Advent of the Archmage – ตอนที่ 400: ความผันผวนแปลกๆในตาข่ายเวทมนตร์

Advent of the Archmage Chapter 400: ความผันผวนแปลกๆในตาข่ายเวทมนตร์

 

ที่ด้านข้างของบ่อบําบัดน้ําเสีย

 

ลิงค์เดินกลับไปที่โถงทางเดินและปลดบาเรียมิติออก

 

“เป็นยังไงบ้าง?” แลนนี่ถาม

 

ลิงค์ไม่ได้ตอบแต่ขยับตัวหลบไปด้านข้างแทน เพื่อให้แลนนี่เห็นศพไร้หัวของปีศาจที่นอนอยู่ตรงทางเข้าโถงทางเดิน

 

แลนนี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วคลายกําปั้นของเธอ เธอพูดอย่างตื่นเต้น “มาสเตอร์ลิงค์ ท่านนี่มันสุดยอดจริงๆ!”

 

ที่ด้านหลังของเธอ พวกยับบ้าเองก็มีความสุขมากจนไม่สามารถหาคํามาเปรียบได้ มีหลายคนร้องไห้เพราะความโล่งใจ ในระหว่างทางที่พวกเขามาที่นี่ นักรบผู้กล้าต่างก็ต้องออกไปต่อสู้กับมันคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่มีใครฆ่ามันได้เลย ปีศาจตัวนี้ปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนกับอสุรกายแห่งความตาย ทุกครั้งที่มันปรากฏตัวออกมา เหล่านักรบก็จะถูกบังคับให้สละชีวิตของตัวเองเพื่อพยายามฆ่ามัน

 

ทุกคนต่างก็พากันสิ้นหวัง

 

แต่ตอนนี้ปีศาจได้ตายลงแล้ว มันรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก บางคนถึงกับวิ่งผ่านลิงค์ไปและไปหยุดอยู่ที่หน้าปีศาจเพื่อที่จะไปเตะศพของมันและร้องไห้ออกมา และยังมีอีกหลายคนที่วิ่งมาหาลิงค์และคุกเข่าขอบคุณเขา

 

มีคุณแม่ชาวยับบ้าคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับลูกของเธอ และพูดขึ้น “ท่านคะ ลูกของข้าพึ่งจะมีอายุได้เพียงครึ่งปี พ่อของเขาตายไปในการต่อสู้และยังไม่มีโอกาสได้ตั้งชื่อให้เขาเลย ท่านช่วยกรุณาตั้งชื่อให้เด็กคนนี้หน่อยจะได้ไหมคะ?”

 

ลิงค์คุกเข่าลงแล้วจ้องไปยังเด็กน้อยที่ตัวใหญ่กว่ากําปั้นของเขาไม่เท่าไหร่ เด็กทารกคนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีนัก บางทีเขาอาจจะกลัวการต่อสู้, หรือไม่ก็ตอนที่วิ่งหนี, แม่ของเขาอาจจะไม่ได้ดูแลเขาอย่างเหมาะสม ลิงค์ยื่นมือออกไปสัมผัสกับผิวของเด็กคนนี้ ร่างกายของทารกร้อนขึ้น ใบหน้าของเขาเองก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด, แม้ว่าเขาอยากจะร้องออกมาแต่ก็ทําไม่ได้ มันต้องทรมานมากแน่ๆ

 

หลังจากคิดอยู่พักนึง เขาก็วางมือลงบนหัวของเด็กทารก แล้วส่งพลังมังกรไปให้เล็กน้อย ซึ่งพลังมังกรนั้นสามารถเพิ่มพลังชีวิตให้กับผู้คนได้อย่างมาก ทันใดนั้นเอง สีหน้าของทารกก็ดูสงบลง จากนั้นลิงค์ก็กรีดนิ้วของตัวเองเพื่อเอาเลือดบางส่วนออกมาวาดลวดลายอันซับซ้อนบนหน้าผากของทารก

 

เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่ว่าเลือดของเขาเต็มไปด้วยพลัง ลวดลายที่เขาเขียนลงไปนั้นจะได้ผลอย่างมาก

 

หลังจากนั้นเหมือนว่าทารกจะรู้สึกสบายตัวขึ้น ดวงตาสดใสเหมือนกับคริสตัลของเขาเปิดกว้าง และเขาก็ขยับร่างกายของเขาไปหาหน้าอกของแม่ เขากําลังหิว

 

“ช่างเป็นเจ้าหนูที่น่ารักน่าชังจริงๆ” ลิงค์พูดอย่างอ่อนโยน “เขาจะเป็นความหวังในอนาคตอย่างแน่นอน พวกเราจะเรียกเขาว่า เฟน (ด้วยความยินดี)”

 

“ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านลอร์ด” แม่ชาวยับบ้าพูดก่อน ที่จะขยับตัวหลบไปด้านข้าง

 

ตอนนี้มันถึงเวลาจัดการกับเรื่องสําคัญแล้ว ลิงค์ถามแลนนี่ “แล้วเรื่องส่งสารหล่ะ?”

 

แลนนี่ตบหน้าผากของเธอ “อ้อใช่! ข้าเกือบลืมไปเลย มาสเตอร์กรีนน่าจะรู้ว่าต้องทํายังไงนะ ตามข้ามาสิ”

 

แลนนี่จับมือของลิงค์และวิ่งออกจากโถงทางเดินไปด้วยขาสั้นๆของเธอ

 

นักเวทย์กรีนนั้นกําลังพักผ่อนอยู่ที่ข้างบ่อบําบัดน้ําเสีย ในตอนที่เขาเห็นลิงค์ เขาก็รีบลุกขึ้นมาทักทาย

 

แลนนี่นั้นเหมือนกับนกน้อย เธอพูดอย่างเจื้อยแจ้ว บอกนักเวทย์กรีนเกี่ยวกับเจตนาของลิงค์

 

ในตอนที่เธอพูดจบ นักเวทย์กรีนก็ถามลิงค์ “กองทัพแห่งความมืดที่อยู่นอกลาริเอลเหลืออยู่เยอะแค่ไหน?”

 

ลิงค์พยักหน้า “ผมเพิ่งตระหนักถึงเรื่องนี้ในตอนที่มาถึงที่นี่ อันที่จริงคือเมื่อสามวันก่อน ได้เกิดสงครามนองเลือดขึ้นที่ป้อมโอริด้า กองกําลังพันธมิตรได้ฆ่าดาร์กเอลฟ์ไป 80,000 คนและปีศาจอีก 40,000 ตัว แน่นอน พวกเราเองก็สูญเสียไปมากเหมือนกัน ตอนนี้พวกเราเหลือนักรบอยู่ ประมาณ 10,000 คน พวกเราถูกพวกปีศาจปิดล้อมทุกด้านอยู่…พวกเราต้องการกําลังเสริมอย่างเร่งด่วน

 

นักเวทย์กรีนตบขาของตัวเองและอุทานขึ้นมา “ถ้าพวกเรารู้ว่าข้างนอกเมืองเหลือปีศาจอยู่น้อยขนาดนี้หล่ะก็! พวกเราคงไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆอยู่ในนี้แล้ว พวกเราจะต้องรีบส่งข่าวนี้เข้าไปข้างในบาเรียโดยด่วน จะเสียเวลาไม่ได้แล้ว!”

 

เขาคิดอยู่พักนึงและพูดออกมา “ถ้าพวกเราอยากส่งข่าวเข้าไปในเมือง พวกเราจะต้องใช้รูปปั้นที่ส่วนเมืองชั้นนอกน่าจะเหลืออยู่ไม่มากแล้วนะ”

 

ลิงค์เองก็รู้วิธีการนี้เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่รูปปั้นทั้งหมดได้ถูกทําลายไปแล้ว และความเสียหายนั้นก็ไม่ใช่ระดับที่จะซ่อมแซมกันได้ง่ายๆ

 

ลิงค์พูดอย่างจนปัญญา “ขอโทษนะครับ แต่ผมคิดว่าวิธีนั้นไม่น่าจะได้ผลหรอก ก่อนที่พวกเราจะมาที่นี่ พวกเราเห็นรูปปั้นมากมายถูกทําลายไปแล้ว”

 

แลนนี่เองก็พยักหน้า “รูปปั้นทั้งหมดได้ถูกทําลายเป็นชิ้นๆ ข้าไม่เห็นอันไหนที่มันใช้งานได้เลยนะ”

 

พอเขาได้ยินเรื่องนี้ นักเวทย์กรีนก็ขมวดคิ้ว เขาคิดว่าน่าจะมีรูปปั้นเหลืออยู่บ้างบางส่วน เขาไม่เคยคิดเลยว่าสถานการณ์จะเลวร้ายถึงขนาดนี้

 

“นี่น่าจะเป็นฝีมือของไอ้คนทรยศ อาเคนเซอร์ โอเค ถ้างั้นหนทางเดียวที่พวกเราจะสามารถส่งข้อความเข้าไปได้ก็คือสร้างรูปปั้นส่งสัญญาณขึ้นมาใหม่ แต่ว่าในการที่จะทําอย่างนั้น เราจะต้องไปที่จุดเชื่อมโยงของตาข่ายเวทมนตร์ก่อน” กรีนพูด

 

“จุดเชื่อมโยงของตาข่ายเวทมนตร์หรอครับ?” ลิงค์ถาม

 

กรีนพยักหน้า เขาอธิบาย “ภายใต้เมืองลาริเอลมีตาข่ายเวทมนตร์ขนาดใหญ่อยู่ พวกเราใช้มันในการสร้างสิ่งต่างๆ มากมาย รวมไปถึงบาเรียป้องกันและเวทย์โจมตีด้วย จริงๆแล้ว ทั้งเมืองลาริเอลนั้นก็เหมือนกับหอคอยเวทมนตร์ของพวกมนุษย์นั่นแหละ”

 

“อ่อ ผมเข้าใจแล้ว แล้วพวกเราจะตามหามันยังไง?” ลิงค์ถาม เป็นไปตามที่คิดไว้สําหรับชนเผ่าโบราณนั้น ความลับของพวกเขาถูกซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี

 

“ข้ารู้ที่อยู่ของจุดเชื่อมโยงทุกจุด จุดที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากเราแค่ 1 ไมล์ครึ่งเท่านั้น พวกเราสามารถไปที่นั่นด้วยทางเดินใต้ดินได้ รีบไปกันเถอะ!” กรีนตะโกน

 

ในตอนที่กรีนพูดจบ ข้อความก็ปรากฏขึ้นบนวิสัยทัศน์ของลิงค์

 

ภารกิจใหม่: ส่งข้อความ

 

รายละเอียด: ตามหาจุดเชื่อมโยงตาข่ายเวทมนตร์ สร้างรูปปั้นขึ้นมาและทําการติดต่อกับยับบ้าที่อยู่ในเมืองราลิเอล

 

รางวัลภารกิจะรองเท้านักฆ่า(อีพิค)

 

ลิงค์รับภารกิจในทันทีและพูด “ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”

 

“ข้าจะไปด้วย!” แลนนี่พูดพร้อมกับกําปืนคาบศิลาที่อยู่ใต้แขนของเธอ “ข้าเป็นนักแม่นปืนที่เก่งมากเลยนะ!”

 

กรีนพยักหน้าและพูด “แลนนี่เป็นนักแม่นปืนที่เก่งที่สุดในเผ่า”

 

ลิงค์เห็นด้วย “แล้วคนพวกนี้มีอาหารกันพอรึเปล่า?” เขาถาม

 

“ไม่มีปัญหาหรอก ที่นี่มีอาหารตุนเอาไว้สําหรับ 1 เดือน หลังจากที่พวกเราออกไป พวกเราจะปิดผนึกทางเข้า และนั่นจะทําให้ที่นี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น” กรีนตอบ

 

จากนั้นกรีนและแลนนี่ก็พูดคุยกับเหล่าผู้รอดชีวิตและแนะนําพวกเขาเกี่ยวกับหลายๆเรื่องที่ต้องจําในทางใต้ดิน ไม่กี่นาทีต่อมา กรีนก็กลับมาและพูด “ไปกันเถอะ”

 

พวกเขาทั้งสามเดินตามทางกลับไปจนถึงทางเข้า หลังจากที่ออกมาได้ ลิงค์ก็ใช้ดาบเวทมนตร์ของเขาสลักข้อความลงบนพื้นแล้วอธิบาย “นี่คือรูนมิติ มันจะผนึกทางเข้าเอาไว้อย่างสมบูรณ์”

 

ครีด ครืด ครืด ไม่นานนัก กําแพงและพื้นที่เต็มไปด้วยรูน ครึ่งนาทีต่อมา เขาก็เขียนเสร็จแล้วพูดกับกรีน “ตอนนี้ออร่าแห่งความว่างเปล่ากําลังรบกวนมานาของผมอยู่ กรีน คุณช่วยใส่มานาเข้าไปแทนผมหน่อยจะได้ไหม? แลนนี่มาทางนี้”

 

กรีนทําตามและใส่มานาของเขาเข้าไปในรูนทุกอัน หลังจากที่รูนทั้งหมดสว่างขึ้น มิติก็เกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย จากนั้นมันก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ ไม่มีอะไรผิดสังเกตุเลย แถมรูนที่เคยอยู่ที่พื้นกับกําแพงก็หายไปด้วย

 

“เกิดอะไรขึ้น?” กรีนถามลิงค์

 

“มันคือวังวนมิติไร้สิ้นสุด แลนนี่ลองเดินเข้าไปหามันดูสิ” ลิงค์แนะนําด้วยรอยยิ้ม

 

“มันดูไม่เหมือนอย่างที่พูดเลยนะ” แลนนี่ยักไหล่ เธอเดินเข้าไป หลังจากนั้นเธอก็ปรากฏตัวขึ้นใหม่บนทางเดิน โดยที่เดินอย่างปกติ แล้วในตอนที่เธอเห็นพวกลิงค์ เธอก็อุทานขึ้นมา “อ้าว! นี่ข้าเดินไปทางนั้นตลอดเวลาเลยนะ แล้วข้าโผล่มาเจอกับพวกเจ้าได้ยังไงกัน?”

 

กรีนเข้าใจอย่างรวดเร็วเขาพูดกับลิงค์ “นี่มันวิเศษมาก แต่ว่ามันก็เป็นแค่วังวนทางเดียว มันทําได้แค่ส่งกลับไปยังที่ที่พวกมันมา กับดักนี้ดูออกได้ง่ายมากเลยนะ”

 

ลิงค์เห็นด้วย “ใช่แล้ว ดังนั้นพวกเราจะไปวางเพิ่มอีกอันในจุดที่ไกลกว่านี้อีกซักหน่อย”

 

ทั้งกลุ่มเดินหน้าต่อ หลังจากผ่านไป 100 ฟุต ลิงค์ก็หยุด และวาดรูนมิติขึ้นอีกครั้ง ในตอนที่เขาวาดเสร็จ กรีนก็ช่วยเขาใส่มานาเข้าไป

 

ในครั้งนี้ รูนมิติหายไปอย่างง่ายดาย และทางเดินก็ดูปกติเหมือนกับทุกที

 

ลิงค์อธิบาย “นี่เป็นทางเข้าวังวนมิติไร้สิ้นสุด ในตอนที่มีคนเดินผ่านประตูนี้ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอพวกเขาเดินผ่านอีกประตูนึง พวกเขาจะถูกส่งกลับมายังที่นี่และเดินต่อไปในลูปที่ไม่รู้จบ”

 

กรีนคิดอยู่พักนึงและปรบมือให้ด้วยความชื่นชม “เวทย์มิตินี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ มันมีความลับที่ลึกซึ้งมากๆ คนแก่อย่างข้าคงจะรับเรื่องน่าตกใจมากมายขนาดนี้ไม่ไหวหรอก”

 

ในตอนที่ลิงค์คอยแนะนําเขาเกี่ยวกับวิธีสร้างบาเรียมิติ เมื่อก่อนหน้านี้ เวทย์แรกยังไม่เท่าไหร่ แต่เวทย์ที่สองนั้นได้สูบพลังใจของเขาไปมากจริงๆ เขารู้สึกว่าจิตใจของเขารับ มันอีกไม่ไหวแล้ว ดังนั้นเขาจึงประทับใจในเวทมนตร์ระดับนี้จริงๆ

 

ลิงค์หัวเราะ “ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่รูนก็จะยิ่งเสื่อมสภาพลงเท่านั้น พวกเราจะต้องไปจัดการศัตรูก่อน รีบไปกันเถอะ”

 

“โอเค”

 

ทั้งสามเดินหน้าต่อ 300 ฟุตต่อมา พวกเขาก็มาถึงประตูลับและได้เดินทางเข้าไปต่อ หลังจากผ่านไปอีก 150 ฟุต ทางเดินก็เริ่มแตกออกเป็นหลายเส้นทาง

 

“ทางนี้” กรีนพูด เขานําทางกลุ่มไปยังเส้นทางนึง

 

พวกเขากําลังไปที่จุดเชื่อมต่อของตาข่ายเวทมนตร์ ที่พื้นดินนั้นมีปีศาจอยู่มากมาย ดังนั้นการเดินทางใต้ดินจึงง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

ลิงค์เดินนําขึ้นมา เขาพูด “ดูเหมือนว่าพื้นที่แถวนี้จะมีปีศาจอยู่ ระวังตัวด้วยนะ”

 

“โอเค” กรีนตอบ พร้อมกับยกคทาขึ้นมาเตรียมพร้อม

 

“โอเค! ข้าจะให้พวกมันได้ลองชิมกระสุนของข้า” แลนนี่พูด พร้อมกับควงปืนของเธอ

 

มีทางตัดกันในเส้นทางใต้ดินเป็นจํานวนมาก มันเหมือนกับเขาวงกต หลังจากเดินไปได้ครึ่งไมล์และจัดการปีศาจที่หลงทางไปได้มากกว่า 10 ตัว ในที่สุดพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงออร่ามานาที่แน่นหนาอยู่ข้างหน้า

 

ที่ด้านหน้า มีจุดเชื่อมโยงเล็กๆส่องแสงอยู่ ความหนาแน่นของมานาในพื้นที่นี้มากกว่าที่อื่นถึง3เท่า!

 

ลิงค์รู้สึกได้ว่าอัตราการฟื้นฟูพลังมังกรของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 30 แต้มต่อวินาที ในสถานที่อื่น มันจะเพิ่มแค่ 20 แต้มต่อวินาทีเท่านั้น

 

กรีนพูด “ด้านหน้านั้นคือจุดเชื่อมโยงระวังตัวด้วยนะ ข้ารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล”

ลิงค์เองก็รู้สึกเหมือนกัน เขาตั้งใจฟังด้วยหูของเขา “ผมเองก็รู้สึกเหมือนกัน มันเป็นออร่าแปลกๆ ไม่เหมือนกับของปีศาจหรือว่าดาร์กเอลฟ์ มันแปลกมาก ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย”

 

ยิ่งลิงค์พยายามจะสัมผัสดูว่ามันคืออะไร เขาก็ยิ่งสับสน เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงดี แม้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ แต่มันก็มีอะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย เหมือนกับว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อน

 

ลิงค์คิดอยู่พักนึง แล้วทันใดนั้นเอง บางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา “นึกออกแล้ว! นี่คือความรู้สึกที่ผมเคยได้รับในตอนที่กําลังผ่านความว่างเปล่า กรีน เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับตาข่ายเวทมนตร์บ่อยรึเปล่า?”

 

พอเขาไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ ลิงค์ก็หันกลับไปดูกรีน ยังไงก็ตาม เขาพบว่าดวงตาของกรีนนั้นว่างเปล่า เขายืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

 

“กรีน? มาสเตอร์กรีน? เกิดอะไรขึ้น?” ลิงค์เขย่าตัวกรีน ยังไงก็ตาม นักเวทย์ยับบ้าก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรเลย มันเหมือนกับว่าวิญญาณของเขาลอยออกไปแล้ว

 

ซึ่งนี่ทําให้ลิงค์รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาหันไปและเห็นว่าแลนนี้กําลังยกปืนของเธอเล็งมาที่กรีนและกําลังจะยิง

 

ลิงค์ตกใจ และรีบยื่นมือของเขาออกไป เขากําปากกระบอกปืนเอาไว้

 

ปัง! ถึงอย่างนั้น แลนนี่ก็ยิงอยู่ดี ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกลัว ดวงตาของเธอเปิดกว้าง เหมือนกับว่าเธอได้เห็นอะไรที่น่ากลัวมาก มันเหมือนกับดวงตาของกรีนเลย ดวงตาของพวกเขาทั้งคู่ว่างเปล่า เหมือนกับว่าพวกเขาติดอยู่ในโลกแห่งความฝัน

 

หลังจากการยิงของเธอถูกลิงค์ขัดขวาง เธอก็ถอยไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่เธอถอย เธอก็ยกปืนขึ้นมาและเล็งมาที่ลิงค์ พร้อมกับตัวสั่น “ปีศาจ! อย่าเข้ามานะ! ออกไปซะ!”

 

ลิงค์ขมวดคิ้ว เขาเตรียมพร้อมที่จะฉกปืนคาบศิลามาจากเธอและในตอนนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนของมานาที่ด้านหลังของเขา เขาหันไปดูและเห็นกรีนยกคทาขึ้นมา ที่ปลายคทาของเขามีกระแสไฟฟ้าอยู่

 

“ปีศาจจากความมืด กลับไปในที่ๆเจ้ามาซะ!” กรีนตะโกน

 

ลิงค์จําเวทย์นี้ได้ในทันที มันคือเวทย์เลเวล 6 พายุสายฟ้า ถ้าเกิดว่าเวทย์นี้ถูกร่าย ลิงค์จะบาดเจ็บแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยังไงก็ตามแลนนี่คงจะถูกย่างเกรียมอย่างแน่นอน

 

ลิงค์รีบฉกคทามาจากกรีนในทันทีและเอามือของเขาทุบหลังคอของกรีนเพื่อทําให้เขาสลบ จากนั้นเขาก็ก้าวไปหาแลนนี่และฉกเอาปืนของเธอมาก่อนที่จะทําให้เธอสลบไปเช่นกัน

 

แม้ว่าเขาจะทําการหยุดยับบ้าสองคนนี้ได้สําเร็จ แต่ลิงค์ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทําไมอยู่ๆสองคนนี้ถึงเป็นบ้าขึ้นมาล่ะ?

 

และที่สําคัญก็คือลิ้งค์ไม่สามารถสัมผัสถึงออร่าเวทมนตร์ปริศนาได้เลย

 

Advent of the Archmage

Advent of the Archmage

Type: Author: , ,
เรื่องย่อ ลิงค์เป็นอาร์จเมจที่เก่งที่สุดในทุกๆเซิร์ฟเวอร์ เขาเพิ่งจะโค้นล้มบอสที่แข็งแกร่งที่สุด,เจ้าแห่งความลึก โนโซม่า ด้วยปาร์ตี้ของเขา อย่างไรก็ตาม,แทนที่เขาจะกลับไปที่เมื่อง เขากลับถูกส่งตัวไปที่พื้นที่ลับด้วยพิกเซลCG มันให้ความรู้สึกเหมือนกับสูญญากาศ และภายในนั้นก็ได้มีเสียงที่ยิ่งใหญ่และมากด้วยอำนาจที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าแห่งแสงสว่างดังขึ้น “ลิงค์ เจ้าเต็มใจที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิตที่จะดึงโลกแห่งฟิรูแมนออกจากความปั่นป่วนไหม?” ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้มันอะไรกัน! ถ้ามันเป็นโลกจริง ลิงค์ คงจะปฏิเสธไปในทันที อย่างไรก็ตามเขาก็มีความแน่วแน่ที่จะเป็นฮีโร่ในเกมส์ “จัดไปเลย!” ลิงค์ ตอบอย่างมั่นใจ “ถ้างั้นก็ขอให้เจ้าโชคดี” และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วย เวทย์มนตร์,มิตรภาพ,การทรยศ,ความรัก และความสิ้นหวังของ ลิงค์ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของฟิรุแมน Link was the top Archmage in the entire server. He had just defeated the strongest boss, the Lord of The Deep, Nozama with his party. However, instead of going back to town, he was transported to a secret location with pixelated CG. It sort of felt like a vacuum, and within it came a glorious and commanding voice that calls himself the God of Light. “Link, would you be willing to be the saviour who will pull the World of Firuman out from the churning abyss?” What a huge mission! If it was in the real world, Link would have rejected it immediately. However, he was bent on being the hero in game. “Bring it on!” Link answered confidently. “Then, best of luck.” And so began Link’s journey of magic, friendship, betrayal, love and despair in the ever changing World of Firuman.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset