Lord of the Mysteries ราชันย์เร้นลับ – ราชันเร้นลับ 1098 : ทำงานแลกคะแนน

เมื่อได้ยินคำพูดของแอ่งน้ำสีดำ ใบหน้าหนึ่งผุดขึ้นในหัวไคลน์

ชายชราในชุดคลุมสีขาวซีด แซมด้วยแถบด้ายทองเหลือง ผมสีขาวโพลน หวีอย่างประณีต ดวงตาสีเทาเขียวน่าประทับใจ

ชายคนดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็นนักบวชแห่งโบสถ์ปัญญาความรู้ รับผิดชอบเขตไบลัมตะวันตก มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเมซันเญส

ย้อนกลับไปในตอนนั้น มันต้องการพบดอนดันเตสด้วยเหตุผลที่ว่า ในอนาคตตนจะเผชิญปัญหายุ่งยาก และคนที่ตนพบปะในช่วงเวลาดังกล่าวคือผู้ที่ช่วยแก้ปัญหา

ไคลน์ไตร่ตรองสักพัก

“ลูก้าบรูว์สเตอร์?”

“ใช่… ผมเอง คุณยังจำได้!” ตามจุดต่างๆ บนชั้นหนังสือมายา แอ่งเงาดำเหลวรีบขานตอบ

แค่คราวนี้เสียงพูดมิได้สอดประสาน แต่เป็นการดังเหลื่อมกันและก้องกังวานไม่รู้จบ ไคลน์ซึ่งอยู่เบื้องหลังหุ่นเชิดจึงเกิดอาการหูอื้อพร้อมกับวิงเวียนศีรษะ

เสียงของเขาไม่ปรกติ เจ้าของเสียงเสี่ยงต่อภาวะคลุ้มคลั่งหรือไม่ก็ถูกกัดกร่อนทางจิต… ลำพังการมีอยู่ของชั้นหนังสือมายาคือเครื่องพิสูจน์… ขณะกระแสความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัวไคลน์ มันได้ยินเสียงเงาสีดำที่บ้างขดตัว บ้างยืดออก:

“ต้องขออภัยด้วย ผมตื่นเต้นเกินไป ยากจะควบคุมตัวเอง”

ไคลน์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนอกคฤหาสน์ บังคับให้หุ่นเชิดโจนาส·โคลเกอร์พูด

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้?”

เงาดำถอนหายใจพร้อมเพรียง:

“ผู้ตัดสินแห่งกองทัพเฟเนพ็อต เบลลาคอส และอาร์ชบิชอปแห่งโบสถ์พระแม่ธรณี ร่วมมือกันบุกโจมตีที่นี่โดยมีเป้าหมายหลักคือผม… ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเผยร่างสัตว์ในตำนานเพื่อให้พวกเขาล่าถอยชั่วคราว… ถ้าคุณมาที่นี่โดยไม่สังเกตเห็นสิ่งใด แปลว่าคุณคงเดินทางด้วยพลังเทเลพอร์ต… คุณเองก็เป็นครึ่งเทพ คงทราบว่าเมื่อเผยร่างสัตว์ในตำนาน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกลับไปเป็นปรกติ… ในตอนนั้น ผมมีแนวโน้มที่จะเสียสติและใกล้คลุ้มคลั่ง แต่โชคดีที่เคยเป็น ‘ผู้ชี้นำศาสตร์ลับ’ มาก่อน จึงมีลูกไม้พิสดารแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ ในช่วงเวลาวิกฤติ ผมผนึกตัวเองสำเร็จและตกอยู่ในสภาพปัจจุบัน… เฮ้อ… ภาวะเช่นนี้คงอยู่ได้ไม่นาน ความบ้าคลั่งยังคงกัดเซาะจิตใจอย่างต่อเนื่อง ผมติดต่อกับท่านพระคุณเจ้าไปแล้ว อีกไม่นานจะมีกำลังเสริมส่งมา แต่ผมไม่มั่นใจว่าตัวเองจะอดทนจนถึงตอนนั้นไหม… ผมได้แต่นึกสงสัยว่า เหตุการณ์ปัจจุบันจะใช่ ‘สถานการณ์ที่ยากลำบาก’ ซึ่งเคยตัวเองทำนายเอาไว้หรือไม่ และกังวลว่าบุคคลที่จะช่วยแก้ปัญหา จะปรากฏตัวขึ้นไหม… โชคดีที่คุณมา นั่นคือข้อพิสูจน์ว่าคำทำนายของผมแม่นยำและตีความได้อย่างไร้ที่ติ สภาพจิตใจของผมจึงดีขึ้นมาก…”

เป็นครึ่งเทพที่หมกมุ่นกับการทำนายความสำเร็จสินะ… ถ้าเราหันหลังกลับ จิตใจของเขาจะแตกสลายและคลุ้มคลั่งทันที… ไคลน์เริ่มไตร่ตรองข้อมูลที่ลูก้า·บรูว์สเตอร์มอบให้

กองทัพเฟเนพ็อตและโบสถ์พระแม่ธรณีกำลังเคลื่อนไหว!

ไคลน์บังคับให้หุ่นเชิดโจนาส·โคลเกอร์หยิบเหรียญทอง ดีดขึ้นฟ้าและเหยียดแขนออกไปรับ

ตามความเข้าใจของชายหนุ่ม นักบวชของเจ็ดโบสถ์หลักจะยอมสละชีวิตเพื่อรักษาความมั่นคงของกฎระเบียบ รวมถึงการปกป้องเหล่าสาวก จากมุมมองดังกล่าว แปลว่าลูก้าบรูว์สเตอร์นั้นไม่ใช่ปีศาจหรือมารร้าย

เนื่องด้วยความประทับใจที่มีต่อพลเรือโทธารน้ำแข็งและนักสืบไอเซนการ์ด·สแตนธอน ไคลน์จึงไม่รังเกียจโบสถ์ปัญญาความรู้ และถ้าไม่นับเรื่องที่ชอบดูถูกคนโง่และคนไม่ชอบเรียนหนังสือ พฤติกรรมด้านอื่นของโบสถ์นับว่าค่อนข้างดี

นั่นคงเป็นสาเหตุที่พวกเขามิอาจพัฒนาและหรือเติบโตได้มากนัก ทำได้แค่แฝงตัวอยู่กับอาณาจักรเล็กไม่กี่แห่ง… ไคลน์ไม่มองผลการโยนเหรียญ เพียงรำพันในใจสองสามคำก่อนจะถาม

“แล้วผมจะช่วยคุณได้ยังไง?”

“…” เงาดำซึ่งมีท่าทีกระวนกระวาย เงียบไปสองสามวินาทีก่อนจะตอบ “ผมเองก็ไม่ทราบ…”

ไคลน์จ้องมองแอ่งเงาดำ แอ่งเงาดำจ้องมองไคลน์ และต่างคนต่างเงียบงันเป็นเวลานาน

ถ้าอย่างนั้น ทำไมนายไม่ลองมาเป็นหุ่นเชิดของฉันล่ะ? ผ่านไปเกือบสิบวินาที ไคลน์รำพันจิกกัดในใจ

ท่ามกลางกระแสความคิด ชายหนุ่มเริ่มคิดเกี่ยวกับวิธีช่วยให้ลูก้าบรูว์สเตอร์กลับจากร่างสัตว์ในตำนาน

ว่ากันตามตรง นอกจากความประทับใจที่มีต่อโบสถ์ปัญญาความรู้และลูก้าบรูว์สเตอร์แล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ไคลน์อยากช่วยก็คือ มันเดาว่าตนจะได้รับการตอบแทนอย่างมากจากอีกฝ่าย

อันดับแรกใน การเดินทางของกรอซายมีร่องรอยของเทพปัญญาความรู้หลงเหลืออยู่ และเนื่องจากไคลน์ยังไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของเทพตนดังกล่าว การทำดีต่ออีกฝ่ายก่อน ก็อาจช่วยให้ได้รับสิ่งที่ดีตอบแทนกลับมา ประเด็นที่สอง ถ้าโรซายล์ฟื้นคืนชีพสำเร็จ ทัศนคติของเทพปัญญาความรู้คือสิ่งที่สำคัญมาก

พิจารณาจากน้ำเสียงและท่าทีของวิญญาณมารเทวทูตสีชาด ไคลน์พอจะเดาได้เบื้องต้นว่า เมื่อเทียบกับยุคสมัยที่สี่ ทัศนคติของเจ็ดเทพจารีตที่มีต่อจักรพรรดิมืดเปลี่ยนแปลงไปมาก การตอบสนองไม่รุนแรงและเกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน มีแนวโน้มที่จะยอมรับมากขึ้น แม้จะไม่ใช่คนที่พวกท่านเลือกไว้ในใจ

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว หากจักรพรรดิโรซายล์คืนชีพ มีเพียงสองคนที่จะคัดค้านคือสุริยันเจิดจรัสและจักรกลไอน้ำ เพราะย้อนกลับในตอนที่โรซายล์ร่วงหล่น เทพทั้งสองน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม การต่อต้านคงไม่รุนแรงมากนัก ตราบใดที่โรซายล์ไม่เสียสติและขจัดมลพิษในดวงวิญญาณได้หมดจด เทพทั้งสองก็พร้อมจะยอมรับ เนื่องจากไม่ได้เป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ

สำหรับความบาดหมางดั้งเดิม เมื่อพิจารณาจากมุมมองของเทพ นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงถึงขนาดยอมกันไม่ได้ แต่แน่นอน ทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดาของไคลน์ด้วยมุมมองทางประวัติศาสตร์และศาสตร์เร้นลับ เพราะต้องไม่ลืมว่า ในยุคเริ่มต้นของจักรวรรดิโซโลมอน นอกจากเทพจักรกลไอน้ำซึ่งยังไม่ถือกำเนิด หกเทพจารีตต่างเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน สร้างความบาดหมางต่อกันไม่น้อย ท้ายที่สุดต้องดึง ‘จักรพรรดิมืด’ มาช่วยสมานความสัมพันธ์ ส่งผลให้จับมือกันอย่างเหนียวแน่นจวบจนปัจจุบัน

แม้แต่เทพในเส้นทางใกล้เคียงก็ยังปรองดองได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ขอเพียงโรซายล์คืนชีพสำเร็จ ความบาดหมางในอดีตกับสุริยันเจิดจรัสและจักรกลไอน้ำก็มีสิทธิ์ที่จะบรรเทาลง

แต่แน่นอน จากอุปนิสัยของโรซายล์ ชายคนนั้นต้องหาทางเอาคืนแน่ ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น… ขอเพียงโรซายล์คืนชีพโดยไม่เสียสติและไม่กลายเป็นพวกสุดโต่ง เขาจะอ่านสถานการณ์ออกและเรียนรู้ที่จะรอโอกาสอย่างอดทน…

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ไคลน์เชื่อว่าผู้ที่สามารถยับยั้งการคัดค้านของสุริยันเจิดจรัสและจักรกลไอน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือวายุสลาตันและปัญญาความรู้ซึ่งอยู่บนเส้นทางใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม เกรงว่าการกัดกร่อนจากอวกาศจะขจัดออกไปได้ไม่ง่ายนัก โรซายล์ที่คืนชีพอาจกลายเป็นเทพมารเต็มตัว… แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ในอนาคต เมื่อเราเข้าใจสถานการณ์ดีพอ มีข้อมูลมากพอ ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจอย่างละเอียดว่าจะทำยังไงกับโรซายล์ ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็แค่ยกเลิกแผนการคืนชีพ เรื่องนี้ทำได้ง่ายอยู่แล้ว… มนุษย์ไม่ควรหวาดระแวงกับทุกสิ่งที่มีโอกาสเกิดปัญหา ไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นอันทำอะไร ลำพังการยืนกลืนน้ำลายก็ทำให้เทพมารลงมาจุติได้…

ในทำนองเดียวกัน สำหรับคำถามที่ว่า จะมีเทพตนใดคัดค้านการคืนชีพของโรซายล์บ้าง และคัดค้านรุนแรงมากแค่ไหน เรายังต้องรอข้อมูลประกอบในอนาคต จากนั้นค่อยตัดสินใจเลือกทางออกที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ… สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน หากต้องการยับยั้งจอร์จที่สาม แผนการทำลายพิธีกรรมในช่วงเวลาวิกฤตินั้นหวังผลได้มากที่สุด… ท่ามกลางกระแสความคิด ไคลน์มองไปยังแอ่งเงาดำและกล่าวเชื่องช้า

“คุณทนได้อีกนานแค่ไหน?”

ลูก้าบรูว์สเตอร์ตรวจสอบสถานการณ์ก่อนจะตอบ

“เจ็ด… เจ็ดนาที”

คิดว่าจะเล่นมุก เจ็ด หก ห้า สี่ สาม เสียอีก… ไคลน์รำพันจิกกัด

“ผมจะพานักจิตบำบัดมาหา”

กล่าวจบ มันออกจากเงาดำในจุดที่ห่างจากคฤหาสน์เมซันเญสหลายร้อยเมตร ประกอบพิธีกรรมสังเวย ส่งยุบพองหิวโหยเข้าไปในมิติหมอก

จัดการเสร็จ ไคลน์นั่งลงบนเก้าอี้เดอะฟูล เสกเกอร์มันสแปร์โรว์และสวดวิงวอนเรียบง่าย

ปัจจุบันเป็นเวลาใกล้รุ่งสาง แต่ออเดรย์ที่ยุ่งอยู่กับงานการกุศลทั้งคืนยังไม่ได้นอน

รักษาครึ่งเทพที่มีภาวะเสี่ยงคลุ้มคลั่ง… เราจะได้รับคะแนนผลงานเป็นจำนวนมาก… ออเดรย์วางปากกาหมึกซึมในมือลง สวมเสื้อคลุมสีขาวที่มีลวดลายสีทอง

เฉกเช่นภารกิจก่อนหน้า เธอประกอบพิธีกรรมรับมอบเพื่อรับยุบพองหิวโหยและสวม ‘คำลวง’ ในรูปลักษณ์หน้ากาก และภายใต้ความคุ้มครองจากอ้อมกอดเทวทูต หญิงสาวเทเลพอร์ตไปยังคฤหาสน์เมซันเญสในไบลัมตะวันตกตามพิกัดที่เกอร์มันสแปร์โรว์ส่งมา

ข้อแตกต่างระหว่างคราวก่อนก็คือ เมื่อทราบว่าจะเผชิญหน้ากับครึ่งเทพ ออเดรย์ใช้คำลวงปรับเปลี่ยนสัดส่วนร่างกาย ออร่า และรูปลักษณ์ภายใต้หน้ากากเล็กน้อย

เพียงไม่นาน หญิงสาวได้พบกับเดอะเวิร์ลในร่างดอน·ดันเตส

“สำหรับครึ่งเทพตนดังกล่าว ปัจจุบันเขากลายเป็นแอ่งของหลวงสีดำ พยายามอย่าติดต่อกับกายปัญญาโดยตรง เพราะนั่นจะทำให้คุณได้รับภาวะเสี่ยงคลุ้มคลั่ง… หากพลังในปัจจุบันของคุณยังรักษาเขาไม่ได้ ผมจะให้ยืมตะกอนพลัง” ไคลน์มอบคำเตือน

ออเดรย์มิได้ขานตอบว่าเข้าใจแล้ว เธอมีความเป็นมืออาชีพสูงมากและทำเพียงฟังอย่างตั้งใจ

“ดิฉันจะลองดูก่อน”

เธอขยับเสื้อคลุมและเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว จากนั้นก็จ้องชั้นหนังสือมายาที่มีแอ่งของเหลวสีดำ

“โชคดีที่เขายังไม่คลุ้มคลั่งโดยสมบูรณ์” หลังจากตรวจสอบสองสามวินาที ออเดรย์กล่าวอย่างสุขุม

พร้อมกันกับคำพูดเปี่ยมความหมาย สายลม ‘ปลอบโยน’ ล่องหนพัดผ่านไปทางชั้นหนังสือ

แอ่งของเหลวสีดำยุบพองด้วยความถี่ต่ำลง คล้ายกับเริ่มบรรเทาความกังวล

ออเดรย์ใช้ปลอบโยนอีกสองสามหน จนกระทั่งสภาพจิตใจของลูก้าบรูว์สเตอร์กลับมามั่นคง เริ่มเปิดใจและให้ความร่วมมือกับออเดรย์

หญิงสาวใช้โอกาสดังกล่าวเพื่อเปิดประตูกายปัญญาของครึ่งเทพ แบ่งใช้ ‘ปลอบโยน’ หลายครั้งเพื่อขจัดการกัดกร่อน จากนั้นก็ใช้ ‘การชี้นำทางจิต’ เพื่อโน้มน้าวให้ลูก้าบรูว์สเตอร์เชื่อว่า หลังจากนี้ทุกสิ่งจะผ่านไปอย่างราบรื่น เพื่อให้อีกฝ่ายมีจิตใจเข้มแข็งพอสำหรับการสยบร่างสัตว์ในตำนานและกลับเป็นมนุษย์

เหตุผลที่ออเดรย์ต้องแบ่ง ‘ปลอบโยน’ ออกเป็นหลายครั้ง เพราะเผื่อไว้ในกรณีที่ว่า หากการกัดกร่อนทางจิตของลูก้าแว้งกลับมาเล่นงานตน ออเดรย์จะได้รีบถอยและรักษาตัวเองก่อน

ท้ายที่สุด หญิงสาวรักษาจนหายขาดพร้อมกับฝังการชี้นำ จากนั้นก็ก้าวถอยหลัง

“ท่านกลับไปเป็นมนุษย์ได้แล้ว”

ทันทีที่สิ้นเสียง ชั้นหนังสือมายาในห้องโถงพลันอันตรธานหาย แอ่งของเหลวสีดำไหลมารวมกันราวกับมีชีวิต บรรจงก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์

สีดำเลือนหายไปในพริบตา เปลี่ยนกลับเป็นสีสันของลูก้าบรูว์สเตอร์ ครึ่งเทพเส้นทางนักอ่านถอนหายใจพร้อมกับยิ้ม

“ขอบคุณมาก… ในตอนที่ผมเห็นลำดับห้าของเส้นทางผู้ชมมาถึง นึกว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นตะกอนพลังสำหรับสลับเส้นทางเสียแล้ว…”

ชายชราคนนี้พูดจาตรงไปตรงมาดี… ตรงจนเราตอบสนองไม่ถูก… ไคลน์หันไปมองจัสติส ออเดรย์ และพบว่าหญิงสาวกำลังปิดตาสนิท

เชี่ย… ไคลน์รีบหันไปพูดกับลูก้าบรูว์สเตอร์

“ลืมเรื่องนั้นไปก่อน… สิ่งที่คุณควรกังวลในตอนนี้คือเสื้อผ้า”

………………………………….

Lord of the Mysteries

Lord of the Mysteries

ป็นเรื่องราวการข้ามโลกของหนุ่มชาวจีนนามว่า โจวหมิงรุ่ย โลกใบที่ชายคนนี้ต้องเผชิญมีลักษณะคล้ายคลึงกับยุควิกตอเรียของยุโรป ยุคสมัยแห่งจักรกลไอน้ำเฟื่องฟู สุภาพบุรุษขุนนางเดินขวักไขว่ด้วยสูทและเสื้อกั๊กมาดเท่ แน่นอน เป็นโลกที่มีพลังพิเศษ ผู้วิเศษ และ สัตว์วิเศษ แต่พลังของมนุษย์บนโลกจะไม่เหมือนกับนิยายเรื่องใด ไม่มีจอมยุทธ์ ไม่มีการบังเอิญพบคำภีลับและได้ครอบครองยอดเคล็ดวิชา ไม่ได้เกิดใหม่พร้อมกับพลังสุดโกง ไม่เลย ไม่น่าเบื่อและจืดชืดขนาดนั้น ในอดีตกาล เผ่าพันธุ์มนุษย์อันต่ำต้อยมิอาจต่อสู้กับเหล่าสัตว์วิเศษในตำนานไหว หนึ่งในหนทางครอบครอง ‘พลังพิเศษ’ ก็คือการดื่ม ‘โอสถ’ หลังจากมนุษย์ดื่มโอสถและกลายเป็น ‘ผู้วิเศษ’ พวกเขาจะข้ามขีดจำกัดเดิมตามแต่ชนิดโอสถที่ดื่ม ผู้วิเศษในโลกแบ่งออกเป็น 9 ลำดับ โดยลำดับ 9 จะอ่อนแอที่สุด หนทางอัพเกรดลำดับก็แสนพิลึก ไม่ใช่การพัฒนาพลังเหมือนนิยายเรื่องใด แต่เป็นการดื่ม ‘โอสถ’ ที่ ‘ถูกต้อง’ ตามสูตรของลำดับถัดไป พลังพิเศษไม่สามารถข้ามสายได้ โอสถแต่ละชนิดจะมีสูตรการปรุงที่แตกต่าง แถมการฝึกฝนพลังของผู้วิเศษก็ยังพิสดารเหนือคำบรรยาย เรื่องราวจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อตัวเอกเริ่มทราบว่า อดีตมหาจักรพรรดิของโลกเมื่อร้อยปีก่อนเป็น ‘ผู้เดินทางข้ามโลก’ เหมือนกับเขา แถมยัง… เหลือทิ้งไดอารี่สุดสำคัญไว้ให้ชนรุ่นหลัง แต่ไดอารีถูกเขียนด้วยภาษาจีนที่ไม่มีใครอ่านออกแม้แต่คนเดียว… ยกเว้นโจวหมิงรุ่ย With the rising tide of steam power and machinery, who can come close to being a Beyonder? Shrouded in the fog of history and darkness, who or what is the lurking evil that murmurs into our ears? Waking up to be faced with a string of mysteries, Zhou Mingrui finds himself reincarnated as Klein Moretti in an alternate Victorian era world where he sees a world filled with machinery, cannons, dreadnoughts, airships, difference machines, as well as Potions, Divination, Hexes, Tarot Cards, Sealed Artifacts… The Light continues to shine but mystery has never gone far. Follow Klein as he finds himself entangled with the Churches of the world—both orthodox and unorthodox—while he slowly develops newfound powers thanks to the Beyonder potions. Like the corresponding tarot card, The Fool, which is numbered 0—a number of unlimited potential—this is the legend of “The Fool”.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset