Emperor of Steel-กำเนิดใหม่จักรพรรดิเหล็กไหล – ตอนที่ 39 การถูกโจมตี (4)

บทที่ 39 การถูกโจมตี (4)
ว้าก! ย้าก!
เมื่อหน้าผาเริ่มทรุดตัวและถล่มลงไป เหล่าสมาชิกของอัศินเงาก็เริ่มล่วงหายไปทีละคน
“อั้ก!”
“อ้า.. ช่วยข้าด้วย!”
พวกเขาพยายามดิ้นรนอย่างมากที่จะไม่ตกลงไป อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้ โดยเฉพาะกรณีของกิกันท์
เนื่องจากมันมีน้ำหนักมาก พวกเขาจึงตกจากหน้าผาที่ขรุขระเร็วกว่าอัศวินเงาและได้รับความเสียหายมากกว่าอย่างมาก
“ออร์คนั้นใหญ่เกินกว่าที่จะโดนโคบอลกากๆแบบนี้เล่นงานนะ”
ลุคมองลงไปและยิ้ม
เขาตรวจสอบสภาพของพื้นก่อนที่จะเรียกโกเลมของเขา
มันดูเหมือนจะยากสักหน่อย แต่ด้วยแรงที่พอเหมาะของโกเลม มันก็ดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งพอที่จะทำลายมันได้
นอกจากนี้พวกมือสังหารยังวิ่งและกระโดดไปมาอย่างโง่เขลาใกล้ๆกับกิกันท์ นั่นจึงเป็นผลให้พวกมันยิ่งตกไปเร็วขึ้น
ธรรมชาติคือการฆ่าที่ขาวสะอาด
“ถึงแม้พวกมันจะพยายามหาที่จับยังไง แต่จากความสูงระดับนี้ก็ไม่มีทางรอดไปได้หรอก…”
ทันใดนั้นเองลุคก็รู้สึกประหลาดใจกับพลังอันแหลมคมที่เคลื่อนไหวในความมืดซึ่งทำให้เขาหยุดพูด
ขณะที่เขาขยับร่างกาย กริชที่มาจากด้านล่างก็ผ่านร่างของเขาไป
“อึก!”
“ไอ้เหี้ยนี่!”
ทิเกลกรีดร้องขณะที่เขากำลังปีนขึ้นไปบนหน้าผา
ไม่เพียงแค่นั้น มันยังมีอีกสี่คนที่รอดชีวิตมาได้
แม้ว่าเหล่าพ่อมดจะเคลื่อนที่อย่างลุกลี้ลุกลนและไม่สามารถใช้เวทมนตร์บินได้ แต่พวกเขาก็ยังรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ด้วยการใช้ดาบยึดไว้กับหน้าผา
พวกเขาในตอนนี้ดูเหมือนกับปีศาจที่คลานมาจากส่วนลึกของนรก
“กูจะไม่ฆ่ามึง กูจะทรมาณมึงไปเรื่อยๆจนกว่ามึงจะร้องขอให้กูฆ่ามึง!”
“ชิ โจมตีมัน!”
ลุคสั่งให้โกเลม
อย่างไรก็ตามมือสังหารทั้ง 5 คนที่รอดชีวิตจากหน้าผาถล่มก็สามารถหลบหมัดของโกเลมได้
หลังจากหลบการโจมตีของโกเลมได้แล้ว พวกเขาก็วิ่งเข้าหาลุค
“วายุทมิ…อ๊ะ!”
ขณะที่ลุคพยายามจะเป่ามือสังหารด้วยเวทย์พายุ เขาก็ต้องหยุดไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ในทรวงอกของเขา
เมื่อการร่ายเวทมนตร์ล้มเหลว ดาบของมือสังหารก็พุ่งเข้ามาหาเขาโดยไม่ลังเล
“กั๊ก!”
ดาบของทิเกลเฉือนผ่านแก้มของลุคไปเล็กน้อย
มือสังหารทั้งสี่พยายามเจาะแขนซ้าย,มือขวาและต้นขาและน่องของลุค แม้จะหลีกเลี่ยงบาดแผลฉกรรจ์ได้ แต่ลุคก็ไม่โชคดีพอที่จะหลีกเลี่ยงการโจมดีได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกับที่ทิเกล ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เขาจงใจหลีกเลี่ยงการโจมจีจุดสำคัญเอาไว้
ทิเกลพุ่งเข้าหาลุคและเสียบดาบของเขาเอาไว้ใกล้ไหล่ของลุค เขาค่อยๆแทงมันอย่างช้าๆ
“คราวนี้กูจะควักเนื้อของมึงออกมาให้เห็นถึงกระดูกแล้ว…”
ทันใดนั้นทิเกลก็หยุดพูดไป
ลุคกำลังใช้มนต์ดำแม้ว่าเขาจะทุกข์ทรมาน
“อ้ากก! เถาวัลย์แห่งความมืด”
ถุย! ฮิ้วว!
เถาวัลย์สีดำออกมาจากพื้นดินและในขณะนั้นเองมันก็จับร่างของมือสังหารไว้
“นี่มันอะไรกัน!”
ทิเกลพยายามดึงเถาวัลย์ที่มัดร่างกายของเขาออก แต่มันก็พันล้อมรอบเขาอย่างยุ่งเหยิง
นั่นคือเหตุผลที่เขาดึงดาบออกมาเพื่อตัดมันออก
แต่ตลอดเวลานั้นออร่าของเขาถูกดูดโดยเถาวัลย์สีดำ
ยิ่งเขาโจมตีพวกมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูดซับออร่าของเขามากขึ้นเท่านั้น
‘นี่นี่!’
ไทเกลมองไปที่ลุคด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่าออร่าในร่างกายของเขากำลังถูกดูดออกไป     เห็นได้ชัดว่ามันเป็นผลมาจากเวทมนตร์แปลกประหลาดนี่เองที่ดึงพลังของเขาไป…
“โอ้ เวทมนตร์แห่งความมืด…!”
ทายาทแห่งรากันต์ใช้เวทมนตตร์แห่งความมืดอย่างนั้นหรอ?
“แคร็ก!”
ทิเกลพยายามจะพูดมากขึ้น แต่ลุคก็ไม่เปิดโอกาส เขาสั่งเถาวัลย์แห่งความมืดให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้นและร่างกายของทิเกลก็เริ่มบิดงอ
รัศมีและความมีชีวิตชีวาของทิเกลเริ่มถูกดูดซับมาที่ลุค
บาดแผลของลุคเริ่มหายเป็นปกติ อย่างไรก็ตามการแสดงออกของเขาไม่เปลี่ยนแปลง
“ความจริงแล้วมันเป็นเทคนิคที่ใช้ในการดูดซับพลังของปีศาจ แต่ตอนนี้ข้ากำลังใช้มันกับมนุษย์!”
ในอดีตเขาเคยเรียนรู้เวทมนตร์แห่งความมืดและสาบานว่าจะไม่ใช้มันกับมนุษย์
แต่ตอนนี้ คำสัญญาได้พังทลายลงไปแล้ว
มันช่วยไม่ได้ ที่เขาต้องทำแบบนี้ก็เพื่อเอาชีวิตรอด อย่างไรก็ตามหัวใจของเขาตอนนี้กำลังหนักอึ้งเพราะความรู้สึกผิดที่เขาได้ฝ่าฝืนคำปฏิญาณที่เขาให้ไว้ในอดีต
ลุคหันไปหามือสังหารทั้งสี่ที่ยังมีชีวิตอยู่
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ถูกเถาวัลย์ล้อมรอบ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถขยับไปได้ได้ พวกเขาทำได้แค่มองไปที่ฉากที่กัปตันของพวกเขาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเสียชีวิตไปอย่างไร้ประโยชน์
พวกเขานั้นเพิ่งได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ จิตใจของพวกเขาสั่นสะท้านด้วยความน่ากลัวของอำนาจมืด พวกเขาเคยได้ยินแต่ในเรื่องราวเก่าๆเท่านั้น มันไม่เคยเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขามาก่อน
“อื้อ! ชะ ช่วยข้าด้วย…”
“เจ้าจะพูดได้ก็เฉพาะในตอนที่ขาสั่งให้เจ้าพูด ทีนี้พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาฆ่าข้า”
“โกท มันคือโกท”
“โกท? มันเป็นใครกัน?”
*“โกท? มันเป็นใครและทำอะไรที่ไหนแบบไหนอย่างไร?”
“มันคือเลขานุการและที่ปรึกษาของเคานต์โมนาร์ช”
“นั่นสินะ…”
ใบหน้าของลุคบิดเบี้ยว
เพราะสิ่งที่เขาทำในเวทีสนามประลองกิกันท์ เคานต์โมนาร์ชจึงต้องการฆ่าที่จะฆ่าเขา
ลุคไม่เพียงแค่ช่วยเจ้าหญิงเรย์น่าเท่านั้นแต่เขายังได้รับรางวัลอีกมากมายจากที่เขาเดิมพันไปด้วย
เมื่อพิจารณาว่ามีการพยายามลอบสังหารก่อนหน้านั้นก็สามารถวางไว้ได้
แน่นอนว่าการพยายามลอบสังหารครั้งอื่นอาจไม่ใช่การกระทำของเคานต์โมนาร์ชแต่สัมผัสที่หกของลุคก็กำลังพูดเป็นอย่างอื่น
“ทำไมเคานต์โมนาร์ชถึงพยายามจะฆ่าข้า? มันเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีสนามประลองกิกันท์งั้นหรอ?”
“ข้า ข้าไม่รู้อะไรเลย…เอ่อ! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
ร่างของนักฆ่าคนหนึ่งถูกดูดลงไปที่พื้น
มือสังหารคนอื่นๆต่างหวาดกลัวและเรื่มร้องขอชีวิตของพวกเขา แต่ลุคก็ไม่สนใจ
“ข้าจะไว้ชีวิตใครก็ตามที่สามารถบอิกได้ว่าทำไมเคานต์โมนาร์ชถึงพยายามฆ่าข้า””
“ข้าไม่รู้จริงๆ!”
“พวกเราแค่รับคำสั่งมาจากโกท…. อ้า!”
มือสังหารเหล่านี้เพยงแค่ทำตามคำสั่งนาย เอ้ย คำสั่งของเตานต์โมนาร์ชเท่านั้น
ในท้ายที่สุดพวกมันทั้งหมดก็ถูกดูดลงไปในพื้น
หลังจากจัดระเบียบเรียบร้อยแล้วลุคก็กัดฟันนึกถึงพ่อบ้านของเคานต์โมนาร์ช
“เคานต์โมนาร์ช…หึๆ ถ้าเขาอยู่ใกล้ๆข้า ข้าจะฆ่าเขาแบบไม่ลังเลแน่นอน”
เขานั้นค่อนข้างคล้ายกับดยุกบาล็อคแม้ว่าเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ตาม
“ข้าละอยากจะไปที่นั่นแล้วฆ่าเขาทันทีจริงๆ แต่ข้าจะต้องปล่อยให้เรื่องต่างๆดำเนินไปตั้งแต่ตอนนี้เพราะข้าได้ชื่อเจ้ามาเพราะความพยายามลอบสังหารครั้งนี้’
ในขณะที่ลุคครุ่นคิดอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงของโรเจอร์สและฟิลิปจากด้านหลัง
“นายน้อย! ท่านอยู่ที่ไหน?”
“นายท่าน!”
ลุครีบส่งโกเลมกลับเข้าไปในพื้นที่ซับสเปสด้วยความช่วยเหลือของกำไล จากนั้นเขาก็ตรวจสอบอย่างรอบคอบว่ามีร่องรอยเมไจหลงเหลืออยู่หรือไม่
หลังจากตรวจสอบเสร็จ ทั้งสองก็มาถึง
ดูเหมือนพวกเขาจะหมดแรงและได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงแต่อย่างใด
“ท่านปลอดภัยสินะ!”
“อ่านี่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
ขณะที่พวกเขากำลังดีใจ พวกเขาเปลี่ยนมาตกใจแทนเมื่อเห็นว่ามันมีร่องรอยหน้าผาถล่มลงมา
“นีมันเกิดอะไรขึ้น?”
“ตอนนั้นข้ากำลังวิ่งหนีมาทางนี้ แล้วจู่ๆพวกมันก็มาโผล่ที่นี่และขวางทางข้า แถมพวกมันยังพากิกันท์มาด้วย พวกมันพยายามดึงข้าไป แต่แล้วพื้นดินก็พังทลายลง”
“ห๊ะนั่น…”
โรเจอร์สรู้สึกตกใจมากเมื่อได้ยินสิ่งที่ลุคเล่า แต่เขาก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้อีก เพราะเขาคิดว่ามันเพียงพอแล้ว
“ท่านโชคดีจริงๆ”
“ใช่แล้ว แม้แต่รากันต์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถมองข้ามท่านไปได้แน่นอน”
เมื่อได้รับคำชมจากฟิลิปเกี่ยวกับรากันต์ ใบหน้าของลุคแข็งกร้าวขึ้นมาทันที
สิ่งที่ฟิลิปพูดมานั้นห่างไกลจากคำอวยพรหลายขุม เพราะคำสาปของตระกูลรากันต์นั้นเกือบจะทำให้เขาตายไปแล้ว
“ความเจ็บปวดที่ข้ารู้สึกก่อนหน้านี้มันได้หยุดวงเวทย์ในหัวใจของข้าไป”
คำสาปนั้นกำเริบในสถานการณ์ที่อันตรายจริงๆ
ถ้ามันเกิดกับคนอื่นที่ไม่ใช่ลุค พวกเขาก็อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว
“ไอ้บ้าเอ้ย! ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าใครมันเป็นคนสาปกันแน่”
ในขณะที่ลุคกำลังคิดอยู่ โรเจอร์สก็ถามขึ้นมาว่า
“อาจมีพวกมันมาไล่ล่าเรามากกว่านี้ ดังนั้นข้าว่าเราต้องรีบไปที่ลาเมอร์แล้ว”
“ไม่ เราจะไม่ไปที่ลาเมอร์”
“เอ่อ… ท่านหมายความว่ายังไงกัน”
มันเป็นแผนเดิมของพวกเขาที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองลาเมอร์และซื้อกิกันท์ แต่โรเจอร์สก็รู้ดีว่ามันต้องมีเหตุผลแน่นอนที่ทำให้ลุคเปลี่ยนแผนกะทันหัน
ลุคไม่สามารถพูดได้ว่าเขาใช้เวทมนตร์แห่งความมืดเพื่อจัดการมือสังหาร
“ข้าได้ยินเสียงของหนึ่งในพวกมัน และเมื่อข้าคิดดูดีๆ มันก็เหมือนกับเสียงของคนที่ข้าเคยเจอตอนไปยังเมืองลากมอร์ครั้งก่อน”
“จริงหรอ?”
“ใช่แล้ว เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าจะสื่อใช่ไหม?  ตอนที่ข้าไปที่ห้องซ่อมบำรุงของตระกูลลิปปี้? ใช่ มันคือหนึ่งในอัศวินของเคานต์โมนาร์ช”
นั่นทำให้การแสดงสีหน้าของโรเจอร์สดูแข็งกร้าว
“ถ้าอย่างนั้น…มันอาจเป็นเคานต์โมนาร์ชที่ส่งมือสังหารมา”
“นั่นอาจเป็นได้ แต่เรายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะระวังไว้ก่อน”
“งั้นเราไปที่แบรนดอนกันเถอะ มันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของจักรวรรดิและมีหอคอยเวทมนตร์ขนาดเล็กอยู่ที่นั่นด้วย”
“เอาล่ะงั้นไปที่แบรนดอนกัน”
ลุคพยักหน้าตามแผนการที่ฟิลิปเสนอ
เมืองแบรนดอนอยู่ห่างไกลออกไป แต่ควรหลีกเลี่ยงอันตรายให้มากที่สุด และเนื่องจากมีหอคอยเวทย์มนตร์มากมายมันจึงมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ได้ศึกษาและเรียนรู้จากที่นั่น
ทั้งสามคนพักผ่อนจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นแล้วจึงค่อยลงมาจากภูเขาในตอนเช้า
….
“นั่นใช่รถพ่วงรึเปล่า”
“ใช่ บางทีอาจเป็นของพวกมือสังหารที่ใช้ในการขนส่งกิกันท์ ดูเหมือนพวกเขาจะทิ้งมันไว้ตอนที่ไล่ล่าเรา”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ใช้มันกันเถอะ”
“แต่เรายังต้องการตัวช่วยเพื่อใช้ในการควบคุมมัน…โอ้ใช่ ท่านรู้จักเวทมนตร์ใช่ไหม”
“ใช่ แต่ข้ายังเป็นแค่มือใหม่…”
ในตอนแรกลุครู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานการจัดการรถพ่วงก็ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก
มันเริ่มต้นด้วยการใส่มานาบางส่วนลงไปในลูกบอลคริสตัลซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องจักรไอน้ำ
แน่นอนว่าการใช้เวทมนตร์โดยไม่ให้ถูกจับได้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่ลุคก็สามารถผ่านมันไปได้ด้วยดี
จากนั้นเขาก็ดึงคันโยกไปข้างหน้าและรถพ่วงก็เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ มันสามารถควบคุมทิศทางของรถพ่วงได้โดยใช้แท่งควบคุมครึ่งวงกลมซึ่งเรียกว่าพวงมาลัยเพื่อปรับทิศทางล้อ
หลังจากผ่านการทดสอบไปสองสามครั้ง ลุคก็เรียนรู้วิธีที่จะเลี้ยวและตีโค้ง
หลังจากเรียนรู้ทุกอย่างเสร็จพวกเขาทั้งสามคนก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังแบรนดอน โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามันจะมีอะไรหรือใครที่รอพวกเขาอยู่ที่นั่น….
 

Emperor of Steel

Emperor of Steel

กำเนิดใหม่จักรพรรดิเหล็กไหล เซย์ม่อน เขาคือชายผู้ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของของศาสตร์มนต์ดำ เขาคือชายผู้ถูกขนานนามว่าปราชญ์แห่งความมืด เขาคือชายผู้ถูกตีตราว่าเป็นราชาปีศาจ สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ผู้คนต่างพากันหวาดกลัวเขา และทำให้เขาถูกสังหารลงโดยจักรพรรดิดาบในที่สุด “ไม่ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มันจบลงแบบนี้!” ในที่สุดแล้ว ด้วยความปรารถณาอันแรงกล้าที่อยากจะมีชีวิตต่อของเขา มันได้ทำให้เขากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แต่โชคชะตาและความจริงนั้นโหดร้าย เขากลับมาเกิดใหม่หลังจากเวลาได้ล่วงเลยไปแล้วกว่า 500 ปี.. ชีวิตในครั้งนี้ของเขาจักถือกำเนิดใหม่ในฐานะผู้สืบทอดของศัตรูคู่แค้นของเขา จักรพรรดิดาบ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset