Long Live The Hokage – ตอนที่ 5 : งานแต่ง

เมื่อขบวนอารักขาเดินทางมาถึงบ้านตระกูลเซนจู คนเฝ้าประตูก็เปิดประตูออกทันที

เมื่อขบวนอารักขาผ่านเข้าประตูไปก็พบกับ สมาชิกตระกูลเซนจู หลายคนที่มารอเพื่อต้อนรับพวกเขาอยู่

หนึ่งในนั้นก็คือ พ่อของ โทบิรามะ และ ฮาชิรามะ…เซนจู บูซึมะ และเขาก็คือผู้นำตระกูลเซนจูคนปัจจุบัน

“ท่านพ่อ ระหว่างทางที่เรามาที่นี่ เราถูกตระกูลอุจิฮะ ซุ่มโจมตี นินจาของเรา 3 คนได้รับบาดเจ็บ ต้องขอบคุณ ท่านผู้อาวุโสของตระกูลอุซึมากิ…อุซึมากิ มาซาฮิโกะ ที่ช่วยเราไว้ เราถึงสามารถรอดมาได้” โทบิรามะ รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้ผู้นำตระกูลทราบทันที

เมื่อได้ยินแบบนั้น สมาชิกตระกูลเซนจู คนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า “พวกอุจิฮะ มันกล้าดียังไง!”

“ท่านผู้นำ ขอแค่ท่านออกคำสั่งมา เราจะไปสั่งสอนบทเรียนให้พวกอุจิฮะ มันได้รู้สำนึก!”

“ท่านผู้นำ…”

“เงียบสะ!” ผู้นำตระกูล ตะโกนออกมาเสียงดัง จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญของ มิโตะ และ ฮาชิรามะ เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง เราจะไม่ไปหาเรื่องใครทั้งนั้น ส่วนเรื่องพวกตระกูลอุจิฮะ เราค่อยจัดการกับพวกเขาในภายหลัง”

“เอาละ ตรงนี้มีใครรักษาผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนนี้ได้บ้างไหม? แล้ว ฮาชิรามะ อยู่ไหน ใครก็ได้ไปตามเขามาที่นี่สิ๊ เราจะได้เริ่มพิธีแต่งงานกันสักที!”

“ผมขออภัยสำหรับความวุ่นวายและปัญหาที่เกิดขึ้นกับท่านและ มิโตะ ด้วย ท่านคือท่าน อุซึมากิ มาซาฮิโกะ ใช่ไหม?…ฉันไม่รู้จะขอบคุณท่านยังไงถึงจะเพียงพอกับที่ท่านได้ช่วยเราไว้”

“ท่านผู้นำตระกูลเซนจู ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นทางการกับฉันมากก็ได้ เรียกฉันว่า มาซาฮิโกะ เฉย ๆ ก็ได้” มาซาฮิโกะ พูดขณะที่ยืนอยู่ต่อหน้า ผู้นำตระกูลเซนจู

การได้เข้าใกล้ ผู้นำตระกูลเซนจู มากถึงขนาดนี้ทำให้ มาซาฮิโกะ รู้สึกได้ว่าจักระของ ผู้นำตระกูลเซนจู นั้นมีมากกว่าเขาหลาย 10 เท่าเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ มาซาฮิโกะ จึงไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจและพยายามทำตัวให้เป็นมิตรมากที่สุด

‘ช่างเป็นจักระที่มหาศาลเหลือเกิน! สมแล้วที่เป็นถึงผู้นำของตระกูลเซนจู เขาแข็งแกร่งกว่าเรามาก และที่สำคัญแข็งแกร่งว่า ผู้นำตระกูลอุซึมากิ ด้วยเช่นกัน ในยุคนี้คงมีแต่ มาดาระ และ ฮาชิรามะ เท่านั้นละมั้งที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกับเขา’ มาซาฮิโกะ คิดในใจ เขาตะลึงกับความแข็งแกร่งของ บูซึมะ เป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นไม่นาน ฮาชิรามะ ก็เดินออกมาพร้อมกับ ผู้อาวุโสอีก 3 คน

เมื่อ มาซาฮิโกะ มองไปที่ ฮาชิรามะ เขาก็สังเกตเห็นว่า ฮาชิรามะ แอบมอง มิโตะ ด้วยความเขินอายอยู่เป็นครั้งคราว สิ่งนี้ทำให้เขาต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เพราะไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่าง ฮาชิรามะ จะกลายเป็น เทพเจ้าแห่งนินจา ในอนาคต

“ในที่สุด ฮาชิรามะ ก็ออกมาแล้ว การเตรียมการเป็นอย่างไรบ้าง?” บูซึมะ ถามผู้อาวุโสที่เดินมากับ ฮาชิรามะ

“ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ ท่านผู้นำตระกูล” ผู้อาวุโสคนที่ 3 ตอบ ซึ่งทำให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวรู้สึกอายเล็กน้อย…

“ถ้าอย่างนั้น ขอเชิญทุกท่านไปที่ห้องโถงพิธีด้วยเถิด” บูซึมะ ประกาศกับทุกคน

“อะแห้ม…” มาซาฮิโกะ ไอออกมาเล็กน้อย

จากนั้น โทบิรามะ ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “ท่านพ่อ คือว่า…ตระกูลอุซึมากิ มีความประสงค์ว่าอยากให้การแต่งงานครั้งนี้ดำเนินตามธรรมเนียมดั้งเดิมของพวกเขาครับ”

ใช่แล้ว นี้คือข้อตกลงของ โทบิรามะ กับ มาซาฮิโกะ เพื่อให้ มาซาฮิโกะ ช่วยเหลือเขาเกี่ยวกับวิชาใหม่ที่เขากำลังพัฒนา

คำพูดของ โทบิรามะ ทำให้ บูซึมะ ตกใจเป็นอย่างมาก

ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่มี สมาชิกตระกูลอุซึมากิ คนไหนที่รู้นอกจาก  มาซาฮิโกะ และ มิโตะ เท่านั้นที่รู้ว่า มาซาฮิโกะ กำลังวางแผนอะไรอยู่

“ใช่แล้ว เจ้าสาวเป็นคนขอให้จัดงานแต่งงานในแบบของ ตระกูลอุซึมากิ ด้วยตัวเองเลย” มาซาฮิโกะ หันไปมอง มิโตะ และไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา จากนั้นเธอก็พูดเสริมขึ้นมาว่า

เมื่อ บูซึมะ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า “ ถ้าตัว มิโตะ เองต้องการให้เป็นแบบนั้นเราก็คงจะไม่สามารถปฏิเสธได้…โทบิรามะ ในเมื่อเจ้าดูเหมือนจะรู้ถึงนี้เป็นอย่างดี งั้นเจ้าก็เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้แล้วกัน ตกลงไหม?”

“ครับ ท่านพ่อ”

จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปในห้องโถงพิธี หลังจากนั้น โทบิรามะ ก็พูดว่า “เอาละ ก่อนอื่น…ท่านพ่อและท่านปู่ เชิญท่านทั้ง 2 ไปนั่งที่เก้าอี้บัลลังก์ตรงกลางในฐานะผู้ใหญ่ของฝั่งเจ้าบ่ายและเจ้าสาวเลยครับ”

“งั้นเรามาเริ่มพิธีเลยดีกว่าครับ…เจ้าบ่าว เจ้าสาว มายืนตรงนี้ครับ” เขาพูดขณะที่พา ฮาชิรามะ และ มิโตะ เดินมาอยู่ตรงกลางห้องโถง

เมื่อนึกถึงประโยคต่อไป โทบิรามะ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วน

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงแห่งนี้เอาไว้

จากนั้นครู่หนึ่งเขาก็พูดต่อว่า “จุดสำคัญของพิธีนี้ก็คือ…ผมขอเรียกว่า ‘มื้อแรกของคู่รัก’ นั้นก็คือคู่รักต้องกินแอปเปิ้ลด้วยกัน!” เมื่อพูดจบเขาก็เอาแอปเปิ้ลลูกหนึ่งแขวนไว้ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 คน ในระดับปากของทั้งคู่

“ท่านพี่ ท่านมิโตะ เมื่อพวกท่านพร้อมก็สามารถเริ่มกินได้เลย แต่พวกท่านต้องใช้ปากเท่านั้น…ห้ามใช้มือเด็ดขาด”

ภายใต้สายตาของสักขีพยานทุกคน ทำให้ ฮาชิรามะ หน้าแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศ แต่ มิโตะ กลับดูโอเคอย่างไม่น่าเชื่อและหัวเราะในขณะที่เธอมองไปที่ ฮาชิรามะ

มันเป็นเรื่องยากที่ทุกคนในห้องจะกลั้นเสียงหัวเราะของพวกเขาเอาไว้ได้ รวมถึง โทบิรามะ ด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว โทบิรามะ ก็ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้เห็นพี่ชายของเขาทำท่าทางเขินอายแบบนี้ และในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไม มาซาฮิโกะ ถึงขอสิ่งนี้เป็นการแลกเปลี่ยน

เมื่อทั้งคู่ กัดแอปเปิ้ลไปคนละคำแล้ว จากนั้น โทบิรามะ ก็พูดขึ้นต่อว่า

“ลำดับต่อไป…”

“จะเป็นการแลกเปลี่ยนคำสาบานระหว่างสามีและภรรยา!” โทบิรามะ รู้สึกอายเป็นอย่างมากเพียงแค่เขาคิดว่าเขาจะต้องพูดอะไรต่อไป

“อุซึมากิ มิโตะ ท่านจะรับชายคนนี้เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะรักและซือสัตย์ ทั้งยามสุขและยามทุกข์ ทั้งยามป่วยและยามสบาย และยกย่องให้เกียรติสามีไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เหรอไม่?”

ทันทีที่ โทบิรามะ พูดจบ มิโตะ ก็ตอบทันทีว่า “คะ รับคะ”

หลังจากนั้น โทบีรามาะ ก็ถามแบบเดียวกันกับ ฮาชิรามะ “ เซนจู ฮาชิรามะ ท่านจะรับ…”

แต่ไม่ทันที่ โทบิรามะ จะถามจบ ฮาชิรามะ ก็ตอบขัดขึ้นมาทันทีว่า “ครับ รับครับ”

ทำให้ทุกคนในห้องโถงก็หัวเราะออกมาทันที

โทบีรามะ ยิ้มแล้วก็พูดต่อ “ลำดับต่อไป เป็นการคำนับบรรพบุรุษ!”

“ให้ทั้ง 2 คน หันหน้าไปทางด้านนี้!”

โทบิรามะ ผายมือออกไปทางที่โล่ง ๆ ที่ไม่มีคน

ทั้ง 2 มึนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพวกเขาก็มองหน้ากันแล้วโค้งคำนับ

“ต่อไป คำนับผู้อาวุโส!”

ทั้ง 2 คน หันกลับมาโค้งคำนับให้ มาซาฮิโกะ และ บูซึมะ

“ต่อไป คำนับซึ่งกันและกัน!”

ทั้ง 2 คนยิ้มแล้วโค้งคำนับซึ่งกันและกัน

“เสร็จสิ้นพิธี เจ้าบ่าว เจ้าสาว เข้าเรือนหอได้!”

จากนั้น โทบิรามะ ก็เข้าไปกระซิบข้าง ๆ ฮาชิรามะ และ มิโตะ ว่า “ท่านพี่ทั้ง 2 พิธีที่เขาสั่งไว้มีเท่านี้ มันอาจดูเร็วไปหน่อย แต่พวกท่านรีบเข้าเรือนหอกันไปก่อนที่เขาจะสั่งให้ทำอะไรมากกว่านี้ดีกว่านะ!”

ในที่สุดคำพูดในคราวนี้ของ โทบิรามะ ก็ทำให้ มิโตะ หน้าแดงขึ้นมาจนได้ จากนั้นทั้งคู่ก็มองหน้ากันและกัน แล้วมองไปที่คนอื่น ๆ ที่อยู่รอย ๆ ห้อง ก่อนที่ ฮาชิรามะ จะพูดขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ , ท่านปู่ , ผู้อาวุโสทุกท่าน…พวกเราขอตัวก่อนนะครับ”

“เชิญเลย” บูซึมะ เปิดทางให้ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจาห้องโถงไป

ตอนนี้คนที่เหลืออยู่ในห้องโถงก็มี มาซาฮิโกะ , บูซึมะ , โทบิรามะ และผู้อาวุโสอีก 2 คน

บูซึมะ เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า “ท่านมาซาฮิโกะ ท่านคงจะเหนื่อยกับการเดินทางในวันนี้ ผู้อาวุโสลำดับที่ 3 จะพาทันไปยังห้องพักของท่าน ท่านจะได้พักผ่อน…ดีไหม?”

“ดีเลย ฉันก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน” มาซาฮิโกะ ด้วยท่าทางที่อ่อนเพลีย

เมื่อทั้ง 2 ออกจากห้องโถงไป ใบหน้าของ บูซึมะ ก็จริงจังขึ้นในทันทีและเขาก็พูดออกมาว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย! เนี่ยนะเหรอพิธีแต่งงานของชาว อุซึมากิ?”

ผู้อาวุโส อีกคนพูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า “ฉันคิดว่านี่คงเป็นความคิดของ อุซึมากิ มาซาฮิโก คนนั้นอย่างแน่นอน ฉันเคยได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขามาก่อน แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะทำแบบนี้”

จากนั้น บูซึมะ ก็ถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมาว่า “ช่างมันเถอะ เรื่องนี้คงจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมของเรา สิ่งทำสำคัญก็คือพวกเขาแต่งงานกันแล้ว และนี่คือสิ่งที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับ ตระกูลอุซึมากิ”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ด้วยวิธีนี้ ตระกูลของเราจะแข็งแกร่งขึ้น และเราก็จะกดดันตระกูลอื่น ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกอุจิฮะ และจากนี้ไปเราต้องสอนบทเรียนให้พวกมันได้รู้บ้าง” ผู้อาวุโส เห็นด้วย

“ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้หวังกำลังของ ตระกูลอุซึมากิ เท่าไรนักหรอก พวกเขาชอบใช้วิธีเจรจามากกว่าการต่อสู้อยู่เสมอ พวกเขาอาจไม่เต็มใจที่จะช่วยให้เราชนะในสงครามครั้งนี้ อีกอย่าง ฮาชิรามะ ก็เพิ่งจะแต่งงาน ให้เขาได้พักผ่อนสักครึ่งเดือนก่อน แล้วหลังจากนั้นเราค่อยส่งให้เขา ลงสู่สนามรบไปพร้อมกับ โทบิรามะ และคนอื่น ๆ” บูซึมะ พูด

“แบบนั้นน่าจะดีกว่า…ด้วย คาถาไม้ ของเขา จะทำให้เรามีพลังเหนือศัตรูของเราได้”

การประชุมยังคงดำเนินต่อไป

…………..

ตอนนี้ มาซาฮิโกะ อยู่ในห้องพักของเขาแล้ว

งานแต่งงานที่เขาคิดขึ้นมาในวันนี้ เป็นงานแต่งงานในรูปแบบทันสมัยของประเทศจีนตะวันตก นี้เป็นวิธีที่เขาจะสร้างความบันเทิงให้กับตัวเองในชีวิตที่น่าเบื่อของเขา แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเขาสนุกกับมัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็สามารถทำให้คนที่จะกลายเป็น เทพเจ้าแห่งนินจา ในอนาคต มาโค้งคำนับเขาได้

ในที่สุดหลังจากวันที่แสนยาวนาน เขาก็มีโอกาสได้นอนลงบนตียงที่นุ่มและสบาย

แต่ทันใดนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว

และสาเหตุที่ทำให้เขาต้องลุกขึ้นนั่งก็คือ เรื่องบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา “

และสาเหตุที่ทำให้เขาต้องลุกขึ้นนั่งก็คือ จู่ ๆ ระบบพิเศษก็มีข้อมูลบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา

“เป็นพยานในเหตุการณ์สำคัญของโลก นารูโตะ : งานแต่งงานระหว่าง เซนจู ฮาชิรามะ กับ อุซึมากิ มิโตะ”

“รางวัล : คุณได้รับแต้มการเข้าร่วม 20 แต้ม!”

Long Live The Hokage

Long Live The Hokage

Type: Author:
After Reincarnating into Naruto World at the Warring State Era as an Uzumaki, Masahiko thought that he got a useless System. He lived for 48 years as a normal, below average Uzumaki Shinobi. That changed when he finally knew how the system works the day of his 49th Birthday! นิยายแนว : แอคชั่น ผจญภัย แฟนตาซี ศิลปะการต่อสู้ นินจา เรื่องย่อ : เจิง หยาน ผู้บ้าคลั่งในการ์ตูนเรื่อง นารูโตะ เป็นอย่างมาก เขาได้กลับชาติมาเกิดในโลกของ นารูโตะ ในยุคก่อนสงครามจะเริ่มต้นขึ้น และเป็นหนึ่งในสมาชิกของ ตระกูลอูซิมากิ และมีชื่อใหม่ว่า อุซึมากิ มาซาฮิโกะ มาซาฮิโกะ เกิดมาในโลกนี้พร้อมกับระบบไร้สาระอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเขาอายุได้ 48 ปี เขาก็พบว่าระบบนั้นไม่ใช่ระบบธรรมดา ตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตใหม่นี้ เขาใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าและทำความผิดพลาดมามากมายจนถึงอายุ 48 ปี แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็ได้โอกาสอีกครั้งจาก ระบบพิเศษ นั้น และมันก็เริ่มทำงานและเปลี่ยนแปลงชีวิตในวันเกิดปีที่ 49 ของเขา!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset