A Record of a Mortal s Journey to Immortality คัมภีร์วิถีเซียน – ตอนที่ 1722 ไม้สีเงินและร่างทอง

ครู่ต่อมาตรงหน้าของหานลี่ก็มีลำแสงสีดำเปล่งแสงสว่างวาบ หอกสีดำปรากฏออกมา สั่นเทาแล้วกลายเป็นลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา

หานลี่กลับมีปฏิภาณไหวพริบรวดเร็วมาก แทบจะในพริบตาที่หอกสีดำปรากฏขึ้น ก็อ้าปากพ่นประจุไฟฟ้าสีทองสายหนึ่งออกมา โจมตีไปยังหอกสีดำอย่างพอดิบพอดี

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหอกนี้มีอิทธิฤทธิ์ใด แต่จากกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งที่แผ่ออกมา น่าจะเป็นอาวุธชั่วร้ายชิ้นหนึ่ง ใช้อัสนีเทวาปัดเป่าภยันตรายก็น่าจะควบคุมมันได้

แต่ฉากที่ทำให้หานลี่ตกตะลึงพลันปรากฏขึ้น!

หอกสีดำเปล่งแสงสว่างวาบ คาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นเงาลวงตาอ่อนๆ สายหนึ่งเปล่งแสงสว่างวาบ

ประจุไฟฟ้าสีทองโจมตีไปกลางอากาศ ไม่ได้ขัดขวางหอกนี้เลยสักนิด

หอกเล่มนี้เดิมก็อยู่ใกล้แค่คืบแล้ว ยามนี้สำแดงอิทธิฤทธิ์ที่แปลกประหลาดออกมา แม้ว่าหานลี่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวกว่าผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดา ก็ไม่อาจหลบหลีกได้

ผลคือเสียง “ปัง” ดังขึ้น หอกสีดำแทงมาที่ร่างของหานลี่ และกลายเป็นลำแสงสีดำระเบิดออก

หานลี่ถูกพลังมหาศาลโจมตี แต่เพียงแค่ถอยร่นไปก้าวหนึ่งเท่านั้น ร่างกลับปลอดภัย

แม้ว่าหอกนี้จะระเบิดลำแสงสีดำราวกับลำแสงจากยมโลกออกมา ลำแสงสีดำสนิทอันเย็นเยียบนี้กลับถูกร่างของหานลี่ต้านทานไว้ด้วยเกราะสงครามสีดำที่ปรากฏออกมาพร้อมแสงสว่างวาบ

ย่อมกำจัดการโจมตีของผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาๆ ไปได้ ผิวของเกราะมารปรากฏอักขระสีดำออกมา เปล่งแสงสว่างวาบแล้วสลายหายไป

หานลี่และชายหนุ่มพลันหน้าเปลี่ยนสีไปพร้อมกัน

แน่นอนว่าหานลี่ย่อมตกตะลึงกับการโจมตีของอีกฝ่าย คาดไม่ถึงว่าจะมองข้ามอัสนีเทวาปัดเป่าภยันตราย หากไม่ใช่เพราะเกราะมารเหนือฟ้าปกป้องตนอยู่ การโจมตีเมื่อครู่เกรงว่าเขาคงต้องเสียเปรียบไปแล้ว

ชายหนุ่มเขาสีทองก็ตกตะลึงที่ ‘หอกวิญญาณทมิฬ’ แทบจะไม่มีผลอันใด คาดไม่ถึงว่าจะพลาดไป

ต้องเข้าใจว่าอิทธิฤทธิ์นี้โจมตีคู่ต่อสู้มาตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว กว่าครึ่งล้วนเป็นพวกที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา

แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจ จ้องเขม็งไปยังเกราะสงครามสีดำบนร่างของหานลี่

แม้ว่าชายหนุ่มจะเพิ่งเคยเห็นเกราะมารเป็นครั้งแรก แต่อักขระสีดำนั้น ใบหน้าโหดเหี้ยมย่อมมองออกว่าเกราะชิ้นนี้ไม่ธรรมดา คาดไม่ถึงว่าจะไม่โกรธแต่กลับดีใจ

“เยี่ยม เยี่ยมมาก เกราะสงครามชิ้นนี้ไม่เลว ข้าจะเอามาให้ได้” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างโหดเหี้ยม

“งั้นหรือ หากมีฝีมือก็เอาไป รีบสำแดงออกมา!” หานลี่ได้ยินก็รู้สึกโกรธเกรี้ยว แต่ใบหน้ากลับเย็นชาแล้วตอบกลับอย่างราบเรียบ

“ข้าไม่ได้ต้องการแค่ชุดเกราะ แม้แต่ชีวิตของเจ้าก็ต้องเอาไปด้วย” ชายหนุ่มเขาสีทองหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา สองมือประสานกันที่ด้านหน้า จากนั้นพลันแยกออก

ชั่วขณะนั้นไม้สั้นสีเงินพลันปรากฏขึ้น พลังแรงกดอันน่าตกตะลึงพ่นออกมาจากสมบัติชิ้นนี้แล้วพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า!

หานลี่จ้องมองเขม็ง พร้อมกับใจหายวาบ

เพราะว่าเขาใช้อิทธิฤทธิ์เนตรวิญญาณกวาดมองไป พลันพบอักขระบนไม้สั้นสีเงิน ล้วนเป็นตัวอักษรลูกอ๊อดสีเงิน

แทบจะไม่ต้องคิด เขาก็คำรามเสียงต่ำ มือหนึ่งพลันร่ายอาคม

ชั่วขณะนั้นบรรยากาศรอบๆ ก็มีดวงลำแสงสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น มันพลิ้วไหวแล้วขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นดอกบัวลำแสงสีเขียวขนาดเท่าฝ่ามือ

ชั่วพริบตานั้นหานลี่พลันกระตุ้นเขตอาคมกระบี่หลากวสันต์ และสะบัดแขนเสื้อไปด้านข้าง เงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกมา หลังจากหมุนวน งูเหลือมยักษ์สีสันแวววาวยาวสิบกว่าจั้งตัวหนึ่งก็ปรากฏออกมา

งูเหลือมยักษ์สะบัดหัวสะบัดหางแล้วกระโจนเข้ามา ลำตัวมันที่มีเกล็ดห่อหุ้มเข้าไปพัวพันกับกิ้งก่าหกขาที่เพิ่งพุ่งออกมาจากรัศมีลำแสงสีทอง ปากที่มีเขี้ยวอยู่เต็มปากออกแรงกัด

กิ้งก่าหกขาพลันโกรธเกรี้ยว ปากก็พ่นไอสีเหลืองออกมา แล้วตะปบกรงเล็บเข้าใส่

ทั้งสองพลันกัดทึ้งกันไปมา

หานลี่วางใจในหุ่นเชิดสะท้านฟ้าเป็นอย่างมาก

เขาได้ตรวจสอบอสูรกิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นแล้ว มันอยู่ในระดับหลอมสุญตาขั้นกลางเท่านั้น

แม้ว่า ‘หวาหวา’ จะระดับต่ำกว่ามัน แต่ในร่างกลับมีสมบัติวิเศษธาตุน้ำแข็งอยู่สองชิ้น เมื่อมีอานุภาพช่วยเสริม ย่อมไม่มีทางอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายแน่

ประกอบกับร่างของหุ่นเชิด ย่อมได้เปรียบหากต่อสู้ระยะประชิด นอกเสียจากว่าจะเป็นความเสียหายถึงชีวิต มิเช่นนั้นอานุภาพก็จะไม่ลดลงเลยสักนิด

ดังนั้นเขาจึงใช้หุ่นเชิดต่อกรกับอสูรวิญญาณของอีกฝ่าย จิตสัมผัสก็สนใจชายหนุ่มที่อยู่ในเขตอาคมกระบี่

ยามนี้ชายหนุ่มยกมือขึ้น ตะปบไปทางไม้สั้นสีเงินที่ปล่อยออกมา เงยหน้าขึ้นมองดอกบัวสีเขียวรอบด้านแวบหนึ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา

เห็นเพียงเขาสะบัดข้อมือ ไม้สีเงินในมือเปล่งเสียงร้องคำราม เงาไม้ปรากฏขึ้น แต่กลับแข็งตัวอยู่ไม่สลายหายไป เผยความลึกลับออกมา

หางตาของหานลี่กระตุก ร่ายคาถากระบี่กระตุ้นในใจโดยไม่ปริปาก

ดอกบัวสีเขียวรอบด้านหมุนวน ทยอยกันขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า แล้วรวมตัวกัน ชั่วขณะนั้นพลันกลายเป็นม่านลำแสงสีเขียวชั้นหนึ่ง

ชายหนุ่มเขาทองรู้สึกเพียงว่ารอบด้านรางเลือน ลำแสงสีเขียวสว่างวาบ คาดไม่ถึงว่าเขาจะตกอยู่ในทุ่งหญ้าสีเขียวมรกต

ใต้ฝ่าเท้าล้วนเป็นต้นหญ้าสีเขียวขจีสูงไม่ถึงสองสามชุ่น และมีดอกไม้ป่าหลากสีสันอยู่เต็มไปหมด รอบด้านยังมีเสียงวิหคแว่วเสียงมา ทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกสบายอารมณ์ ความเกียจคร้านทะลักเข้ามาในหัวใจ และรู้สึกง่วงหนาวหาวนอน!

“เคล็ดวิชาลวงตา!”

ชายหนุ่มเขาสีทองมีแววตาเลอะเลือนแวบหนึ่งแล้วหายวับไป ทันใดนั้นก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง สีหน้าเคร่งขรึม

ไม้สีเงินในมือสับไปด้านหน้า

เงาไม้จำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาพร้อมกัน แต่พลันรวมตัวกันที่ตรงหน้า กลายเป็นไม้ยักษ์ความยาวสองสามจั้ง เปล่งเสียงมังกรคำรามออกมา ลำแสงสีเงินเปล่งแสงสว่างวาบแล้วสับลงมา

เสียงอัสนีพายุดังขึ้น ไม้สีเงินร่อนลงมา อักขระสีเงินหมุนวน กลางอากาศนั้นบิดเบี้ยว ราวกับว่าจะฉีกอากาศออกอย่างไรอย่างนั้น

รอบด้านราวกับกระจกที่ปริแตก หลังจากหมอกสีเขียวอ่อนๆ ปรากฏขึ้น ก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วสลายหายไป

ทว่ารอบด้านพลันรางเลือน ชายหนุ่มกลับมาปรากฏตัวในป่ารกชันแทน

ต้นไม้ทั้งหมดล้วนสูงใหญ่และเป็นสีเขียวมรกต ทุกต้นสูงเสียดฟ้า ใบไม้หนาทึบ แทบจะปกคลุมท้องฟ้าเอาไว้จนมิด

เสียงสั่นสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้รอบด้านสั่นคลอนแล้วล้มลงมา กลายเป็นไม้สีเขียวหนาๆ จำนวนนับไม่ถ้วนทับลงมาหาชายหนุ่ม

“หึๆ สำแดงเคล็ดวิชาลวงตาออกมาครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ยังคิดจะทำซ้ำอีก ช่างรนหาที่ตายจริงๆ!”

ชายหนุ่มสีหน้าโหดเหี้ยมฉายแวบผ่าน ไม้สีเงินในมือพลิ้วไหว เงาไม้หนาแน่นทะลักออกมาจากร่างของเขา ทุกแห่งที่ลำแสงสีเงินกวาดผ่านไป เงาสีเขียวทั้งหมดจะถูกโจมตีจนแหลกสลายไปอย่างง่ายดาย กลายเป็นดวงลำแสงวิญญาณแล้วสลายหายไป

คาดไม่ถึงว่าไม้สีเงินจะดูเหมือนมีอิทธิฤทธิ์ควบคุมเคล็ดวิชาลวงตาได้

ลำแสงสีเงินเปล่งแสงสว่างวาบเงาไม้ทั้งหมดรวมตัวกันอีกครั้ง กลายเป็นไม้สีเงินเล่มหนึ่งพุ่งไปโจมตีม่านสีเขียว

ฉากที่ทำให้ม่านตาของหานลี่หดเล็กลงพลันปรากฏขึ้น

ชั่วพริบตาที่ไม้สีเงินแทบจะสับลงมาในม่านสีเขียว ลำแสงพลันเปล่งแสงเจิดจ้า ทำให้ผู้คนไม่อาจสบตาตรงๆ ได้ ไม้ถูกลำแสงเจิดจ้าปกคลุมเอาไว้ แล้วพลันแยกออกเป็นสองส่วน ที่เดิมเหลือเพียงเงาไม้สีเงินที่เหมือนกันทุกระเบียบนิ้ว ตัวจริงกลับจมหายไปกลางอากาศ เปล่งแสงสว่างวาบแล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

หากไม่ใช่เพราะหานลี่ไม่กล้าดูแคลนชายหนุ่มผู้นี้ จนต้องสำแดงอิทธิฤทธิ์เนตรวิญญาณออกมา เกรงว่าก็คงถูกเขาตบตาแล้ว

ส่วนเมื่อเงาไม้สีเงินโจมตีไปยังม่านสีเขียว ก็ระเบิดลำแสงสีเงินที่น่าตกตะลึงออกมา เหนือศีรษะของหานลี่ห่างออกไปไม่ถึงสองสามจั้ง ระลอกคลื่นอ่อนๆ ที่ไม่อาจสัมผัสได้ปรากฏขึ้น ไม้สีเงินปรากฏขึ้น และร่อนลงมาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

มันเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง ไม่มีลมโชยมาเลยสักนิด

ชั่วพริบตานั้นไม้ก็ร่อนลงมาอยู่ห่างจากศีรษะของหานลี่ไม่ถึงสองสามฉื่อ กะพริบวาบอีกครั้งแล้วระเบิดพลังแรงกดออกมา ไม่ปิดบังการโจมตีใดๆ อีก

สมบัติชิ้นนี้แผ่หมอกสีเงินออกมา ท่าทางน่าตกตะลึง

แต่ในพริบตานั้น หานลี่ก็เปล่งแสงสีทองออกมาจากหน้าผาก ฝ่ามือสีทองที่เต็มไปด้วยอักขระสีม่วงเปล่งแสงสว่างวาบแล้วปรากฏขึ้นกลางอากาศ ตะปบไปยังหมอกสีเงินอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า คว้าไม้สีเงินเอาไว้ในมือ

ไม้สีเงินสั่นเทา ชั่วขณะนั้นพลันเปล่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงออกมา

เสียง “ปัง” ดังขึ้น

ลำแสงสีเงินและลำแสงสีม่วงทองตัดสลับกันไปมา ระเบิดเสียงดังสนั่นขึ้น

ระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อทะลักออกมาจากใจกลาง ม้วนวนไปรอบด้านแล้วแผ่กระจายตัวออก

ไม้สีเงินถูกลำแสงสีเงินหนาๆ ชั้นหนึ่งห่อหุ้มเอาไว้ และหดเล็กลงสุดฤทธิ์ ท่าทางอยากแปลงกายหนีจากฝ่ามือ

แต่ฝ่ามือสีทองกลับมีนิ้วดุจเหล็กกล้า แม้ว่าจะถูกไม้สีเงินเปล่งแสงออกมาต้านทาน ก็ไม่อาจตะปบมันไว้ได้ แต่ก็ยังคงผสานเข้าหากันอย่างช้าๆ

ชายหนุ่มในเขตอาคมกระบี่ใช้อิทธิฤทธิ์อันใดก็ไม่ทราบได้ คาดไม่ถึงว่าจะไม่ได้รับผลกระทบของเคล็ดวิชาลวงตาเขตอาคมกระบี่ อีกทั้งยังมองเห็นฝั่งของหานลี่อย่างชัดเจน ภายใต้ความตกตะลึงนั้นก็อดที่จะเผยสีหน้าสิ้นหวังออกมาไม่ได้

เขาไม่ทันต้องขบคิด ก็ร้องตะโกนต่ำๆ ออกมา จากนั้นมือหนึ่งพลันร่ายอาคม ชี้ไปทางไม้สีเงินอย่างรวดเร็ว

เสียง “เปรี้ยง” ดังขึ้น เสียงฟ้าร้องดังสนั่น

คาดไม่ถึงว่าประจุไฟฟ้าสีเงินจะดีดตัวออกมาจากไม้สีเงิน เปล่งแสงสว่างวาบ แล้วโจมตีไปที่ฝ่ามือสีทอง ระเบิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นออกมา

แต่แม้ว่าฝ่ามือนี้จะแข็งแกร่งหาที่เปรียบ ทว่าภายใต้การโจมตีที่ดุดันเช่นนี้ ก็อดที่จะสั่นเทาไม่ได้

หานลี่เห็นเช่นนั้นกลับหัวเราะออกมา

แขนเสื้อสะบัดไปกลางอากาศ

ลำแสงสีทองเจิดจ้าออกมา เงาร่างสีม่วงทองสูงสองจั้งปรากฏขึ้น

สามเศียรหกกร ใบหน้าไร้ความรู้สึก นั่นก็คือเทวรูปร่างทองของหานลี่

ร่างทองในยามนี้ไม่เพียงจะมีอักขระสีเงินอยู่ทั่วร่าง ลำแสงวิญญาณที่แผ่ออกมาก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงทอง

ฝ่ามือสีม่วงทองที่คว้าไม้สีเงินเอาไว้ นั่นก็คือหนึ่งในแขนทั้งหก

เห็นเพียงสองในสามเศียรก้มลงต่ำ อ้าปากออกพ่นหมอกลำแสงสีทองสองกลุ่มออกมา ม้วนวนไม้สีเงินที่พุ่งมาเป็นประจุไฟฟ้าสีเงินเอาไว้ข้างในแล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

ถือโอกาสนี้ใช้นิ้วทั้งห้าออกแรง เสียง “ปัง” ดังขึ้น

ม่านลำแสงสีเงินที่ห่อหุ้มไม้สีเงินอยู่พลันปริแตกออก นิ้วทั้งห้าออกแรงบีบไม้สีเงินเอาไว้ในมือ

จากนั้นมืออีกข้างหนึ่งก็ตะปบออกไปอย่างรวดเร็ว

สองมือถูกันไปมา ไม้สีเงินส่งเสียงร้องคร่ำครวญ ชั่วขณะนั้นลำแสงสีเงินที่แผ่ออกมาพลันหม่นแสงลง

เศียรหนึ่งของร่างทองพลันอ้าปากออกอีกครั้ง ลำแสงสีทองม้วนวน สูบไม้สีเงินเข้าไปจากกลางอากาศ คาดไม่ถึงว่าจะกลืนลงไปในท้อง

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว!

รอจนชายหนุ่มเขาสีทองมีปฏิกิริยาตอบสนอง สมบัติที่หายากชิ้นนี้ก็สูญเสียการเชื่อมโยงจิตสัมผัสกับเขาแล้ว

ชั่วขณะนั้นพลันทำให้เขาทั้งตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว!

A Record of a Mortal s Journey to Immortality

A Record of a Mortal s Journey to Immortality

Type: Author: ,
เจ้าบื้อที่สอง หานลี่ เด็กหนุ่มธรรมดาสามัญผู้ได้รับวาสนาให้ไปเข้าทดสอบเป็นศิษย์ในสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทำให้เขาได้รู้จักกับโลกใบใหม่ที่หนุ่มน้อยชนบทอย่างเขาใฝ่ฝันอยากสัมผัสกับมันมาโดยตลอด ในโลกแห่งเซียน เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างฝึกฝนค้นหาเส้นทางเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นนิรันดร์ ทว่าเส้นทางที่แม้กระทั่งผู้บำเพ็ญเพียรซึ่งมีพรสวรรค์สูงส่งแต่กำเนิดยังต้องผ่านความยากลำบากเท่าไหร่กว่าจะไปถึงจุดนั้น แล้วเด็กหนุ่มปุถุชนเช่นเขาจะทำได้หรือ? ด้วยความสามารถอันธรรมดาสามัญของเขาจะเอาตัวรอดในโลกแห่งเซียนนี้ไปได้อย่างไร? เส้นทางแห่งความสำเร็จช่างอยู่ห่างไกลเสียเหลือเกิน… คัมภีร์วิถีเซียนเป็นนิยายจีนย้อนยุคเล่าเรื่องการเดินทางอันน่าติดตามของหานลี่ ผู้ต้องใช้ทั้งไหวพริบและพลังยุทธ์ในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ด้วยตัวคนเดียว มาร่วมเดินทางไปกับหานลี่ ผู้เย้ยฟ้าท้านรกเพื่อแสวงหาเส้นทางแห่งการเป็นเซียนด้วยกันเถอะ!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset