เหล่าผู้หญิงที่ทำให้ผมช้ำชอกใจต่างก็จับจ้องมาที่ผม แต่ผมเกรงว่ามันน่าจะสายไปแล้วล่ะ – ตอนที่ 7: ปัญหาของแม่

ปัญหาของแม่

 

“ใครกันล่ะเนี่ย?” (แม่)

 

แล้วในวันถัดมา หลังจากที่เอาตัวรอดจากอันตรายในวันเสาร์มาได้ ก็มีเสียงกริ่งประตูถูกกดเรียกในช่วงประมาณ 7:00PM แล้ววันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ที่แม่อยู่บ้าน เธอนั้นสวมเสื้อเชิ้ทหลวมๆกับกางเกงเลคกิ้งรัดๆ ที่ผมถึงทนดูไม่ไหว ทำได้เพียงแค่หันมองไปทางอื่น แล้วผมก็กลัวนะที่อยู่ๆพี่สาวของผมก็เริ่มมองมาทางผม คงด้วยเหตุผลอะไรซักอย่างนั่นแหล่ะ แต่ว่าผมก็ตัดความคิดนี้ในหัวออกไป ใช่แล้วยังไงเธอก็ออกจะงดงามและโดดเด่น ผมสงสัยอยู่รึว่าเธอนั้นกำลังกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักของเธอกันนะ?

 

“ผมจะไปเปิดเองครับ” (ยูกิโตะ)

 

แล้วนั่นก็คือฮิมิยามะซัง ที่มาหาผมนั่นเอง แล้วที่ผมจากเธอมามันก็วันนึงเองนะ และตอนนี้ผมก็กำลังเริ่มที่จะเหงื่อตก

 

“สวัสดีตอนเย็นจ๊ะ ยูกิโตะคุง” (มิซากิ)

 

“นี่มันก็แค่วันเดียวผ่านไปเท่านั้นนะครับ ฮิมิยามะซัง” (ยูกิโตะ)

 

เห็นไหมล่ะ ระยะห่างของพวกเรานั้นอยู่ๆก็ลดฮวบโดยไม่ทันได้รู้ตัวเลย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันละเนี่ย? นี่มันเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นทั่วไปของการลงโทษอย่างนึงงั้นเรอะ

 

“ใครกันน่ะ ยูกิโตะ……?” (แม่)

 

“นี่คือคุณฮิมิยามะซัง ที่เพิ่งจะย้ายมาอยู่ข้างบ้านเราน่ะครับ” (ยูกิโตะ)

 

“โอ้จริงเหรอเนี่ย” (แม่)

 

ดูแล้วแม่คงจะเข้ามาจัดการต่อได้ ขอบคุณพระเจ้า ผมอยากที่จะไปจากจุดนี้เต็มแก่แล้ว แต่แล้วด้วยสถานะการณ์บังคับของการที่เป็นคนรู้จักกันยังคงทำให้ผมจะต้องอยู่ตรงนี้ต่อไป แล้วผมก็ไม่รู้ว่าทำไม ฮิมิยามะซัง ถึงได้เอามือผมไปจับไว้ไม่ปล่อยแบบนี้เนี่ย?

 

“ฉันหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันนะคะ” (มิซากิ)

 

“ค่า เหมือนกัน ถ้าหากว่าทางคุณมีปัญหาอะไร ก็มาหาพวกเราได้ตลอดเลยนะคะ” (แม่)

 

“ขอบคุณมากนะคะ แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ ยูกิโตะคุง” (มิซากิ)

 

“ครับเช่นกัน ฮิมิยามะซัง” (ยูกิโตะ)

 

แล้วเธอก็ลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา

 

“โอ๊ะ ขอโทษทีนะจ๊ะที่ไปทำกับเธอหมือนกับเด็กเล็กๆน่ะ ฉันต้องขอโทษที่ทำไม่เหมาะไปน่ะ” (มิซากิ)

 

“โอ้ ผมก็ไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้กับผมมาก่อนครับ และคุณก็ดูเหมือนกับแม่ผมเหมือนกัน ขออภัยที่ทำตัวไมเหมาะสมเช่นกันครับ” (ยูกิโตะ)

 

“โอ้ จริงเหรอจ๊ะ? ฉันรู้สึกดีใจที่ได้ยินนะ แล้วเจอกันใหม่” (มิซากิ)

 

“โอเค ราตรีสวัสดิครับ” (ยูกิโตะ)

 

แล้วผมก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าไอ้การกระทำที่ทำออกไปนี้มันจะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้นมาในภายหลัง

 

———————————————————————————————————-

 

[มุมมองของแม่]

 

“เฮ้ออออออ………” (แม่)

 

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาจากปากฉัน ตอนนี้ฉันออกไปที่ระเบียงด้านนอกเพื่อที่ทำให้หัวของฉันเย็นลง ลมเย็นๆได้พัดผ่านแก้มของฉันทำให้รู้สึกสบาย ฝนที่ตกจากท้องฟ้า ได้ทำให้ทั่วทั้งบริเวณเปียกแฉะไปหมด  มิซากิ ฮิมิยามะ เธอเป็นคนที่มีบุคลิกอันอ่อนโยนและคุยด้วยง่าย เธอจะต้องเป็นคนที่ดีแน่ๆ ดูพวกเราน่าจะมีอายุเท่าๆกัน และพวกเราคงจะต้องมีการติดต่อกันอีกในเวลาอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตามมันมีอะไรอย่างอื่นที่มาทำให้หัวใจของฉันมืดมัวลงราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝนในวันนี้

 

“ฉันอิจฉาเธอจัง…..” (แม่)

 

มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนผสมปนเปกัน

 

การพูดคุยของพวกเขาครั้งนี้นั้นช่าง……. พวกเขาดูมีความสุขราวกับมีความสัมพันธ์เหมือนแม่กับลูกเลย นี่แหล่ะที่ฉันอยากจะให้เป็นอย่างนั้น ฉันจินตนาการถึงความสุขที่จะได้รับจากการทำแบบนั้นกับเขา เหมือนแบบนั้นไม่ได้เลย ถ้าหากพวกเราสามารถคุยกันอย่างยินดีแบบนั้นได้ล่ะก็ ฉันมั่นใจเลยว่าฉันจะต้องรู้จักลูกชายของตัวเองมากกว่าที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้แน่

 

แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกของเรานั้นมันกลายเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดและบอบบาง จนทำให้ได้แต่เพียงแค่คิดอย่างเดียวแล้วในตอนนี้ ฉันไม่สามารถที่จะทำให้มันดีขึ้นได้ ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี จนถึงกับทำให้น้ำหนักตัวของฉันนั้นตกลง ฉันควรที่จะถ่ายภาพของพวกลูกๆของฉันด้วยกล้องที่ซื้อมาเพื่อเก็บเอาช่วงเวลาที่พวกเขานั้นเติบโตขึ้น และถ่ายรูปไว้พร้อมๆกัน แล้วตอนนี้กล้องนั้นมันก็จมอยู่ในกองฝุ่น เมื่อไหร่กันนะคือครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้ออกไปข้างนอกด้วยกัน? แค่เราสามคน  แม่ ลูกชาย และลูกสาว ฉันไม่สามารถปกป้องสายสัมพันธ์ระหว่างเราสามคนเอาไว้ได้เลย

 

ฉันไม่เข้าใจคำพูดที่ ยูกิโตะ พูดออกไปก่อนหน้านี้ที่ว่า “ผมก็ไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนกับผม” และ “คุณก็ดูเหมือนกับแม่ของผม” ถ้างั้นแล้วฉันคนนี้ล่ะเป็นใครกัน? ฉันหัวเราะเยาะเบาๆให้กับตัวเอง ฉันสงสัยว่าฉันยังจะมีสิทธ์ที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นแม่ได้อยู่อีกไหม ฉันสงสัยว่าครั้งสุดท้ายคือตอนไหนกันที่ฉันได้เอาใจใส่กับลูกชายของฉัน แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามนึกสักเท่าไหร่มันก็เปล่าประโยชน์ เขาไม่เคยได้เราการเอาใจใส่เลย

 

ฉันไม่เคยมองเขาให้ดี ไม่เคยถามอะไรเขาสักอย่าง ไม่แม้แต่จะให้เขาถามอะไรด้วยซ้ำ เพราะว่าความที่นิสัยโง่เง่าของฉั้นที่มีนั้นเคยทำมันไว้ให้กับเขาในอดีต มันเลยส่งผลทำให้เขาได้กลายมาทำตัวแบบนี้กับฉันในตอนนี้ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าสิ่งนี้ มันได้กลายมาเป็นบรรทัดฐานที่เป็นเหมือนสิ่งปกติ และฉันก็น่าจะไม่ได้เป็นที่ต้องการอะไรจากลูกชายอีกต่อไป สิ่งที่ได้เห็นจากตาของเขาก็มีเพียงความสิ้นหวัง เขาไม่คาดหวังอะไรสักอย่าง ไม่ร้องขออะไรเลย ราวกับย้อมแพ้ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว นี่น่ะมันเป็นความผิดของฉันที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ กว่าที่ฉันจะรู้สึกตัวมันก็สายเกินไปเสียแล้ว ฉันสามารถบอกได้เลยว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นต้นมา มันก็คือความผิดของฉันทั้งหมด ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดขึ้นทั้งหมด

 

ทีละเล็กทีละน้อย ความสัมพันธ์นั้นก็แตกสลายลง อ่อนแอ และเติบโตไปในทิศทางที่ผิดๆ โดยที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลยสักนิด พวกเราทั้งคู่ต่างก็ต้องเจ็บปวด แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไปกันหากว่าพวกเราจะยังคงเป็นแบบนี้อยู่ไปเรื่อยล่ะ? คิดว่าทุกๆอย่างมันจะต้องไม่ดีอย่างแน่นอนน่ะสิ

 

ความวิตกกังวลได้เข้าเกาะกุมหัวใจของฉัน ฉันสะบัดหัวออกไป ถ้าหากว่าฉันยอมเผชิญหน้าด้วยความรู้สึกที่ซึ่อตรงล่ะ ความรู้สึกของฉันที่มีแต่จะแย่ลงน่าจะดีขึ้นได้บ้าง ฉันรู้สึกอิจฉาอย่างที่สุดที่ได้มองเห็นพวกเขาพูดคุยกันได้แบบนั้นต่อกันในเวลานั้น แล้วความกลัวก็ได้ฝังตัวลงไปลึกในมุมนึงของจิตใจฉัน

 

เป็นได้ไหมว่าลูกชายของฉันจะถูกแย่งไป?

 

ฉันยอมรับว่าฉันรู้สึกลึกๆแบบนี้ในที่ไหนสักแห่งในตัว มันจะต้องไม่เป็นความจริง เขานั้นเป็นลูกชายเป็นสายเลือดของฉัน แต่ว่าเพียงแค่สายเลือดเดียวกันนั้นมันจะทำให้ฉันเป็นแม่ได้ไหม? ฉันนึกสงสัยในตัวเอง อันที่จริงแล้วฉันคงพูดได้ว่ามันก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะเป็นการพิสูจน์ว่ามันใช่

 

บางทีเขาอาจจะไม่ได้คิดว่าฉันเป็นแม่ของเขาอีกแล้ว

 

เพราะอย่างงั้นสินะเขาก็เลยถามคำถามอย่างจริงจังมาที่ฉันว่า ฉันเป็นแม่เขารึเปล่า? และต่อด้วยการอธิบายทฤษฏีที่ว่าเขานั้นถูกเก็บมาจากใต้สะพานใช่ไหม?

 

ฉันมันใจว่าเขาต้องคิดว่าเขานั้นไม่ได้รับความรักอีกแล้ว มันก็แน่นอนล่ะ ไม่ว่าฉันจะปฏิเสธไปด้วยคำพูดเท่าไหร่ ทัศนคติในอดีตของฉันที่ผ่านไปแล้วมันก็ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น ความรักที่ควรจะได้รับและความสุขที่ควรจะมี มันไม่พอและหายไป ความรู้สึกของเขานั้นไม่ได้พัฒนาขึ้นอีกเลย รวมไปถึงหัวใจอันเหี่ยวเฉาของเขา ผลลัพนั้นก็คือสิ่งที่สามารถเห็นได้อยู่ในตอนนี้

 

ฉันสงสัยว่าถ้าหากเป็นเธอ มิซากิ ฮิมิยามะ น่าจะสามารถมอบความรักให้กับเขาได้ ฉันยังจำแววตาของเธอได้ ถึงแม้ว่าว่าฉันจะเพิ่งเคยพบเธอแต่ครั้งเดียว ฉันรู้สึกได้เลยว่าดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเสน่หา แล้วนอกจากนี้เธอก็ยังสามารถให้ความผูกพันธ์กับลูกชายของฉันได้อย่างน่าประหลาด ฉันเองก็อยากทำแบบเดียวกันนี้ด้วย แต่ก็ไม่สามรถทำได้

 

แต่ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนที่พยายามจะมอบความผูกพันธ์ให้กับเขา บางทีต่อไปฉันก็คงจะไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกแล้วน่ะสิ

 

ไม่นะ ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น-!

 

ทำไมฉันจะต้องทำงานให้มันหนักขนาดนี้กันล่ะ? ก็มันเพราะเพื่อครอบครัวนี่ ฉันไม่ได้อยากที่จะปล่อยมันไปนะ ฉันไม่อยากที่จะยอมแพ้ในฐานะของแม่ แล้วอารมณ์อันรุนแรงก็ได้กำลังก่อตัวหมุนเป็นวังเวียนอยู่ในใจของฉัน นี่คือครอบครัวที่มีเพียงเราสามคนนะ ไม่มีทางที่ฉันจะต้องอยู่แบบนี้ต่อไปเพื่อที่จะมารอนั่งเสียใจทีหลังแล้ว

 

งานของฉันก็กำลังจะอยู่ตัวแล้ว และฉันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปทำงานให้บ่อยแล้ว ฉันยังมีโชคมากพอที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานให้มาอยู่ที่บ้านได้ ด้วยสิ่งนี้จะช่วยให้ฉันได้มีเวลา ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบตัวได้อย่างเต็มที่ บางทีนี่คงจะเป็นโอกาสสุดท้ายของฉันแล้ว โอกาสสุดท้ายที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งขึ้น ฉันจะต้องหันกลับไปเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมาซะที

 

ถ้าหากฉันพลาดโอกาสนี้ไปแล้วล่ะก็ มันก็คงจะสายเกินกว่าจะแก้ไขได้อีกแล้ว ในตอนนี้ฉันอยากที่จะเชื่อนะว่ามันยังคงพอมีเวลา ฉันควรที่จะต้องนำมันกลับมาให้ได้ ฉันมั่นใจว่าพวกเราน่าจะเริ่มต้นใหม่กันได้

 

แต่มันก็ช่างดูยากลำบากเสียเหลือเกิน

เหล่าผู้หญิงที่ทำให้ผมช้ำชอกใจต่างก็จับจ้องมาที่ผม แต่ผมเกรงว่ามันน่าจะสายไปแล้วล่ะ

เหล่าผู้หญิงที่ทำให้ผมช้ำชอกใจต่างก็จับจ้องมาที่ผม แต่ผมเกรงว่ามันน่าจะสายไปแล้วล่ะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย เหล่าผู้หญิงที่ทำให้ผมช้ำชอกใจต่างก็จับจ้องมาที่ผม แต่ผมเกรงว่ามันน่าจะสายไปแล้วล่ะผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงอยากจะมาบอกกับผมในเรื่องนี้ บางทีเธอคงจะคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเพื่อนสมัยเด็กละนะ แล้วผมก็อ่านความคิดของอื่นไม่ได้ซะด้วยสิ ในทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นของเธอมันก็ได้ทำร้ายผมไปมากกว่าสิ่งที่เคยผ่านมาทั้งหมดเสียอีก ผมจำไม่ได้นะว่าพวกเราเคยไปสัญญาว่าจะแต่งงานอะไรกันไว้รึเปล่า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นได้บ่อยๆกับหลายๆคนที่เป็นเพื่อนสมัยเด็ก แต่ยังไงเธอนั้นก็พิเศษสำหรับผม เธอคงมีเหตุผลนั่นแหล่ะ แล้วผมก็ถูกผลักให้ตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผมเลย

Comment

Options

not work with dark mode
Reset