แฟนผมกลายเป็นซอมบี้ – ตอนที่ 970 อยู่กับคนบ้าต้องระวังตัว

“ขลุกขลัก…ขลุกขลัก…”

เสียงเล็กแหลมและเบาหวิวดังมาจากส่วนลึกของทางเดิน หลิงม่อกับสวี่ซูหานพร้อมใจกันกลั้นหายใจ

อาศัยแสงสลัวจากไฟฉาย แม้แต่หลิงม่อก็ยังมองเห็นได้รางๆ ในรัศมีสิบเมตร สวี่ซูหานที่มีความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนเบิกตากว้างไม่กระพริบ จ้องมองไปยังส่วนลึกของทางเดินอย่างมีสมาธิ

“ขลุกขลัก…”

ในตอนนั้นเอง ทันใดนั้นรอบข้างพลันเงียบสนิท ราวกับว่าสรรพเสียงถูกความมืดกลืนกินไปจนหมด สิ่งที่สะท้อนอยู่ในหู เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง…

“หึๆๆๆๆๆๆ…” ทันใดนั้น เสียงหัวเราะประหลาดพลันดังออกมาจากความมืดที่ไร้ขอบเขต

สวี่ซูหานสะดุ้งตัวสั่นไม่รู้ตัว พลางยื่นมือไปจับหลิงม่อเงียบๆ

เมื่อเสียงหัวเราะดังขึ้น เงาร่างที่ยาวเหยียดขึ้นเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏตัวภายใต้แสงไฟฉาย เงาร่างนั้นก้มหน้า ร่างกายโยกไปซ้ายทีขวาที ยกมือยันผนังเดินเซเข้ามาหาพวกเขาช้าๆ…

“อ๊ะ…” สวี่ซูหานไม่กล้าร้องเสียงดัง แต่กลับอดกำนิ้วมือบีบแขนเสื้อของหลิงม่อแน่นไม่ได้

เทียบกับสัตว์ประหลาดที่นอนตายอยู่ข้างหลัง เธอกลับกลัวตัวตรงหน้านี้มากกว่า!

และในตอนนี้ เงาร่างนั้นก็ได้ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้ามาในรัศมีแสงไฟฉาย พลางค่อยๆ เงยหน้าอันซีดขาวจ้องมาทางหลิงม่อกับสวี่ซูหานด้วยสายตาบ้าคลั่ง และพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า “พวกเธอมาแล้วหรอ…”

“กรี๊ดด!” ในที่สุดสวี่ซูหานก็ตะโกนเสียงแหลมออกมา

“นี่ ใจเย็นก่อน นั่นมันอวี่เหวินซวน!” หลิงม่อรีบยกมือปิดปากเธอ…

หลายวินาทีผ่านไป เมื่อสวี่ซูหานใจเย็นลง เธอแอบสวมหน้ากากให้เรียบร้อยในเงามืด แล้วค่อยมองไปทางที่หลิงม่อกับอวี่เหวินซวนยืนอยู่

“เมื่อกี้มืดขนาดนั้น คงจะไม่เห็นหรอกมั้ง? ถ้าเห็นแล้ว เขาคงร้องออกมาตั้งนานแล้ว…” สวี่ซูหานถอนหายใจอย่างกังวลไม่หาย พลางยกมือจัดผมให้เข้าทรง หลังจากมั่นใจว่าไม่มีพิรุธ แล้วจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหา “ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆ เขาจะโผล่มาแบบนี้ พวกเราก็หลงนึกว่าเขาตกอยู่ในอันตราย…สภาพเขานี่มัน เหมือนเพิ่งหนีมาจากอันตราย…ไหนหลิงม่อบอกว่าเขาไม่เคยทำเสื้อผ้าสกปรกไง? แต่ก็นะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรักษาความสะอาดในสถานที่อย่างนี้นี่นา…”

ขณะที่สวี่ซูหานคิดไปเรื่อยเปื่อย อวี่เหวินซวนก็กำลังคุยกับหลิงม่อ “ความจริงฉันก็ได้ยินเสียงร้องของสัตว์ประหลาดพวกนั้นเหมือนกัน ถึงได้วิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว ตอนแรกนึกว่าพวกมันเจอฉันเข้าแล้ว ฉันเลยตัดสินใจจะสู้สุดตัวกับมัน แต่กลับไม่คิดว่าจะเห็นแสงไฟ เห็นปุ๊บฉันก็รู้เลย ว่าต้องเป็นพวกนายแน่ที่ตามมา แต่พอฉันเดินเข้ามาใกล้ อยู่ๆ แสงไฟกลับสลัวลง ฉันนึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพวกนายแล้วซะอีก เลยเผลอทำไฟฉายตกลงไปในโคลน…ฉันไม่มีทางเลือกอื่น เลยจำเป็นต้องเดินเข้ามาดู…เอาเป็นว่าพวกนายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว…แค่กๆ…”

“แล้วนายไปโดนอะไรมา?” หลิงม่อขมวดคิ้วถาม

อวี่เหวินซวนก้มหน้ามองตัวเอง จากนั้นก็พูดเยาะเย้ยตัวเอง “ทหารบุกถ้ำศัตรูเพียงลำพัง ผลสุดท้ายจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แค่กๆ…” เขาพูดจาติดๆ ขัดๆ พร้อมกับไอไปด้วย ทำให้บทสนทนาระหว่างเขากับหลิงม่อค่อนข้างกำกวม…

“ไม่ใช่แค่จบไม่สวยล่ะมั้ง…”

นอกจากสีหน้าที่ดูอิดโรย บนผมและร่างกายของอวี่เหวินซวนมีแต่โคลนและเลือดเต็มไปหมด อย่าว่าแต่รักษาความสะอาดเลย แม้แต่สีเดิมของเสื้อผ้าก็ยากจะแยกออกแล้ว นอกจากนี้บนใบหน้าเขาก็ยังมีรอยแผลนับไม่ถ้วน แขนขาทั้งสี่ก็เหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนักเบาต่างกันไป ไม่เพียงเดินเซ แต่ขนาดจะยืนตัวตรงยังทำไม่ได้เลย…สรุปก็คือ…

“สภาพนายเขาเรียกว่าอนาถ…” หลิงม่อพึมพำ

“ขยับตัวได้ก็ดีแล้ว แต่นายไปทำอะไรถึงบาดเจ็บถึงขนาดนี้? ถ้าหากสัตว์ประหลาดตัวนี้ตัวเดียวล่ะก็…” สวี่ซูหานอดพูดแทรกขึ้นไม่ได้ ถึงแม้สัตว์ประหลาดตัวนั้นจัดการยาก แต่ไม่น่าจะมีพลังสังหารสูงขนาดนั้นนี่นา ถึงอวี่เหวินซวนจะสู้ตัวคนเดียว แต่ก็ไม่น่าจะบาดเจ็บถึงขั้นนี้ได้…

“ไม่ใช่ฝีมือมัน” อวี่เหวินซวนส่ายหน้า จากนั้นก็หันหน้าไปมองทางที่ตัวเองเดินมา “ข้างในนั้น…”

“เอาล่ะ ในเมื่อเจอตัวแล้ว ก็พาเขาขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะ” หลิงม่อพูดตัดบท

สวี่ซูหานได้ยิน ก็รีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่ๆ รายละเอียดอย่างอื่นเดี๋ยวค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย แต่ว่าหลิงม่อ ทางออก…”

“กลับไปที่ทางเดินหลักเส้นนั้นก่อนแล้วค่อยว่ากันแล้วกัน” หลิงม่อบอก

แต่อวี่เหวินซวนกลับยกมือขึ้นโบกไปมา “ไม่ได้ ตอนนี้ยังออกไปไม่ได้”

“หา?” สวี่ซูหานชะงัก

“ฉันหมายถึง…ในเมื่อพวกนายก็มาแล้ว เข้าไปดูพร้อมฉันเลยไม่ดีกว่าหรอ” อยู่ๆ สายตาของอวี่เหวินซวนก็เป็นประกาย แล้วพูดขึ้นเสียงเบา

“นายบ้าหรือเปล่า เมื่อกี้นายยังบอกอยู่เลยไม่ใช่หรอว่าข้างในนั้นอันตราย? ถูกซ้อมขนาดนี้ยังจะอยาก…” สวี่ซูหานด่ากราด ความจริงเธอตกใจมากกว่า เคยเห็นพวกรนหาที่ตาย แต่คนที่มีบาดเจ็บจนถึงขนาดนี้แล้วยังยืนกรานจะเข้าถ้ำเสือ ก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่แหละ

อีกอย่างเขารนหาที่ตายเองก็แล้วไป ทั้งที่สถานการณ์ต่อไปจะเป็นยังไงยังไม่ชัดเจน เขากลับยังคิดจะลากพวกเธอสองคนเข้าไปด้วย…

“ฉันพูดจริงๆ ถ้าหากไม่ไปดู พวกเธอจะเสียใจ” อวี่เหวินซวนไอค่อกแค่ก แต่กลับยังคงฝืนพูดต่อ “ข้างในนั้น ฉันเจออะไรที่พิเศษมากเลยล่ะ ถ้าหากออกไปตอนนี้ จะมาตามหาที่หลัง เกรงว่าจะหาไม่เจออีก…”

“จะมีอะไร…”

“อะไรที่เหนือความคาดหมายสุดๆ! ฉันไม่กล้ารับประกันว่าทุกคนจะสนใจมัน แต่อย่างน้อยคนส่วนมากก็สนใจมันแน่นอน! ฉันคนเดียวเห็นมันได้แค่จากที่ไกลๆ แต่ในเมื่อพวกเธอมาแล้ว ไม่แน่ว่าพวกเราอาจเอามันออกไปได้บ้าง…” อวี่เหวินซวนพูด พลางพยายามยันตัวตรง เขามองหน้าหลิงม่ออย่างคาดหวัง จานั้นก็ค่อยๆ เลื่อนสายตามองเข้าไปในความมืด

“เชื่อฉัน มาเถอะ ฉันจะพาพวกนายไปดู เสียเวลาไม่นานหรอก มีพวกนายอยู่ อันตรายก็จะลดลงไปมากด้วย…”

ถึงแม้ตอนนี้จะมองไม่เห็นสีหน้าเขา แต่ฟังจากน้ำเสียงของเขา เดาออกได้ไม่ยากถึงความบ้าคลั่งที่อยู่ในใจ…

แม้แต่สวี่ซูหานก็เริ่มอดสงสัยไม่ได้แล้ว อะไรกันแน่ที่ดึงดูดความสนใจเขาได้มากขนาดนี้? หรือว่าเพราะเจ็บหนักเกินไป จึงทำให้เฟิ่งจื่อ (คนบ้า) บ้าหนักกว่าเดิม

“ดังนั้นเวลาอยู่กับคนบ้าเลยต้องระวังตัวเป็นพิเศษไงล่ะ! หัวเขาไปกระแทกอะไรมาหรือไง?” สวี่ซูหานถอนหายใจอย่างเอือมระอา บอกว่า “หลิงม่อ ถ้ายังไงพวกเราบังคับเขา…”

“พวกเราจะไปกับเขา”

“นายก็เป็นบ้าไปด้วยอีกคนแล้วหรอ!” สวี่ซูหานเบิกตากว้าง แล้วมองหน้าหลิงม่ออย่างไม่อยากจะเชื่อ “พวกเราลงมาเพื่อตามหาเขาไม่ใช่หรอ! ถ้าหากไม่รีบกลับไป แล้วจะตามเชลยคนนั้นไปหาทางออกทันได้ยังไง! อีกอย่างข้างหลังนี้…”

แต่ขณะที่เธอหันไปมองหลิงม่อ เธอกลับพบว่าเขาก็กำลังมองหน้าเธออยู่เหมือนกัน…

เสี้ยววินาทีที่สายตาของทั้งสองประสานกัน หลิงม่อยกนิ้วมือขึ้นส่งสัญญาณให้เธอเงียบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ชู่ว…”

“หมายความว่าไง?” สวี่ซูหานชะงัก แต่พอถูกหลิงม่อจ้องหน้า เธอกลับพยักหน้าโดยอัตโนมัติ…

และในเวลานี้ เสียงของอวี่เหวินซวนก็ดังมาจากข้างหน้า “มาเร็ว…สัตว์ประหลาดตัวนั้นเพิ่งตาย ตอนนี้แหละโอกาสดี…”

…………

“ระวังล่ะ ข้างหน้านี้แหละ”

อีกด้านหนึ่งในท่อน้ำทิ้ง ซย่าน่าโน้มตัวกระโดดลงมาจากปากหลุม

ข้างล่างเป็นทางเชื่อมอีกเส้นตามคาด มีเสียง “ติ๋งๆ” ดังมาจากข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

เสียงหยดน้ำในสถานที่แบบนี้ นอกจากจะทำให้คนรู้สึกขนลุกแล้ว ก็แทบไม่มีบทบาทอย่างอื่นเลย…

“รู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของอากาศหรือยัง?” ซย่าน่าพูดเสียงเบา “ข้างหน้าต้องมีทางออกขึ้นข้างบนแน่ๆ ดังนั้น ตอนนี้พวกเรามาถึงใต้ดินของตึกอีกหลังหนึ่งแล้วล่ะ…”

“ถ้าอย่างนั้นสัตว์ประหลาดอีกฝูง ก็อยู่ที่นี่น่ะสิ…” หลี่ย่าหลินพึมพำเสียงเบา ขณะเดียวกันก็กำมือแน่นอย่างตื่นเต้น

ทว่าเพิ่งจะพูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าเธอพลันเจื่อนลงทันที เธอรีบหันหน้าไปมองหุ่นซอมบี้ของหลิงม่ออย่างเป็นห่วง “งั้น…”

“พี่หลิง พี่เริ่มเตรียมตัวได้แล้ว” ซย่าน่าเองก็มองไปทางหุ่นซอมบี้ด้วย แล้วบอกว่า “ถึงนี่จะไม่ใช่ร่างจริงของพี่ แต่ถ้าบาดเจ็บหนักเกินไปก็ส่งผลกระทบถึงร่างจริงได้เหมือนกันสินะ? ยังไงก็…ระวังตัวหน่อยนะ”

“ไม่เป็นไรๆ…” หลิงม่อควบคุมหุ่นซอมบี้ให้โบกมือไปมา “พวกเธอไปซ่อนตัวก่อน”

“ระวัง…”

หลี่ย่าหลินยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกซย่าน่าดึงแขน แทบจะในเวลาเพียงพริบตาเดียว ซอมบี้สาวสองตัวนี้พลันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทันที

ในท่อน้ำทิ้งอันเงียบสงัด เหลือเพียงหุ่นซอมบี้อยู่ตัวเดียว

“เฮ้อ…อดห่วงไม่ได้เลยจริงๆ” หลิงม่อลอบถอนหายใจ

———————————————-

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

แฟนผมกลายเป็นซอมบี้

เมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อุบัติขึ้นและเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ผู้คนบนโลกก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จากคนธรรมดาต้องกลายเป็นซอมบี้กระหายเลือด! แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่รอดพ้นจากไวรัสร้ายกาจนี้ หนึ่งในนั้นคือหลิงม่อ หนุ่มเนิร์ดหน้าตาบ้านๆ แน่นอนว่าเขาต้องทุ่มเทพยายามสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขายังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ คือช่วยแฟนสาวซอมบี้ ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สุดท้ายแล้วหลิงม่อหนุ่มธรรมดาคนนี้จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ เรามาร่วมลุ้นไปด้วยกันเถอะ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset