โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】 – ตอนที่ 109

Translator : Muntra  / Author

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.109 – อัพเกรดมีดกษัตริย์คราม

 

ย้อนกลับไปสักเล็กน้อย ในช่วงที่ผู้ใช้วรยุทธโบราณก้าวออกไปขวางไป๋หลี

 

แม้จะตระหนักดีว่าฉากเบื้องหน้าคือเรื่องเลวร้าย แต่สหายคนอื่นๆก็มิได้คิดห้ามปรามอย่างใด ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ ทีฉินเฟิงยังตบหน้าสมาชิกทีมของเขาได้เลย ฉะนั้นปัจจุบันเมื่อมีโอกาส คนในทีมเขาก็สามารถเอาคืนฉินเฟิงได้เหมือนกัน การแก้แค้นเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

 

นี่แหละคือวิถีของเหล่าผู้ใช้พลัง หากวันนี้คุณแข็งแกร่งแต่ดันหยิ่งผยอง วันใดวันหนึ่งที่พลั้งเผลอ ก็ย่อมมีคนฉวยโอกาสเหยียบซ้ำ!

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคาดฝันเลย ว่าไป๋หลีจะแข็งแกร่งขนาดนี้!!

 

“กระทั่งเธอเองก็เป็นผู้ใช้พลังอย่างงั้นหรอ!?”

 

“บัดซบ! น้องสามตายแล้ว!”

 

“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง … ”

 

อีกสามคนที่เหลือในทีมเดิมของผู้ใช้วรยุทธโบราณที่ถูกตบกระเด็นไป ต่างก็สั่นสะท้าน กลายเป็นบื้อใบ้

 

ในเวลานี้ ทั้งหมดร่วมกลุ่มกันทั้งสิ้น 7 คน มี 3 เป็มสหายของผู้ใช้วรยุทธโบราณที่เพิ่งตายไป

 

“นายคิดว่าพวกเราควรออกไปแก้แค้นไหม?” มือปืนหนึ่งในนั้นลังเลอย่างเห็นได้ชัด

 

เด็กสาวที่ทุกคนนึกว่าเป็นแค่เครื่องประดับ ดันแข็งแกร่งสุดๆ ฉินเฟิงเองก็แข็งแกร่งเช่นกัน และตอนนี้พวกเขาเผลอไประรานผู้หญิงของอีกฝ่ายแล้ว ถ้าไม่อยากให้อะไรๆเลวร้ายยิ่งกว่านี้ คงจะดีกว่าหากยอมตัดใจเลิกราแต่โดยดี

 

“ไม่ล่ะ นายก็เห็นพละกำลังของเธอแล้วนี่ ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งมาก และทั้งๆที่เพิ่งตบคนกระเด็นออกไปข้างนอก แต่ท่าทีของเธอยังสงบอยู่เลย เหมือนที่ฆ่าไปไม่ใช่คน เป็นแค่มดธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น มันจะเป็นการดีกว่าถ้าปล่อยเธอไป พวกเราไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอก!”

 

“ใช่ อย่าไปยุ่งกับเธอเลย!”

 

สามคนที่เหลือนั้นไม่ได้สนิทอะไรกับสามคนแรก แค่เพราะสถานการณ์มันบังคับ เลยต้องรวมกลุ่มกันแบบเฉพาะกิจ ดังนั้นไม่คิดร่วมวง อีกอย่างพวกเขาไม่มีความคิดที่จะยุ่งเกี่ยวหรือล่วงเกินใดๆกับฉินเฟิง ทั้งสามแค่ต้องการรอดชีวิตไปจากที่นี่ ขณะเดียวกันก็รู้สึกมีความหวังเมื่อทราบว่ามีตัวตนทรงพลังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

“งั้นเอาไว้ถ้ามีโอกาสก็ออกไปพบเขากัน ทำความรู้จักกับเขา เป็นมิตรต่อกันน่ะดีที่สุดแล้ว”

 

“พูดได้ถูกต้อง!”

 

คนอื่นๆก็เห็นด้วยเช่นกัน

 

ระหว่างอีกฝ่ายกำลังถกเถียง ไป๋หลีก็มาถึงห้องหลอม เธอเดินเข้าไปและส่งหอกให้กับฉินเฟิง

 

ฉินเฟิงรับมันมาและส่งต่อให้หลิวเซินซาน

 

“นี่มัน … !”

 

หลิวเซินซานพอเห็นหอก ในหัวใจของเขาก็พลันตื่นตระหนก

 

“เป็นเหล็กดารา!”

 

“ถูกต้อง”

 

ฉินเฟิงพยักหน้า

 

เมื่อราชันย์อัศวินตายลง สัญญาที่เชื่อมต่อกับหอกก็ถูกยกเลิก จิตวิญญาณของอาวุธก็สลายไปด้วยเช่นกัน และฉินเฟิงเองก็ไม่สะดวกที่จะใช้หอกราชันย์นี้ เลยคงจะเป็นการดีกว่าหากเปลี่ยนมันเป็นตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพในการรบให้แก่มีดกษัตริย์คราม

 

เวลานี้ มือของหลิวเซินซานรู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลวก แทบไม่อาจประคองหอกเอาไว้ได้

 

“เธอต้องการใช้สิ่งนี้เพื่ออัพเกรดอาวุธของตัวเองจริงๆน่ะหรอ มันจะเสียของเกินไปรึเปล่า?” หลิวเซินซานกล่าว

 

ฉินเฟิงส่ายหัว “ในเมื่อนำมาใช้กับอาวุธตัวเองได้ จะนับว่าเป็นการเสียของไปได้อย่างไร?”

 

หลิวเซินซานเคยได้จับมีดกษัตริย์ครามมาก่อน เขาทราบว่ามันทำมาจากวัตถุดิบระดับราชันย์ในเลเวล G เท่านั้น ขณะที่เหล็กดารา ในแง่ของความหายากมันอาจมีมูลค่าถึงเลเวล S —สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับอุปกรณ์รูนเลเวล A เลยก็ยังได้!

 

เพียงแต่หากนำมันไปแลกกับอุปกรณ์รูนเลเวล A เกรงว่าฉินเฟิงคงไม่แกร่งพอจะใช้งาน ดังนั้นหลังจากที่ลองคิดดูแล้ว บางทีการใช้มันอัพเกรดอาวุธมีด อาจจะไม่ถือว่าเป็นการเสียของซะทีเดียว

 

“เข้าใจแล้ว ตกลง ฉันจะอัพเกรดมันให้แก่เธอ”

 

เนื่องจากเหล็กดาราถูกติดตั้งไว้อยู่ที่หัวหอก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการหลอมคืนทั้งด้าม ขอแค่แยกส่วนหัวออกจากด้าม แล้วนำไปละลาย นำมาเติมแต่งใหม่ ถือเป็นอันใช้ได้

 

“ไป๋หลี ไม่มีอะไรแล้ว เธอกลับไปก่อนเถอะ” ฉินเฟิงกล่าว

 

“ไม่เอาอะ ที่นั่นมันเหม็น! มีแต่กลิ่นเน่าๆลอยตลบอบอวลไปหมดเลย” ไป๋หลีกล่าวอย่างไม่พอใจ

 

เดิมที พวกที่วิ่งตามฉินเฟิงมาจากในเมือง ทั้งหมดต่างมีสภาพเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ บางคนก็หวาดกลัวเกินไปจนฉี่รดกางเกง และเมื่อทุกอย่างที่กล่าวมาแออัดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆของห้องใต้ดิน เลยส่งกลิ่นลอยฟุ้ง ไม่นานทั่วทั้งห้องใต้ดินก็สาปไปด้วยกลิ่นแย่ๆ

 

แต่ไม่มีใครกล้าบ่นอะไรออกมา

 

ในช่วงเวลานั้นเอง พลันเกิดเสียงปืนและเสียงการต่อสู้ปะทุขึ้น

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

ฉินเฟิงขมวดคิ้ว

 

ไป๋หลีนึกขึ้นได้ถึงกลุ่มคนก่อนหน้านี้และกล่าว “อ้อ ลืมบอกไป ระหว่างทางฉันบังเอิญเจอกับผู้ใช้พลังเจ็ดคนในโรงแรม แต่หนึ่งในนั้นกลายเป็นอาหารแมลงไปแล้ว”

 

ฉินเฟิงไม่ทราบ ว่าไอ้ที่พูดว่ากลายเป็นอาหารแมลงไปแล้วน่ะ มันคือฝีมือของไป๋หลี อย่างไรก็ตาม เสียงต่อสู้ที่ดังขึ้นนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะดึงดูดพวกแมลงตัวอื่นๆเข้ามา

 

หรืออีกความหมายนึงก็คือ หลิวเซินซานที่อยู่ที่นี่อาจได้รับอันตราย!

 

“เธอเฝ้าตรงนี้ ปกป้องลุงหลิวเอาไว้ ไม่ต้องเลือกวิธีการ ทำยังไงก็ได้แต่อย่าให้พวกแมลงทำร้ายเขา ต่อให้ต้องปลดปล่อยแรงกดดันของเธอออกมาข่มพวกมันก็ตาม เข้าใจไหม?”

 

“เข้าใจแล้ว”

 

ไป๋หลีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นั่งลงในห้องอย่างว่าง่าย

 

ฉินเฟิงเดินออกจากห้องหลอม หลังจากประตูเหล็กถูกเปิดออก เขาก็พบกับพวกแมลงที่บุกเข้ามา กระจายตัวอยู่เต็มทางเดินข้างนอก

 

ปรากฏห้าตั๊กแตนใบมีด และแมลงเหล็กดำอีกกว่าหลายสิบตัว

 

ทันทีที่ฉินเฟิงโผล่ออกมา ฝูงแมลงเหล็กดำก็โถมเข้าใส่ทันที พยายามที่จะรุมทึ้งเขา

 

เปรี้ยง!

 

ฉินเฟิงรีบผลักประตูปิดลง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพวกแมลง

 

แต่กว่าจะทันได้ลงมือ พวกแมลงก็โฉบเข้ามาใกล้ จนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงเขี้ยวแหลมๆในปากของพวกมัน

 

“เพลิงโลกันต์!”

 

เปลวไฟดุร้ายพลันลุกโหมขึ้นรอบกายฉินเฟิง ฉากนี้แทบจะทำให้เขามีสภาพราวกับเป็นมนุษย์เพลิง

 

ส่งผลให้พวกแมลงที่คิดโจมตีเขา ในเวลากลายเป็นเฉกเช่นเดียวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

 

พรึบ พรึบ พรึบ …

 

เสียงปะทุแผดเผาดังขึ้น กลิ่นเนื้อเหม็นไหม้ลอยคละคลุ้ง

 

ฉินเฟิงกระตุ้นพลังพิเศษ ระเบิดเปลวเพลิงยิงออกไปอีกครั้ง โจมตีซ้ำสองใส่พวกมันที่กำลังถูกไฟคลอก ดิ้นเร่าๆอยู่กลางอากาศ

 

แมลงเหล็กดำปลิวกระเด็นออกไป ตั๊กแตนใบมีดเองก็ไม่รอดจากเปลวเพลิงนี้ มันลงไปม้วนดิ้นกับพื้น แต่สุดท้ายก็ถูกย่างกลายเป็นสีถ่าน

 

เนื่องจากโรงแรมและร้านค้าอุปกรณ์เชื่อมต่อกันในส่วนของทางเดินด้านหลัง ฉินเฟิงจึงสามารถเดินไปทางฝั่งโรงแรมได้ แต่เมื่อมาถึง เขากลับพบว่าประตูทางเชื่อมถูกล็อคเอาไว้

 

แต่ก็ยังพอที่จะสามารถมองลอดผ่านเข้าไปได้ เมื่อใช้สายตาสอดส่อง เขาก็พบว่ามีแมลงจำนวนมากกำลังวิ่งพล่านอยู่ภายใน พร้อมกับเสียงคนที่ดังขึ้น

 

“ไม่ไหว ยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว รีบขึ้นไปชั้นบนเถอะ ถอยไปตั้งหลักที่ชั้นบนกัน!”

 

กองทัพแมลงมีจำนวนมหาศาลเกินไป!

 

ปัง ปัง ปัง!

 

เสียงปืนสะท้อนไปตามทางเดิน มันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่อยๆไกลออกไป

 

ขณะเดียวกัน ราวกับรับรู้ได้ถึงผู้มาเยือนจากอีกฟากฝั่ง แมลงบางตนที่อยู่ใกล้ๆ หันมาทำลายประตู หมายจะเข้ามาจัดการฉินเฟิง

 

กริ๊ก

 

แขนสีเขียวเข้มตัดสิ่งกีดขวางให้เปิดออกได้อย่างง่ายดาย และพยายามที่จะแทรกผ่านรอยแยกประตูเข้ามา

 

ฉินเฟิงสาดเสียงฮึฮะด้วยความเย็นชา ง้างเท้าเตะเข้าใส่ประตู

 

เปรี้ยง!

 

ปัจจุบัน พลังโจมตีของฉินเฟิงเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนอย่างมหาศาล ภายใต้ฝ่าเท้าของเขา ประตูหนาพังทลายลงทันใด ตั๊กแตนใบมีดที่กำลังแทรกตัวเข้ามาถูกบดขยี้ทันที!

 

“กี๊ซซซซ!”

 

เสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นคาวของเลือดแมลงแพร่กระจายออกไป

 

ฉินเฟิงเหมือนจะไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว!

 

แมลงเหล็กดำจำนวนมากที่อยู่รอบๆ ถูกดึงดูดความสนใจ หันมาโถมทับฉินเฟิง

 

“เพลิงโลกันต์!”

 

พลังสมาธิถูกกระตุ้น พลังพิเศษระเบิดออก รูนไฟลอยล่องไปทั่วชั้นอากาศ

 

เบื้องหน้าฉินเฟิง บังเกิดกำแพงไฟก่อตัวขึ้นอย่างกระทันหัน

 

แมลงสัตว์ร้ายที่คิดพุ่งเข้ามา ปะทะเข้ากับกำแพงไฟอย่างไม่ทันหลบเลี่ยง ส่งเสียงกรีดร้องน่าสังเวช

 

ห้ามลืมนะว่าเพลิงโลกันต์ คือเพลิงที่สามารถแผดเผาจิตวิญญาณได้ หากถูกมันเผามากเกินไป แมลงสัตว์ร้ายระดับต่ำก็อาจถึงแก่ชีวิตได้เลย

 

ช่วงเวลานั้นเอง ใบมีดสีเขียมเข้มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ตวัดฉับตรงเข้าใส่ฉินเฟิง แต่คราวนี้ทั้งทรงพลังและน่าหวาดกลัวกว่าคราวก่อนมากนัก

 

ฉินเฟิงเอี้ยวหมุนตัว หลบเลี่ยงใบมีดที่สาดประกายน่าหวาดหวั่นนี้

 

ฉัวะ!

 

ผนังโรงแรมด้านข้างของฉินเฟิงถูกตัดสะบั้นโดยตรง แสงแดดจากภายนอกสาดส่องเข้ามา

 

“นี่มันสัตว์ร้ายระดับนายพล!”

 

ฉินเฟิงมองตามทิศทางของที่ถูกลอบโจมตี และพบว่ามันเป็นตั๊กแตนใบมีดตัวใหญ่

 

ตั๊กแตนใบมีดระดับนายพลมีความสูงกว่าสองเมตร สองแขนหน้าของมันสามารถยืดยาวได้กว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

กล่าวได้ว่าหากถูกฟันด้วยใบมีดของตั๊กแตนนายพลตัวนี้ ทั้งคนทั้งร่างของเป้าหมายคงถูกหั่นแยกจากกันในพริบตา และไม่มัวให้เสียเวลาอธิบาย ตั๊กแตนนายพลสับใบมีดลงมาอีกครั้ง

 

“ฟึบบบ”

 

เนื่องจากบนทางเดินมีขนาดคับแคบเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่มีจุดให้ฉินเฟิงจะใช้หลบเลี่ยง!

 

“ซ่อนเงา!”

 

ท่ามกลางช่วงวิกฤต ในเวลาเดียวกันกับเสียงตวัดฉับดังขึ้น ร่างของฉินเฟิงก็หายไปซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

 

เหยื่อหายวับไปจากสายตาอย่างกระทันหัน ตั๊กแตนนายพลตกอยู่ในความสับสนมึนงง สมองอันน้อยนิดของมันไม่อาจนึกคิดได้ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ฉินเฟิงถอยฉากออกมาราวๆสิบเมตร ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และ–

 

“—ลำแสงแห่งความมืด!”

 

เส้นแสงสีดำสนิทพลันปะทุออก ตรงดิ่งเข้าใส่ร่างนายพลตั๊กแตน

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】
Status: Ongoing
อ่านนิยายโคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】ภายในตัวอาคารที่ถูกเสริมแกร่งด้วยเหล็กกล้า พื้นโถงทางเดินราวกับกระจกใส ทั้งแพทย์และพยาบาลต่างเดินกันให้วุ่นไปตลอดเส้นทาง   ที่นี่คือสถาบันวิจัยเขตชานเมืองใหม่ของเมืองเฉิงหยาง   ณ หนึ่งในพื้นที่บริเวณของสถาบัน กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ทั้งตื่นเต้นระคนวิตกกังวล กำลังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ   “กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง! หมายเลข 2318 ฉินเฟิง กรุณาไปเข้ารับการฉีดยากระตุ้นในแอเรียที่ 3 ด้วย!”   “ถึงตาของฉันแล้- โครม!”   วัยรุ่นชายผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จนเจ้าตัวเสียหลัก สะดุดขาตัวเองล้มคะมำลงกับพื้น   เพียงได้ยินเสียงกระแทก ทุกคนก็พอจะรับรู้ได้ว่าการล้มหน้าฟาดของอีกฝ่ายรุนแรงขนาดไหน   “อ๊า! ฉินเฟิง!” เห็นถึงฉากนี้ โจวฮ่าวก็กลายเป็นตื่นตระหนก เขาเร่งก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยเหลือสหายของตนอย่างร้อนรน   แล้วก็พบกับผลลัพธ์คาดไม่ถึง -ฉินเฟิงที่ล้มลงดันสลบไปซะอย่างงั้น!   “ชิบหายแล้ว ฉินเฟิง! นายคงไม่ได้หมดสติจริงๆหรอกใช่ไหม เล่นตลกอะไรในเวลาสำคัญแบบนี้เนี่ย? รีบตื่นขึ้นมาเร็วเข้า! ถึงเวลาฉีดยา ‘กระตุ้นพลัง’ ของนายแล้วนะ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset