เลขาบนเตียง – ตอนที่ 8

EP 8: เลขาบนเตียง

ภาคออกไปจากบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่น่าจะเป็นตอนที่หล่อนไปเข้าห้องน้ำนั่นแหละ เพราะหลังจากบ่ายสามโมงแล้ว หล่อนก็ไม่เห็นเขาในห้องทำงานอีกเลย และก็ไม่กล้าพอที่จะโทรถามด้วย

บรรยากาศระหว่างหล่อนกับภาคกำลังตึงเครียด ซึ่งหล่อนไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร

กนกแก้วเก็บของใส่กระเป๋า หลังจากทำงานล่วงเวลาโดยไม่รับค่าแรงมาหนึ่งชั่วโมงกับสิบสองนาที หล่อนปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และเดินเข้าไปในลิฟต์ตัวใหญ่ ไม่ช้าก็ลงมาถึงหน้าบริษัท ซึ่งก็ได้เจอกับสุพจน์ที่กำลังยืนรออยู่พอดี

“คุณพจน์…”

หล่อนอุทานชื่อของชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเห็นเขาตอนหกโมงเย็นกว่าๆ แบบนี้

“คุณแก้ว”

“นี่คุณพจน์ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ”

“ผมเพิ่งเคลียร์งานจบน่ะครับ แล้วก็เห็นรถคุณแก้วยังจอดอยู่ก็เลยตัดสินใจยืนรอ”

หล่อนยิ้มบางๆ แต่สีหน้าเศร้าหมอง “ไม่เห็นต้องเสียเวลารอแก้วเลยค่ะ”

“ผมอยากคุยกับคุณแก้วนี่ครับ”

“เอ่อ…”

“เย็นนี้คุณแก้วว่างไหมครับ ไปดินเนอร์กับผมดีกว่า ผมรู้จักร้านอาหารอร่อยๆ หลายร้านนะครับ”

“เอ่อ แก้วไม่สะดวกน่ะค่ะ พอดีต้องรีบกลับบ้านไปหาแม่”

“คุณแก้วเป็นเด็กดีจังเลยนะครับ”

หล่อนยิ้มบางๆ ก่อนจะหน้าซีดเล็กน้อย เมื่อเห็นรถยนต์คุ้นตาแล่นเข้ามาภายในบริษัท มันเป็นรถหรูของภาคนั่นเอง

เขากลับมาที่นี่ทำไมอีก หรือว่าลืมของเอาไว้ คงจะใช่นั่นแหละ

“แก้วขอตัวก่อนนะคะคุณพจน์ พอดีบอสกลับเข้ามาน่ะค่ะ”

“อ๋อ ได้ครับ งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

“ค่ะ ค่ะ…”

แล้วหล่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรสุพจน์อีก สองเท้าก้าวยาวๆ ตรงไปยังร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งจะก้าวลงมาจากรถสปอร์ตราคาแพงระยับทันที

“บอส… ลืมของเหรอคะ”

“ใช่”

“ให้แก้วไปเอาให้ไหมคะบอส”

“ไม่ต้อง ผมจัดการเองได้”

น้ำเสียงของภาคเย็นชา จนคนฟังอย่างหล่อนสะท้านไปทั้งหัวใจ

“แต่แก้วอยากช่วย…”

“ก็บอกว่าไม่ต้องไง”

“ค่ะ…”

หล่อนตอบรับเสียงแผ่วเบา และเขาก็ไม่ได้ให้ค่าอะไรหล่อนอีกเลย นอกจากเดินผ่านหน้าไป พร้อมกับหายเข้าไปในบริษัท

น้ำตาของหล่อนร่วงกราวอาบแก้ม ก่อนจะรีบยกหลังมือขึ้นป้ายทิ้ง

หล่อนไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย…

หญิงสาวเศร้าหมองยิ่งนัก ขณะเดินไปยังรถเก๋งญี่ปุ่นของตนเอง และขับออกไปทั้งน้ำตา

ภาคหยุดเดินเอี้ยวตัวกลับไปมองด้านหลัง มองผ่านกระจกใสออกไป ท้ายรถของกนกแก้ววิ่งผ่านป้อมยามไปแล้ว เขามองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินหายเข้าไปในลิฟต์

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้กนกแก้วต้องรีบป้ายน้ำตาทิ้ง และดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน

“แม่เหรอจ๊ะ”

“ใช่จ้ะ แม่เอง”

เมื่อรู้ว่าคนที่มาเคาะประตูคือมารดา หล่อนก็รีบเช็ดน้ำตาจนแห้ง ก่อนจะเดินมาเปิดประตู และฝืนยิ้มให้กับบุพการี

“แม่มาตามไปกินข้าวน่ะ”

“แก้วไม่หิวเลยจ้ะแม่”

แม่ของหล่อนเอียงหน้ามองอย่างพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความแคลงใจ

“แก้วเป็นอะไรไปหรือเปล่าลูก หน้าตาดูไม่ดีเลยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”

“แก้ว… แค่ปวดหัวนิดหน่อยจ้ะแม่ นอนสักพักก็คงจะหาย”

กรมาศแตะต้นแขนของลูกสาวเบาๆ ลูบไปมาอย่างให้กำลังใจ

“งั้นก็นอนพักนะลูก แล้วพรุ่งนี้ค่อยสู้ใหม่”

หล่อนมองแม่น้ำตาคลอ ก่อนจะฝืนยิ้มเศร้าๆ ออกมา แม่คงมองออกว่าหล่อนกำลังทุกข์ใจ

“ขอบคุณจ้ะแม่”

หล่อนดึงประตูปิดลง ก่อนจะทรุดกายลงกับพื้น และปล่อยหยาดน้ำตาให้รินไหลออกมาท่วมท้นใบหน้าอย่างสุดกลั้น

เมื่อวานหล่อนไม่ได้มาทำงาน เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบาย ทั้งทางร่างกายและหัวใจ โดยหล่อนทำแค่เพียงโทรไปลางานกับภาคสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร พร้อมกับอวยพรให้หล่อนหายไวๆ อีกต่างหาก

วันนี้หล่อนยังมีอาการหน้ามืดเล็กน้อยตอนตื่นขึ้นมา แต่ก็พยายามที่จะฝืนใจไปทำงาน เพราะไม่อยากหยุดงานต่อเนื่องนัก

“หน้ายังซีดๆ อยู่เลยนะแก้ว ไปทำงานไหวเหรอ”

แม่ของหล่อนเอ่ยถามเมื่อหล่อนเดินออกมาจากห้องนอน

“ไหวจ้ะแม่”

“แน่ใจนะ ถ้าไม่ไหวก็พักอีกสักวันเถอะ”

ในโลกนี้คงมีแต่มารดาคนเดียวเท่านั้นแหละที่เป็นห่วงเป็นใยหล่อนเสมอ

หยาดน้ำตาซึมไหลเอ่อออกมาคลอเบ้า

“แก้วไปไหวจริงๆ จ้ะแม่ ขอบคุณแม่มากนะจ๊ะ”

หล่อนเห็นแม่ถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะแขนของหล่อน

“งั้นขับรถดีๆ นะ แม่ห่อข้าวเช้าเอาไว้ให้แน่ะ เอาไปกินที่ทำงานนะ”

“ขอบคุณจ้ะแม่”

หล่อนเดินตามแม่ตรงไปยังหน้าบ้าน แม่ส่งห่อใส่อาหารเช้ามาให้

“ถ้าไม่ไหว กลับบ้านนะลูก”

“จ้ะแม่”

หล่อนฝืนยิ้มให้กับมารดา ก่อนจะก้าวขึ้นรถ และขับออกไปในที่สุด

ตลอดทางก็เต็มไปด้วยความหมองเศร้า เมื่อคิดว่ากำลังจะได้เจอหน้าของภาคอีกครั้ง เจอหน้าผู้ชายที่หัวใจไม่เคยมีหล่อนอยู่ในนั้นเลย

แต่หล่อนคงทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจากก้มหน้ารับกรรมนี้ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่…

เมื่อหล่อนมาถึงที่ทำงาน ก็พบว่าภาคยังเดินทางมาไม่ถึง ชายหนุ่มอาจจะเข้างานสาย ซึ่งเมื่อก่อนเขาจะโทรมาบอกหล่อนล่วงหน้า แต่หนนี้ไม่มีอีกแล้ว

หล่อนหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หน้าโต๊ะทำงานของตนเอง นิ้วเรียวขาวสะอาดยื่นไปกดเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตรงหน้า ดวงใจเหม่อลอยไปไกล

“พี่แก้ว…”

เสียงเรียกของใครบางคนทำให้หล่อนสะดุ้งตกใจ และหันไปมอง

“กุ้งนั่นเอง”

เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่หล่อนให้ความสนิทสนมด้วยยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่ข้างตัว

“เมื่อวานไม่สบายเหรอคะพี่แก้ว”

“ใช่จ้ะ ปวดหัวมาก เลยมาทำงานไม่ได้”

“แล้วนี่พี่แก้วหายดีหรือยังคะ”

“ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะจ้ะ ว่าแต่กุ้งเถอะ มีอะไรกับพี่หรือเปล่า มาหาแต่เช้าเลย”

คู่สนทนาระบายยิ้มกว้าง ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องทำงานของภาค

“บอสยังไม่มาใช่ไหมพี่”

“ยังจ้ะ”

“กุ้งจะเม้าบอสให้ฟัง”

กนกแก้วเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจในทันที

“เม้าบอสเหรอจ๊ะ”

“ใช่จ้ะพี่แก้ว”

“เรื่องอะไรล่ะกุ้ง”

หล่อนไม่ได้สนใจจะฟังนัก เพราะตอนนี้สมองเฉื่อยชาอ่อนแรง

“ก็เมื่อวานไงล่ะพี่แก้ว… รู้ไหมว่าพอพี่แก้วไม่มาทำงานนะ บอสอาละวาดใหญ่โตเลย”

“อาละวาดใหญ่โต?” หล่อนย้อนถามย้ำเพราะคิดว่าคู่สนทนาล้อเล่น

“ก็ใช่น่ะสิพี่แก้ว ทุกคนในห้องประชุมโดนกันถ้วนหน้าเลย แต่คนที่โดนมากที่สุดเห็นจะเป็นหัวหน้าแผนก R&D ที่ชื่อสุพจน์น่ะค่ะ”

หล่อนยิ่งฟังก็ยิ่งแปลกใจ และก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินนัก

“แต่บอสไม่ใช่คนแบบที่จะอารมณ์เสียโดยไม่มีเหตุผลนะ”

“ก็นั่นสิน่ะพี่แก้ว สงสัยเมื่อวานจะอารมณ์บูดมาก ก็เลยอาละวาดแบบนั้น นี่กุ้งสงสารพี่สุพจน์จังเลย เห็นว่าถูกเลิกจ้างไปแล้วด้วย”

“ถูกเลิกจ้างเลยเหรอ”

หล่อนตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะสุพจน์ก็คือเพื่อนคนหนึ่งของหล่อน

“ใช่ค่ะ แต่บอสก็จ่ายเงินล่วงหน้าหนึ่งปีเลยนะพี่แก้ว ใจป้ำมากๆ”

หล่อนอึ้งพูดไม่ออก พยายามนึกหาเหตุผลที่สุพจน์ทำให้ภาคไม่พอใจ แต่ก็นึกไม่ออก

“แล้วทำไมบอสถึงได้โมโหคุณสุพจน์นักล่ะกุ้ง”

“เห็นเขาเม้ากันว่า บอสน่าจะไม่พอใจพี่สุพจน์มาก่อนหน้าน่ะค่ะ แล้วพอพี่สุพจน์นำข้อมูลผิดๆ มารายงานในห้องประชุม บอสก็เลยซัดซะใหญ่โต”

“แต่พี่ว่าบอสไม่น่าจะไม่ชอบขี้หน้าคุณสุพจน์มาก่อนหน้านี้นะ เพราะถ้าบอสไม่พอใจใคร พี่ก็น่าจะต้องรู้ด้วย”

“เค้าเม้ากันมาแบบนี้แหละพี่แก้ว อ้อ… แล้วก็มีคนเม้ามาอีกว่าสาเหตุที่ทำให้บอสไม่ชอบขี้หน้าพี่สุพจน์ก็เพราะว่าบอสหวงพี่แก้ว”

“หวงพี่?!” หล่อนอุทานตกใจ ก่อนจะส่ายหน้าดิก “ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก คนพวกนี้ก็พูดกันไปเรื่อย”

เลขาบนเตียง

เลขาบนเตียง

เธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน… “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง…” “บอส…?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ…” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว… แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป…” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว…” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset