แฟนผมกลายเป็นซอมบี้ – ตอนที่ 885 พลังต่อสู้ของจอมตะกละ…

ด้านหลังบริษัทลอว์สันเป็นพื้นที่ว่างผืนหนึ่ง ถัดออกไปข้างหลังอีกจะเป็นรั้วกั้นและเขตป่า นอกเหนือจากนี้ ทั้งสองด้านยังมีห้องพักอยู่ด้านละแถว หากมองเข้าไปในประตูที่เปิดอ้าไว้ แทบจะเป็นห้องพักที่ว่างเปล่า

ดังนั้นหลิงม่อจึงพุ่งเป้าการสำรวจไปที่ประตูหลังของตึก การปล่อยหุ่นซอมบี้สองตัวให้เข้าไปจากจุดเดียวกัน ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดอย่างเห็นได้ชัด…และเรื่องจริงก็ได้พิสูจน์แล้ว ว่าความคิดของเขาถูกจริงๆ…

หุ่นซอมบี้เพิ่งจะเดินไปถึงด้านหลังตึก หลิงม่อก็สังเกตเห็นประตูเหล็กบานหนึ่งกับบันไดสองขั้นทันที ที่สำคัญคือ ประตูบานนั้นถูกเปิดทิ้งไว้!

แต่เขายังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ หุ่นซอมบี้ก็ค้นพบอะไรบางอย่างก่อน…ในร่องระบายน้ำข้างตึก เหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่…

หลิงม่อควบคุมหุ่นซอมบี้ให้เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง และก้มหน้ามองเข้าไปในร่องระบายน้ำ

ใบไม้และเศษเล็กๆ ที่ไม่รู้ปลิวมาจากไหนลอยอยู่บนน้ำครำสีดำสกปรก ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นที่ประหลาดมากลอยโชยออกมาจากในนั้น หากขยับเข้าไปมกล้หน่อยก็จะรู้สึกแสบจมูกเลยทีเดียว

หุ่นซอมบี้นั้นไม่เป็นไร แต่ร่างจริงของหลิงม่อกลับอดรู้สึกขยะแขยงไม่ได้

“นี่จะใช่สาเหตุที่ทำให้ประสาทรับกลิ่นถูกก่อกวนไหมนะ?” หลิงม่อคิด พลางปิดจมูกและมองเข้าไปข้างในร่องระบายน้ำ

เมื่อเขาเข้าใกล้ผิวน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเหมือนมองเห็นเงาอะไรบางอย่างสะท้อนอยู่ในน้ำ

“ยังไงก็ต้องสำรวจให้ละเอียดก่อน…”

หลิงม่อหันไปมองหาอะไรบางอย่างรอบๆ จากนั้นก็เดินออกไปหักกิ่งไม้หนึ่งกิ่ง แล้วเดินกลับมาข้างๆ ร่องระบายน้ำอีกครั้ง

ความจริงภาพนี้เป็นภาพที่ประหลาดมาก…ซอมบี้ดุร้ายตัวหนึ่งยืนถือกิ่งไม้ด้วยท่าทางจริงจัง จากนั้นก็ค่อยๆ ยื่นมันเข้าไปในน้ำ…เพื่อระวังไม่ให้กิ่งไม้หัก หลิงม่อจึงจับกิ่งไม้ด้วยนิ้วมือเพียงสองนิ้ว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ดูประหลาดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า…

กิ่งไม้เพิ่งจะจมเข้าไปในน้ำไม่ถึงห้าเซนติเมตร หลิงม่อก็รู้สึกเหมือนตัวเองแทงโดนอะไรบางอย่างแล้วจริงๆ และหลังจากที่เขาออกแรงเพิ่มอีกนิด…

“ซ่า”

เมื่อเสียงหนึ่งดังเบาๆ ก็มีอะไรบางอย่างกระโดดขึ้นมาจากใต้น้ำ

“ชิท!”

หลิงม่อตกใจจนเกือบทำกิ่งไม้หลุดมือ ขณะเดียวกันก็ก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว

ศพ…ไม่คิดเลยว่าในน้ำนี้จะมีศพถูกแช่ไว้!

ถ้าเป็นศพธรรมดาก็แล้วไป แต่สภาพการตายของพี่น้องซอมบี้ตัวนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน

ใบหน้าของมันถูกแทะจนแหว่ง บาดแผลถูกแช่ในน้ำจนพองและขาวซีด แล้วยังมีน้ำครำสีดำมากมายที่กำลังไหลออกจากเบ้าตากลวงโบ๋ของมันอย่างต่อเนื่องนั่นอีก นอกจากนี้ริมฝีปากของเขาก็ได้หายไป ร่างกายตั้งแต่ส่วนคอลงไปเหมือนจะเต็มไปด้วยรูแผลมากมาย …

หลิงม่อครุ่นคิด สุดท้ายก็ตัดสินใจแทงกิ่งไม้เข้าไปอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็แทงลึกไปจนถึงก้นร่องน้ำ

“โอเค…”

ตามคาด ในนี้ไม่ได้มีศพอยู่แค่ศพเดียว…

และดูจากความลึกของร่องระบายน้ำแล้ว ศพเหล่านี้ถูกชำแหละเป็นชิ้นๆ ก่อน แล้วค่อยโยนเข้าไปในนั้น

“ใครกันนะเห็นที่นี่เป็นถังขยะ…”

จุดจบของศพเหล่านี้ไม่ต่างจากเศษอาหารที่ถูกเททิ้ง ดูจากบาดแผล หลิงม่อคิดว่าผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่จะต้องเป็นคนที่เลือกกินมากอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น —“ถ้าหากฉันวิวัฒนาการแล้ว ฉันจะฆ่าซอมบี้ระดับต่ำในแต่ละมื้อ หนึ่งตัวเอาไว้กิน อีกหนึ่งตัวเอาไว้สำหรับทิ้ง และก่อนทิ้ง ฉันก็จะกัดมันซักหนึ่งคำ…”

ระหว่างที่กำลังสำรวจ หลิงม่อกลับไม่ได้ตระหนักถึงบางสิ่ง…

ประตูเหล็กที่เปิดทิ้งไว้ครึ่งหนึ่งบานนั้น อยู่ๆ ก็ขยับเบาๆ และค่อยๆ เปิดกว้างออก…

“ไม่ใช่ข่าวดีเหมือนกัน…” หลิงม่อถอนหายใจ โยนกิ่งไม้ทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน

แต่ในขณะที่กิ่งไม้กระทบผิวน้ำจนเกิดหยดน้ำกระเซ็น เขากลับมองเห็นเงาร่างที่โผล่มาและหายไปอย่างรวดเร็วสะท้อนอยู่บนผิวน้ำ…และนั่น กลับกลายเป็นภาพสุดท้ายที่หุ่นซอมบี้ตัวนี้มองเห็น…

“ชิท!”

ร่างจริงของหลิงม่อตกใจจนเหงื่อท่วมตัว

ถึงแม้ตอบสนองรวดเร็วพอ แต่เขากลับยังคงรู้สึกปวดขมับตุบๆ

ดีที่ถึงแม้พลังจิตถูกเผาผลาญไปแล้ว แต่กลับสามารถเลี่ยง “ประสบการณ์สัมผัสความตาย” มาได้

หลิงม่อไม่อยากตาย ถึงแม้จะเป็นแค่ความรู้สึกร่วมเพียงครั้งเดียวก็ตาม…เขามีภาระที่ต้องแบกรับมากมายเหลือเกิน

หลายวินาทีผ่านไป สิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขาก็มีเพียงคำคำเดียว—

“ฉิบชาย!”

ไม่คิดเลยว่าหุ่นซอมบี้ของเขาจะตายไปทั้งอย่างนี้!

หรือถึงแม้ยังไม่ตาย แต่ก็น่าจะอยู่ห่างจากความตายไม่ไกลแล้ว!

อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ได้ยังไง? เขาอยู่ในสถาวะระวังตัวตลอดเวลานี่นา!

การที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้ คำตอบมีเพียงอย่างเดียว…อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าหุ่นซอมบี้ของเขามาก มากจนถึงขั้นถึงจะตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายได้ยังไง! หลิงม่อคิดเสมอมาว่าตัวเองระแวดระวังเป็นอย่างดี ถึงแม้ประสาทสัมผัสจะไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าซอมบี้ แต่ก็เหนือชั้นกว่าระดับวิวัฒนาการของเขาในตอนนี้มากอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงถูกลอบโจมตีในขณะที่ไม่รู้ตัวเลยซักนิด และไร้เรี่ยวแรงขัดขืน

ถ้าหากว่าไม่ได้ยืนอยู่หน้าร่องระบายน้ำพอดี ไม่แน่ว่าเขาอาจไม่เห็นแม้กระทั่งเงาร่างนั้นแล้วด้วยซ้ำ…

“นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!” หลิงม่อยังคงตกอยู่ในภวังค์ตื่นตะลึงอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ก่อนเคลื่อนไหวเขาก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแล้ว แต่นี่มันเร็วเกินไปไหม!

“ซย่าน่า!”

เรื่องแรกที่หลิงม่อทำหลังจากตั้งสติได้ ก็คือพุ่งสมาธิไปยังพวกเย่เลี่ยน

เมื่อสลับมุมมองสายตา หลิงม่อก็มองเห็นตึกใหญ่หลังเดิมจากอีกมุมหนึ่ง แถมยังเป็นมุมที่ค่อนข้างสูงเสียด้วย…

พวกเธออยู่บนดาดฟ้า!

หลังจากตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ หลิงม่อรีบหันไปมองทางร่องระบายน้ำตรงนั้น

ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงสิบวินาทีเท่านั้น ไม่แน่เขาอาจมองเห็นว่าตกลงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกันแน่ที่ลงมือ…

แต่ผลลัพธ์จากการหันไปมอง กลับยังคงพูดได้แค่คำเดียว…

“ฉิบหาย!”

หายไปแล้ว! อย่าว่าแต่ผู้ลอบโจมตีเลย แม้แต่หุ่นซอมบี้ของเขาก็หายไปด้วยแล้ว!

พื้นที่ด้านหลังตึกใหญ่กลับสู่ความเงียบอันน่าประหลาดเหมือนเดิม และเหมือนว่าไม่มีแม้แต่คราบเลือดหลงเหลืออยู่บนพื้น

จากตรงนี้สามารถมองเห็นมุมหนึ่งของประตูเหล็กได้เหมือนกัน นั่นแสดงว่าประตูบานนั้นยังคงเปิดทิ้งไว้เหมือนเดิม

เพียงแต่สำหรับหลิงม่อในตอนนี้ ประตูบานนั้นไม่ต่างจากปากของปีศาจที่กลืนกินผู้คนเลยแม้แต่น้อย…

“จะลองดูอีกครั้งดีไหม?” หลิงม่อครุ่นคิด และเขาก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

ถึงแม้จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ยังไงเขาก็เป็นคนที่ถูกลอบโจมตีอยู่ดี!

เสียเปรียบไปขนาดนั้น ถ้าหากยังทนเงียบอยู่อย่างนี้ ก็ไม่ใช่หลิงม่อแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งอันตราย ก็ยิ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นอีกเดี๋ยวจะค้นหาอุปกรณ์ได้ยังไง!

หากเปลี่ยนมุมมองคิด ความจริงเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีได้เหมือนกัน…เมื่อเป็นอย่างนี้ อย่างน้อยข้างในนั้นก็น่าจะไม่จะเกิดความเสียหายมาก ความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์เครื่องมือพวกนั้นจะอยู่ในสภาพครบถ้วนสมบูรณ์และสามารถขนย้ายได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย…

เจ้ามาสเตอร์บอลที่อยู่บนป้อมยามพลันขยับเบาๆ หนวดสัมผัสทางจิตเส้นหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างกายของมันที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง จากนั้นก็ยื่นไปทางซอมบี้ที่อยู่ไกลๆ พวกนั้น…หนึ่งนาทีต่อมา ก็มีหุ่นซอมบี้ไปโผล่อยู่ที่ด้านหลังตึกอีกตัว

ครั้งนี้ มันเดินเข้าไปในประตูเหล็กบานนั้นโดยตรงๆ…

ส่วนเจ้ามาสเตอร์บอลยังคงหยุดอยู่ที่เดิม ความจริงแล้ว มันค่อนข้างต่อต้านสถานที่แห่งนี้ และเมื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของมัน หลิงม่อไม่ได้คิดจะให้มันเข้าไปในนั้นส่งเดชอยู่แล้ว สำหรับมนุษย์ เจ้ามาสเตอร์บอลถือเป็นสิ่งที่ยากจะหาได้ แต่สำหรับซอมบี้ มันกลับเป็นสิ่งที่ได้มาอย่างง่ายดาย…

สรุปก็คือ เจ้ามาสเตอร์บอลก็ยังคงเป็นจอมตะกละเท่านั้นเอง…

“เด็กโง่ พวกเธอรอก่อนนะ…” หลิงม่อบอก

“ทำไมยังต้องรออีกล่ะ…” รุ่นพี่นั่งยองๆ ลงไปอย่างกระเง้ากระงอด พลางกอดเข่าแล้วบอกว่า “คนเขาอยากได้อ่ะ!”

ส่วนซย่าน่า เธอเอาแต่จ้องตึกใหญ่หลังนั้นตลอด ดวงตาทั้งคู่ได้กลายเป็นสีแดงข้างหนึ่งสีดำข้างหนึ่งตั้งนานแล้ว…

“รุ่นพี่ อย่าพูดอะไรสองแง่สองง่ามอย่างนี้สิ…”

“รอเถอะ…” เย่เลี่ยนกระชับปืน พลางกระพริบตาโตๆ ของเธอแล้วบอก

แล้วเธอก็หันไปมองทางตึกใหญ่หลังนั้น พลางพึมพำเสียงเบาอย่างกังวลว่า “มีเรื่อง…บางอย่างเกิดขึ้น…”

ในอาคารสองชั้น จู่ๆ อวี่เหวินซวนที่มักหันมามองเป็นพักๆ ก็จ้องหลิงม่อ

ใบหน้าที่มักแสดงสีหน้าติ๊งต๊องของเขาฉายแววแปลกไปเล็กน้อย ไม่นานเขาก็ถอนหายใจเบาๆ…

“เป็นอะไรไป?” มู่เฉินถามทันที

อวี่เหวินซวนรีบละสายตาออกไป จากนั้นก็ฉีกยิ้ม “ฮ่าฮ่า ไม่มีอะไรหรอก! เล่นไพ่เปล่า?”

“ฉันตามความคิดนายไม่ทันจริงๆ…” มู่เฉินยังอยากจะถามต่อ แต่กลับถูกคำชวนของอวี่เหวินซวนดักคอซะก่อน

“ก็มันว่างนี่นา…”

“เฝ้าระวังไว้ให้ดีเถอะน่าไอ้พี่ชาย ไม่เห็นหรอว่าหัวหน้าทีมหลิงเขาตั้งใจทำงานทำการขนาดไหน…”

“อุวะฮ่าฮ่า…”

…แอ๊ด…

เมื่อประตูเหล็กถูกหลิงม่อปิดช้าๆ เสียงเบาๆ นี้ก็ได้เงียบหายตามไปด้วย

คงเป็นเพราะอยู่ในทางเดินแคบๆ เส้นหนึ่ง ดังนั้นแม้แต่เสียงเบาๆ ก็ยังดังฟังชัดมาก ทำเอาหลิงม่อใจหายใจคว่ำอยู่ครู่หนึ่งเลยทีเดียว…

หุ่นซอมบี้อีกตัวหนึ่งของเขาได้เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่เรียบร้อยแล้ว มันกำลังเดินเลียบตามแนวกำแพงเข้าไปข้างใน ดูจากระยะห่างของสายสัมพันธ์ทางจิต…เหมือนว่าหุ่นซอมบี้ทั้งสองตัวจะอยู่ห่างกันเกินสามสิบเมตรแล้ว แต่ว่านี่เป็นเพียงระยะทางตรง หากจะให้มารวมตัวกัน เดาว่าคงต้องเดินอ้อมไกลไม่น้อย

“คราบนี้มัน…”

หลังจากปิดประตู สายตาของหลิงม่อก็กลายเป็นสีแดงเลือดทันที

เขานั่งยองๆ ลงไปสังเกตพื้นอย่างละเอียด และก็สังเกตเห็นรอยที่มองผิวเผินอาจไม่เห็นเส้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว…รอยลาก เป็นไปได้มากว่าหุ่นซอมบี้ตัวนั้นของเขาถูกลากไปตามทางเดินเส้นนี้ ทว่านี่ไม่ได้หมายความหุ่นซอมบี้ตัวนี้ของจะปลอดภัย เพราะถึงอีกฝ่ายจะไม่ใช้วิธีลอบโจมตี ก็ยังจัดการมันได้อย่างง่ายดาย…

แต่ถ้ามีโอกาสได้สู้กันจริงๆ หลิงม่อก็ตั้งตารอคอยมาก เพราะอย่างน้อยก็ยังทำให้เขาได้รู้จักคู่ต่อสู้เพิ่มขึ้นซักนิด ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลยเหมือนอย่างตอนนี้

ส่วนหุ่นซอมบี้ที่เสียหาย…หุ่นซอมบี้ตายไปตัวหนึ่ง ก็ยังมีหุ่นซอมบี้อีกเป็นร้อยตัวรออยู่ข้างนอกนั่น…

“มาสิ ฉันตายไหว” หลิงม่อพูดอย่างฮึกเหิม

เพียงแต่ความคิดนี้ของเขากลับกระตุ้นเสียงร้องจากก้นบึ้งจิตใจให้ดังขึ้นอีกครั้ง : “มาสิ มาเร็ว…”

“เชี่ย! เวลาอย่างนี้ยังจะสร้างความวุ่นวายเพิ่มอีก!” หลิงม่อสบถ

ยัยแม้หม้ายดำน่ารำคาญ…

“รอให้ฉันจัดการเรื่องค่ายเสร็จก่อนเถอะ จะคิดบัญชีให้สาสม! แต่เดี๋ยวก่อนนะ…ฉันว่าน่าจะเป็นเธอมากกว่าที่จะมาคิดบัญชีกับฉัน…” พอคิดถึงตรงนี้ หลิงม่อก็อดถอนหายใจยาวๆ ไม่ได้…สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าซอมบี้นี่ชักจะรับมือยากขึ้นทุกวันแล้วนะ! ระบบการติดตั้ง GPS ไว้ในตัวเหยื่อล่วงหน้า แล้วค่อยตามมาล่าทีหลังอย่างนี้ มันล้ำหน้าจนมนุษย์แทบอยากจะกรีดร้องแล้ว!

และในที่แห่งนี้ เขาก็เพิ่งถูกลอบโจมตีกะทันหันอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ…

“คิดว่ามนุษย์เป็นไอ้กากจริงๆ หรอวะ! กลัวที่ไหน? จริงๆ เลยโว้ย…”

หลิงม่อเงยหน้ามองไปข้างหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ตัดสินใจเดินตามรอยลากนั้นไปข้างหน้า

ในทางเดินอันมืดมิด เงาร่างของเขาหายลับเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว…

—————————————————————————–

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

เมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อุบัติขึ้นและเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ผู้คนบนโลกก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จากคนธรรมดาต้องกลายเป็นซอมบี้กระหายเลือด! แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่รอดพ้นจากไวรัสร้ายกาจนี้ หนึ่งในนั้นคือหลิงม่อ หนุ่มเนิร์ดหน้าตาบ้านๆ แน่นอนว่าเขาต้องทุ่มเทพยายามสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขายังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ คือช่วยแฟนสาวซอมบี้ ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สุดท้ายแล้วหลิงม่อหนุ่มธรรมดาคนนี้จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ เรามาร่วมลุ้นไปด้วยกันเถอะ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset