แฟนผมกลายเป็นซอมบี้ – ตอนที่ 917 พลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นในพริบตา!

…ขณะเดียวกัน หลิงม่อดึงมุมมองสายตากลับมา และรีบสั่งการร่างจริงให้ลุกขึ้นเดินไปทางที่หน้าต่างทันที เขามองไปข้างนอก พลางขมวดคิ้วคิดในใจ “เราเดาผิดไปหรือเปล่านะ…” ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาหมุนกายเดินลงไปชั้นล่าง “ไม่หรอก ความรู้สึกเมื่อกี้นี้…เหมือนจริงมาก!”

ขณะที่มองมาที่อาคารผ่านมุมมองสายตาของเย่เลี่ยน อยู่ๆ หลิงม่อก็สัมผัสได้ถึงอันตรายขึ้นมา ความรู้สึกนั้นเหมือนถูกน้ำเย็นๆ สาดจนเปียก ทำให้เขาตระหนักได้ถึงบางสิ่งที่ตัวเองมองข้ามไปในระหว่างสังเกตการณ์

“สิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการ อาจไม่ใช่รอให้พวกเราเข้าไปเปิดทางก็ได้!”

ถ้าหากพวกเขารอให้พวกหลิงม่อลงมือเฉยๆ ถ้าอย่างนับตั้งแต่วินาทีที่พวกหลิงม่อเดินออกจากอาคารเล็กๆ แห่งนี้ พวกเขาก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าพวกหลิงม่อจะทำอะไรต่อไป ส่วนพวกหลิงม่อมีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่บริษัทลอว์สัน และคิดจะทำอะไรบ้างนั้น คนพวกนั้นไม่มีทางคาดเดาได้เลย สำหรับทีมที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่มานาน นี่ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้

และหากพวกเขาต้องการเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างสิ้นเชิง ก็มีเพียงวิธีเดียว…

“เกือบไปแล้วเชียว! ไม่น่าเชื่อว่าเราจะคิดไม่ได้! แต่คนพวกนั้นร้ายกาจมากจริงๆ ถ้าหากเราไม่มองจากอีกมุม คงจะถูกพวกเขาหลอกไปแล้วจริงๆ…คนที่เฝ้าอยู่บนถนนนั่น ไม่ได้แค่ทำหน้าที่สอดส่อง แล้วก็ไม่ใช่แค่เหยื่อล่อด้วย…”

ขณะที่หลิงม่อกำลังเดินลงชั้นล่างอย่างรวดเร็วนั้น เงาร่างของคนสองคนที่อยู่ในซอยเล็กๆ ก็ได้เข้าโรมรันพันตีกัน

เส้นไหมสีเงินรอบตัวอวี๋ซือหรานพุ่งโจมตีออกไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร่างกายของเธอได้แสดงข้อดีด้านความเร็วและพละกำลังออกมาอย่างเต็มที่ แต่ผีเสื้อที่ร่างกายดูอ่อนแอบอบบางกลับมีการตอบสนองทางร่างกายที่ยอดเยี่ยมมาก เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองเหล่าเส้นไหมสีเงินที่พุ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับสามารถก้าวเท้าหลบได้อย่างง่ายดาย

ระหว่างนั้นเธอยังเปล่งเสียงหัวเราะหยันออกมาเบาๆ ทว่าเสียงกลับฟังดูขาดๆ หายๆ เพราะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเธอ “ว๊าวๆๆ เหมือนเธอจะโกรธแล้วนะ! แต่ฉันก็ตกใจเหมือนกันนะเนี่ย ไม่คิดเลยว่าคนที่เหลือไว้ต่อกรกับฉัน กลับเป็นเด็กอายุแค่เจ็ดแปดขวบ…แต่ก็ไม่แปลกหรอก มีแต่เพื่อนตัวน้อยอย่างเธอนี่แหละถึงจะชอบสัตว์เลี้ยงที่ขนปุกปุย แต่ไม่มีประโยชน์อย่างนั้นลงน่ะ…”

“ใครอายุเจ็ดแปดขวบกัน!” อวี๋ซือหรานเดือด

น้ำเสียงเย้ยหยันบวกกับท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่าย ล้วนทำให้อวี๋ซือหรานโมโห ทว่าสิ่งที่ทำให้เธออารมณ์เสียยิ่งกว่า ก็คือเสียงพึมพำไม่หยุดของผู้หญิงคนนี้

“อ๊ะ เกือบไปแล้ว! ตกใจหมดเลย ฉันเกือบจะถูกเธอตีโดนแล้ว! ว๊าวๆๆ เกือบไปอีกแล้ว! จะว่าไปแล้วเธอจะมัวแต่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวสัตว์เลี้ยงของเธอก็ถูกฆ่าตายกันพอดี ลูกพี่ของพวกฉันไม่ได้ใจดีขนาดนั้นนะ เขาเป็นพวกชอบทำอะไรทำเต็มที่ในครั้งเดียวซะด้วยสิ…”

ในเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งนาที ทั้งสองปะทะกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยครั้ง สภาพพื้นดินโดยรอบได้กลายเป็นหลุมเป็นบ่อไปอย่างรวดเร็ว การโจมตีของอวี๋ซือหรานเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ผีเสื้อกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างไร้รอยขีดข่วนทุกครั้ง แต่ในระหว่างที่หลบหลีก เธอกลับไม่เคยทำการโต้กลับเลยซักครั้ง สองมือยังคงสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงไม่เคยดึงออกมา

“ใช่สิ ลูกพี่ของเธอคงจะเป็นพวกที่หลบอยู่ในอาคารเล็กๆ นั่นสินะ? ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะลอบส่งสาวน้อยอย่างเธอมาสอดแนมพวกเราอย่างลับๆ…น่าเสียดาย เธอโชคร้าย มาปุ๊บก็เจอพวกฉันเลย…หึหึ ล้อเล่นน่า เป็นพวกฉันถูกพวกเธอจับได้ต่างหากสินะ? เก่งไม่เบาเลยนะ ไม่คิดว่าจะเจอตัวพวกฉันด้วย…แต่จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ…”

“น่ารำคาญจริง! หลีกไปเลยนะ!”

อวี๋ซือหรานที่เป็นห่วงเสี่ยวป๋านตวาดขึ้นมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ในที่สุด เส้นไหมสีเงินด้านหน้าพลันรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จากนั้นก็พุ่งไปยังผีเสื้อที่เพิ่งจะยืนอย่างมั่นคงได้ไม่นานราวสายฟ้าฟาด

ขณะเดียวกัน ปลายเท้าทั้งสองข้างของเธอเขย่งขึ้น ร่างกายของเธอพุ่งออกไปราวกระสุนปืนใหญ่ มือขวายื่นออกไปหมายโจมตีหน้าอกของผีเสื้อ

เธอระเบิดพลังในการโจมตีอย่างรุนแรง ตั้งแต่เส้นไหมสีเงินไปจนถึงกำปั้น ล้วนให้ความรู้สึกรุนแรงยากต้านทาน

แต่ในขณะที่ร่างของทั้งสองใกล้จะปะทะกันนั้น อวี๋ซือหรานกลับรู้สึกตาลายไปชั่วขณะ วินาทีถัดมาเงาดำเส้นหนึ่งพลันปรากฏกายอยู่บนศีรษะของเธอ

“สาวน้อย ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ…ถึงฉันจะใจดี แต่ก็ชอบทำลายศัตรูที่อยู่ตรงหน้าให้ยับเยินเหมือนกัน…แต่ถ้าเป็นเธอล่ะก็ ฉันจะให้โอกาสเธอได้หายใจหน่อยแล้วกัน เพราะอะไรน่ะหรอก ฉันจะใช้ประโยชน์จากเธอกับลูกพี่ของเธออย่างดีเลยน่ะสิ…”

ผีเสื้อพูดรัวและเร็วมาก แต่การเคลื่อนไหวของเธอเร็วยิ่งกว่า

แทบจะในเสี้ยววินาทีที่อวี๋ซือหรานรู้สึกถึงความผิดปกติ ผีเสื้อก็ดึงมือออกมาแล้ว

ในตอนที่เธอดึงมือข้างนั้นออกมา ในซอยเล็กๆ แห่งนี้ราวกับมีปีกสีดำข้างหนึ่งปรากฏขึ้น ปีกนั้นยกขึ้นสูง จากนั้นก็กระพือพั่บๆ พุ่งไปทางอวี๋ซือหรานทันใด!

มันเป็นมือที่ราวกับถูกเผาไหม้จนดำเกรียม แต่ผิวภายนอกกลับยังคงดูสมบูรณ์แบบอย่างน่าประหลาด รอยแผลเป็นสีแดงเล็กๆ มากมายลากเส้นเชื่อมต่อกัน มองแวบแรกเหมือนผีเสื้อจำนวนมหาศาลที่ทับซ้อนกันอยู่…

เธอใช้มือกดหัวของอวี๋ซือหราน จากนั้นก็พาร่างโลลิน้อยให้พุ่งลงไปบนพื้นพร้อมกัน

“เธอหน้าตาน่ารักขนาดนี้ ถ้ากลายเป็นตุ๊กตาผ้าขาดๆ ก็คงจะสวยมากเหมือนกันสินะ…” ผีเสื้อพูดกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ เธอเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวและรวดเร็ว ราวกับว่าร่างกายที่อยู่กลางอากาศไร้ซึ่งน้ำหนักอย่างไรอย่างนั้น แต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอกดฝ่ามือลงมา กลับระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมาทันใด รอยแผลเป็นสีแดงบนฝ่ามือของเธอพลันปูดโปนขึ้นมา เหมือน “ผีเสื้อ” เหล่านั้นกำลังจะมุดออกมาจากฝ่ามือของเธอ และกางปีกโบยบิน!

“กระบวนท่านี้มีชื่อเรียกด้วยล่ะ…น่าสนใจมากทีเดียว ฉันเป็นคนคิดเอง เรียกว่าผีเสื้อผัน…”

โครม~~~!

ทันใดนั้น เสียงอึกทึกหนึ่งพลันดังขึ้น

“ฟึบ!”

ผีเสื้อทิ้งเท้าสัมผัสพื้นเบาๆ เข่าทั้งสองข้างโค้งงอ มือขวายังคงค้างอยู่ในท่ากดหัวอวี๋ซือหราน

ทว่าไม่นาน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอกลับค้างเติ่ง มือขวาเองก็เริ่มสั่นเทาเบาๆ

รอยแผลเป็นสีแดงเหล่านั้นเคลื่อนจากฝ่ามือของเธอขึ้นไปข้างบน และหายเข้าไปในแขนเสื้อของเธอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ไปโผล่อยู่ที่ลำคอของเธออีกครั้ง ไม่นาน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ได้ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากของเธอ

“เธอบอกว่าใคร…”

เมื่ออยู่ๆ เสียงของโลลิน้อยดังขึ้น ร่างกายอันบอบบางที่เดิมถูกผีเสื้อใช้ฝ่ามือกดลงมาบนพื้นอย่างแรงก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อนช้าๆ

ท่ามกลางสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงของผีเสื้อ ร่างกายท่อนบนของอวี๋ซือหรานค่อยๆ หยัดยืนขึ้น มือทั้งสองข้างของเธอยันไว้บนพื้น ใบหน้าอยู่ห่างจากพื้นดินในระยะหนึ่ง…การโจมตีอย่างรุนแรงครั้งนี้ กลับไม่ได้ทำให้เธอกระแทกลงไปกับพื้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บเลย!

ขณะเดียวกัน เหล่าเส้นไหมสีเงินเริ่มขยับเขยื้อนช้าๆ พวกมันค่อยๆ เลื้อยขึ้นไปตามตัวอวี๋ซือหรานเพื่อรัดมือขวาของผีเสื้อที่อยู่บนหัวเธอ

“เธอบอกว่าใครเป็นลูกพี่ของฉันนะ!”

เสียงของอวี๋ซือหรานสูงปรี๊ดขึ้นทันใด พร้อมกับที่ร่างกายของเธอบิดหมุนทันใด

ขณะที่สะบัดมือขวาของผีเสื้อออกจากตัว อวี๋ซือหรานได้ยื่นฝ่ามือไปทางหน้าอกของผีเสื้อทันใด “อีกอย่าง กระบวนท่านี้ของฉันก็มีชื่อเรียกเหมือนกัน เรียกว่าพลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นในพริบตา! พี่สาว เธอคงต้องทำหน้านมใหม่แล้วล่ะ!”

—————————————————————————–

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

เมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อุบัติขึ้นและเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ผู้คนบนโลกก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จากคนธรรมดาต้องกลายเป็นซอมบี้กระหายเลือด! แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่รอดพ้นจากไวรัสร้ายกาจนี้ หนึ่งในนั้นคือหลิงม่อ หนุ่มเนิร์ดหน้าตาบ้านๆ แน่นอนว่าเขาต้องทุ่มเทพยายามสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขายังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ คือช่วยแฟนสาวซอมบี้ ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สุดท้ายแล้วหลิงม่อหนุ่มธรรมดาคนนี้จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ เรามาร่วมลุ้นไปด้วยกันเถอะ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset