I Don’t Want To Defy The Heavens – DTH ตอนที่ 11 การทดสอบที่เสี่ยงตาย

โกวชิยืนอยู่ที่ทางเข้าลานด้วยความกังวล

 

นายน้อยกำลังจะทำอะไร?

 

หรือเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าหัวหน้าตระกูลกำลังจะมาถึง เขาจึงคิดจะหยิบดาบขึ้นมาฝึกฝน และหวังว่าหัวหน้าตระกูลจะไม่โกรธเมื่อเขาเห็นมัน

 

ตอนนี้วิชาดาบพยัคฆ์อาฆาตมันอยู่ในระดับพื้นฐานแล้ว

 

เพิ่มคะแนนลงไปอีก

 

คะแนนความโกรธของเขาลดลงจาก 1,175 เป็น 875

 

เทคนิคการเพาะปลูก : วิชาดาบพยัคฆ์อาฆาต (ผ่านเข้า)

 

ทันใดนั้น หลิน ฟานก็รู้สึกราวกับว่ามีเวทมนต์บางอย่างถูกฉีดเข้าที่แขนของเขา ก่อนที่มันจะกระจายไปส่วนอื่นๆที่เหลือของร่างกาย

 

สิ่งนั้นมันหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา และกลายเป็นประสบการณ์

 

ความเข้าใจของเขาที่มีต่อวิชาดาบเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

เขามีคะแนนเหลืออีก 875

 

เทคนิคการเพาะปลูกมันยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงใส่คะแนนลงไปอีกครั้ง

 

เทคนิคการเพาะปลูก : วิชาดาบพยัคฆ์อาฆาต (รอบรู้)

 

มันใช้คะแนนไป400

 

เขายังเหลืออีก 475 คะแนน

 

แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถเพิ่มคะแนนลงในวิชาดาบของเขาได้อีกต่อไป อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่มีคะแนนความโกรธมากพอ

 

อย่างไรก็ตาม ระดับของวิชานี้มันก็ค่อนข้างน่าสนใจ

 

เริ่มต้นด้วยพื้นฐาน จากนั้นเป็นผ่านเข้า และรอบรู้

 

แล้วต่อไปมันจะเป็นอะไร?

 

สมบูรณ์แบบ และผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงงั้นเหรอ?

 

“นายน้อย นายท่านกำลังจะมาถึงแล้ว” โกวชิพยายามพูดให้เบาที่สุด เขาไม่กล้าพูดดังเกินไปเพราะเขากลัวว่าหัวหน้าตระกุลจะได้ยิน

 

เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อย

 

นายน้อยยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นและไม่ขยับไปไหน

 

“ลืมมันไปซะ ไม่เห็นจะต้องคิดมากขนาดนั้นเลย ข้าก็แค่ต้องลงทั้งหมดไปที่ร่างกาย”

 

เขาลงคะแนนที่เหลืออยู่กับร่างกาย

 

ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นจาก 20 เป็น 24

 

เมื่อมันเพิ่มขึ้นถึง 24

 

เขาก็รู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

 

มันร้อน

 

กล้ามเนื้อแต่ละมัดของเขามันดูราวกับว่ากำลังถูกเผาด้วยเปลวไฟ

 

เสียงต่ำดังขึ้นในร่างกายของเขา

 

“ผู้อื่นต้องใช้ความพยายามมากมายในการฝึกฝน แต่ข้าสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้เพียงแค่เพิ่มคะแนนลงไปเท่านั้น แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับข้า มันคือการเปลี่ยนแปลงภายในใช่รึไม่?”

 

หลิน ฟานคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

เขานั้นไม่มีความสนใจในเรื่องการเพาะปลูกจริงๆ

 

ถ้าหากไม่ใช่เพราะคนอื่นบังคับเขา สิ่งนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น

 

จากเส้นทางการต่อสู้ทั้งสิบสอง

 

ตอนนี้เขาอยู่ส่วนไหนของมัน?

 

“เจ้าลูกไม่รักดี ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”

 

ทันใดนั้นเสียงคำรามที่เหมือนฟ้าร้องก็ดังขึ้นมา เสียงมันทำให้ดอกไม้และต้นไม้รอบตัวเขาสั่นเล็กน้อย

 

“ข้าจะไม่ออกไป ท่านต้องเข้ามาหาข้าแทน” หลิน ฟานตอบกลับไป

 

โกวชิยืนอยู่ตรงนั้น ขาของเขากำลังสั่น และเขาก็รู้สึกราวกับว่าจะเป็นลม

 

นายน้อยกำลังคิดจะต่อต้าน

 

และมันก็ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้

 

“ความโกรธ +80”

 

หลิน วานยี่ที่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้าน เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น เขาก็เลิกคิ้วขึ้น แส้อ่อนนุ่มที่อยู่ในมือของเขาก็ส่งเสียงออกมา

 

ผู้จัดการเฉินคุกเข่าลงกับพื้น

 

ใบหน้าของเขาข่มขื่น

 

ทำไมนายน้อยต้องทำให้หัวหน้าตระกูลโกรธแบบนี้ด้วย?

 

ท่านเพียงแค่ต้องยอมรับความผิดของท่าน

 

จากนั้นก็ปล่อยให้หัวหน้าตระกูลระบายความโกรธของเขา และให้ทุกอย่างมันจบลงตรงนั้นได้ไหม?

 

นายน้อยท่านจะสามารถทำอะไรเขาได้?

 

“เมื่อสักครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” เมื่อหลิน วานยี่เดินเข้ามา อากาศที่เดิมร้อนก็กลายเป็นเย็นจัดทันที

 

ลมหนาวที่พัดผ่านตัวทำให้เขารู้สึกขนลุก

 

แต่เมื่อหลิน ฟานกระพริบตา ทุกอย่างก็ได้หายไปแล้ว

 

เขารู้สึกไร้อำนาจเมื่อยู่ต่อหน้าพ่อที่ดูเด็กคนนี้

 

“ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย” เสียงของหลิน ฟานอ่อนลงเล็กน้อย

 

คะแนนความโกรธที่เขาได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากพ่อราคาถูกคนนี้

 

เขากลัวจริงๆว่าสักวันหนึ่งเมื่อเขาหลับ พ่อของเขาจะแอบเข้ามาและฆ่าเขา

 

หลิน วานยี่มองไปที่หลิน ฟาน สายตาของเขาทำให้รู้สึกกดดันอย่างมาก “ใครให้สิทธ์เจ้าในการเปลี่ยนแปลงภาษีฟาร์ม? เจ้ามีความสามารถอะไรที่ไปสงสารผู้อื่น? ถ้าไม่นับข้า เจ้าจะสามารถทำอะไรได้?”

 

“เจ้ามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าผู้ลี้ภัยข้างนอกนั่น!”

 

โจว เชียงเหมาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และพยายามพูดเพื่อลูกพี่ลูกน้องของเขา “ท่านลุง ลูกพี่ลูกน้องเขา…”

 

“หุบปาก!” ตอนนี้หลิน วานยี่โกรธมาก

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นโจว เชียงเหมาก็ส่ายหัวและไม่กล้าพูดอะไรอีก เขามองหน้าของลูกพี่ลูกน้องด้วยความสงสาร

 

แม้ว่าเขาจะกังวล แต่มันก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้

 

ลูกพี่ลูกน้องท่านสามารถทำได้เพียงแค่พึ่งพาตนเองเท่านั้น

 

ตอนนี้ความโกรธของท่านลุงมันมีมากจนยากที่จะห้ามปราม

 

หลิน ฟานมองไปที่ชายชราแล้วส่ายหน้า เขาผิดหวังเล็กน้อยจากนั้นก็ถอนหายใจออกมา

 

การถอนหายใจครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง

 

“ที่เจ้าส่ายหัวแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง?” หลิน วานยี่ถาม

 

ในเวลาแบบนี้เจ้าเด็กนี่ก็ยังส่ายหัวและถอนหายใจ หรือว่าเขาจะไม่คิดว่าตัวเองผิด?

 

หลิน ฟานพูด “คำพูดของท่านมันรุนแรงเกินไป มันไม่เหมือนกับสิ่งที่คนเป็นพ่อควรจะพูดเลยสักนิด ท่านรู้หรือไม่ว่าคำพูดของท่านอาจจะทำให้เด็กคนนี้มองโลกในแง่ร้าย”

 

เมื่อเขาพูดแบบนั้น

 

ใบหน้าของเขาก็ดูเจ็บปวด

 

“ฮาฮา” หลิน วานยี่หัวเราะ รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและดูหมดหนทาง

 

มันคือความผิดหวังของพ่อที่มีต่อลูกชาย

 

“ข้าไม่ต้องการคุยกับเจ้าอีกต่อไป” หลิน วานยี่โบกมือของเขา และกระแทกแส้ลงบนพื้น “ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยบังคับให้เจ้าฝึกฝน แต่เจ้ากลับทำให้ข้าผิดหวังมากเกินไป และวันนี้จะไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้ ”

 

การฟาดครั้งนั้นมันแรงมากๆ

 

มันสามารถทำให้อิฐบนพื้นแยกออกจากกันได้เลย

 

หากมันกระทบเข้ากับร่างกาย บาดแผลคงจะไม่เล็กแน่

 

หลิน ฟานตื่นตระหนก นี่มันเลวร้ายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตามเขายังคงสงบสติอารมณ์และพูดออกไปว่า “มีเพียงคนที่ไม่มั่นใจเท่านั้นที่ใช้ความรุนแรงเพื่อทำให้ผู้อื่นยอมแพ้”

 

“ท่านพ่อ ข้าหวังว่าท่านจะไม่ใช่คนแบบนั้น”

 

“ความโกรธ +100”

 

เมื่อเขาพูดไปแบบนั้น เขาก็ได้รับคะแนนความโกรธมากขึ้น

 

นี่มันแสดงให้เห็นว่าพ่อของเขาคิดยังไงเกี่ยวกับสิ่งที่หลิน ฟานพูด

 

ผู้จัดการเฉินกลัวจนไม่กล้าขยับ

 

นี่นายน้อยกำลังทดสอบขีดจำกัดของหัวหน้าตระกูลอยู่รึไง

 

แม้ว่าเขาจะไม่ตายจากการลงโทษ แต่เขาต้องได้รับบาดเจ็บหนักแน่นอน

 

ใบหน้าของหัวหน้าตระกูลตอนนี้กลายเป็นน่าเกลียด และมันก็ดูราวกับว่าเขาสามารถกลืนนายน้อยเข้าไปได้ทั้งตัว

 

หลิน ฟานไม่สนใจ เขายังคงทำตัวสงบและพูดด้วยเหตุผล “ข้าจะไม่ขอโทษท่านเรื่องภาษีฟาร์ม เพราะข้าไม่คิดว่าข้าทำอะไรผิด ท่านเก็บภาษีมากเกินไปและท่านกำลังบังคับให้พวกเขาตาย!”

 

นายน้อยหยุดพูดเถอะ

 

ตอนนี้ผู้จัดการเฉินต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าและปิดปากนายน้อย

 

เพราะการที่เขาทำแบบ            นี้มันไม่ต่างจากการราดน้ำมันลงบนกองไฟ

 

“ความโกรธ +200”

 

“บังคับให้พวกเขาตาย? เยี่ยมมากเจ้าเด็กไม่เอาไหน! เจ้าคงจะมีปีกที่แข็งแรงพอที่จะเถียงกับข้าแล้วอย่างนั้นใช่ไหม? เจ้าคงจะลืมไปแล้วสินะ ว่าที่เจ้ามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้มันเป็นเพราะความพยายามของข้า!”

 

“ถ้าเจ้ามีฝีมือจริงๆละก็ งั้นก็ออกจากตระกูลและใช้กำลังของเจ้ายืนหยัดด้วยตัวเองซะ!” หลิน วานยี่พูดด้วยความโกรธ

 

การแสดงออกของเขาเป็นหนึ่งในความผิดหวัง

 

ตระกูลหยวนกับตระกูลเหลียงล้วนมีบุตรชายทีดีกว่าของเขา

 

ทำไมพวกนั้นถึงได้ทายาทที่ดี แต่ของเขากลับกลายเป็นแบบนี้?

 

“นายน้อย ขอโทษนายท่านเถอะ หยุดต่อต้านท่านได้แล้ว”  ผู้จัดการเฉินพูดอย่างรวดเร็ว เขากลัวว่านายน้อยจะไม่พอใจ และออกไปจากตระกูลไปจริงๆ โลกภายนอกมันไม่ปลอดภัยมากนัก

 

หลิน ฟานพูด “ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ตอนนี้ข้าเป็นลูกชายที่ร่ำรวย ถ้าข้าออกไปข้าจะอาศัยอยู่ที่ไหน? ข้าจะกินอยู่ที่นี่และรอความตายโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะการทำแบบนั้นมันทำให้ข้ามีความสุข และแม้ว่าท่านจะตีข้าจนตาย ข้าก็จะไม่จากไปไหน!”

 

ตุบ!

 

ผู้จัดการเฉินล้มลงกับพื้นทันที

 

เขาคิดว่าตอนนี้นายน้อยต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

มิฉะนั้นแล้วเขาจะพูดแบบนี้ทำไม?

 

ไม่ต้องพูดถึงผู้จัดการเฉิน เพราะแม้แต่โกวชิและลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน

 

พวกเขามองไปที่หลินฟานด้วยความตกใจ

 

ราวกับว่าพวกเขากำลังมองผีอยู่

 

ความจริงแล้วที่หลิน วานยี่พูดอะไรที่ดูโหดร้ายเป็นเพราะว่าเขาต้องการจะดูว่าบุตรชายของเขาจะตอบอย่างไร

 

แต่ใครมันจะไปคิดว่าเขาจะพูดแบบนั้น

 

กินและก็ตาย?

 

ไม่ทำอะไรเลย?

 

แม้ว่าจะถูกตีจนตาย เขาก็จะไม่จากไปไหน?

 

ปัง!

 

มันเหมือนภูเขาไฟในร่างกายของเขาระเบิด

 

“ความโกรธ +666”

 

“โอ้?” หลิน ฟานตกตะลึง ครั้งเดียวได้ความโกรธตั้ง666คะแนน? นี่มันไม่มากเกินไปใช่ไหม?

 

เขาเงยหน้าขึ้น

 

เขาสังเกตเห็นว่าสายตาที่พ่อของเขามองมาที่เขามันแปลกๆ

 

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกกลัว

 

ดูเหมือนว่าเขาจะทำเกินไปหน่อย

 

มันราวกับว่าเขายื่นหัวของเขาออกไปให้พ่อตัด

I Don’t Want To Defy The Heavens

I Don’t Want To Defy The Heavens

I Don't Want To Defy The Heavens, IDWTDTH, Wǒ Bùxiǎng Nì Tiān A, 我不想逆天啊
Score 7.2
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2018 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I Don’t Want To Defy The Heavensภายในห้อง มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเงียบสงบกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง พร้อมกับทำสีหน้าเคร่งเครียด อย่างไรก็ตามลึกเข้าไปข้างในแล้วเขากำลังมีความสุข “นี่มันก็วันที่สามแล้ว ข้าคงไม่สามารถกลับไปได้อีกต่อไป” ภายในใจของหลิน ฟานตอนนี้กำลังยุ่งเหยิง เพราะเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขายังอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ตอนนั้นภายในสถานีรถไฟใต้ดิน มีสถานการณ์ที่ไม่สบอารมณ์เกิดขึ้น เมื่อเขาต้องสู้กับพวกสารเลวสองคน แต่ตัวเขาค่อนข้างแข็งแกร่งและได้ใช้วิชาหวิงชุนกลับไป อย่างไรก็ตามสองสามวินาทีต่อมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหมัดขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งตรงมาทางเขา หลังจากเสียง ‘ปัง’ เขาก็ไม่รู้สึกอะไรเลยอีกเลย เมื่อเขารู้สึกตัวอีกทีเขาก็ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การแกล้งกัน อย่างไรก็ตาม เขารู้จักตัวเองดี เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติหากไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเมื่อเดินสวนกัน ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะโดนแกล้ง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset