Devil’s love ทิ้งรักของนายปีศาจไป – ตอนที่ 280 ในคืนนี้

เจียนถงดูเขาฝืนกินบะหมี่ชามนั้นจนหมด แม้กระทั่งน้ำซุปก็ดื่มลงไปพร้อมกัน ยังแอบเหลือบมองเธออย่างระมัดระวัง แค่ความคิดเล็กๆนั่น คิดว่าเธอจะเดาไม่ออก

ค่อยๆยืนขึ้น เจี่ยนถงหยิบชามและตะเกียบบนโต๊ะ

“ถงถง คุณอย่าขยับนะ”

“ฉันไปล้างถ้วย”

“ถงถงไม่ต้องล้าง อาซิวล้างเอง” ขณะพูดก็แย่งถ้วยไปล้าง

เจี่ยนถงมองอยู่ข้างๆอย่างตกใจ ให้เสิ่นซิวจิ่นล้างจาน นี่ไม่ได้เป็นความคิดที่ดี แต่ดีที่ ครั้งนี้ไม่ได้ทำเรื่องตกกระเด็นเลยแม้แต่น้อย อย่างน้อย ก็ไม่มีน้ำไหลท่วมและไม่มีภาพความเลอะ

เธอหันตัวเดินไปที่ห้องน้ำ น้ำอุ่นไหลลงจากบนศีรษะ ชำระล้างเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพความวุ่นวายมากมายตรงหน้าเธอ

มีภาพตอนที่คุณปู่ยังอยู่ มีภาพตอนที่เธอเกาะติดคนคนนั้น ตัวเองในตอนนั้น ยังเด็กและกระฉับกระเฉง คิดเสมอว่า เธอพยายามแล้ว เธอดีมากพอแล้ว เสิ่นซิวจิ่นไม่ชอบเธอ ยังจะชอบใครได้อีก

ทันทีที่ภาพเปลี่ยนไป กลับเป็นศพของเซี่ยเวยเหมิง ศพที่เยือกเย็น นอนอยู่ตรงหน้าเธอ ยังมีดวงตาที่แหลมคมดั่งมีดคนคนนั้น ทิ่มแทงเธอแบบไม่ปรานี

นอกจากการบูชาบรรพบุรุษแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคุกเข่าลง ในคืนที่ฝนตก อากาศ หนาวมากจริงๆ น้ำฝน เย็นมากจริงๆ หัวใจ ยังคงรอแบบมีความหวัง

จนถึง ……

เธอตัวสั่นอย่างกะทันหัน เปิดตาขึ้น น้ำที่ไหลลงจากฝักบัว ไหลผ่านตาเธอ และดวงตาของเธอก็เริ่มเจ็บเล็กน้อย

รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำบนหน้าทันที และรีบอาบน้ำจนเสร็จ เดินออกไปด้วยเท้าเปล่า

เสียงดังกราว~

เมื่อถงถงส่งเสียง ปลุกคนในห้องรับแขก

“ถงถง ถงถง คุณเป็นอะไร”ตัวของคนคนนั้นยังไม่มาถึง เสียงกลับนำมาก่อน เสียงดัง“ปัง” เธอยังไม่ทันได้ตอบ ประตูถูกผลักออกด้วยแรงอันประหลาด

เจี่ยนถงจับที่เอว หยุดชะงักไปไม่กี่วินาที หน้าแดงขึ้นมาทันที รีบไปหาสิ่งที่สามารถปกปิดร่างกายของเธอได้ แต่ที่ที่มือเอื้อมถึงกลับไม่มีสิ่งที่สามารถนำมาปิดได้เลย

ทำได้เพียงโอบล้อมตัวเองแน่น หน้าแดง และตะโกนใส่คนคนนั้นที่อยู่ตรงหน้าประตู “ใครเรียกให้คุณเข้ามา!”

“ฉัน ฉัน……”

คนคนนั้นยังคงยืนอยู่หน้าประตู มองดูภาพตรงหน้าอย่างทึ่มๆ

เจี่ยนถงอายและโกรธมาก “ยังไม่รีบออกไปอีก!”

คนคนนั้นกลับมองเธออย่างแน่วแน่ พูดเทศนาเธอ “ถงถงหกล้ม และตอนนี้อาซิวก็เห็นแล้ว ก็ไม่สามารถปล่อยถงถงไว้คนเดียว” พี่ยู่สิงบอกว่า แบบนี้เรียกว่า กล้าทำในเรื่องที่ชอบธรรม

ตอนนี้เจี่ยนถง นับได้ว่าเกลียดไป๋ยู่สิงขึ้นมาเลย คุณไป๋ยู่สิงยังดำรงตำแหน่งพิเศษเป็นครูพี่เลี้ยง?

หน้ากลับแดงระเรื่อ “เสิ่นซิวจิ่น คุณรีบออกไป!” เธอกอดตัวเองแน่น และพยายามขดตัวให้เป็นลูกกลมๆจ้องไปที่คนคนนั้นที่อยู่หน้าประตู ถ้าหากว่าสายตาสามารถฆ่าคนได้ เธอก็อาจจะกรีดคนคนนั้นเป็นพันครั้งหมื่นครั้งไปแล้ว

คนคนนั้นส่ายหัวอย่างแน่วแน่ “อาซิวทำแบบนั้นไม่ได้”

พูดพลาง เดินไปทางเจี่ยนถง

ในขณะที่จ้องตากันและกัน คนคนนั้นก็เดินมาถึงตรงหน้าเธอแล้ว

ร่างกายของเธอเบาขึ้น ทันใดที่สติกลับคืน คนคนนั้นก็อุ้มเธอขึ้น “ถงถง จะเป็นหวัดไม่ได้ อาซิวอุ้มคุณไปห้องนอน”

ทันใดนั้น สีหน้าของเธอขาวซีด หันเข้าหาใบหน้านี้ และสีหน้าแววตาที่ไร้เดียงสาบนหน้าใบนี้ เธออยากด่าแต่กลับหาคำไหนมาด่าไม่ได้

หน้าอันหล่อเหลาของคนคนนี้ เธอดูๆแล้ว กลับไม่พบจุดประสงค์อื่น ความใสซื่อแบบนี้ เพียงเพราะอยากดีต่อเธอ

สีหน้าแววตาที่เรียบใสซื่อตรงไปตรงมานี้ เธอกลืนคำพูดในปากของตัวเองทันที

จนถึงตอนที่ถูกวางลงบนเตียงในห้องนอน คนคนนั้นหยิบผ้าห่ม มาห่อตัวเธอแน่น มีแค่ศีรษะที่โผล่ออกมาด้านนอก เสียงไดร์เป่าผมค่อยๆดังขึ้น “ทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จ เสิ่นเอ้อก็เป่าแบบนี้ให้อาซิว เสิ่นเอ้อบอกว่า นอนแบบผมเปียก จะทำให้ปวดศีรษะ อาซิวก็จะช่วยถงถงเป่าผม”

มีฉากนี้ในอดีต เธอนึกได้ว่าคนนี้เคยเป่าผมแบบนี้ให้เธอ เธอหลีกเลี่ยงโดยทันที “ฉันไม่ต้องการ”ถงถงพูดแบบเย็นชา

วินาทีถัดมา ทั้งตัวเธอขยับไปไหนไม่ได้ คนคนนั้นนั่งอยู่ด้านหลังเธอ จับเธอด้วยทั้งมือและขา “ถงถง คุณอย่าขยับ นอนโดยที่ไม่เป่าผมให้แห้ง เป็นเด็กที่ไม่เชื่อฟัง เสิ่นเอ้อพูดว่า ต้องเป่าผมให้แห้งก่อนจึงจะนอนได้ จะเป็นเด็กไม่ดีไม่ได้”

“ถงถง ทำไมคุณถึงขยับอีกแล้ว”

“ไอ้หยา ถงถง ใกล้จะเสร็จแล้ว”

“ถงถงเป็นเด็กดีที่สุด”

กว่าผมจะแห้ง ใช้เวลานานพอสมควร

ผมของเธอยาวถึงเอว แต่เธอขยับไปมาไม่อยู่นิ่งแข่งกับคนคนนั้นที่อยู่ด้านหลัง การที่คนคนนั้นจะเป่าผมเธอให้แห้งโดยราบรื่น ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆแล้ว

ในระยะเวลาเกือบสิบนาทีนี้ เธอหลบ เขาก็ใช้ทั้งแขนและขารัดเธอไว้ เธออยากจะด่า คนคนนั้นก็ทำเป็นหูหนวก พูดสองสามคำเป็นครั้งคราว

ระหว่างที่เป่าผม คนด้านหลังพูดเป็นระยะระยะ “ถงถงแบบนั้น ถงถงแบบนี้” เจี่ยนถงรู้สึกว่าศีรษะเริ่มปวดขึ้นมา ในที่สุดก็ถอนหายใจเงียบๆ

เธอเอาแต่พูดกับตัวเองว่า อย่ารังแกเด็ก รังแกเด็กแล้วได้อะไร

เสียงไดร์เป่าผมเงียบลง เธอถอนหายใจออกมา ในที่สุดกระบวนการที่ยากลำบากนี้ก็จบลง

จากนั้นพูดแบบเย็นชา “เสิ่นซิวจิ่น ผมก็เป่าเสร็จแล้ว คุณปล่อยฉันได้หรือยัง?”

ถ้าวัดกันด้วยแรง แน่นอนว่าแรงของผู้ชายต้องมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว แถมยังตัวร้อน มืออ่อน ขาอ่อน อ่อนแรงไปทั้งตัว

ถ้าสู้แรงกับคนนี้ นั่นเป็นการเสียแรงเปล่าๆ ก็นับว่าเธอคิดชัดเจนถี่ถ้วนแล้ว สุดท้ายก็ยอมคนคนนี้ไป ให้เป่าผมยาวของเธอจนแห้ง

และพูดอย่างเย็นชาอีกรอบ “คุณกลับไปนอนที่ห้องรับแขกได้แล้ว” หมายความว่า “คุณไสหัวไปได้ไหม”

คนคนนั้นเป็นคนทึ่มจริงๆ ฟังไม่ออกว่าเธอแฝงด้วยความหมายที่ไล่เขา ส่ายหัวอย่างเคร่งขรึม “ไม่ได้ไม่ได้ คุณปู่หมอบอกว่า ถงถงไข้ขึ้นสูง ญาติต้องให้ความสนใจและดูแลเป็นพิเศษ ถ้าพบช้าไป ก็จะอันตรายมาก”

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเฝ้าทั้งนั้น” เธอเปิดปากพูดเบาๆ เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ถึงแม้ว่าต้องมีคนเฝ้าอยู่ข้างๆจริงๆ คนคนนั้นเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นบนโลกใบนี้ แต่ต้องไม่เป็นเขา “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ส่งคุณกลับไปในที่ ที่คุณควรกลับไป”

อีกหยุดนิ่งไป และก็ไม่รู้ว่าเธอดูผิดหรือเปล่า ในดวงตายาวเรียวดั่งหงส์คู่นั้น ร่องรอยความเกลียดชังหายวับไป เมื่อเธอจ้องมองดูอีกครั้ง ก็ไม่มีอะไรนอกจากความผิดหวังและระแวดระวังในตาของคนคนนั้น

เธอหลับตาลง คิดในใจว่า ป่วยจนสับสนแล้ว

“ถงถง ถึงแม้พรุ่งนี้คุณจะส่งอาซิวกลับไป คืนนี้อาซิวก็จะเฝ้าอยู่ข้างๆกายถงถง อาซิวรับปากคุณปู่หมอไว้แล้ว คืนนี้จะดูแลถงถงเป็นอย่างดี”

คนคนนั้นพูด จู่ๆก็ลุกจากเตียง สวมรองเท้าและเดินออกจากห้องนอนของเธอไป

มองแผ่นหลังของคนคนนั้นเดินออกไป เจี่ยนถงก็ยังคงไม่เข้าใจกับการกระทำของเขา

ผู้ว่าจะเฝ้าอยู่ข้างๆเธอ แต่เขากลับหันหลังแล้วเดินจากไป?

ฝ่ามือ จับที่ผ้าปูบนเตียงเบาๆ

ใต้ตาของเธอ มีคำเสียดสีที่ตกต่ำปรากฏ

อาจจะเป็นเพราะเธอไม่รู้ตัวเอง ณ ขณะนี้ในใจลึกๆก็มีความไม่พอใจอยู่

“คนโกหก” เสียงเธอต่ำลง ริมฝีปากซีดพูดสองคำนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว หยิบชุดนอนขึ้นมาสวมใส่

ประตูห้องนอน เปิดออกกะทันหัน เธอเงยหน้ามอง ใบหน้าอันหล่อเหลาของคนคนนั้น ในมือหอบผ้าห่มไว้ ไปแล้วก็กลับมา

เมื่อเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง วางผ้าห่มในมือลงโดยที่ไม่พูดเลยสักคำ โยนไปที่พื้นข้างๆเตียงเธอ แล้วจัดผ้าห่มด้วยตัวเองแบบเงียบๆ

“คุณ……ทำอะไร?” เธอดูแล้วยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ จึงถามออกไป

ในห้องนอน คนคนนั้นส่งเสียง “ฮัม” จากนั้นยกผ้าห่มบนพื้นขึ้น แล้วมุดเข้าไปนอน และยังจงใจหันหลังให้เธอ

“ใครอนุญาตให้คุณนอนที่นี่?” เธอหงุดหงิดแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

แรกๆคนคนนั้นไม่ส่งเสียงอะไร เธอดูแล้วไม่พอใจอย่างมาก พูดจิกเสียงแข่ง “เสิ่นซิวจิ่น ออกไปนอนข้างนอก”

คนคนนั้นยังคงหันหลังให้และไม่ตอบเธอ นอนอยู่ที่พื้นข้างเตียงเธอ แผ่นหลังนั้นราวกับภูเขา เธอดูแล้วราวกับไฟลุกขึ้นในตา ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ “ฉันบอกว่า ไม่ให้คุณนอนที่นี่ ถ้าไม่ฟังคำอย่างนั้นก็……”

เธอยังพูดไม่จบ

คนคนนั้นลุกออกมาจากผ้าห่มครึ่งตัวทันที หันหน้ามาตะโกนใส่เธอว่า “พรุ่งนี้คุณส่งฉันกลับไปดีกว่า! ฉันไม่กลัว! แต่ว่าคืนนี้คุณอย่าคิดเลยว่าจะไล่ฉันไปได้!”

ไม่มีเหตุผล!

เขากล้าพูดเสียงดังใส่เธอเหรอ?

หน้าอกของเจี่ยนถงยกขึ้นและลดลงถี่ๆ “คุณมาตะโกนใส่ฉันแบบนี้ได้ยังไง? ที่นี่เป็นบานของคุณเหรอ?” เธอถามจบ ก็ได้สติขึ้นมา ที่นี่ก็เป็นทรัพย์สินของเขาจริงๆ…… แต่รู้สึกผิดได้สักครู่ มองดูคนคนนั้น ในใจคิดว่า แล้วยังไง ยังไงคุณก็จำไม่ได้

“ถงถงไล่อาซิวไป อาซิวกลัวว่าจะไม่มีใครดูแลเมื่อถงถงป่วย อาซิวรับปากคุณปู่หมอไว้แล้ว ถงถงไม่มีเหตุผล!”

เขาตะโกนพูดเสียงดังใส่เธอ

เจี่ยนถงหยุดนิ่งไปสักพัก……เด็กอายุแปดขวบแบบเสิ่นซิวจิ่น ตะโกนเสียงดังใส่เธอแบบนี้ครั้งแรก คนที่มักจะอ้อนเอาใจเธอตลอด พูดด้วยความระมัดระวัง วันนี้ตะโกนใส่เธอเป็นครั้งแรก

เธอเงียบไปกะทันหัน ก้มศีรษะเหลือบมองคนที่อยู่ใต้เตียง ความเหนื่อยล้าก็ปรากฏคือ ไม่รู้ว่าเป็นความเหนื่อยล้าทางร่างกายหรือทางจิตใจ

ในความเงียบ เธอก็มุดร่างทั้งตัวลงไปใต้ผ้าห่ม ไม่พูด และไม่ไล่ใครไป และในทำนองเดียวกันก็นอนหันหลังให้เขา

ในห้องเงียบมาก เงียบจนทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออก

และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในห้องนอน มีเพียงแสงสว่างอ่อนของไฟหน้าเตียง

ไม่มีใครพูดอะไร สีฟ้ามืดยิ่งกว่าเดิม ผู้คนต่างก็เข้าไปในโลกแห่งความฝัน

ทันใดที่เตียงยุบลง เจี่ยนถงยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด เท้าทั้งสองถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่น

เธอลืมตาขึ้นทันที ยังมีความง่วงเล็กน้อย

มองไปที่ปลายเตียง คนคนนั้นคุกเข่าลง มือที่เรียวยาวและหนาคู่นั้น กำลังนำเท้าเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง วางไว้บนเข่าของเขา

ภาพนี้ดึงดูดตา เลือดไหลเวียนขึ้นจากเท้าไปยังส่วนบนของศีรษะ หัวใจของเธอสั่นไหว ยื่นเท้าอยากหลบหนี มือของคนคนนั้น นอกจากจะใหญ่แล้ว แรงยังเยอะอีก เขาเหมือนจะรับรู้ได้ถึงการขัดขืนของเธอ คนคนนั้นเงยหน้ามองมาทางเธอ ยิ้มอย่างไร้เดียงสา พูดกับเธอว่า “ถงถง อาซิวจะช่วยคุณคลุมเท้า”

เธอทำหน้าบูดบึ้ง “ไม่ต้อง” ปฏิเสธอย่างไม่ปรานี

คนคนนั้นกลับไม่ยอมปล่อยมือ มือของเขากำลังทำให้เท้าของเธออุ่น “เท้าของถงถงเย็นมาก จากนี้ไป อาซิวจะช่วยถงถงทำให้เท้าอุ่นดีไหม”

“ไม่……” ดี……

“ดังนั้นพรุ่งนี้ถงถงอย่าไล่อาซิวไปไหนเลย ดีไหม?” คนคนนั้นพูดขอร้องด้วยเสียงแผ่วเบา ในสายตาเต็มไปด้วยความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ หัวใจของเธอเหมือนกับโดนกระแทกอีกครั้ง เธอกัดฟัน พูดแบบใจร้ายว่า “ฉันไม่ต้องการให้คุณช่วยทำให้เท้าอุ่นขึ้น พรุ่งนี้ฉันให้ซีเฉินมารับคุณ”

เธอไม่อยากมีความสัมพันธ์ใดๆกับคนคนนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าแค่ลืมทุกอย่าง ก็สามารถกลายเป็นคนคนคนนั้นได้ บนโลกใบนี้ มีใครสามารถพูดได้ชัดเจนบ้าง

คนคนนั้นหยุดนิ่งไปสักพัก ในสายตาแสดงออกถึงความผิดหวัง ตาแดงขึ้นมาทันที “ได้ อาซิวเชื่อฟังคำถงถง พรุ่งนี้อาซิวจะไปกับคุณลุงซีเฉิน”

“ดังนั้น ปล่อยมือ ฉันไม่ต้องการให้คุณช่วยทำให้เท้าฉันอุ่น”

คนคนนั้นกลับส่ายหัว มือคู่นั้น ยิ่งจับไปที่ขาคู่นั้นของเธอ เอามาไว้ในอ้อมแขน “ยังไม่อุ่นเลย” ความหมายก็คือ ถ้าเท้าอุ่นแล้ว เขาจะปล่อยมือ

ครั้งนี้ เจี่ยนถงไม่ได้ขัดขืนคนคนนั้น

ขาคู่นั้นของเธอ อยู่ในอ้อมแขนคู่นั้น ค่อยๆอุ่นขึ้น

เธอไม่ทันได้พูดอะไร คนคนนั้นก็หัวเราะแบบทึ่มๆแล้วปล่อยเท้าของเธอ “อุ่นแล้ว อุ่นแล้ว” พูดคำนี้อย่างไร้เดียงสา “ถงถงนอนได้แล้ว พรุ่งนี้คุณปู่หมอจะมาหยอดน้ำเกลือให้ถงถงอีก”

ปลายเตียงยกขึ้น คนคนนั้นได้พลิกตัวลงจากเตียงไป เปิดผ้าปูที่นอนที่พื้นออกแล้วนอนลง

ในคืนนี้ เจี่ยนถงนอนหลับสนิทมาก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะเท้าเย็น เลยทำให้หลับยาก แต่ครั้งนี้ กลับนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว

เธอฝัน ในฝัน มีมือคู่หนึ่งที่ช่วยทำให้เท้าของเธออุ่นเสมอๆ

ตอนที่ตื่นขึ้น ปลายเตียงกลับว่างเปล่า หันศีรษะไปดูที่ใต้เตียง คนคนนั้นกอดผ้าห่มแล้วหดตัวเป็นก้อน

เธอส่ายหัวอีกครั้ง……..ฝันนี้ ค่อนข้างเหมือนความจริง ทั้งหมดเป็นเพราะความคิดเห็นบ้าๆนั่นของคนคนนี้

ต้องโทษคนคนนี้ทั้งหมด ไม่ออกไพ่ตามหลักเหตุผลโดยทั่วไป

ตอนที่คนคนนี้ตื่นขึ้น ทำให้คนอื่นเข้าใจเขายาก

ตอนนี้คนคนนี้ยังไม่ตื่น ยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจเขายากมากขึ้น

แต่ว่าสายตาอันใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้น กลับไม่สามารถโกหกคนได้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเสแสร้งได้

คนสามารถเสแสร้งได้ แต่สายตานั้น กลับยากที่จะเสแสร้ง

เวลาเก้าโมง คนคนนั้นต้มบะหมี่อีกแล้ว ครั้งนี้ ไม่ได้ใช้น้ำตาลแทนเกลือแล้ว บะหมี่เป็นสิ่งที่เค็ม แต่ใส่เกลือน้อยไป แทบจะไม่มีรสชาติเลย

เวลาเก้าโมงครึ่ง ในที่สุดเธอก็ได้เห็นคุณปู่หมอที่คนคนนั้นเอาแต่พูดถึง

“เป็นท่าน คุณปู่หวาง”

หมอส่วนตัวของบ้านซีเฉิน เจี่ยนถงเรียกเขาว่าคุณปู่หวางตั้งแต่เด็ก

“สาวน้อย คุณตื่นแล้วเหรอ” คุณปู่เป็นคนที่ใจดีมากและตรวจร่างกายกายให้เธออีกครั้ง

“ดีขึ้นกว่าเมื่อวานแล้ว สาวน้อยฟื้นฟูได้ค่อนข้างดี ดูแล้วพ่อหนุ่มนั่นดูแลได้ดี” เมื่อพูดว่า “พ่อหนุ่มคนนั้น” สายตากลับจ้องไปที่เสิ่นซิวจิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ

เจี่ยนถงหลบหน้าไปแบบไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ……เขาทำได้ดีมากจริงๆ จุดนี้ เธอไม่สามารถปฏิเสธได้

แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับ

คุณปู่หวังก็หยอดน้ำเกลือให้เจี่ยนถงอีกครั้ง เจี่ยนถงเรียกซีเฉิน “พวกคุณพาเขากลับไปด้วย”

ซีเฉินไม่ยอม “ตอนนี้ยู่สิงกับเสิ่นเอ้อ พวกเขาต่างก็อยู่ต่างประเทศ ”และส่วนทางฉัน ก็ยุ่งมากพอแล้ว คุณจะให้ฉันเอาคนคนนี้ไปไว้ที่ไหน?

เสิ่นซิวจิ่นไม่อยู่ ในบริษัทเสิ่นซื่อกรุ๊ป ก็เริ่มมีแมลงเม่าอีกแล้ว

ฉันเป็นแค่ตัวแทนบังหน้าของเสิ่นซิวจิ่น ไม่ใช่เจ้าตัวเสิ่นซิวจิ่นเอง ลำพังจัดการเรื่องภายในบริษัทเสิ่นซื่อกรุ๊ป ก็ทำให้ฉันยุ่งจนไม่มีเวลาว่างแล้ว แล้วยังให้ฉันมาดูแล “เด็ก” คนหนึ่งอีก

ซีเฉินเน้นคำว่า “เด็ก” แบบหนักๆ ดวงตาพีชคู่นั้น จ้องมองที่เจี่ยนถงอย่างจริงจัง นั่นหมายความว่า กำลังต่อว่าเจี่ยนถง……..แค่เด็กคนหนึ่งคุณก็ไม่สามารถทนได้เหรอ?

นี่มันคือ ต้องการเพิ่มความผิดให้

สีหน้าของเจี่ยนถงซีดมากขึ้น การกล่าวหาเธอต่อหน้าแบบนี้ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ก็ไม่ใช่สไตล์ของเธอ

“คุณอดทนอีกหน่อย หลังจากที่ยู่สิงกลับมาแล้ว พวกฉันก็จะไม่ให้อาซิวอยู่กับคุณ ใครจะกล้ารับประกันว่า คุณจะไม่ทำร้ายอาซิว? ”

ดูสิ คำพูดที่ไร้สาระนี่ เป็นการจงใจยั่วโมโหเจี่ยนถงชัดๆ เธอโกรธ ไฟลุกในสมอง “เดี๋ยวถ้าคุณปู่หวางดึงเข็มออกให้ฉัน คุณรีบไสหัวไป”

คำว่า “ไสหัวไป” พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ ครั้งนี้ซีเฉินกลับไม่โมโห เขายิ้มและเอามือล้วงกระเป๋า “ได้ อีกเดี๋ยวฉันจะไสหัวไป คุณไม่ต้องไล่” เขาพูดพร้อมกับยิ้มที่มุมปากด้วยท่าที่มีความสุข

Devil’s love

Devil’s love

เซี่ยเวยเหมิงเสียชีวิตแล้ว เสิ่นซิวจิ่นส่งตัวเจี่ยนถงเข้าไปในเรือนจำหญิงสามปีในคุก คำพูดของเสิ่นซิวจิ่นที่ว่า“ดูแลเธอให้ดีๆ”ทำให้เจี่ยนถงทรมานและเปลี่ยนไปมาและเปลี่ยนไปมาก ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนที่อยู่ในคุกถูก “ยินยอมที่จะบริจาคไตโดยไม่สมัครใจ”ก่อนเข้าคุก เจี่ยนถงพูด:ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ เสิ่นซิวจิ่นไม่แสดงท่าทีอะไรหลังออกจากคุก เจี่ยนถงพูด:ฉันเป็นคนที่ฆ่าเซี่ยเวยเหมิง ฉันอาชญากรรมแล้วเสิ่นซิวจิ่นพูดด้วยสีหน้าซีดขาว:หุบปากไปเลย! อย่าให้ฉันได้ยินประโยคนี้อีก!เจี่ยนถงยิ้ม:จริงๆ ฉันเป็นคนที่ฆ่าเซี่ยเวยเหมิง ฉันติดคุกมาสามปี เจี่ยนถงหลบหนีไป เสิ่นซิวจิ่นตามหาเธอทั่วทุกมุมโลก เสิ่นซิวจิ่นพูด:เจี่ยนถง ฉันยกไตให้คุณ คุณมอบหัวใจให้ฉันเถอะ เจี่ยนถงเงยหน้ามองเสิ่นซิวจิ่น แล้วพูด…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset