Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย – ตอนที่ 452

เมื่อมองไปที่กลุ่มทหารวิวัฒนาการจากซางจิงกว่า 70 นายที่ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมาต่อหน้าเขา แววตาของชูฮันพลันมีประกายแวบผ่าน เขาก้าวเท้าขึ้นออกเดิน รองเท้าบู้ททหารค่อยๆกระทบกับพื้นทีละก้าวอย่างช้าๆเป็นจังหวะเสียงรองเท้าดังก้องกังวาล เขาค่อยๆเดินผ่านหน้าทีละคนไปอย่างช้าๆ

 

เฉินช่าวเย่ที่ยังคงอยู่บนหลังคารถจี๊ปหยิบปืนขึ้นมามองเล็งไปที่ชูฮัน ชูฮันหันหน้ามาเผชิญกับทั้ง 70 ราวกับผู้พิพากษา เฉินช่าวเย่ไม่รู้จะบรรยายยังไงกับภาพที่ได้เห็นทว่าเขารู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในอก

 

เฉินช่าวเย่เหลือบมองติงเซวที่ยืนอยู่ข้างเขาและกำลังมองไปที่เหตุการณ์ข้างหน้าเช่นกัน จากนั้นก็หันกลับไปมองหลิวยู่ติงที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังมองถุงคริสตัลที่ทุกคนเก็บมาได้ในมือตัวเอง

 

เฉินเสี้ยนกาวและคนอื่นๆเองก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง ฝูงชนพลันเงียบสนิททันทีส่งผลให้ถนนทั้งเส้นเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงกระทบของรองเท้าชูฮันที่มีให้ได้ยินอย่างเป็นจังหวะที่แสนจะอึดอัดสำหรับทุกคน

 

กึก! กึก!

แต่ละจังหวะของรองเท้าที่กระทบพื้นเต็มไปด้วยพละกำลังอัดแน่น

 

ชูฮันเดินทีละก้าวไปเรื่อยๆผ่านหน้าคนพวกนี้ สายตาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกทะลุทะลวงจนทั้งเจ็ดสิบกว่าคนไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาหลบหนีชูฮัน ความอับอายสุมแน่นอยู่ในอกของพวกเขาจนแทบจะปะทุ ก่อนหน้านี้พวกเขาประณามชูฮันดังลั่นว่าไร้ประโยชน์และความสามารถ ทว่าตอนนี้เวลาผ่านไปไม่นานชูฮันสามารถนำทีมกองกำลังอาสาจัดการคลื่นซอมบี้ได้หมดโดยไม่มีแม้แต่ผู้บาดเจ็บ

 

แม้แต่ชูฮันเองก็ฆ่าซอมบี้ระยะ 4 ไปถึงสองตัวด้วยตัวคนเดียว!

 

ใครจะสามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงและโจมตีชูฮันต่อไปได้? ใครจะกล้าต่อต้านชูฮัน?

 

ภายใต้แรงกดดันของความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชูฮัน พวกเขาจะต้องระวังอย่างมากกับการกระทำต่อไปจากนี้!

“กองทัพของเรามีคนทั้งหมด 280 คน” เสียงของชูฮันค่อยเปล่งขึ้นมา ไม่ช้าเกินไปแต่เป็นจังหวะของเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ เสียงฝีเท้าของชูฮันยังคงไม่หยุด “ทุกคนเห็นพ้องว่าทหาร 20 นายสร้างความอับอายขายขี้หน้าให้แก่กองทัพ ดังนั้นในนามของพลเอกฉันตัดสินให้โทษประหารชีวิต”

 

ทันทีที่เสียงฝีเท้าของชูฮันหยุดอย่างกระทันหัน มันก็ตามมาด้วยเสียงเยือกเย็นของเขา “ฆ่า!”

 

เหล่าทหารวิวัฒนาการกว่าเจ็ดสิบนายที่ยืนอยู่ต่อหน้าชูฮันต่างหวาดกลัวอยู่ในอกจนขาสั่นพลางเงยหน้าขึ้นมองชูฮัน…ฆ่างั้นเหรอ? ใครฆ่าใคร? ไม่นะ ไม่ 20 คนนั้นตายไปแล้ว อย่าฆ่าพวกเขา

 

ทุกคนที่มองมาต่างรู้สึกกลัวกับการกระทำอย่างฉับพลันของชูฮัน แต่ไม่นานพวกเขาก็ปรับอารมณ์ให้คงที่และยืนดูเหตุการณ์ต่อไป หากไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมจู่ๆชูฮันถึงพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นกับติงเซวที่พวกเขาเกือบลืมไปแล้ว 20 คนนั้นตายไปนานแล้วและก็คงถูกคลื่นซอมบี้ที่พัดมากลืนกินไปจนไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น

 

ระหว่างเว้นช่วงพักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงของชูฮันก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้น้ำเสียงไม่มีจิตสังหารแฝงเหมือนก่อนหน้านี้ ทว่ายังคงจริงจังและผสมไปด้วยความซาบซึ้ง “มือปืนเฉินช่าวเย่ต้องลงมาจัดการความวุ่นวายและสงบสถานการณ์ลง อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาเช่นนี้เงื่อนไขต่างๆยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นรางวัลตอบแทนและคุณประโยชน์จะถูกมอบให้ภายหลัง พลตรีหลิวยู่ติงช่วยจดบันทึกลงไปด้วย”

 

หลิวยู่ติงที่ยืนอึ้งมาพักหนึ่งรีบควักปากกาขึ้นมาจดในสมุดบันทึกทันที ในขณะนี้พลตรีซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับชูฮันมาตั้งแต่เด็กกำลังเกิดอาการงุนงง หากเขาก็จดทุกอย่างลงไปตามที่ชูฮันสั่งและในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ชูฮันถึงมอบสมุดให้เขาและบอกให้เขาพกมันไว้กับตัว

 

ผู้ชายคนนี้เตรียมพร้อมสำหรับวันแบบนี้ไว้อยู่แล้วงั้นเหรอ? มันพิเศษยังไงกัน?!

 

แต่ชูฮันต้องการจะทำอะไร?

 

เฉินช่าวเย่กลืนน้ำลายอึกด้วยเพราะเขาเกือบหลุดตะโกนขอบคุณหัวหน้าออกมาดังๆแล้ว เฉินช่างเย่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ “ขอบคุณท่านพลเอกสิคุณภรรยา”

 

ติงเซวอยากจะกรีดร้องออกมาอย่างอัดอั้นอยู่ในอก เธอกำมือแน่น และรู้สึกอับอายอย่างถึงที่สุด

 

ในตอนนั้นเป็นอีกครั้งที่ชูฮันออกก้าวเท้าเดินอีกครั้ง ด้วยจังหวะช้าๆและเรียบนิ่งจากนั้นก็หยุดพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลังจากที่คลื่นซอมบี้โผล่มาเรามีจำนวนทหารในกองทัพทั้งหมด 260 นาย 80 นายไม่ได้สังกัดหน่วยงานไหนหรือมีการฝึกอบรมใดๆ พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา ส่วนที่เหลือล้วนเป็นวิวัฒนาการและเป็นทหารจากซางจิง หากกลับทำให้วิวัฒนาการเสื่อมเสียเกียรติและสร้างความอับอายในฐานะทหารของพลเอก ฉันขอประณามการกระทำอันน่าอดสูนี่เป็นอาชญากรรมที่ต้องได้รับโทษ”

 

เสียงฝีเท้าของชูฮันดึงขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ฆ่า”

หลังจากนั้นชูฮันก็ก้าวเท้าเดินต่อ ตามมาด้วยเสียงพูด ความกดดันในบรรยากาศเริ่มอัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเสียงเรียบนิ่งที่พูดคำว่า ‘ฆ่า’ ออกมาทั้งพื้นก็เกิดความเงียบสงัดขึ้นอีกครั้ง

 

ทหารเจ็ดสิบกว่านายตรงหน้าชูฮันไม่มีสักคนกล้าจะปริปากออกมาหรือแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น พวกเขาไม่รู้ว่าคำพูดต่อไปของชูฮันจะเป็นอะไรและไม่สามารถคาดเดาได้เลยสักนิด

 

“กองทัพของเรายังมีทหารเหลืออยู่อย่างเปล่าประโยชน์อีกกว่า 160 นาย ส่วนอีกหนึ่งร้อยคนกลับเชื่อฟังและเข้าร่วมการรบกับคลื่นซอมบี้ ชัยชนะของซอมบี้สามพันตัวตกเป็นของกองกำลังหนึ่งร้อยนายที่ร่วมกันต่อสู้” หลังจากพูดจบมันก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของชูฮัน “คุณความดีและรางวัลตอบแทนของหนึ่งร้อยคนนี้จะได้รับการบันทึกได้และพวกเขาจะถูกส่งไปที่ค่ายเขี้ยวหมาป่าของฉันพร้อมกับเฉินช่าวเย่”

 

หลิวยู่ติงรีบยกมือที่ถือปากกาไว้ขึ้นมาจดบันทึกทันที หากจู่ๆเขาก็รู้สึกมีเรื่องข้องใจขึ้นมา เขาเองก็เป็นพลตรีและร่วมรบในสงครามครั้งนี้และเช่นกันเขาเองก็ฆ่าซอมบี้ไปหลายตัวอีกด้วย!

 

ในตอนนั้นเอง เสียงของชูฮันก็ดังต่อขึ้นมาอีก “เฉินช่าวเย่ฆ่าซอมบี้ระยะ 3 ไปหลายร้อยตัว ส่วนหลิวยู่ติงก็ฆ่าซอมบี้ระยะ 2 ไปหลายร้อยตัว จดบันทึกลงไปด้วยว่าทั้งคู่ก็ต้องไปรับคุณความดีและรางวัลตอบแทน”

 

ตาของหลิวยู่ติงเป็นประกายพลางจดบันทึกลงไปด้วยความรวดเร็ว

 

เฉินช่าวเย่จับหัวตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูกผสมกับเขินอายเล็กน้อย ขณะมองไปที่ติงเซวและเอ่ยสรรเสริญเธอออกมา “เพราะได้กำลังใจจากจากผู้หญิงของฉันต่างหาก ฮ่าฮ่าฮ่า!”

 

เหล่ากองกำลังอาสากว่าหนึ่งร้อยคนหัวเราะตามเฉินช่าวเย่ ในใจของทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะได้รับรางวัลแต่ยังได้การยกย่องชมเชยอีก!

 

เหล่าห้าคนที่พึ่งกลับมาถึงหน้าตาซีดเซียว พวกเขามาเข้าร่วมในเวลาที่สายไปแบบนี้พวกเขาคงจะถูกเพิกเฉยอย่างแน่นอน

 

“ฉันรู้” ชูฮันพูดต่อ “มีห้าคนที่เข้าร่วมสงครามได้เพียงครึ่งทาง ถึงแม้มีเขาจะมีสติเมื่อตอนที่สายไปแต่มันยังไม่ถือว่าสิ้นหวัง มันอาจไม่มีรางวัลตอบแทนแต่พวกเขาจะได้รับการจดบันทึกไว้”

 

ฟรึบ!

หลิวยู่ติงจดลงด้วยความรวดเร็วตามคำพูดของชูฮันทุกคำ

 

หลี่บี๋เฟิงและพรรคพวกที่รวมกันห้าคนซึ่งยืนนิ่งกันเป็นเวลานานเงยหน้ามองชูฮันด้วยความตะลึงผสมกับความกลัว บอกตามตรงพวกเขาไม่คิดเลยว่าชูฮันคือพลเอกจริงๆสำหรับพวกเขา อย่างมากที่สุดก็คือนับถือว่าเป็นคนที่เก่งกาจและทรงพลังในการสู้รบกับซอมบี้อย่างมาก ชายหนุ่มแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม หากคำว่าพลเอกนั่นสูงเกินไปสำหรับเขาคนนี้

 

หากตอนนี้ตั้งแต่การจัดการคลื่นซอมบี้อย่างเรียบง่ายและสวยงามจนสิ้นสุดลง ขณะที่ชูฮันกำลังยืนพูดต่อหน้าทุกคนในอตนนี้ไม่มีใครกล้าที่ขัดขึ้นมา รวมถึงหลี่บี๋เฟิง เฉินช่าวเย่ หลิวยู่ติง แม้แต่ทหารจากซางจิงกว่าเจ็ดสิบนายที่ไม่ได้รับการจดบันทึกจากชูฮันก็ต้องประหลาดใจกับผู้ชายที่ยืนอยู่ต่อหน้าคนนี้

 

ทำผิด ถูกตัดสินทำโทษ

 

ทรงพลัง ได้รับผลตอบแทน

 

พลเอกที่อายุน้อยที่สุดของจีน!

Apocalypse Meltdown

Apocalypse Meltdown

มันเป็นโลกที่ซอมบี้และมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยความสิ้นหวัง สนามแม่เหล็กของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและทุกอย่างได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น วันหนึ่ง วีรบุรุษของพวกเรา…ชูฮัน ได้เดินทางย้อนเวลากลับมาสิบปีก่อนโดยไม่รู้ตัว เขาได้ย้อนกลับมาก่อนจุดจบของโลกจะเริ่มต้นขึ้น (โลกาวินาศ) เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงดังในหอพักในมหาวิทยาลัยหมิงชิว ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ชูฮันต่อสู้กับเหล่าซอมบี้นับสิบๆตัวก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถเพื่อขโมยรถยนต์เมอร์ซิเดซ-เบนซ์G55ออกมา เขาตัดสินใจที่จะตามหาพ่อแม่และพี่น้องของเขาด้วยG55คันนี้ ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำในชาติที่แล้ว ระหว่างทางชูฮันได้พบปะกับคนกลุ่มหนึ่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่ติดอันดับ 20 ของโลกาวินาศรวมอยู่ด้วย…เฉินช่าวเย่ พวกเขาพบกับซอมบี้จำนวนมากระหว่างทางบนทางหลวง ซึ่งชูฮันได้ใช้รถ G55 พุ่งชนเหล่าซอมบี้จนเละ และในตอนนั้นเอง ชูฮันถึงตระหนักได้ว่าทั้งหมดนี้คือระบบล่มสลาย และเขาสามารถได้คะแนนจากการฆ่าซอมบี้ทั้งหลาย ซึ่งเขาสามารถเอาคะแนนพวกนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ และในตอนนั้นเอง การเดินทางของชูฮันก็ได้เริ่มต้นขึ้นไปพร้อมๆกับระบบล่มสลาย นี่เป็นเรื่องราวของระบบล่มสลาย โดยมีเขา…ชูฮัน เป็นคนดำเนินเรื่องราว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset