื่อหยาน ร่างของนางแทบยืนไม่ไหวจนร้องครางออกมา

จักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาว ไม่เคยถูกละเมิดโดยชายใดมาก่อน หลังจากปล่อยเสียงครางออกมา จิตใจของนางก็เหมือนตกลงไปในหุบเหวที่ว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว

ดวงตาที่สวยงามของนางส่องประกายเย็นชาออกมา หลังจากนั้น พลังมหาศาลก็ไหลออกมาจากร่างบอบบางของนางจากนั้นก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

” บูม “

เป็นฉื่อหยานที่ถูกซัดไปกระแทกกับภูเขา ร่างกายของเขาเป็นเหมือนว่าวที่เชือกลอยไปกลางอากาศ

เขากระอักเลือดออกมาหนึ่งคำในขณะที่ร่างกายของเขาลอยอยู่ในอากาศ โล่แสงทมิฒที่อยู่บนผิวของเขาก็แตกสลาย เนื้อหนังของเขาฉีกขาด หลังจากเขาล้มลง พลังทั่วร่างของเขาก็กลายเป็นปั่นป่วนและวุ่นวาย

” เจ้ากล้าดียังไง ! เจ้ากล้า . . . . . . . “

สีหน้าของจักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาวกลายเป็นเย็นชาและน่ากลัว จิตสังหารในดวงตาของนางกลายเป็นเหมือนคมดาบทิ่มแทงไปที่ฉื่อหยาน

ทั้งร่างของฉื่อหยาน ไม่หลงเหลือพลังใดๆอีกต่อไป พลังในร่างของเขากลายเป็นสับสนและสลายไป เขาต้องการที่จะเคลื่อนไหว แต่เขาก็ไม่สามารถออกแรงใดๆได้เลย เขาทำเพียงนอนแพ่และจ้องมองไปยังดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสุกใสโดยไม่ทำอะไร

ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสในพริบ ห้าปีศาจในห้วงจิตสำนึกกลายเป็นสงบลง พวกมันไม่กล้าที่จะสร้างความวุ่นวายในเวลาอันตรายเช่นนี้

” ข้าเป็นคนที่จะช่วยเผ่าปีกให้ออกไปจากที่นี่ ” ฉื่อหยานพูดขึ้นพร้อมกับขบฟันแน่น ” ถ้าข้าตาย ท่านและเผ่าของท่านจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป “

ดวงตาคู่สวยของจักพรรดิ์นีของตระกูลปีกขาวก็ส่องประกายแปลกประหลาดออกมา การกระทำที่รุนแรงของนางก็เริ่มสงบลง

” หวืบ หวืบ หวืบ “

ทันทีแสงสีขาวก็พุ่งมาทางฉื่อหยานอย่างฉับพลัน พวกมันพุ่งเชี่ยวหูทั้งสองข้างของฉื่อหยานไปและพุ่งไปที่พื้นดินอย่างรุนแรง

ฉื่อหยานถอนหายใจเงียบ ๆเช็ดคราบเลือดออกจากมุมปากของเขา เขาพูดโดยไม่กลัว ” ท่านนั้นน่าหลงไหลเป็นอย่างมาก อย่าได้โทษข้าเลย ไม่ว่าชายคนใดเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านก็ไม่สามารถทนได้ทั้งนั้น อืม ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าท่านยังไม่เคยมีประสบการณ์ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย ที่จริงแล้ว ข้าคิดว่านี่เป็นข้อเสนอที่ดีนะ. “

ในสถานการณ์นี้ ฉื่อหยานไม่ได้รู้สึกอับอายแม้แต่นิดเดียว และเขาก็ยังกล้าที่จพูดคำที่เต็มไปด้วยความหยาบครายและความปรารถนา

 

ประกายแสงที่แหลมคมจากยู่โหลวก็พุ่งออกไปที่ฉื่อหยานในชั่วพริบตา ประกายแสงแปลกประหลาดพุ่งออกมาจากดวงตาของนางอย่างควบคุมไม่ได้ ถ้ามันไม่ใช่เพราะฉื่อหยานพูดเช่นนั้น นางก็ยังพอให้อภัยที่เขาลวนลามนางครั้งหนึ่งได้ แต่เวลานี้นางไม่สามารถให้อภัยเขาเป็นครั้งที่สองได้ ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งแต่หากถูกประกายนี้เข้าหละก็ ไม่รอดแน่นอน

” เจ้าสมควรตาย ! ” ยู่โหลวสูดลมหายใจเข้าอย่างหนักแน่น สายตาของนางส่องประกายเย็นชา ร่างกายของนางเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แหลมคม นางขบฟันอย่างรุนแรงในขณะที่จ้องไปยังฉื่อหยาน นางโกรธเป็นอย่างมากจนร่างที่บอบบางของนางสั่นสะท้าน

ฉื่อหยานค่อยๆลุกขึ้นนั่ง . เนื้อหลังของเขาที่ฉีกขาดและมีเลือดสดๆไหลออกมา ตอนนี้มันก็ไหลไปตามบาดแผลของเขาและค่อยๆสมานตัวกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยู่โหลวที่จ้องมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก็ยิ่มอย่างสนุกและหัวเราะขึ้น” ฮ่าฮ่า ถึงตายก็คุ้มค่า ! ท่านนั้นน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก แม้ว่าข้าจูบท่านแล้วต้องตาย ข้าก็ยินดีจะทำมัน ฮ่าฮ่า “

ยู่โหลวปีกที่ขาวราวหิมะของนางก็ขยับเล็กน้อย ร่างกายที่สง่างามของนางเคลื่อนไหวไปทางฉื่อหยาน ดาบสีขาวซึ่งถูกอัดแน่นและเต็มไปด้วยพลังปราณลึกลับก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของนาง นางจ่อมันไปที่คอของฉื่อหยาน และมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและดุร้าย . นางพูดด้วยเสียงที่เย็นชาว่า ” เจ้าไม่กลัวตายจริงรึ ? “

” ใช่ !” ฉื่อหยานหัวเราะออกมาดังๆและค่อยๆ พยักหน้า ” แน่นอน ใครๆก็กลัวตาย แต่ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ฆ่าข้าแน่นอน ฮ่าๆๆ นี่ข้าเป็นจูบแรกของท่านใช่หรือไม่ ? “

” เจ้ายังจะพูดอีกรึ . . . . . . . ” ยู่โหลวร่างของนางก็กระตุก . นางระเบิดเสียงหัวเราะออกมารุกลน . ” เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้ารึ ? แม้ว่าตอนนี้ข้าจะยังไม่ได้ฆ่าเจ้า แต่รอดูหลังจากที่เจ้าทำลายผนึกได้เสียก่อน ด้วยสิ่งที่เจ้าทำกับข้าในวันนี้ ข้าไม่เพียงแต่ฆ่าเจ้า แต่จะทำให้เจ้าตายอย่างน่าสังเวช เมื่อถึงเวลา เจ้าจะได้รู้ว่าเมื่อตกอยู่ในกำมือข้านั้นมันเลวร้ายยิ่งกว่าอยู่ในกำมือของตั่วหลงเสียอีก . “

” ข้าก็เชื่อเช่นนั้น . ” ฉื่อหยานพยักหน้าและพูดอย่างจงใจ ” ข้ารู้ว่าระดับการบ่มเพาะของท่านนั้นสูงกว่าตั่วหลง ถ้าท่านต้องการจะฆ่าข้า ข้าก็คงไม่สามารถรอดไปได้ “

ยู่โหลวดวงตาคู่สวยก็แปลกใจ ในเวลาอันสั้น ยิ่งนางมองไปยังชายผู้หยิงยโสที่อยู่ต่อหน้านาง นางก็ยิ่งโกรธ อันธพาลน่ารังเกียจน้อยแข็งแรงจริงๆ และไม่ได้ดูแลเกี่ยวกับชีวิตหรือความตายในขณะที่เสื่อมเสียต่อนาง เขาทำเรื่องน่าอายกับร่างกายของนางที่บริสุทธิ์ใสสะอาดอย่างอิสระ . นางเสียใจที่ไม่สามารถสับฉื่อหยานเป็นพันๆชิ้นได้ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะฆ่าเขา

เพื่อที่เผ่าปีกจะได้ออกไปจากสถานที่บ้่าๆแห่งนี้โดยเร็ว นางต้องอดทน

” ท่านนี่ช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก . . . . . . . ” ฉื่อหยานพึมพำเบา ๆ . เขาค่อยๆ ขยับคอของเขาออกจากดสบแสงเจิดจ้าที่ยู่โหลวจ่อมา ในขณะที่เขาสังเกตุไปที่การแสดงออกของนางอย่างระมัดระวัง หลังจากรู้สึกปลอดภัยจากดาบอันตรายนั้นแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ยู่โหลวยังคงยื่นแขนที่มีดาบแสงอยู่ในมือของนางตรงออกมาในขณะที่นางมองไปที่เขาด้วยรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก สักครู่ นางถอนดาบอย่างช้าๆ หลังจากที่ลังเลเล็กน้อย

หลังจากที่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ฉื่อหยานดวงตาของเขาก็ส่องประกายออกมา เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาจับไปที่มือขาวนวลและระเอียดอ่อนเหมือนหยกของจักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาว , และกล่าวว่า , ” เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว เจ้าก็นับได้ว่าเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว “

” เจ้า ! ” จักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาวก็ถึงแขนของนางกลับมาและถลึงตาใส่เขา ” เจ้าบ้า เจ้าสารเลว เจ้าต้องการให้ข้าเป็นผู้หญิงของเจ้างั้นรึ ? ! ข้าไม่เคยพบเจอผู้ชายเพ้อฝันกลางวันเช่นเจ้ามาก่อน เจ้ามีดีอะไรกัน ฦ เจ้าสามารถทำอะไรให้ข้าได้ ? ถึงทำให้เจ้ากล้าเพ้อฝันกับข้าเช่นนั้น ? เพียงเพราะเจ้าจูบข้าหนะรึ ? “

ยู่โหลวก็ยิ้มอย่างขมขืาน แววตาของนางดูเย็นชาเป็นอย่างมาก นางพยายามสงบอามรมณ์ของตัวเองลงตลอดเวลาและห้ามปรามตัวเองไว้ เพราะว่านางไม่สามารถฆ่าเขาได้ในตอนนี้

” การบ่มเพาะของท่านสมควรอยู่ในนภาแรกของระดับพระเจ้า” ฉื่อหยานยิ้มอย่างสบายใจ และกล่าวว่า ” เป็นระดับที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ข้าเป็นเพียงนักรบระดับปฐพี ช่องว่างระหว่างท่านและข้าก็เทียบได้ระหว่างระดับหายนะ และ ระดับรู้แจ้ง มันต้องใช้เวลาหลายร้อยปี สำหรับคนธรรมดาที่จะไปก้าวข้ามสองระดับนี้ คนส่วนใหญ่ไม่สามารถบรรลุทั้งสองระดับนี้ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม . “

ยู่โหลวก็ตกตะลึง นางมองฉื่อหยานอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วพูดว่า ” เจ้าก็ไม่ได้โง่หนิ เจ้าก็รู้ว่าเราสองคนต่างกันเพียงใด แล้วเจ้ายังกล้าพูดเรื่องไร้สาระเช่นนี้อีกรึ เจ้าไปความมั่นใจมาจากไหน ? “

” ข้าสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับพระเจ้าได้ เพียงใช้เวลาอย่างก็ 50 ปี ” ฉื่อหยานตะโกน ” ไม่เกินหกสิบปี ข้าก็สามารถชนะท่านได้ ” .

” ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆ ” ยู่โหลวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนนางร้องไห้เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางชี้ไปฉื่อหยานพร้อมกับสีหน้าเยาะเย้ย ” ใช้เวลาห้าสิบบรรลุถึงระดับพระเจ้า หกสิบปีจะสามารถชนะข้าได้ ฮ่าๆ นี่มันน่าขันเป็นอย่างมาก ข้าไม่เคยเห็นใครขี้โม้เช่นเจ้ามาก่อน ปัจจุบันคนในโลกภายนอกก็เป็นพวกเพ้อฝันเช่นเจ้าด้วยหรือไม่ ? “

 

” ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน ” ฉื่อหยานส่ายหน้า ” ปกติที่ชายที่อยู่ต่อหน้าท่านล้วนไม่กล้าเข้าใกล้ท่าน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความกล้าที่สามารถทำให้ท่านอับอายได้โดยที่เขาไม่เกรงกลัวความตาย”

ยู่โหลวทำสีหน้าล้อเลียน ” ดี ! ข้ายอมรับว่าเจ้าใจกล้ากว่าคนอื่น แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไร ” .

” ข้าคิดว่า นักรบระดับปฐพีธรรมดาร่างคงระเบิดตายไปแล้วหากโดนท่านโจมตีเพียงครั้งเดียว มัแม้แต่นักรบระดับรู้แจ้งเองก็เป็นการยากที่จะรอดได้ อย่างไรก็ตาม ข้าก็ยังคงยืนอยู่ต่อหน้าท่าน “

ยู่โหลวดวงตาคู่งามของนางก็ส่องประกายออกมา

นางตกตะลึงกับการแสดงออกแปลกๆของฉื่อหยาน นางไม่ได้สังเกตเรื่องนี้เลย เมื่อฉื่อหยานพูดขึ้น ก็ทำให้นางนึกถึงความจริงนี้ นางตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วการที่ฉื่อหยานยังมีชีวิตอยู่ นั่นนับเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างมาก

นางมั่นใจเลยว่านางได้ใช้พลังเป็นจำนวนมาก นางรู้ว่าการโจมตีของนางเต็มไปด้วยมหาศาลขนาดไหน

เหมือนที่ฉื่อหยานพูด ไม่ตองพูดถึงนักรบระดับปฐพีเลย แม้แต่นักรบระดับรู้แจ้ง หากถูกนางโจมตีเช่นนั้น คนๆนั้นจะต้องตายแน่นอน

แต่ ฉื่อหยาน กลับยังยืนอยู่ต่อหน้านางและพูดโอ้อวด

” ก็จริงที่เจ้านับว่ามีความสามารถ ” ยู่โหลวพูดยอมรับ ” แต่คำโอ้อวดบ้าๆของเจ้านั้นตรงข้ามกับพลังของเจ้าในปัจจุบันมาก ถ้าเจ้าบรรลุถึงระดับพระเจ้าเมื่อใด ข้าจะพิจารณาข้อเสนอของเจ้าก็แล้วกัน หึ ! “

ฉื่อหยานก็ปวดหัวเล็กน้อย

เขารู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเผ่าปีกหรือเผ่าเสียงอสูร ต่างก็มีอคติกับตัวเขา เขาไม่เชื่อในคำสัญญาก่อนหน้านี้ของตี่ฉานและยู่โหลวแน่นอน เรารู้ว่าหลังจากที่เขาทำลายผนึกได้ สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือความตาย

เค้ากล้าที่จะทำให้ยู่โหลวเสื่อมเสีย ก็เพราะเขาหวังว่านี่จะกลายเป็นความรู้สึกที่พิเศษในหัวใจของยู่โหลว ถ้ายู่โหลวชอบเขาขึ้นมา โอกาสรอดของเขาก็จะมีมากขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ที่ได้รู้ว่าหญิงสาวผู้งดงามคนนี้ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงมาก่อน เขาก็มั่นใจในแผนของเขามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้เริ่มแผนของเขาจริงๆ เขาก็ตระหนักว่ามันยากเกินไป ไม่ว่าเขาจะพยายามที่จะโน้มน้าวนางยังไงนางก็ยังคงไม่เปลียนแปลง

” มันยุ่งยากเสียจริง . . . . . . . ” ” โอ้ เจ้า ร่างกายของเจ้า . . . . . . . ” ยู่โหลวก็เอามือปิดของนางพร้อมกับตะโกนด้วยความประหลาดใจ ดวงตาที่สวยงามของนางเปล่งประกายความประหลาดใจออกมา ราวกับว่านางเห็นสิ่งที่มหัศจรรย์

ฉื่อหยานก็ก้มหัวลงเพื่อดูร่างของตัวเอง เขารู้สึกได้ว่าจิตวิญญานอมตะของเขาเริ่มทำงานแล้ว ความเร็วในการรักษาบาดแผลของเขานั้นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

” พระเจ้าราชันย์อมตะ ! เจ้าเป็นทายาทของพระเจ้าราชันย์ทั้งสามในยุคโบราณงั้นรึ ? ” จักพรรดิ์นีของตระกูลปีกขาวก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ ดวงตาของนางหลี่ลง ใบหน้าที่งดงามของนางตกตะลึง และ ร่างกายที่น่าหลงใหลของนางก็สั่นสะท้าน

––––––––––––––––––––––––

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 19 แล้ว มีถึงตอนที่ 846 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร
Status: Ongoing
อ่านนิยาย เทพเจ้าล่าสังหาร ฉื่อหยาน เป็นเด็กหนุ่มชื่นชอบกีฬาผาดโผน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการผจญภัยในหลุมฟ้าบาฮามาส ฉื่อหยานบังเอิญเดินทางผ่านเวลาและพื้นที่ จนไปกลายเป็นนายน้อยของตระกูลที่มีชื่อเสียง มีชื่อว่า ฉื่อหยาน ตอนนั้นเองคุณชายน้อยฉื่อหยานได้เสียชีวิตลลงที่ข้างบ่อเลือดพอดี และในระหว่างการผจญภัยสุดยอดกีฬาผาดโผน วิญญาณของเขาได้ถูกโอนเข้ามาของร่ายกายนายน้อย ฉื่อหยาน และได้รับแหวนวิเศษที่ถูกเรียกว่า ' แหวนสายโลหิต ' แหวนที่มีพลังลึกลับซึ่งทำให้ฉื่อหยาน เป็นนักฆ่า ความต้องการฆ่าของเขานั้นไร้สิ้นสุด ทุกอย่างทำเพื่อเพิ่มพลังอำนาจของเขาอย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งหลังการฆ่า ความต้องการทางเพศก็จะตามมา . . . . . . .

Comment

Options

not work with dark mode
Reset