Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1029 ทำสิ่งที่พึงกระทำ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่พึงกระทำ

เงาร่างทั้งสองร่วงลงพื้น ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด และตื่นจากอาการหมดสติ
“เทพมารหลิน เจ้ากล้ากดขี่พวกเราถึงตอนนี้เชียวหรือ”
“น่าชังนัก!”
สองคนนี้ก็คือเสวี่ยเชียนเหินและจางเจิงศิษย์แกนหลักของแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ที่ถูกหลินสวินจับตัวมาจากแคว้นกู่ชางในตอนแรก
ตอนเห็นหลินสวินที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ด่าอย่างระอุ ในสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เซียวชิงเหอที่อยู่ข้างๆ อึ้งไป เทพมารหลินงั้นหรือ เป็นเขา?
ในใจเขาสะท้าน ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าเจ้าคนที่ถูกเขามองว่าเป็นคนวิปริตนี้เป็นอริยเทพจากไหนแล้ว
ในฐานะบุคคลขอบเขตมกุฎของคนรุ่นเยาว์แห่งแดนชัยบูรพา แน่นอนว่าไม่มีทางที่เซียวชิงเหอจะไม่เคยได้ยินชื่อหลินสวินที่มาจากแดนฐิติประจิม
แต่เซียวชิงเหอก็ยังคิดไม่ถึงว่า คนหนุ่มที่ดูเหมือนหล่อเหลาสะอาดสะอ้านโดดเด่นตรงหน้า กลับเกี่ยวข้องกับฉายา ‘เทพมารหลิน’
“หลินสวิน จะฆ่าจะแกงกันเจ้าก็เข้ามาเลย แต่หากคิดใช้วิธีแบบนี้หยามหน้าพวกเราก็ฝันไปเถอะ!”
จางเจิงโกรธจนหน้าเขียว กัดฟันพูด
ไม่ว่าใครที่ถูกกดข่มมานานขนาดนี้ ก็ย่อมต้องไฟสุมอก
แม้เสวี่ยเชียนเหินจะพูดน้อย แต่สีหน้าก็อึมครึมอย่างที่สุด เป็นถึงศิษย์แกนหลักของแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ ตอนนี้กลับถูกลดฐานะเป็นนักโทษ ความรู้สึกเช่นนี้ทรมานอย่างที่สุด
ทว่าไม่ว่าจะเป็นจางเจิงหรือเสวี่ยเชียนเหินต่างมั่นใจว่า หลินสวินไม่กล้าฆ่าพวกเขา
เหตุผลง่ายมาก ฐานะของพวกเขาก็เห็นๆ กันอยู่ หากฆ่าพวกเขา ชาตินี้หลินสวินย่อมหนีการถูกแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ตามฆ่าไม่พ้นแน่!
ขอเพียงแค่เป็นคนฉลาดก็จะรู้ว่าควรเลือกอย่างไร
ไม่เช่นนั้นเป็นไปได้อย่างไรที่เขาหลินสวินจะกดขี่พวกเขาจนถึงตอนนี้ แต่ยังไม่กล้าพรากชีวิตพวกเขาเสียที
“ทั้งสองท่าน ข้าเข้าใจความคิดของพวกเจ้า คงคิดว่ามีแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์หนุนหลังพวกเจ้า ข้าจึงไม่กล้าล่วงเกินพวกเจ้าเกินไป”
สีหน้าของหลินสวินนิ่งสงบราบเรียบ เหลือบมองลงมายังทั้งสอง “น่าเสียดายพวกเจ้าเดาผิดแล้ว ที่ก่อนหน้านี้ไม่ฆ่า เพราะพวกเจ้ายังมีผลประโยชน์ หากถูกผู้ยิ่งใหญ่สำนักเจ้าไล่ตามมา ก็สามารถเอาพวกเจ้ามาเป็นตัวประกันสร้างคุณค่าสักหน่อย”
หยุดไปครู่เขาจึงพูดต่อ “แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้แม้คุณค่าเพียงเท่านี้พวกเจ้าก็ไม่มีแล้ว ข้ารอมาหนึ่งเดือนกว่าก็ไม่เห็นว่าคนใหญ่คนโตในสำนักของพวกเจ้าจะตามมาช่วยพวกเจ้า เช่นนี้…”
“ข้าเก็บพวกเจ้าไว้แล้วจะมีประโยชน์อะไร”
เสียงที่สบายๆ ลอยอยู่ในพื้นที่ภูเขาท่ามกลางท้องฟ้าสีรัตติกาลนี้ กลับราวกับกระแสเย็นทำให้เสวี่ยเชียนเหินและจางเจิงต่างตัวแข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“หรือ… เจ้าจะ…” จางเจิงหน้าถอดสี ซีดขาวอย่างที่สุด
“เจ้ารู้จุดจบของการทำเช่นนี้หรือไม่” เสวี่ยเชียนเหินพยายามข่มกลั้นความตื่นตระหนกในใจ เสียงเหมือนลอดออกจากไรฟัน
“คำพูดข่มขู่เช่นนี้ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในแดนฐิติประจิมข้าก็เคยได้ยินมาหลายรอบแล้ว พวกเจ้าคิดว่าหากข้าเป็นคนกลัวปัญหาจริงๆ จะถูกคนในโลกเรียกว่า ‘เทพมาร’ หรือ”
ดวงตาดำของหลินสวินลึกล้ำและเยียบเย็น ไม่มีคลื่นความรู้สึกเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
“จำไว้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ของพวกเจ้าทำไม่ดีกับข้าก่อน เพื่อตามฆ่าข้า แคว้นกู่ชางทั้งแคว้นถูกพวกเจ้าปิดล้อม ตอนนั้นหากข้าตกอยู่ในมือของพวกเจ้า เช่นนั้นผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”
จางเจิงและเสวี่ยเชียนเหินขวัญหนีดีฝ่อแล้ว เสียงของหลินสวินยิ่งราบเรียบและนิ่งสงบ ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกกระวนกระวายและหวาดกลัว
ไม่มีใครไม่กลัวตาย
แม้เป็นอริยะ เมื่อเผชิญกับความตายก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกรู้สา!
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่ใช่อริยะ พวกเขาอายุยังน้อย ยังมีอนาคตอีกยาวไกล ยังปรารถนาจะลืมตาอ้าปากในมหายุคที่กำลังจะมาเยือน จะยอม… ร่วงหล่นเช่นนี้ได้อย่างไร
“หลินสวิน หากเจ้าปล่อยพวกเราไป ข้าสัญญาว่าจะขอความเมตตากับสำนักให้บุญคุณความแค้นในอดีตจบเพียงเท่านี้ ไม่ทำให้เจ้าลำบากใจอีก!”
จางเจิงร้อง เขารู้สึกกลัวอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เสวี่ยเชียนเหินเองก็พยักหน้า “ไม่ผิด หากเจ้าฆ่าพวกข้า มีแต่จะก่อพิบัติภัยที่ใหญ่กว่า เมื่อเทียบกันแล้วปล่อยพวกเราไปเสีย ยังสามารถคลี่คลายเคราะห์สังหารให้เจ้าได้”
มุมปากของหลินสวินเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย พยักหน้าพูด “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นข้าจะถอยสักก้าว ไว้ชีวิตพวกเจ้า”
จางเจิงและเสวี่ยเชียนเหินโล่งอกโดยพร้อมเพรียง
แต่ประโยคถัดไปของหลินสวินกลับทำให้พวกเขาอึ้งงันอย่างสิ้นเชิงราวกับถูกฟ้าผ่า
“โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นยากจะหนี ไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้งก็ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชดใช้สักหน่อย”
เสียงอันเรียบเฉยยังไม่ทันจบ หลินสวินก็ลงมือแล้ว
ปัง! ปัง!
พร้อมกับเสียงนั่น ทั้งสองยังไม่ทันได้ตอบสนอง จุดตันเถียนชี่ไห่ก็ถูกระเบิด แปรจุติมหามรรคที่หล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกายยุบสลายไปตามกัน พลังปราณในร่างกายพลันถูกกำจัดอย่างสิ้นเชิง!
“หลินสวิน เจ้าสมควรตาย!”
“เจ้า! เหี้ยม! มาก…!”
เสวี่ยเชียนเหินและจางเจิงในตอนนี้ล้วนมีความรู้สึกล่มสลายและบ้าคลั่งไปแล้ว พลังปราณถูกกำจัด ทรมานยิ่งกว่าฆ่าพวกเขาเสียอีก!
ไม่มีพลังปราณก็เท่ากับสูญเสียฐานะ ตำแหน่งและพลัง กลายเป็นคนไร้ประโยชน์!
ความกระทบกระเทือนเช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกปราณคนหนึ่งพังทลาย เรียกว่าตายทั้งเป็นก็ไม่เกินไป
แม้แต่เซียวชิงเหอที่เห็นภาพนี้ในใจก็ยังไม่สามารถสงบได้ คิดไม่ถึงเลยว่าหลินสวินที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนพูดคุยง่ายมาก วิธีการกลับโหดเหี้ยมและเย็นชาเพียงนี้
พูดตามจริงเขาเองก็ตกใจกับเรื่องนี้!
“เมื่อครู่นี้พวกเจ้ายังพูดอยู่เลยว่าจะกลับสำนักไปขอความเมตตา คลี่คลายบุญคุณความแค้นกับข้า ตอนนี้ข้ารับปากแล้วว่าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า พวกเจ้ากลับมีท่าทีเช่นนี้ ช่างน่าผิดหวังจริงๆ”
หลินสวินถอนหายใจเบาๆ จากนั้นสะบัดแขนเสื้อ พลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกมา “ไสหัวไปซะ หวังว่าพวกเจ้าจะสามารถออกจากเทือกเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจนี้ได้”
ครืนโครม!
เสวี่ยเชียนเหินและจางเจิงราวกับใบไม้ที่ถูกสายลมพัด ถูกส่งไปอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาอันกว้างใหญ่นี้ทันที
ในที่นั้นเงียบสงัดในชั่วขณะ เซียวชิงเหอเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็หยุดไป
หลินสวินพูด “มีอะไรเดี๋ยวค่อยพูด”
เขาสะบัดแขนเสื้อ มีเงาร่างอีกสองเงากลิ้งลงพื้นออกมา
“ยังมีอีกหรือ” เซียวชิงเหอเบิกตาโพลง
หลินสวินไม่ได้สนใจเขา ทอดสายตามองไป เงาร่างสองเงานั่นคืออวี้เป๋าเป่าและหลิงหงจิน
ทั้งสองก็เพิ่งฟื้นจากอาการหมดสติเช่นกัน ตอนเห็นหลินสวินที่อยู่ตรงหน้า พวกนางต่างเข้าใจสถานการณ์ของตนแล้ว
ทว่าเมื่อเทียบกับพวกเสวี่ยเชียนเหิน พวกนางดูนิ่งกว่ามาก สายตาที่มองหลินสวินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและชิงชังอย่างลึกล้ำ แต่กลับไม่ได้ก่นด่าออกมา
“เจ้า… เจ้าคงไม่ได้จะลงมือกับผู้หญิงสองคนนี้ด้วยหรอกนะ” เซียวชิงเหออดพูดไม่ได้
พอคำพูดนี้ออกมา สีหน้าของอวี้เป๋าเป่าและหลิงหงจินต่างเปลี่ยนไป อะไรคือ ‘ด้วย’?
หรือเสวี่ยเชียนเหินและจางเจิงประสบเคราะห์ไปแล้ว
หลินสวินพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันอึดอัดและเงียบงัน “การกำจัดพลังปราณสองคนนั้นเป็นการคุมอำนาจ ส่วนแม่นางสองคนนี้…”
พวกอวี้เป๋าเป่าต่างหัวใจกระตุกวูบ
หลินสวินเงียบไปครู่หนึ่งจึงหมุนตัวเดินไป “ไปเถอะ”
“ไปงั้นหรือ”
เซียวชิงเหออึ้ง อวี้เป๋าเป่าและหลิงหงจินก็อึ้งเช่นกัน
แต่หลินสวินกลับเดินไปไกลแล้ว และไม่หันกลับมามองตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนลืมเรื่องนี้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
จู่ๆ เซียวชิงเหอก็หัวเราะแฮะๆ ออกมา “ข้าว่าแล้ว เป็นถึงเทพมารหลิน จะลงมือกับผู้หญิงอย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้ได้อย่างไร”
จากนั้นเขาพลันพูดกับผู้หญิงทั้งสองว่า “ไม่ว่าพวกเจ้ากับเขาจะมีความแค้นใหญ่หลวงอะไรต่อกัน แต่อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็ปล่อยพวกเจ้าไป เช่นนั้นโปรดทำตัวดีๆ ด้วย”
พูดจบเขาก็รีบตามไปยังทิศทางที่หลินสวินจากไป
อวี้เป๋าเป่ากับหลิงหงจินสีหน้าสับสน ต่างรู้สึกประหลาดใจอย่างที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกโชคดีที่พ้นจากความตาย
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าบุคคลระดับเทพมารอย่างเขากลับมีตอนที่ใจอ่อน” อวี้เป๋าเป่าพูดเนิบๆ เครื่องหน้าของนางประณีตเย้ายวนด้วยเสน่ห์ เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง
“ใจอ่อนหรือ”
หลิงหงจินเองก็สีหน้าขมขื่น “ตอนอยู่ในแคว้นกู่ชาง เจ้าหมอนี่เล่นงานข้าอย่างเจ็บแสบ ทำให้ข้าแบกรับชื่อเสียงอันน่าอายของการเป็น ‘ไส้ศึก’…”
“นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด คนโง่ถึงจะเชื่อ” อวี้เป๋าเป่าพูดปลอบ
“ไม่” หลิงหงจินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดว่า “เจ้าคิดว่าสำนักจะมีปฏิกิริยาอย่างไรที่ครั้งนี้พวกเรากลับไปอย่างปลอดภัย”
อวี้เป๋าเป่าชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ตระหนักได้ถึงความรุนแรงของปัญหาแล้ว
พวกนางกับจางเจิงและเสวี่ยเชียนเหินถูกจับมาพร้อมกัน แต่สุดท้ายจางเจิงกับเสวี่ยเชียนเหินถูกกำจัดพลังปราณ มีเพียงพวกนางสองคนที่ปลอดภัยดี ใครจะไม่สงสัยว่ามีเงื่อนงำซ่อนอยู่
บอกว่าเทพมารหลินทะนุถนอมผู้หญิงเลยไม่ฆ่างั้นหรือ
ใครจะเชื่อเหตุผลเหลวไหลเช่นนี้
แต่ถ้าอธิบายไม่ชัดเจน…
จะต้องเกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานาอย่างแน่นอน!
ถึงขั้นถูกเข้าใจว่าพวกนางทั้งสองยอมจำนนต่อหลินสวินแล้วและทำการแลกเปลี่ยนบางอย่าง จึงแลกผลลัพธ์ที่ปลอดภัยหายห่วงมาได้!
ใจคนซับซ้อนและละเอียดอ่อนที่สุด แดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์เกลียดหลินสวินเข้ากระดูกมาตั้งนานแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้พวกนางกลับสำนักก็ต้องถูกสอบสวนและตั้งข้อสงสัย เกิดความยุ่งยากและผลกระทบที่ไม่จำเป็นมากมาย!
“หรือที่เขาปล่อยพวกเรา เพราะคาดเดาไว้แล้วว่าแม้เราหวนกลับสำนัก สถานการณ์ก็จะไม่สู้ดี?”
อวี้เป๋าเป่าตกใจกลัว
“หากเจ้าหมอนี่ไม่มีความเฉลียวฉลาดและฝีมือระดับนี้ มีหรือจะยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ทั้งที่ก่อเรื่องมากมายขนาดนั้น”
ในดวงตาคู่ใสของหลิงหงจินเผยความชิงชัง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางยังไม่ลืมประสบการณ์น่าอับอายที่หลินสวินถอดเสื้อผ้าของนางจนเปลือยเปล่า
“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด เทพมารหลินนี่… น่ากลัวเกินไปแล้ว!” อวี้เป๋าเป่าสายตาเลื่อนลอย เย็นวาบไปทั้งตัว
“พวกเราไปกันเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้” หลิงหงจินสูดหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่งแล้วลุกขึ้น
ส่วนเรื่องที่จะไปแก้แค้นหลินสวิน พวกนางไม่มีความคิดเช่นนี้แม้แต่น้อยแล้ว คิดแต่ว่าจะไปอธิบายกับสำนักอย่างไร
……
“คิดไม่ถึงเลยว่าเทพมารหลินที่ใครพูดถึงแล้วสีหน้าต้องเปลี่ยนจะทะนุถนอมผู้หญิงเช่นนี้ นับถือ นับถือจริงๆ”
ภายใต้ท้องฟ้าสีรัตติกาล ท่ามกลางเวิ้งฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล เซียวชิงเหอพูดพร้อมสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
“ตอนที่อยู่ในแคว้นกู่ชาง ข้าก็ได้รับปากแล้วว่าจะจบสิ้นบุญคุณความแค้นกับหลิงหงจิน แน่นอนว่าจะไม่ทำให้นางลำบากใจอีก”
หลินสวินพูดเรียบๆ “ส่วนอวี้เป๋าเป่านั่น… นางกลับแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ครั้งนี้ สถานการณ์ก็คงไม่ดีสักเท่าไร นี่ไม่ใช่การลงโทษเสียที่ไหน”
เซียวชิงเหอได้ยินแล้วประหลาดใจขึ้นมา ครู่หนึ่งจึงเข้าใจ พลันร้องว่า “เจ้า…”
“ร้ายกาจหรือ”
หลินสวินพูดแทนเขา สีหน้ายังคงเรียบเฉย “ร้ายกาจก็ช่าง ข้าฆ่าเพียงแค่คนที่สมควรฆ่า ไม่ใช่ปีศาจที่กวาดล้างโลกเพื่อการแก้แค้น”
เซียวชิงเหอชะงักงัน สายตาที่มองหลินสวินพลันมีอีกความรู้สึกที่แตกต่างออกไป
ทำสิ่งที่พึงกระทำ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่พึงกระทำ
นี่ก็คือเทพมารหลินในคำเล่าขานหรือ
ภายในใจเซียวชิงเหอมีความรู้สึกที่พูดไม่ออก จากความประหลาดใจตกตะลึงที่มีต่อหลินสวินในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นความเคารพและชื่นชม
ก่อนหน้านี้ ชาตินี้มีเพียงคนเดียวที่เขาเซียวชิงเหอชื่นชมจากใจจริง นั่นก็คือหมีเหิงเจิน สุริยันผู้กล้าอันดับหนึ่งแห่งตำหนักศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา
แต่ตอนนี้ มีหลินสวินเพิ่มมาอีกคนแล้ว!
——

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

Type: Author: ,
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset