I Never Run Out Of Mana – ตอนที่ 71. ไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ

ตั้งแต่ตอนนี้ไปจะมีการปรับเปลี่ยนให้อ่านง่ายขึ้นนะครับ อันไหนที่มันแปลผิดแปลไม่เข้าสำนวน ขอโทษด้วยนะครับ
ปล.บทการสนทนาของมินชอยกับแม่เจ้าตัวจะเรียกกันแบบ คุณ,ท่าน นะครับ อารมณ์แบบประชดครับ ซึ่งในนิยายหรือซีรี่ย์เกาหลีจะมีบ่อยพอสมควรครับ ถ้าใครอ่านซับบ่อยๆจะเข้าใจครับ ^^

-ย้ากกก~

-เคร้ง!

-เป้ง!

“ก๊าาาาซซซ!”

เสียงดังระงมอย่างต่อเนื่องในดันเจี้ยนเลเวล 28 ทำให้ผมแทบจะหาว.

ความวิตกกังวลแทบจะไม่มีเลยสำหรับผม.

มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เจ้าพวกลิซาร์ดแมนถูกทำลายจนไม่เหลือซากก่อนที่จะมายืนต่อหน้าของผม มันทำให้ผมแทบรำคาณอย่างมาก.

พวกมันกลายเป็นจุลทันทีด้วยพลังของเมเทโอเลเวล 200.

แค่ใช้มานาชิลด์ ผมก็แทบไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการป้องกันเลย.

ราวกับว่าผมได้ย้อนกลับไปเรียนเลขตอนที่ผมอยู่ในโรงเรียนประถม.

ผมได้รับค่าExpอย่างมาก แต่ผมก็ไม่พอใจกับสิ่งนี้.

มนุษย์เป็นประเภทที่มักแสวงหาความตื่นเต้นอยู่เสมอ.

และอีกไม่นาน ผมจะต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว

นั่นหมายความว่าเวลาที่ผมจะเข้าดันเจี้ยนจึงเหลืออยู่ไม่มาก.

นั่นคือเหตุผลที่ผมรู้สึกว่าผมต้องการไปดันเจี้ยนที่มีเลเวลมากกว่าดันเจี้ยนเลเวล 28.

แม้ว่าจะมีเวลาที่ต้องล่าน้อยลง แต่ผมก็กำลังหาบางอย่างที่ทำให้ผมเติบโตเร็วขึ้น.

หลังจากที่ผมล่าเสร็จ ผมได้วางแผนที่จะไปยังดันเจี้ยนซัคคิวบิที่จุงโฮและโฮจินรออยู่.

มีบางอย่างที่ผมต้องการถามพวกเขาทั้งสองคน.

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เข้าไปในดันเจี้ยนเลเวล 30.

ผมรู้แล้วว่าการโจมตีทางกายภาพจะไม่ทำความเสียหายให้กับดันเจี้ยนเลเวล 28-30.

คนที่เข้าไปในดันเจี้ยนเลเวล 30 ต้องการการโจมตีทางเวทย์เท่านั้นถึงจะได้ผล.

บางทีความหวังของผมอาจจะมากเกินไป แต่มันก็ลดน้อยลงอย่างมาก.

จำนวนของมอนเตอร์,ของที่ดรอปและค่าExp น้อยกว่าดันเจี้ยนเลเวล 28 ทั้งๆที่มอนเตอร์ตัวใหญ่กว่าและแข็งแกร่งกว่า.

ผมถึงได้รู้ว่าทำไมนักเวทย์ถึงชอบดันเจี้ยนเลเวล 28 มากกว่า

ดังนั้นผมจึงได้วางแผนที่จะเข้าดันเจี้ยนเลเวล 31 ขึ้นไป.

ถ้ามันเป็นไปได้ ผมจะเข้าไปในดันเจี้ยนเลเวล 34 ที่พลังเวทย์ยังคงส่งผล!

มนุษย์ชาติได้จัดแบ่งดันเจี้ยนจนถึงเลเวล 32  ดังนั้นจึงมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับมอนเตอร์.

อย่างไรก็ตามไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนที่เหนือขึ้นไปกว่านั้น แม้กระทั่งพอร์ทัลที่เหนือกว่านี้ก็ไม่มี.

ผมกำลังก้าวเข้าไปสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน.

****

ผมเทบลัดสโตนจากเป้ของผมลงไปบนเค้าเตอร์แมชชีน.(เค้าเตอร์แมชชีน-เครื่องจำแนกเกรดของบลัดสโตน[ของเก่าบลัดสโตนคือหินเลือด])

เพียงวันเดียว ผมรวบรวมได้เป็นจำนวนมาก.

เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย ผมจึงไปร้านค้าหลายๆแห่ง.

แต่เมื่อผมกลับไปที่ร้านแรก ผมก็สามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นเวลาหนึ่งเดือนมาแล้ว.

ในขณะที่ขายแก่นอเวค มีบางอย่างที่น่าสนใจ.

“เดาว่ามันคงน่ารำคาณมากที่จะมาที่นี่ทุกวัน?”

“ใช่ มันจะสะดวกมากกว่าที่จะขายของทั้งเดือนในวันเดียว.”

“มีคนมากมายมาที่นี่. อ่ะ นี่ ใบเสร็จแจ้งยอด.”

“ขอบคุณ อย่างไรก็ตามคุณเคยขายอะไรที่คล้ายๆกับมาร์เบิลบ้างไหม?”(มาร์เบิล=ลูกแก้ว)

“มาร์เบิล….”

ผมพยายามที่จำหาข้อมูลของมาร์เบิล.

แม้ว่าโฮจินจะอยู่ในสมาคมมานาน เขาก็ยังไม่อาจหาข้อมูลของมันมาได้.

ด้วยความช่วยเหลือของลูกน้องของเขา เขาพูดได้แค่เพียงสิ่งของที่อยู่ในไฟล์คอมพิวเตอร์เท่านั้น.

หลังจากคิดอยู่นาน เจ้าของร้านก็อ้าปาก.

“คุณกำลังพูดถึง มาร์เบิลคืนสภาพ?”

“โอ้? คุณพอจะเอาออกมาให้ผมดูหน่อยได้ไหม?”

“ว้าว แม้ว่าจะเปิดร้านมากว่า 22 ปีแล้วก็ตาม ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันมีอยู่จริงๆ แต่มันก็ยังหายากราวกับว่ามันไม่มีอยู่เลย.”

‘มันดูเหมือนกับว่ากำลังพูดถึงแฟนสาวหรืออะไรเทือกนั้น?’

ผมค้นหามันผ่านโทรศัพท์เกี่ยวกับมาร์เบิลคืนสภาพ.

อย่างไรก็ตามผมผิดหวังทันทีที่ภาพมันปรากฏ.

จากการค้นหาที่ผมหาได้ ที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอขณะนี้มันมีสีม่วงเข้ม.

“อ่า…แล้วมันมีอย่างอื่นนอกจากนี้ไหม?”

“ก็มีนะ แต่จากที่ผมรู้มันก็ไม่มีอะไรเหมือนมันมากกว่านี้อีกแล้ว”

“ผมเข้าใจแล้ว ลาก่อน.”

“ครับ ด้วยความยินดี.”

ขณะที่ผมกำลังเดินทางไปยังดันเจี้ยนซัคคิวบิ ผมก็คลำมาร์เบิลที่อยู่ในกระเป๋าของผม.

ผมเคยคิดถึงการที่ได้ลองกินมัน.

อย่างไรก็ตามมันอาจจะเป็นสิ่งที่โจ๊กเกอร์ได้วางแผนไว้เพื่อที่เขาจะได้ตายก่อนที่เขาจะไม่ต้องถูกซ้อมอย่างทรมาณ.

การเดิมพันของผมมันคือการฟื้นฟูด้วยบัฟบางอย่าง แต่จนกว่าที่ผมจะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ ผมก็ไม่อาจเอามันเข้าปากได้โดยพลการ.

เหนือสิ่งอื้นใด มันอาจไม่ใช่ของกิน.

“วันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้.”

ขณะที่ผมสูดลมหายใจเข้า ผมก็มาถึงดันเจี้ยน.

แม้ว่ามันจะช้าไปบ้าง แต่ก็มีอเวคคลาสวอริเออร์หลายคนรวมตัวกันอยู่.

แน่นอนว่าแทงค์หลักและฮิวเลอร์ไม่กี่คนก็อยู่ด้วย

ไกลออกไป ผมสามารถมองเห็นจุงโฮและโฮจินที่กำลังเดินมาหาผม.

“ไงพวก!”

“หวัดดี! ฮยอง! คุณโฮจิน.”

“คุณเพิ่งมางั้นหรอ.”

“ครับ เราจะหาที่สงบก่อนไหม?”

“ได้ งั้นก็ไปกัน.”

“นี่ นายไม่ได้สวมเกราะขณะที่นายออกล่างั้นหรอ?”

มองไปรอบๆก่อนที่ผมจะพูดด้วยเสียงกระซิบ.

“ผมไม่จำเป็นต้องใส่ในดันเจี้ยนเลเวล 28 ฮยองกับคุณโฮจินต้องการใส่ไหม?”

“ไอ๊กู~ ไม่มีทาง นายจะต้องไปที่ที่เหนืออกว่าไม่นานจากนี้.”

“ผมก็ขอไม่รับด้วยเช่นกัน.”

ผมพบว่าทั้งสองนั้นมีบางจุดที่เหมือนกันอย่างน่ากลัว.

มันเหมือนกับพวกสหภาพมันเทศ.

สิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่เอียนกับบุคคลิกของกันและกัน.

เรามุ่งหน้าไปยังฐานของเรา ที่ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันเป็นออฟฟิศของคนแคระ.

****

“ดาร์กเลดี้……”

หัวหน้าฝ่ายหัวรุนแรง ซีคิล.

เขาพูดขณะที่นวดขมับ.

ด้านหน้าของเขาเป็น ดาร์กเลดี้ ที่ยืนอยู่ด้านหน้า มันเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายหัวรุนแรงได้ต่อสู้กันเพื่อความสำเร็จในการระเบิดพอร์ทัล.

ซีคิลเรียกดาร์กเลดี้อีกครั้ง.

“ค่ะ!”

“เธอยังไม่เจอโจ๊กเกอร์อีกหรอ?”

“ค่ะ เขาออกไปทำธุระส่วนตัวและยังไม่ได้ติดต่อกับมา มันก็เป็นเวลาพักนึกแล้ว.”

“มันเป็นไปได้ไหมที่โจ๊กเกอร์จะเจอใครสักคน?”

“มันไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างมาก สำหรับคนอย่างโจ๊กเกอร์ที่มีพลังมากขนาดนนั้นมันเทียบเท่ากับฮันเตอร์อันดับต้นๆของสำนักงานใหญ่ หากไม่ได้ใช้คนจำนวนมาก มันก็ยากเกินกว่าที่จะสู้กับเขา แต่จากที่ฉันรู้มา ที่สมาคมไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ.”(ฮันเตอร์คือชื่อเรียกเหล่าอเวคของสมาคม)

“ผมรู้แล้ว.”

“มีสิ่งหนึ่งที่ฉันสงสัย…..”

“คือ?”

“ฉันได้ใช้ Necklace of Searching ที่ฉันมีอยู่เมื่อสามชั่วโมงก่อนเพื่อค้นหาที่อยู่ของโจ๊กเกอร์.”

“…..”

“อย่าไรก็ตาม มันหาโจ๊กเกอร์ไม่พบ แม้ว่าฉันจะใช้พลังทั้งหมดไปกับสร้อยมันก็ยังไม่อาจหาที่อยู่ของเขาได้พบ.”

Necklace of Searching.

มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวและหมดไป มันสามารถค้นหาอเวคคนไหนก็ได้ที่อยู่บนโลกใบนี้.

อัตราการดรอปของมันนั้นช่างต่ำจนน่าขำ แถมยังมีข้อจำกัดอย่างใช้ได้เพียงครั้งเดียว มันจึงเป็นไอเทมที่มีมูลค่ามหาศาล.

มันมีสกิลในคลาส เอ็กซคิวชั่นเนอร์ เหมือนกันที่ให้ผลแบบนั้น แต่คลาสนี้หายากมากอย่างไม่น่าเชื่อและมีการใช้มานาที่สูงอย่างมาก ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยนิยมใช้นัก.

ราวกับว่าเธอกำลังพูดพึมพำและเดินไปเดินมา ซีคิลจึงถามออกมา.

“เธอกำลังหมายความว่าอย่างไร!”

“ฉันบอกท่านได้เลยว่าโอกาศที่โจ๊กเกอร์จะถูกใครทำร้ายได้เป็นศูนย์ ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ…”

“คุณกำลังบอกว่าเขาไปที่นั่น?”

“ค่ะ ถูกต้อง ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันจนถึงตอนนี้ไม่มีคำอธิบายดีได้มากกว่านี้แล้ว”

ดันเจี้ยนและพอร์ทัลนั้นจะพาไปอีกโลกหนึ่ง.

ถ้าเขาอยู่อีกโลกหนึ่งมันจะเป็นไปไม่ได้ที่สกิลหรือไอเทมใดๆจะระบุตำแหน่งของเขาได้.

ซีคิลที่พยายามระงับอารมณ์ของเขาไปขณะที่พึมพำอย่างเงียบๆ.

“คุณคิดอย่างไงกับโจ๊กเกอร์…..”

“…..”

“เขาได้บอกคุณหรือเปล่าว่าเขาจะไปที่นั่น?”

“ไม่ ฉันไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย.”

“บ้าจริง…ผมจะสั่งให้โกสต์เอา Necklaces of Searching ให้คุณเพิ่ม เพื่อที่คุณจะได้หาตำแหน่งของเขา.”

“ค่ะ ลอร์ดซีคิล!”

“แม้ว่าจะมีงานเพิ่ม แต่ก็อย่าหลงลืมงานปัจจุบันซะละ.”

“แน่นอน.”

“ดาร์กเลดี้…อีกไม่นานโลกจะเปลี่ยนไป สำหรับโลกใหม่ที่จะใกล้เข้ามา ผมจะไม่ลืมความสำเร็จของคุณที่มีตอนนี้เลย.”

เมื่อพูดเสร็จ ซีคิลก็มุ่งหน้าไปยังวาปที่ตั้งอยู่ตรงมุมออฟฟิศของดาร์กเลดี้.

จนกว่าร่างของซีคิลจะหายไป ดาร์กเลดี้ก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้าและยังคงทำท่าแสดงความเครารพต่อไป.

‘โจ๊กเกอร์…ไอ้โง่ ทั้งหมดที่แกคิดได้คือไปที่นั่น?’

****

ในที่สุดเราก็มาถึงออฟฟิศของคนแคระ.

มันดูเหมือนว่าจะไม่มีสถานลับในการพูดคุยที่ไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้ว.

ชายสามคนนั่งอย่างสบายๆบนโซฟา.

หลังจากผ่อนคลายได้พักหนึ่ง ผมก็พูดก่อน.

“เลเวล 34 มันจะยากขึ้น ใช่ไหม??”

“ย๊า! ทำไมนายพูดอย่างนั้น?”(ย๊า เป็นคำอุทานที่คนเกาหลีมักใช้กัน บ้านเราก็เป็น เฮ้ย)

“ผมกำลังหาที่ที่ดีที่จะช่วยให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้เร็วกว่าดันเจี้ยนเลเวล 28.”

“แต่ทำไมนายถึงพยายามไปยังดันเจี้ยนเลเวล 34 อย่างกระทันหัน?”

“ผมมีสกิลเวทย์มากกว่าสกิลกายภาพ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแบบหมู่และพลังการโจมตีของมันก็ยอดเยี่ยม.”

“ถึงอย่างนั้นมันก็มีดันเจี้ยนที่สูงที่สุดคือเลเวล 32 ใช่ไหม คุณโฮจิน?”

“อ่า…ถูกต้อง มนุษย์ชาติได้จัดการดันเจี้ยนจนถึงเลเวล 32 เท่านั้น.”

“ผมรู้แล้ว แต่มันจะต้องมีพอร์ทัลที่ไม่ใช่ดันเจี้ยนเฉิน และถ้าผมเครียร์พอร์ทัลเหล่านั้นได้มันจะกลายมาเป็นดันเจี้ยน?”

“วู่วว~ นายนี่น่ากลัวจริงๆ นายพูดถูก แต่มันเป็นเรื่องยากมากที่จะค้นหาพอร์ทัลดังกล่าว ไม่มีทางที่พอร์ทัลจะซ่อนตัวได้นานกว่า 34 ปี.”

“หืม… ถ้าอยู่ในทะเลลึกหรือภูกเขาลึกๆ มันก็ยากที่จะหา?”

“ด้วยสิ่งที่นายสามารถทำตอนนี้ คือนายต้องดำน้ำและปันเขา?”

“ให้เดานั้น ผมต้องไปยางพย๊องเพื่อหามัน….”

มันเป็นอย่างนั้น ผมเห็นสายตาที่เฉียบคมของโฮจิน.

มันเป็นภาพที่เหมือนกับว่าเขารู้อะไรบางอย่าง.

ผมมองหน้าโฮจินเหมือนกับเด็กที่กำลังส่งสายตาของสายไหม.

“คุณโฮจิน! คุณรู้อะไรบางอย่าง ถูกไหม?”

“ไอ๊กู เดาว่าฉันคงไม่ได้ซ่อนสีหน้าสินะ.”(ไอ๊กู เป็นคำอุทานของเกาหลี บ้านเราก็ โถ่เอ้ย)

“คุณรู้? พอร์ทัลเลเวล 34 อยู่ไหน?”

“เหอะๆ ฉันรู้ตำแหน่งของพอร์ทัลเลเวล 34 อย่างที่นายเดานั่นแหละ ฉันเห็นว่ามีรายงานในเอกสารลับเฉพาะที่สามารถเข้าถึงได้โดยหัวหน้าแผนกทั่วไป.”

“โอ้โฮ มันอยู่ที่ไหน?”

“เป็นสถานที่คุณพูดก่อนหน้านี้ ยางพย๊อง.”

“ตามคาด นั่นเป็นสาเหตุที่ประชาชนถูกอพยพและสมาคมถอนตัว?”

“ใช่ ถูกต้อง.”

“ผมจะกลับบ้านเร็วสักหน่อยเพื่อเตรียมพร้อม เกีร์ยต่างๆและกลับมา.”

****

“ที่นี่งั้นหรอ?”

“ใช่ ถูกแล้ว.”

เรามาถึงยางพย๊องแล้ว ด้านหน้าของเราคือเหมืองร้าง.

ทางเข้าเหมืองถูกปิดจากความพยายามของใครสักคน.

ผมเปิดทางเข้าไปอย่างไม่ลังเล.

-แอ๊ดดด!

มันเป็นแผ่นโลหะที่หนาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สำหรับผมมันเป็นราวกับกระดาษ.

เนื่องจากผมต้องการซ่อมแซมมันภายหลังโดยไม่ให้เหลือร่องรอย ผมจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะผ่านเข้ามา.

รถของจุงโฮถูกคลุมด้วยผ้าสีดำและซ่อนไว้ ก่อนที่เราก็เดินหน้าต่อไป.

“ไปกัน!”

“ใช่ ไม่นานก็กลับแล้ว.”

“เหอะๆ……”

“หืม? อย่างน้อยๆก็ให้ฉันได้เห็นด้านในเหมืองสักหน่อย มันมืดและน่ากลัวจริงๆ.”

“อ่า~ ได้ งั้นเราก็เข้าไปกัน.”

“คุณโฮจิน ฮยอง ไปกันเลย.”

“ใช่ ไปกันเลย.”

โอจินและจุงโฮก็เข้ามาในเหมืองร้าง…

-แอีดด!

“นี่! ทำไมต้องปิดด้วย!”

“คึคึ เมื่อพวกเราเข้ามาในนี้แล้ว พวกเราทั้งสามก็น่าจะไปด้วยกัน.”

“นี่มันบ้ามาก จริงๆ.”

มันใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เขาไปในเหมืองร้างเพื่อหาพอร์ทัล.

มีพอร์ทัลเป็นรูปไข่สีม่วงที่มีน้ำวนชั้นถึง 34 ชั้น ดังนั้นมันจึงเป็นพอร์ทัลเลเวล 34.

สุดท้ายผมก็เปิดหน้าต่างสถานะเพื่อตรวจเช็คอุปกรณ์ของผม.

“ผมจะเข้าไปก่อน เนื่องจากเราไม่มีข้อมูลใดๆ มันอาจจะเป็นอันตราย.”

“มันไม่เป็นอันตรายสำหรับนายด้วยเหมือนกันหรอ?”

“ผมอาจจะไม่เป็นไร?”

-วูซซซ

“โฮ้โห…ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเวลาที่ดี?”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset