Advent of the Archmage – ตอนที่ 118: รางวัลมหาศาล

ณ ห้องโถงแห่งความจริง

 

 

หลังจากที่ แอนโทนี่ เปิดเผยเกี่ยวกับของรางวัล ลิงค์ ก็เกือบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ โดยปกติแล้ว เมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มของนักเวทย์ระดับสูงที่เอาจริงเอาจัง เขาควรที่จะเก็บความดีใจเอาไว้ภายในใจและรักษาความสำรวมเอาไว้

 

แอนโทนี่ เป็นคนใจดีมากๆ ในฐานะที่เขาเป็น 1 ใน 2 คนที่เข้าร่วมภารกิจ ลิงค์ จึงได้รับ 5000 เหรียญทองเป็นของรางวัล

 

แต่แค่นั้นยังไม่พอ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเวทย์ไม่ใช่เหรียญทอง ความมั่งคั่งเป็นเพียงแค่หนทางหนึ่งเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการได้ครอบครองไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ อย่างเช่นตำราเวทย์, อุปกรณ์เวทมนตร์, น้ำยา, คัมภีร์, วัตภุดิบและอื่นๆ

 

นอกเหนือจากความมั่งคั่ง ลิงค์ ยังได้รับเศษทอเรี่ยมอีก 100 ชิ้น!

 

ก่อนหน้านี้ ในตอนที่เขาปล้นอุปกรณ์เวทมนตร์ทั้งหมดจากหอคอยเวทมนตร์ของ เฉด เขาได้เศษทอเรียมมาทั้งหมด 123 ชิ้น เขาไม่เคยจินตนาการเอาไว้เลยว่าเขาจะได้รับมันเพิ่มอีก 100 ชิ้นจากรางวัลของภารกิจ ทอเรียมมีค่าอย่างน้อย 10000 เหรียญทองถ้านำมันไปขายในตลาด

 

ด้วยวัตถุดิบเวทมนตร์พวกนี้ ลิงค์ จะมีพื้นฐานที่ดีกว่าเมื่อเขากลับมาศึกษาเวทมนตร์ของเขาต่อ

 

หลังจากประกาศรางวัลอย่างชัดเจนไปแล้ว แอนโทนี่ ก็พูดต่อ “ลิงค์ แม้ว่าเจ้าจะได้เป็นนักเวทย์เลเวล 4 ภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ แต่เจ้าก็ยังคงเป็นนักเวทย์หนุ่ม เจ้ายังไม่ได้ใช้เวลามากพอที่จะศึกษาเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าสามารถเลือกหนึ่งในจอมเวทย์เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาของเจ้าได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในทันทีก็ได้ ความจริงแล้ว เจ้าควรจะไปคุยกับจอมเวทย์ทุกคนและค่อยตัดสินใจเพื่อที่เจ้าจะได้หาคนที่เข้ากับเจ้าได้มากที่สุด”

 

ความแข็งแกร่งของตัวนักเวทย์ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ลูกศิษย์ใช้ในการเลือกที่ปรึกษา ลักษณะนิสัยของที่ปรึกษา,วิธีการสอนและขอบเขตของการวิจัยเวทมนตร์ต่างหากที่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องหาที่ปรึกษาที่สามารถเข้ากันได้ดี

 

ลิงค์ รู้สึกยินดีเมื่อได้ยินคำนี้ แม้กระทั่งเหล่าจอมเวทย์ในห้องโถงต่างก็ตาเป็นประกายกันขึ้นมาในทันที ทุกคนต่างต้องการ ลิงค์ เป็นลูกศิษย์

 

นักเวทย์เลเวล 4 ที่อายุเพียงแค่ 17 นั้นถือว่าเป็นอัจฉริยะที่อาจจะไม่ได้ปรากฏขึ้นในทุกๆศตวรรษ แม้แต่ เวเวียร์ จากทางใต้ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

 

บางทีนี่อาจจะเป็นคนที่สามารถเลียนแบบตำนานความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ของนักเวทย์ในตำนาน ไบรอัน ที่ได้รับพลังถึงจุดสุดยอดได้  ถ้าพวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะที่ปรึกษาของนักเวทย์ในตำนานล่ะ-ชื่อของพวกเขาก็จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!

 

ยังไงก็ตาม ลิงค์ ได้ทำการตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว “จะเป็นใครก็ได้หรอครับ?”

 

“คนๆนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นจอมเวทย์ก็ได้ตราบใดที่เจ้าคิดว่าคนๆนั้นเหมาะสมที่สุด แต่แน่นอนว่า เหล่าจอมเวทย์นั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ” แอนโทนี่ อธิบาย เขาเองก็อยากที่จะให้ ลิงค์ มาเป็นลูกศิษย์ของเขาเช่นกัน ยังไงก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสของสถาบัน เขาจำเป็นต้องถอยออกมาและเปิดโอกาสให้กับสมาชิกสภาทั้งหก

 

“มอยร่า ตอบคำถามเกี่ยวกับเวทมนตร์ของผมมาโดยตลอดและที่สำคัญ ที่ปรึกษาของผมนั้น ในตอนที่เธอสู้กับเนโครแมนเซอร์ เธอยังได้ร่ายเวทย์เลเวล 6 คมมีดเสียดฟ้าด้วย ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าเธอนั้นได้เป็นนักเวทย์เลเวล 6 แล้ว เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากเป็นลูกศิษย์ของจอมเวทย์ มอยร่า ครับ” ลิงค์ กล่าว

 

นี่คือการตัดสินใจของ ลิงค์ หลังจากที่พิจารณาอย่างระมัดระวังจากหลายๆปัจจัยที่แตกต่างกัน เอร์เรร่า นั้นแบ่งปันความรู้ทั้งหมดของเธอให้กับเขาอย่างไม่มีกั๊กแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นลูกศิษย์สุดที่รักของ แอนโทนี่ ด้วย ถ้าเอร์เรร่าไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามของ ลิงค์ ได้ เธอก็จะต้องไปหา แอนโทนี่ แล้ว ลิงค์ ก็จะได้ประโยชน์จากความรู้ของนักเวทย์ที่แข็งแกร่งถึงสองคน

 

แอนโทนี่ ยิ้มเมื่อได้ยินคำเหล่านั้น เขาเป็นคนที่ฉลาดและมองเห็นแผนการของ ลิงค์ ในทันที ยังไงก็ตาม ด้วยความที่จอมเวทย์ทุกคนอยู่ด้วย เขาถาม “เจ้าจะพิจารณาใหม่หรือไม่? จอมเวทย์ เกรนซี่ นั้น เก่งมากเรื่องการแปรธาตุ ขณะที่จอมเวทย์ เฟอดินันด์ นั้นไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องของเวทมนตร์ธาตุไฟ อีกด้านหนึ่งจอมเวทย์ วิสมัลเลอร์ นั้นเชี่ยวชาญในด้านการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์”

 

ทุกครั้งที่ แอนโทนี่ ได้แนะนำถึงความสามารถพิเศษของจอมเวทย์แต่ละคน ลิงค์ ก็จะโค้งคำนับอย่างสุภาพ เมื่อ แอนโทนี่ พูดจบ ลิงค์ ก็พูดว่า “ผู้อาวุโส แอนโทนี่ ครับ พื้นฐานเวทมนตร์ของผมยังอ่อนแอมาก ผมจะปรึกษากับเหล่าจอมเวทย์อย่างแน่นอนเมื่อผมคิดว่าผมพร้อมที่จะขึ้นสู่ระดับต่อไป เมื่อเวลานั้นมาถึง ได้โปรดรับผมอย่างเมตตาด้วยนะครับ”

 

แม้ว่า ลิงค์ จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนใจ แต่เขาก็ยังคงรักษาตัวเลือกของเขาเอาไว้ เขารู้ว่าความรู้จากเหล่ามาสเตอร์คนอื่นนั่นก็สำคัญมากๆเช่นกันและมันจะช่วยให้เขาไปถึงจุดสูงสุดของเวทมนตร์ได้

 

ลิงค์ ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วและเขาก็ไม่สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด จอมเวทย์คนอื่นทำได้เพียงแค่มองและรู้สึกอิจฉา แอนโทนี่

 

ช่างเป็นทักษะการพูดที่น่าประทับใจจริงๆ แอนโทนี่ คิด

 

แอนโทนี่ มีเจตคติที่ดีต่อ ลิงค์ ตั้งแต่ที่เขาได้ยินว่า ลิงค์ รับมือกับการลอบโจมตีของ ดาริส ยังไง เมื่อมาเห็นด้วยตาของตัวเองนั้นยิ่งทำให้เขารักชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อคิดว่าเขาสามารถใจเย็นและมีสมาธิได้เมื่ออยู่ต่อหน้านักเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบันและในเวลาเดียวกัน ก็เพิ่มความสนใจของตัวเองในขณะที่ทำตัวได้อย่างสุภาพมากๆ

ในทางกลับกัน ดาริส ที่เขาเคยพิจารณานั้นไม่สามารถเทียบได้เลย

 

ถ้ามันเป็นไปได้ด้วยดี เด็กคนนี้ก็จะกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของสถาบันในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

 

 

แอนโทนี่ ได้พบเจอกับลูกศิษย์มาหลายคน ลิงค์ นั้นทำให้เขานึกถึงนักเวทย์หนุ่มอีกคนนึงที่เขาเคยเจอเมื่อไม่กี่ปีก่อน ชายหนุ่มคนนั้นมีผมสีเงินและร่างกายที่ผอมแห้ง เขานั้นหน้าตาดีและมีสายเลือดของ นีแอนเดอธัลเลนซิส โบราณ(หมายเหตุ:ชนเผ่าโบราณที่มีชื่อเสียงในด้านของทักษะเวทมนตร์)ชื่อของเขาคือ เวเวียร์;เขาเป็นนักเวทย์ที่เก่งที่สุดในหมู่คนหนุ่มที่อยู่ในสมาคมการค้าเสรีทางใต้

 

“ถึงเวลาที่ต้องส่งต่อให้คนรุ่นใหม่แล้วสินะ” แอนโทนี่ ถอนหายใจ และดูยินดี

 

ลิงค์ จะต้องหัวเราะอย่างแน่นอนถ้าเขารู้ว่า แอนโทนี่ ตีค่า เวเวียร์ ไว้สูงแค่ไหน จากที่เขารู้ เวเวียร์ นั้นถูกประกาศว่าเป็นอัจฉริยะจริงๆในเวลานี้ ยังไงก็ตาม ด้วยอุปนิสัยที่สันโดษและไม่บกพร่องของเขาจะทำให้เขาตายในอนาคต มีนักเวทย์อัจฉริยะที่แท้จริงคนเดียวในเกมนี้ และในเวลานี้เขายังไม่เป็นที่รู้จัก คนๆนั้นก็คือฮาร์ฟเอลฟ์ เอเลียร์ด

 

“ข้าคิดว่าเจ้าคงจะเหนื่อยมากแล้ว ไปพักเสียเถอะ” แอนโทนี่ สรุป

 

จากนั้น ลิงค์ กับ เอร์เรร่า ก็ออกจากห้องโถงแห่งความจริง ในเมื่อเขาได้เป็นลูกศิษย์ของ เอร์เรร่า อย่างเป็นทางการแล้ว ลิงค์ ก็ตรงไปที่หอคอยเวทมนตร์ของเธอในทันที เอร์เรร่า ได้ทำการต้อนรับเขาและได้เตรียมห้องนอนที่กว้างขวางและสะดวกสบายที่อยู่บนชั้นสามของหอคอยของเธอให้กับเขา

 

หอคอยเวทมนตร์ของ เอร์เรร่า นั้นเล็กกว่าของ เบล มาก มันมีเพียงแค่ 4 ชั้นเท่านั้นและชั้น 3 ก็เป็นส่วนแกนกลางของมัน มันยังเป็นที่ๆมีบ่อธาตุที่ใหญ่ที่สุดของหอคอยนี้ตั้งอยู่ด้วย ส่วนชั้น 4 นั้นเป็นส่วนที่ เอร์เรร่า อาศัยอยู่

 

ยังไงก็ตาม ลิงค์ ได้ปฏิเสธและยืนกรานว่าเขาจะอยู่ที่ชั้นสองร่วมกันกับ เอเลียร์ด ในตอนที่ ลิงค์ บอก เอเลียร์ด ว่าเขาเองก็ได้เป็นลูกศิษย์ของ มอยร่า แล้ว เอเลียร์ด ก็รู้สึกดีใจมาก ตอนนี้ มันไม่จำเป็นสำหรับพวกเขาแล้วที่จะต้องมาพบกันที่จัตุรัสในทุกๆวัน เขาเพียงแค่ไปที่ห้องของ ลิงค์ เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเวทมนตร์ด้วยกันก็ได้แล้ว

 

ยังไงก็ตาม เขายังตกใจในพลังเวทมนตร์ของ ลิงค์ ด้วย ลิงค์ ได้ยกเลิกผลของขนนกแห่งการปกปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอเลียร์ด สามารถสัมผัสถึงพลังเวทย์อันแข็งแกร่งปล่อยออกมาจากตัวเขาได้ เอเลียร์ด นั้นทั้งช็อคและโล่งใจ เขาคิดมาเสมอว่ามันน่าเสียดายที่ ลิงค์ ไม่มีทักษะทางด้านเวทมนตร์ที่เหมาะสมกับความรู้ของเขา ซึ่งตอนนี้มันดูสมบูรณ์แบบมาก

 

เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย แม้ว่า ลิงค์ จะไม่แสดงท่าทีดีใจและยังคงปฏิบัติกับเขาเหมือนก็เดิมก็ตาม แต่ถึงกระนั้น เอเลียร์ด ก็โล่งใจ

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันเป็นเวลา 1 อาทิตย์แล้วตั้งแต่ที่ ลิงค์ ย้ายมาอยู่ที่หอคอยเวทมนตร์ของ เอร์เรร่า

 

 

ลิงค์ ตั้งใจที่จะยกรูนไสยเวทย์ให้กับ เอร์เรร่า ยังไงก็ตาม เขาก็ตัวติดอยู่กับการวิจัยเวทมนตร์ของเขาตลอดทั้งอาทิตย์ โดยเฉพาะการอ่านคอลเลคชั่นตำราเวทย์อันมหาศาลของ เอร์เรร่า ในเวลาว่างเขาจะเขียนวิทยานิพนธ์ของเขาและทดลองเวทย์ใหม่ของเขาที่บ่อธาตุ

 

มันไม่มีโอกาสให้เขาได้นำรูนไสยเวทย์ออกมาเลย

 

เอร์เรร่า นั้นไม่ได้มีลูกศิษย์มากนัก นักเวทย์อย่างเป็นทางการที่เป็นลูกศิษย์ของเธอมีเพียงแค่ 2 คนคือ เอเลียร์ด กับ ลิงค์ เท่านั้น หลังจากที่แบ่งเวลาการใช้บ่อธาตุอย่างเท่าเทียม  ลิงค์ มีเวลา 3 ชั่วโมงต่อวันในการทำการทดลองเวทมนตร์ของเขา ด้วยบ่อธาตุ ลิงค์ ได้เชี่ยวชาญเวทย์ระดับสูงสุด 3 เวทย์ภายในเวลา 1 อาทิตย์ 2 เวทย์ในนั้นเป็นสกิลธรรมดา ยังไงก็ตาม เวทย์ที่ 3 นั้นค่อนข้างทรงพลัง มันคือสภาพยิบรอลตาร์

 

ตั้งแต่ที่เขาข้ามขีดจำกัดของตัวเองที่สระหมอกขณะที่เขาปล่อยเวทย์ลูกแก้วอย่างต่อเนื่อง เขาก็มีความสนใจอย่างมากในสภาพยิบรอลตาร์ ความคิดติดอยู่ในหัวเขาระหว่างที่เขากำลังทำวิจัยและเขาก็ตัดสินใจที่จะต่อยอดมัน

 

เขาได้คิดโครงสร้างเวทมนตร์ที่จำเป็นทั้งหมดและการไหลของมานาสำหรับเวทมนตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็มีแค่ทดสอบมันในบ่อธาตุเท่านั้น ลิงค์ ได้ตั้งห้องเป็นสถานะ “ห้ามรบกวน” และเริ่มการทดลองของเขา

 

ในขณะเดียวกัน กลุ่มของนักเวทย์จากสถาบันเวทมนตร์ระดับสูงอีสโควฟก็กำลังเตรียมตัวที่จะออกไปรบ

 

มีนักเวทย์ทั้งหมด 130 คน คนที่หนุ่มที่สุดนั้นเพิ่งจะอายุเกิน 20 ปี ขณะที่คนที่แก่ที่สุดนั้นอายุ 40 ปี

 

นักเวทย์เลเวล 4 ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นคือ 1 ในลูกศิษย์ของ แอนโทนี่ ที่มีชื่อว่า ฟิชเชอร์ และเขายังเป็นหัวหน้าของภารกิจนี้ด้วย และมีประมาณ 2-3 กลุ่มย่อยที่ตั้งขึ้นมาโดยนักเวทย์ฝึกหัดระดับกลาง พวกเขาส่วนมากมีทักษะทางเวทมนตร์ที่จำกัดและมีความหวังอันริบหรี่ที่จะได้เป็นนักเวทย์อย่างเป็นทางการ พวกเขาจึงพยายามที่จะหาประโยชน์จากการเข้าร่วมสงครามโดยหวังว่ามันจะนำไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น

 

หนึ่งในพวกเขาคือ มาโก้ นักเวทย์ฝึกหัดจากหอคอยเวทมนตร์ของ เบล เขาขึ้นรถม้าด้วยใบหน้าที่ดูสับสน

 

Advent of the Archmage

Advent of the Archmage

Type: Author: , ,
เรื่องย่อ ลิงค์เป็นอาร์จเมจที่เก่งที่สุดในทุกๆเซิร์ฟเวอร์ เขาเพิ่งจะโค้นล้มบอสที่แข็งแกร่งที่สุด,เจ้าแห่งความลึก โนโซม่า ด้วยปาร์ตี้ของเขา อย่างไรก็ตาม,แทนที่เขาจะกลับไปที่เมื่อง เขากลับถูกส่งตัวไปที่พื้นที่ลับด้วยพิกเซลCG มันให้ความรู้สึกเหมือนกับสูญญากาศ และภายในนั้นก็ได้มีเสียงที่ยิ่งใหญ่และมากด้วยอำนาจที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าแห่งแสงสว่างดังขึ้น “ลิงค์ เจ้าเต็มใจที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิตที่จะดึงโลกแห่งฟิรูแมนออกจากความปั่นป่วนไหม?” ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้มันอะไรกัน! ถ้ามันเป็นโลกจริง ลิงค์ คงจะปฏิเสธไปในทันที อย่างไรก็ตามเขาก็มีความแน่วแน่ที่จะเป็นฮีโร่ในเกมส์ “จัดไปเลย!” ลิงค์ ตอบอย่างมั่นใจ “ถ้างั้นก็ขอให้เจ้าโชคดี” และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วย เวทย์มนตร์,มิตรภาพ,การทรยศ,ความรัก และความสิ้นหวังของ ลิงค์ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของฟิรุแมน Link was the top Archmage in the entire server. He had just defeated the strongest boss, the Lord of The Deep, Nozama with his party. However, instead of going back to town, he was transported to a secret location with pixelated CG. It sort of felt like a vacuum, and within it came a glorious and commanding voice that calls himself the God of Light. “Link, would you be willing to be the saviour who will pull the World of Firuman out from the churning abyss?” What a huge mission! If it was in the real world, Link would have rejected it immediately. However, he was bent on being the hero in game. “Bring it on!” Link answered confidently. “Then, best of luck.” And so began Link’s journey of magic, friendship, betrayal, love and despair in the ever changing World of Firuman.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset