เทพเจ้าล่าสังหาร – บทที่ 255 รู้แจ้งวิญญาณ

บทที่ 255 รู้แจ้งวิญญาน

 

ฉื่อหยาน ดวงตาปิดแน่น หายใจเป็นปกติ การไหลของพลังงานเชิงลบเริ่มกระจายไปหทั่วร่างกายของเขา

ในห้องลับ ฉื่อหยานกำลังตั้งสติ ค่อย ๆเข้าสู่ห้วงนิทรา จนเกือบลืมตัวตนของตัวเอง

จากลักษณะของเขา ร่างกายของเขายังไม่ได้มีการแปลงแปลงใดๆ แต่หากมีบุคคลที่มีห้วงจิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่ เขาจะต้องสัมพัสได้ถึงความปั่นป่วนที่อยู่ในห้วงจิตสำนึกของฉื่อหยานได้แน่นอน

กระแสพลังทั้ง 5 กระตุ้นขึ้นมาในห้วงจิตสำนึกของเขา กระแสเหล่านี้เต็มไปด้วยอารมณ์ของความสิ้นหวัง ความกลัว ความกระหายเลือด ความโลภ ความแค้น ค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมา อารมณ์เหล่านั้นกำลังหลอมรวมกันอย่างช้าๆราวกับว่าพวกมันกำลังดูดซับพลังงานเชิงลบที่อยู่ในร่างของเขา

อารมณ์เชิงลบจำนวนมากหลอมรวมกัน ทำให้ห้าปีศาจที่อยู่ในห้วงจิตสำนึกของเขาซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยการรวมตัวของอารมณ์เชิงลบทั้งห้า ความสิ้นหวัง ความกลัว ความกระหายเลือด ความโลภ ความแค้น ทุกตัวกลายเป็นก้าวร้าวราวกับว่าพวกมันต้องการที่จะออกมาจากห้วงจิตสำนึกของเขาและบุกเข้าไปในสมองของฉื่อหยานจากนั้นก็ควบคุมเขา

เมื่ออารมณ์เชิงลบถูกกระตุ้นขึ้น เขาไม่กล้าที่จะผ่อนคลายจิตใจของเขา เขายังเฝ้าควบคุมจิตใจของเขาอย่างมั่นคง

การบ่มเพาะปีศาจทั้งห้าในห้วงจิตสำนึก มันเป็นเหมือนกับอาคมมหัศจรรย์ที่ปรับเปลี่ยนร่างกายของเขาและหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับอย่างสมบูรณ์

มันเหมือนกับว่า มันเป็นบ้าคลั่งในนภาที่สาม, การปลูกฝังห้าปีศาจในห้วงจิตสำนึกนั้นจำเป็นต้องใช้จิตวิญญานต่อสู้ลึกลับ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการรวบรวมอารมณ์เชิงลบที่อยู่ภายในเส้นชีพจรของเขา

ความรู้สึกเชิงลบเหล่านี้อาจส่งผลให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ และทำให้เขาไม่สามารถควบคุมปีศาจทั้งห้าได้ แม้ว่าพวกมันจะอยู่ภายใต้การควบคุมของห้วงจิตสำนึก แต่พวกมันก็ทำให้ความคิดของเขาปั่นป่วน หากปีศาตทั้งห้าเป็นอิสนะจากการถูกควบคุมห้วงจิตสำนึกได้เมื่อใด พวกมันจะต้องครอบงำจิตสำนึกทั้งหมดของฉื่อหยานแน่นอน

ฉื่อหยานรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วเมื่อเขาได้สร้างปีศาจทั้งห้าตนนี้ขึ้นมาในห้วงจิตสำนึก

ก่อนที่เขาจะเสร็จสิ้นการฝึกฝนเคล็ดวิชาอัศจรรย์นี้ , นี้เป็นการทดสอบฉื่อหยาน ถ้าเขาไม่สามารถทำลายปีศาจในจิตใจได้ เขาก็จะได้รับผลกระทบตามมาหลังจากที่ปีศาจได้เริ่มก่อตัวขึ้น

เขาเข้าใจดีว่าห้าปีศาจในห้วงจิตสำนึกนั้นเป็นอันตรายมากกว่าเปิดใช้บ้าคลั่งในนภาที่สองเสียอีก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาฝึกฝนมันเสร็จเมื่อใด เขาจะต้องบรรลุการฝึกฝนบ้าคลั่งในนภาที่สามได้อย่างแน่นอน

ดังนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเคล็ดวิชานี้อันตรายเพียงใด เขาก็ไม่ลังเลที่จะฝึกมัน เมื่อเขาได้รู้วิธีการฝึกฝนปีศาจทั้งห้าในห้วงจิตสำนึกของเขา เขาก็เริ่มฝึกฝนมันทันที

เขาชอบความท้าทายและเคล็ดวิชานี้ก็ตอบสนองความท้าทายเขาได้เป็นอย่างดี

ทุกประเภทของความรู้สึกที่เป็นลบ รวมตัวกันในห้วงจิตสำนึกของเขาและ กลายเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่าแก่ปีศาจทั้งห้า ฉื่อหยานรวบรวมจิตสำนึกวิญญานเข้าด้วยกัน ด้วยการที่เขาตั้งใจว่าจะส่งมันไปยังปีศาจทั้งห้า เพื่อทำให้พวกมันสงบ และสร้างความสัมพันธ์อันกลมกลืนกันกับพวกมัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากห้าปีศาจเหล่านั้นได้ดูดซับอารมณ์เชิงลบไปมากมาย พวกมันก็เริ่มมีความคิด เพราะปีศาจเหล่านี้มีผนึกแห่งชีวิตของฉื่อหยานอยู่ , พวกมันจึงได้รับความคิดสติปัญญาของเขา พวกมันดูเหมือนจะรู้เจตนาของเขา เมื่อจิตสำนึกวิญญานเข้ามาใกล้ชิดกับพวกมัน พวกมันก็ตัดขาดการเชื่อมต่อทันที

หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ฉื่อหยานก็ทำได้เพียงแค่ควบคุมพื้นที่ในห้วงจิตสำนึกของเขาเล็กน้อยเท่านั้น จิตใจของเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เมื่อความรู้สึกที่เป็นลบกระไปจายไปทั่วห้วงจิตสำนึกของเขา อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้ล้มเหลวที่จะเชื่อต่อกับปีศาจทั้งห้าที่มีจิตสำนึกของเขา เขาไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่อกับพวกมัน และควบคุมพวกมันได้เลย

ผ่านไปเป็นเวลานาน

ฉื่อหยานค่อยๆลืมตาแล้วคิดสักพัก หลังจากนั้น เขาก็ใช้เวลาคัมภีร์ทั้งเจ็ดเล่มของเผ่าเสียงอสูรอย่างตั้งใจทีละเล่ม

คัมภีร์โบรารทั้งเจ็ดเล่มนั้นไม่ได้ระบุถึงวิธีการฝึกบ่มเพาะหรือวิชาต่อสู้ใดๆ แต่พวกมันกลับเต็มไปด้วยความรู้และการเปลี่ยนแปลงของวิญญาน กล่าวถึงสมบัติและการฝึกฝนบ่มเพาะวิญญานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวิธีการฝึกฝนเหล่านั้นถูกเขียนไว้โดยระเอียด

หลังจากอ่านได้ไม่นาน ดวงตาของฉื่อหยานก็ส่องประกายออกมาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

คัมภีร์โบราณทั้งเจ็ดเล่มมีความรู้ที่ลึกซึ้งมากมายเกี่ยวกับวิญญานเกี่ยวกับ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิญญานเผ่าเสียงอสูรไปไกลกว่าเผ่าอื่นมากนัก ‘ ดูเหมือนว่ายู่โหลวจะรู้ว่าคัมภีร์โบราณจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ คัมภีร์โบราณทั้งเจ็ดเหล่านี้ ไม่มีตัวอักษรใดเลยที่ไม่กล่าวถึงวิญญาน

มันเหมือนกับว่าฉื่อหยานเพิ่งได้รับสมบัติมา เขาจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะควบคุมห้าปีศาจในห้วงจิตสำนึก เขากลับใช้เวลาทั้งหมดของเขาในการอ่านคัมภีร์โบราณเจ็ดเล่มของตระกูลเสียงอสูรเทน

เขาไม่ได้รู้เลยว่าเจ็ดคัมภีร์โบราณวิญญานเหล่านี้บันทึกเรื่องราวความรู้ที่สําคัญของวิญญานตระกูลต่างๆในเผ่าเสียงอสูรเลย

ทักษะลับของเกี่ยวกับวิญญานของเผ่าเสียงอสูรมีพื้นฐานมาจากคัมภีร์โบราณทั้งเจ็ดเล่มเหล่านี้ ความรู้เหล่านี้ที่บันทึกไว้ จะให้เขารับรู้ถึงแก่นแท้เกี่ยวกับวิญญานของตระกูลต่างๆในเผ่าเสียงอสูร

เขาส่งวิญญานหลักของเขาเข้าไปในห้วงจิตสำนึก ใช้ห้วงจิตสำนึกในการหล่อเลี้ยงวิญญานหลัก และมันก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นวิญญานพระเจ้า เมื่อวิญญานพระเจ้าเกิดขึ้น มันก็จะทำลายผนึกที่อยู่ในวิญญานและทำให้บรรลุถึงระดับที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

คัมภีร์โบราณมีความรู้เกี่ยวกับวิญญานหลักอยู่ด้วยซึ่งมันดึงดูดความสนใจของฉื่อหยานเป็นอย่างมาก ถึงขนาดทีเขาศึกษามันอย่างลึกซึ้งโดยลืมวันเวลาและการฝึกบ่มเพาะ ตอนนี้เขาใช้ความคิดความเข้าใจทั้งหมดของเขาไปกับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิญญานหลัก

ตามที่คัมภีร์โบราณเขียนไว้ทุกคนมีวิญญานหลักอยู่ วิญญานหลักคือหัวใจของจิตสำนึก

คนธรรมดาไม่สามารถสัมผัสตัวตนของวิญญานหลักได้ หรือ ไม่มีทางที่จะควบคุมมันได้โดยใช้กำลัง

สำหรับนักรบที่ฝึกฝนวิชาต่อสู้ ถ้าพวกเขาได้ชำระตนให้บริสุทธิ์และเมื่อเลือดของเขาบริสุทธิ์แล้วพวกเขาก็จะทำลายสิ่งที่ขวางกั้นจิตใจของพวกเขาได้ วิญญาณของพวกเขาจะค่อยๆกระชับขึ้น แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็จะสามารถสัมพัสได้ถึงวิญญานหลักซึ่งเป็นแกนของจิตสำนึก

เมื่อนักรบบรรลุเข้าสู่ระดับรู้แจ้งและมีห้วงจิตสำนึก ถ้าพวกเขาสามารถนำวิญญานเข้าไปในห้วงจิตสำนึกได้ ห้วงจิตสำนึกและวิญญานหลักก็จะส่งเสริมกันและกันและทั้งสองอย่างก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกครั้ง

เมื่อวิญญานหลักเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกและ ถูกหล่อเลี้ยงด้วยห้วงจิตสำนึก เมื่อเขามีระดับมากกว่าระดับรู้แจ้ง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น

วันนึง ถ้านักรบคนนั้นได้เข้าสู้ระดับพระเจ้า วิญญานหลักของเขาจะพัฒนาไปในระดับที่สูงขึ้น และเปลี่ยนเป็นวิญญานพระเจ้าในห้วงจิตสำนึก

เมื่อวิญญานพระเจ้าเกิดขึ้น นั่นหมายความว่านักรบคนนั้นได้เข้าสู้จุดสูงสุดของระดับพระเจ้าแล้ว วิญญานพระเจ้าและห้วงจิตสำนึกจะสนับสนุนกันและกันและก่อให้เกิดเป็นพลังจิตสำนึกวิญญานที่ไม่สามารถจินตนาการได้

ฉื่อหยานใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อทำความเข้าใจ และค่อย ๆจดจำสิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ทั้งเจ็ดเล่ม เขาค่อยๆได้รับความรู้ที่น่าอัศจรรย์เกี่ยววิญญานของเผ่าเสียงอสูร

ถ้าวิญญานหลักของเขาสามารถเข้าไปในห้วงจิตสำนึกได้ วิญญานหลักของเขาจะสามารถควบคุมปีศาจทั้งห้าได้หรือไม่ ?

ในขณะนั้น ความคิดต่างๆผุดขึ้นมาในจิตใจของ ฉื่อหยาน . จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า สิ่งนี้อาจจะทำเช่นนั้นได้ก็ได้ หลังจากที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา เขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเอง เขาใจร้อนอย่างมากที่จะนำวิญญานหลักของเขาเข้าไปในห้วงจิตสำนึก

ผลหยกวิญญานขาว !

ฉื่อหยานการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเผยรอยยิ้มขึ้นมา

ตามที่ยู่โหลวพูด ผลหยกวิญญานขาวสามารถเสริมสร้างวิญญานได้ ดังนั้น บางที่วิญญานหลักก็จะได้รับประโยชน์จากผลไม้ประหลาดนี่เช่นกัน เมื่อกินผลหยกวิญญานขาว พลังแปลกประหลาดที่อยู่ในผลของมันก็ไหลเข้ามาในจิตใจ มันจะทำให้วิญญานหลักและจิตสำนึกวิญญานของเขาได้รับพลังมากขึ้น

ถ้าเป็นเช่นนั้น หลังจากกินผลหยกวิญญานขาวเข้าไปและตั้งสมาธิดูดซับพลังของผลหยกวิญญานขาวที่อยู่ภายใน มันก็จะเป็นเรื่องง่ายที่จะสัมพัสได้ถึงวิญญานหลักมิใช่รึ ? ฉื่อหยานดวงตาก็ส่องประกายออกมา

หลังจากที่ลูบไปยังแหวนสายโลหิตเล็กน้อย , แหวนก็ส่องแสงออกมา ,และ กล่องหยกทันทีก็ปรากฏขึ้น

ทันทีที่กล่องหยกถูกเปิดออก กลิ่นหอม ที่น่าหลงใหล ก็ลอยออกมา

ผลหยกวิญญานขาวภายในกล่องก็ประกายออกมา . มองครั้งแรก มันดูเหมือนกับเม็ดหยกที่น่าอัศจรรย์ซึ่งมีแสงส่องอยู่ภายใน ดูเหมือนจะมีพลังแปลกประหลาดบางอย่างซ่อนอยู่ในผลหยกวิญญานขาว

ฉื่อหยานหลี่ตาลง อย่างระมัดระวังและสังเกตุไปยังผลหยกวิญญานขาวอย่างรอบคอบ เขาสังเกตเห็นว่ามีเส้นสายมากมายบิดไปมามันดูเหมือนกับเส้นประสาทสมอง ซึ่งเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างมาก

 

เมื่อได้กลิ่นหอมจากผลหยกวิญญานขาววิญญานของฉื่อหยานก็กลายเป็นปั่นป่วน เขารู้สึกเหมือนกับว่าวิญญาณของเขาได้หลุดพ้นจากทางโลก มันดูเหมือนจะกลายเป็นบริสุทธิ์ขึ้นและกลายเป็นบางสิ่งที่ต่างไป

ฉื่อหยาน ก็สับสนไปชั่วขณะ เขาไม่คิดอะไรให้มาก และรีบวางผลหยกวิญญานขาวเข้าไปในปากและกลืนกินมันเข้าไป แล้วเขาก็โคจรพลังปราณลึกลับของเขาเพื่อย่อยผลหยกวิญญานขาวทันที

” บูม “

ภายในร่างกายของเขาก็ปรากฏเปลวไฟขึ้นทันทีซึ่งมันมาจากภายในหัวใจของเขา ทันทีที่ผลหยกวิญญานขาวไหลลงมายังท้องของเขา เปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นที่ผลหยกวิญญานขาวทันที

แสงส่องประกายออกมาจากผลหยกวิญญานขาวมันเป็นเหมือนกับก้อนหยกที่เมื่อมันไหลเข้ามาในท้องของฉื่อหยานมันก็ถูกไฟลุกโชน เส้นสายพลังแต่ละสายปรากฏลอยขึ้นมาเหมือนกับหมอกควัน และพวกมันก็ค่อยหลอมรวมเข้าไปที่สมองของฉื่อหยาน

ฉื่อหยานรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดทันทีเมื่อเขาดูดซับพลังของผลหยกวิญญานขาว และความรู้สึกนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เขาดูดซับพลังวิญญานในผลหยกวิญญานขาว พลังชีวิตจำนวนมหาศาลก็กระจายไปทั่วทุกทิศทาง ทันทีที่พลังวิญญาณไหลเข้าสู่สมองของเขา มันก็ลุกล่ามไปทั่วสมองของเขาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม พลังประหลาดของผลหยกวิญญานขาวนั่นค่อนข้างจะพิเศษ พลังประหลาดนี้ดูเหมือนจะมีความคิดเป็นของตัวเอง พวกมันค่อยๆเข้าไปในสมองขอฉื่อหยาน และค่อยๆรวมตัวกันอยู่ที่มุมหนึ่งของสมอง

ที่หน้าผากของเขา

แสงสีขาวที่เหมือนกับสีของงาช้างก็ส่องออกมาจากตรงกลางหว่างคิ้วของเขาอย่างน่าอัศจรรย์

หน้าผากของ ฉื่อหยาน เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีขาวค่อยๆแพร่กระจายปกคลุมสมองของเขาทั้งหมด สมองของเขาเริ่มส่องแสงสดใสทีละนิด ตอนนี้เขาดูเหมือนกับเซียนลึกลับที่ดูน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก

เจอแล้ว !

ฉื่อหยาน ก็มีความสุขเป็นอย่างมาก เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปตลอดเวลาเพื่อสัมพัสถึงพลังประหลาดของผลหยกวิญญานขาวที่รวมตัวกันและสร้างเป็นพื้นที่ลึกลับตรงหน้าผากของเขา

ในที่พื้นที่ลึกลับตรงนั้น เขาเห็นตัวเขาอีกคนหนึ่งและร่วมเป็นพยานกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ในพื้นที่ลึกลับของเขา ‘ ตัวเขาอีกคนหนึ่งกำลังนั่งขบตาแน่น แสงแห่งพระเจ้าส่องสว่างขึ้นที่หวางคิ้วของเขา มันดูเหมือนกับว่าเป็นตัวเขาเองตอนนี้

ในพื้นที่ตรงนั้นประกอบไปด้วยแสงทั้งเจ็ดสี , มีเอลฟ์กำลังนั่งขัดสมาธอยู่ มุมปากของเขาเผยให้เห็นถึงประกายของความตื่นเต้น พร้อมกับมีแสงสีขาวแห่งพระเจ้าลอยอยู่เหนือหัวและมีประกายเจิดจ้าขึ้นที่หว่างคิ้วของเขา

เมื่อจิตสำนึกของฉื่อหยานมาถึงที่นี่ เอลฟ์นั่นดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงบางอย่าง ดวงตาของมันทั้งหมดก็เปิดขึ้น

สายตานั้นเป็นเหมือนกับทะเลสาปลึกที่สะท้อนภาพของฉื่อหยานอยู่ในความทรงจำ

เหตุการณ์สำคัญต่างๆในชีวิตของฉื่อหยานก็ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้น เมื่อจิตสำนึกของเขามาถึงที่นี่ มันดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าไปในดวงตาคู่นั้นทันที และกลายเป็นภาพช่วงเวลาแห่งความทรงต่างๆในจิตใจของเขา

” บัง “

เหมือนกับว่าจะมีบางสิ่งระเบิดขึ้นในหัวของ ฉื่อหยาน จิตสำนึกของเขาถูกสั่นคลอนอย่างน่ากลัว ; ห้วงจิตสำนึกของเขากลายเป็นไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม เอลฟ์ที่อยู่ในพื้นที่แห่งนั้นก็ค่อยๆออกมาจากที่แห่งนั้น และกลายเป็นแสงสว่างลอยเข้าไปในห้วงจิตสำนึกของเขา

ทุกสิ่งอย่างกลายเป็นหยุดลงทันที

––––––––––––––––––––––––

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 19 แล้ว มีถึงตอนที่ 877 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร

เทพเจ้าล่าสังหาร
Status: Ongoing
อ่านนิยาย เทพเจ้าล่าสังหาร ฉื่อหยาน เป็นเด็กหนุ่มชื่นชอบกีฬาผาดโผน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการผจญภัยในหลุมฟ้าบาฮามาส ฉื่อหยานบังเอิญเดินทางผ่านเวลาและพื้นที่ จนไปกลายเป็นนายน้อยของตระกูลที่มีชื่อเสียง มีชื่อว่า ฉื่อหยาน ตอนนั้นเองคุณชายน้อยฉื่อหยานได้เสียชีวิตลลงที่ข้างบ่อเลือดพอดี และในระหว่างการผจญภัยสุดยอดกีฬาผาดโผน วิญญาณของเขาได้ถูกโอนเข้ามาของร่ายกายนายน้อย ฉื่อหยาน และได้รับแหวนวิเศษที่ถูกเรียกว่า ' แหวนสายโลหิต ' แหวนที่มีพลังลึกลับซึ่งทำให้ฉื่อหยาน เป็นนักฆ่า ความต้องการฆ่าของเขานั้นไร้สิ้นสุด ทุกอย่างทำเพื่อเพิ่มพลังอำนาจของเขาอย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งหลังการฆ่า ความต้องการทางเพศก็จะตามมา . . . . . . .

Comment

Options

not work with dark mode
Reset