Lord of the Mysteries ราชันย์เร้นลับ – ราชันเร้นลับ 989 : ‘อาจารย์’ อัลเจอร์

หลังจากได้ยินคำถามจากเดอะมูน สมาชิกของชุมนุมทาโรต์ต่างเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวละครหลักในการลงโทษผีดูดเลือดคราวนี้ยังไม่มีงานให้ทำ!

จากแผนเมื่อครู่ สิ่งที่มันต้องทำมีเพียงการระบุชื่อของเป้าหมาย ที่อยู่ และรูปลักษณ์ จากนั้นก็นั่งรอผลลัพธ์ – มิสจัดจ์เมนต์มีหน้าที่สะกดรอยและสืบข้อมูล ค้นหาพฤติกรรมร่วมของเป้าหมาย ส่วนมิสจัสติสและมิสเตอร์สตาร์คอยประเมินสถานที่ลงมือจากข้อมูล จากนั้น เมื่อสบโอกาส มิสเตอร์สตาร์จะทำให้เป้าหมายหมดสติไปสักพัก ส่วนมิสจัสติสจะสะกดจิตให้เหยื่อเดินทางไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้

จากขั้นตอนทั้งหมด มิสเตอร์มูนไม่มีส่วนร่วมแม้แต่น้อย!

อึก… ‘จัสติส’ ออเดรย์ไตร่ตรองสักพักก่อนจะกล่าว

“มิสเตอร์มูน หน้าที่ของคุณคือการยืนยันให้แน่ใจว่าเป้าหมายที่ถูกสะกดจิต เดินทางไปยังจุดหมายอย่างราบรื่น ไม่เกิดอุบัติเหตุหรือถูกช่วยเหลือไปเสียก่อน”

กล่าวถึงตรงนี้ ออเดรย์พบปัญหาเพิ่ม จึงรีบเสริม

“แต่ถ้าผีดูดเลือดตนนั้นเกลียดชังโบสถ์พระแม่ธรณีเป็นทุนเดิม พลังการสะกดจิตจะไม่ส่งผลเท่าที่ควร ดังนั้น หากเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง ดิฉันอยากเปลี่ยนวิธีสะกดจิต เป็นการฝังการชี้นำใจว่าเขากำลังไล่ล่าใครบางคนที่ตนเกลียดชัง จนกระทั่งไปถึงวิหารโดยไม่รู้ตัว… อา… คุณช่วยเป็นเป้าของความเกลียดชังได้ไหม? เพราะคุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นเหยื่อล่อ สามารถรักษาระยะห่างและไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกจับ”

“…ไม่มีปัญหา” เอ็มลินกึ่งลังเลกึ่งเห็นด้วย

แม้ดยุคโอลเมอร์จะขจัดมลพิษทางจิตของตะกอนพลังแวมไพร์เทียมลำดับ 5 ได้แล้ว แต่เอ็มลินก็ยังต้องรอให้ถึงเหตุการณ์พระจันทร์เต็มดวงครั้งถัดไป จึงจะสามารถเลื่อนลำดับเป็นไวเคาต์และทัดเทียมกับเออร์เนส·โบยาร์ โดยโอกาสดังกล่าวจะมาถึงในอีกหนึ่งสัปดาห์ เมื่อถึงตอนนั้น ตัวมันที่ครอบครองแหวนบรรพบุรุษเชื่อว่าตนไม่มีทางแพ้!

ต่อให้การเลื่อนลำดับไม่สำเร็จ แต่เราก็ยังสามารถเช่าหนังสือเวทมนตร์ของมิสเมจิกเชี่ยน ถ้าจำไม่ผิด ภายในนั้นมีเวทลมบันทึกอยู่… เอ็มลินค่อนข้างมั่นใจในผลลัพธ์

‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดนั่งฟังบทสนทนาจากด้านข้าง อดไม่ได้ที่หวาดกลัวพลังสะกดจิต

สำหรับมัน ไม่ว่าการดวลตัวต่อตัวละตึงเครียดเพียงใด แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการทำในสิ่งที่ขัดต่อความตั้งใจโดยไม่รู้ตัว

มันเว้นวรรคสักพัก ตอบคำถามที่สองของเอ็มลิน

“ค่าจ้างของผมเหมือนกับมิสจัดจ์เมนต์… ขอส่วนแบ่งเล็กๆ น้อยๆ”

สำหรับเลียวนาร์ด งานของมันไม่ซับซ้อน แค่นัดหมายตำแหน่งและเวลากับพวกพ้องให้ดี ทำให้เหยื่อตกอยู่ในความฝัน หลังจากนั้นก็ถอนตัวออกจากปฏิบัติการได้ทันที ไม่ต้องสนผลลัพธ์หรืออุบัติเหตุหลังจากนั้น คล้ายกับการเดินเข้าไปสั่งกาแฟเดซีย์สักแก้วในคาเฟ่ สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือการเปิดเผยตัวตน ดังนั้น มันจึงไม่หน้าด้านเรียกร้องอะไรจากอีกฝ่ายล่วงหน้า ขอเพียงส่วนแบ่งเล็กๆ น้อยๆ จากผลลัพธ์

นอกจากนั้น เพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมนุมทาโรต์เต็มตัว มันไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อย

‘จัสติส’ ออเดรย์เหลือบมองไปทาง ‘จัดจ์เมนต์’ ซิล ก่อนจะถอนสายตากลับ ยิ้มและกล่าว

“ความต้องการของดิฉันเหมือนกับมิสเตอร์สตาร์และมิสจัดจ์เมนต์… ขอส่วนแบ่งจากผลลัพธ์ครั้งนี้”

อันที่จริง เธอไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เพราะรู้สึกอยากแก้แค้นให้เพื่อน อีกฝ่ายจำเป็นต้องถูกลงโทษอย่างสาสม แต่ที่ขอส่วนแบ่งในตอนสุดท้าย ก็เพราะกังวลว่ามิสเตอร์มูนจะลำบากใจและรู้สึกอับอาย

นอกจากนั้น มิสเตอร์มูนคงเหลือเงินไม่มากแล้ว สิ่งตอบแทนก็คงเรียกร้องได้เพียงส่วนแบ่ง… ออเดรย์เสริมเงียบๆ ในใจ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจเก็บรายละเอียด แต่คุณสมบัติหนึ่งของเส้นทางผู้ชมคือมีความจำเป็นเลิศ เธอเชื่อว่าหลังจากที่มิสเตอร์มูลจ่ายค่าตะกอนพลังแวมไพร์เทียมไปห้าพันปอนด์ เงินติดตัวคงเหลือไม่มาก แถมยังต้องสละค่านายหน้ามาคืนฟอร์ส

มีสมาชิกเข้าร่วมสี่คน แบ่งส่วนแบ่งอย่างเท่าเทียม… สมเหตุสมผล… ‘เดอะมูน’ เอ็มลินพยักหน้าและมองไปรอบตัว

“มีคำแนะนำเพิ่มเติมไหม?”

‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สถามด้วยความสงสัย

“ง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ? อีกฝ่ายเป็นถึงผีดูดเลือดลำดับ 5 แต่คุณทำเหมือนแผนจะสำเร็จง่ายๆ”

ภายในใจเธอ หากเป็นผู้วิเศษไร้สังกัด ลำดับ 5 จะถือเป็นบุคคลที่ทรงพลังมาก บางคนก่อตั้งองค์กรของตัวเอง แม้แต่นายพลโจรสลัดที่โด่งดังในทะเลก็ยังไม่เกินลำดับแค่นี้… แต่บทสนทนาระหว่างมิสเตอร์สตาร์และคนอื่นๆ ทำราวกับว่า ผู้วิเศษลำดับ 5 สามารถถูกจัดการได้ง่าย แทบจะไม่ต้องกังวลในเรื่องใด!

ได้ยินคำถาม เลียวนาร์ดครุ่นคิดสักพักก่อนจะตอบ

“ตราบใดที่ผีดูดเลือดไม่มีสมบัติวิเศษที่สลายพลังของผม ต่อให้เทียบเท่าลำดับ 5 แต่ผมก็สามารถทำให้เขาหมดสติได้ชั่วขณะอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่ามิสจัสติสจะคว้าโอกาสไว้ได้หรือไม่”

“หากกำหนดสถานที่และมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ดิฉันทำได้แน่” ‘จัสติส’ ออเดรย์ยืนกราน

เธอค่อนข้างประหม่า เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้จริงมาก่อน อย่างไรก็ตาม ออเดรย์รู้อยู่แก่ใจดีว่าพลังพิเศษของเธอทำอะไรได้บ้าง ทำให้กล้าตอบอย่างมั่นใจ

ฟอร์สได้ยินเช่นนั้น เธอเหม่อลอยไปสักพัก

เพียงช่วงเวลาไม่กี่เดือน… สมาชิกทุกคนในชุมนุมทาโรต์ก็มีพลังพอที่จะรับมือกับผู้วิเศษลำดับ 5… แถมมิสเตอร์เวิร์ลสามารถทำได้มากยิ่งกว่านั้นหลายเท่า…

นั่นสินะ มิสจัสติสกลายเป็นลำดับ 6 นักสะกดจิตมาได้สักพักแล้ว หากร่วมมือกับผู้วิเศษในระดับเดียวกัน การสะกดจิตผู้วิเศษลำดับ 5 ก็ไม่ยากเย็นอะไร…

ขณะที่เอ็มลินรู้สึกว่าทุกสิ่งจบลงแล้ว ตัวมันหมดคำถาม แต่อัลเจอร์ด้านข้างกลับโพล่งขึ้น

“ในฐานะสมาชิกองค์กรลับ ผมคิดว่าทุกคนต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ”

“หืม…” ‘เดอะมูน’ เอ็มลินและ ‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ด หันไปมอง ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ด้วยสีหน้าเจือความสับสน

‘จัสติส’ ออเดรย์และ ‘จัดจ์เมนต์’ ซิลที่ตกใจในตอนต้น เริ่มจับประเด็นได้อย่างคลุมเครือ

อัลเจอร์กระแอมในลำคอ ชำเลืองไปทางเดอร์ริคเล็กน้อยก่อนจะกล่าว

“ในเมื่อปราสาทร้างในป่าเดแลร์คือบททดสอบ… แล้วทำไมถึงคิดว่าผีดูดเลือดตนนั้นไม่ใช่อีกหนึ่งบททดสอบเพิ่มเติม?”

ถูกเผง… กะแล้วว่าแฮงแมนจะต้องเตือน… ‘เดอะฟูล’ ไคลน์บังคับให้ ‘เดอะเวิร์ล’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์พยักหน้ารับ ส่วน ‘เฮอร์มิท’ แคทลียาจ้องแฮงแมนด้วยสีหน้าสนับสนุน

เรื่องนั้น… เอ็มลินหรี่ตาลงเล็กน้อย มิอาจหาเหตุผลมาปฏิเสธ

ทันใดนั้น มันฉุกคิดได้ว่าตนประมาทเกินไป!

‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดผงะเล็กน้อย พบว่าตนเองก็หละหลวมไปมาก เพียงต้องการมีส่วนร่วมกับชุมนุม จึงกระโดดร่วมวงโดยไม่ไตร่ตรองถึงอันตรายซ่อนเร้น

แน่นอน ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวคิดและวิธีปฏิบัติของผู้วิเศษทางการ

อย่างที่คิด มิสเตอร์แฮงแมนรอบคอบเหมือนเคย… ออเดรย์ เธอยังต้องสั่งสมประสบการณ์อีกมาก! ‘จัสติส’ ออเดรย์เริ่มกระจ่าง ซักถามอย่างกระฉับกระเฉง

“หมายความว่า พวกเราจะละทิ้งแผนการลงโทษไว้ชั่วคราว จนกว่าทางผีดูดเลือดจะยกเลิกการเฝ้าจับตามอง?”

อัลเจอร์หัวเราะในลำคอและตอบ

“ไม่จำเป็นต้องละทิ้ง แค่สร้างกลลวงอีกสองสามเรื่องก็พอ”

มันมองไปยัง ‘เดอะมูน’ เอ็มลินและพูดต่อ

“ข้อแรก แจกจ่ายประกาศงานสืบสวนผีดูดเลือดตนดังกล่าวให้เหล่านักล่าเงินรางวัลในเบ็คลันด์ทราบโดยถ้วนหน้า เพื่อเป็นการปกปิดร่องรอยของมิสจัดจ์เมนต์ ข้อที่สอง หลังจากตัดสินใจได้ว่าจะลงมือแถวไหน พยายามเลือกทำเลที่ใกล้กับวิหารของโบสถ์จารีตมากที่สุด เพราะนั่นจะช่วยขัดขวางพลังทำนายได้ระดับหนึ่ง ข้อที่สาม ก่อนที่มิสจัสติสจะลงมือสะกดจิตผีดูดเลือด มิสเตอร์มูนต้องทำตัวน่าสงสัยพอประมาณ แต่ห้ามโดดเด่นเกินไป ให้ทุกคนรู้ว่าคุณเตรียมจะแก้แค้น แต่ไม่ใช่ในจุดนัดหมาย ด้วยวิธีนี้ ‘สายตา’ จากผีดูดเลือดเบื้องบนจะจับจ้องมาทางคุณ ช่วยเปิดโอกาสให้พวกพ้องที่เหลือ คล้ายกับข้อที่หนึ่ง สุดท้าย ข้อที่สี่ รอให้มิสจัสติสสะกดจิตเสร็จ คุณก็เริ่มทำตัวเป็นเหยื่อล่อได้”

กล่าวถึงตรงนี้ อัลเจอร์เว้นวรรคเล็กน้อย

“หากมีพลังต่อต้านการทำนายในระดับครึ่งเทพขึ้นไปคอยสนับสนุน แผนการนี้ก็จะราบรื่น… และแน่นอน มิสจัสติส มิสเตอร์สตาร์ พวกคุณต้องปลอมตัวให้มิดชิด ห้ามทิ้งร่องรอยเด็ดขาด”

คำพูดดังกล่าวทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ตกตะลึง โดยเฉพาะ ‘เดอะซัน’ เดอร์ริคที่มิอาจเก็บซ่อนความเคารพและชื่นชม

แม้ว่ามันจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับแผนการ แต่ก็ยังสนใจฟังและคิดตามในฐานะสมาชิกชุมนุมทาโรต์ ซึ่งเดอร์ริคก็มองว่าแผนการของเดอะมูนไม่มีข้อบกพร่อง ดังนั้น หลังจากได้ยินคำแนะนำที่สุดยอดจากแฮงแมน อารมณ์ในปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยความทึ่ง!

เอ็มลินครุ่นคิดสักพักและตอบ

“เจ้ากำลังจะบอกว่า ให้ข้าเปิดเผยการแก้แค้นอย่างโฉ่งฉ่าง จะได้ดึงดูดสายตาออกจากมิสจัสติสและมิสเตอร์สตาร์? ฟังดูเหมือนกับ… เหมือนกับว่า… ให้ข้าทำทีว่าจะแก้แค้นหลังจากเป้าหมายเดินออกจากร้านกาแฟสักแห่ง ทำทีว่าจะลงมือในมุมหนึ่งของจัตุรัส เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผีดูดเลือด แต่ในความเป็นจริง มิสจัสติสและมิสเตอร์สตาร์จัดการสะกดจิตเรียบร้อยตั้งแต่ในร้านกาแฟแล้ว?”

อัลเจอร์พยักหน้า

“ถูกต้อง”

เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกแล้ว! มิสเตอร์แฮงแมนช่างเป็นผู้วิเศษมากประสบการณ์! ออเดรย์เข้าใจแผนการอย่างถ่องแท้ ระเบิดความปีติภายในหัวใจ

“คำถามก็คือ ผมจะหาวัตถุหรือยันต์ที่ช่วยต่อต้านพลังทำนายระดับครึ่งเทพได้จากที่ไหน?” ‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดรู้สึกได้เรียนรู้หลายสิ่ง จึงซักถามอย่างกระฉับกระเฉง

ในส่วนของตัวเอง มันมิได้กังวลมากนัก เพราะในตัวมีตาแก่เทวทูตคอยช่วยเหลือ

ฟอร์สตะกุกตะกักเล็กน้อย

“ดิฉันสามารถให้ยืมบันทึกการเดินทางของเลมาโน่ได้… เอ่อ… ในนั้นมีอ้อมกอดเทวทูต… และฉันขอส่วนแบ่งจากภารกิจด้วย”

ขณะกล่าว เธอแอบชำเลืองไปทาง ‘เดอะเวิร์ล’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ และโล่งใจที่อีกฝ่ายมิได้กล่าวสิ่งใดคัดค้าน

เธออาจไม่ทราบว่า ความคิดของ ‘เดอะฟูล’ ไคลน์ในปัจจุบัน ตื้นเขินกว่าที่เธอกังวลมาก:

อ้อมกอดเทวทูต… ไพเราะกว่าเทวทูตกระดาษมาก…

เมื่อทุกฝ่ายยืนยันปฏิบัติการสั่งสอน ‘จัสติส’ ออเดรย์มองไปรอบๆ และกล่าวโดยไม่ลังเล

“เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้พบกับเฮอร์วิน·แรมบิส คณะกรรมการแห่งสมาคมแปรจิต”

อะไรนะ? เฮอร์วิน·แรมบิสเป็นคณะกรรมการของสมาคมแปรจิต? ‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดเหยียดหลังตรงด้วยความประหลาดใจ นึกอยากออกไปรายงานอาร์ชบิชอปและระดมกำลังเข้าจับกุม

นี่คือผลข้างเคียงจากการทำงานหนักเงินไป

………………………………………

Lord of the Mysteries

Lord of the Mysteries

ป็นเรื่องราวการข้ามโลกของหนุ่มชาวจีนนามว่า โจวหมิงรุ่ย โลกใบที่ชายคนนี้ต้องเผชิญมีลักษณะคล้ายคลึงกับยุควิกตอเรียของยุโรป ยุคสมัยแห่งจักรกลไอน้ำเฟื่องฟู สุภาพบุรุษขุนนางเดินขวักไขว่ด้วยสูทและเสื้อกั๊กมาดเท่ แน่นอน เป็นโลกที่มีพลังพิเศษ ผู้วิเศษ และ สัตว์วิเศษ แต่พลังของมนุษย์บนโลกจะไม่เหมือนกับนิยายเรื่องใด ไม่มีจอมยุทธ์ ไม่มีการบังเอิญพบคำภีลับและได้ครอบครองยอดเคล็ดวิชา ไม่ได้เกิดใหม่พร้อมกับพลังสุดโกง ไม่เลย ไม่น่าเบื่อและจืดชืดขนาดนั้น ในอดีตกาล เผ่าพันธุ์มนุษย์อันต่ำต้อยมิอาจต่อสู้กับเหล่าสัตว์วิเศษในตำนานไหว หนึ่งในหนทางครอบครอง ‘พลังพิเศษ’ ก็คือการดื่ม ‘โอสถ’ หลังจากมนุษย์ดื่มโอสถและกลายเป็น ‘ผู้วิเศษ’ พวกเขาจะข้ามขีดจำกัดเดิมตามแต่ชนิดโอสถที่ดื่ม ผู้วิเศษในโลกแบ่งออกเป็น 9 ลำดับ โดยลำดับ 9 จะอ่อนแอที่สุด หนทางอัพเกรดลำดับก็แสนพิลึก ไม่ใช่การพัฒนาพลังเหมือนนิยายเรื่องใด แต่เป็นการดื่ม ‘โอสถ’ ที่ ‘ถูกต้อง’ ตามสูตรของลำดับถัดไป พลังพิเศษไม่สามารถข้ามสายได้ โอสถแต่ละชนิดจะมีสูตรการปรุงที่แตกต่าง แถมการฝึกฝนพลังของผู้วิเศษก็ยังพิสดารเหนือคำบรรยาย เรื่องราวจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อตัวเอกเริ่มทราบว่า อดีตมหาจักรพรรดิของโลกเมื่อร้อยปีก่อนเป็น ‘ผู้เดินทางข้ามโลก’ เหมือนกับเขา แถมยัง… เหลือทิ้งไดอารี่สุดสำคัญไว้ให้ชนรุ่นหลัง แต่ไดอารีถูกเขียนด้วยภาษาจีนที่ไม่มีใครอ่านออกแม้แต่คนเดียว… ยกเว้นโจวหมิงรุ่ย With the rising tide of steam power and machinery, who can come close to being a Beyonder? Shrouded in the fog of history and darkness, who or what is the lurking evil that murmurs into our ears? Waking up to be faced with a string of mysteries, Zhou Mingrui finds himself reincarnated as Klein Moretti in an alternate Victorian era world where he sees a world filled with machinery, cannons, dreadnoughts, airships, difference machines, as well as Potions, Divination, Hexes, Tarot Cards, Sealed Artifacts… The Light continues to shine but mystery has never gone far. Follow Klein as he finds himself entangled with the Churches of the world—both orthodox and unorthodox—while he slowly develops newfound powers thanks to the Beyonder potions. Like the corresponding tarot card, The Fool, which is numbered 0—a number of unlimited potential—this is the legend of “The Fool”.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset