ตอนที่แล้วตอนที่ 1437 พี่ ข้าเองก็อยากร่วมสู้ด้วย!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1439 ยินดีต้อนรับสู่โลกของเรา

บนสนามรบเทพเสมือน คุณฟู่ยังสังเกตเห็นหลินซินกับเสี่ยวโม่

 

แม้หลินฮวงจะบอกกับเขาแล้วว่าร่างกายของหลินซินนั้นพิเศษ คุณฟู่ก็ยังตกใจตอนเห็นว่าระดับพลังของหลินซินคือเทพเสมือนขั้น9

 

ต้องรู้ว่าคุณฟู่ติดอยู่ในขั้นตอนการควบแน่นแก่นเทวะกว่า 300 ปี มันต้องใช้เวลานานกว่า 700 ปีสำหรับเขาเพื่อเลื่อนจากเทพเสมือนขั้น 1 เป็นเทพเสมือนขั้น 8 แต่ทว่า หลินซินกลับใช้เวลาแค่ครึ่งปีจากจักรพรรดิทองม่วงเป็นเทพเสมือนขั้น9 ซึ่งทำให้ความพยายามบ่มเพาะนับพันปีของเขาดูไร้ค่าไป

 

แทบไม่มีมอนสเตอร์ตัวใดสามารถเข้าใกล้หลินซินได้ภายในรัศมี 20 เมตรรอบตัวนาง

 

ความคิดของคุณฟู่หันไปหาพี่ชายของเด็กสาวคนนี้โดยไม่ตั้งใจและอดหันไปมองสนามรบเทพแท้จริงขั้นสูงไม่ได้

 

ชายหนุ่มคนนั้นยังลอยอยู่ในอากาศ ก้มมองทั้งสนามรบด้วยตัวเอง ด้านล่างเขา ลำแสงสีแดงยังคงไหววูบและมอนสเตอร์เทพแท้จริงขั้นสูงนับร้อยก็ถูกบังคับให้อยู่ในพื้นที่หนึ่ง ไม่สามารถขยับออกไปไหนได้

 

“ช่างพิศดารนัก”

 

คุณฟู่อดพึมพำเสียงต่ำไม่ได้ เขารู้ว่าหลินฮวงนั้นเป็นแค่เทพเสมือนขั้น 6 ซึ่งไม่ดีเท่าหลินซิน แต่พลังต่อสู้จริงของหลินฮวงกลับเหนือกว่าระดับเขาไปมาก

 

พรสวรรค์และศักยภาพของสองพี่น้องคู่นี้ทำให้คุณฟู่อิจฉา

 

คุณฟู่ละสายตาจากหลินฮวง หันไปมองเสี่ยวโม่ ผู้บุกเข้าสนามรบพร้อมหลินซิน

 

เขารู้ว่าเสี่ยวโม่เองก็ปิดประตูบ่มเพาะมาหลายเดือน แต่จากสิ่งที่เขาเห็น มันดูเหมือนระดับพลังของเสี่ยวโม่จะไม่พัฒนาขึ้นเลย ยังเป็นแค่เทพเสมือนขั้น 3

 

ด้วยความสับสน คุณฟู่สังเกตเสี่ยวโม่สักพักและในไม่ช้าก็พบความผิดปกติ

 

“เจ้าหนูนี่สามารถใช้พลังกฏเทพได้?”

คุณฟู่รู้ถึงการดำรงอยู่ของพลังกฏเทพ ในความเป็นจริง เขาพยายามควบคุมพลังนี้มานานกว่าครึ่งปีแล้วตั้งแต่เป็นเทพเสมือนขั้น9 แต่เขาก็ยังไปได้ไม่ถึงไหน

 

หลังเฝ้าดูเสี่ยวโม่บินไปมาอย่างง่ายดายบนสนามรบจนถึงจุดที่แม้แต่เทพเสมือนขั้นสูงบางคนก็ยังไม่สามารถไล่ทัน คุณฟู่ก็ตระหนักว่าเสี่ยวโม่อาจใช้พลังกฏเทพได้แล้ว

 

แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้คุณฟู่โกรธและขบขันพร้อมกันคือเสี่ยวโม่ยังไม่รู้ว่าความสามารถเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด การโจมตีทั้งหมดของเขามุ่งเป้าไปที่เทพเสมือนขั้นต้น เขาจะหลบเทพเสมือนขั้นกลางและสูง

 

“เขาเป็นแค่เทพเสมือนขั้น 3 และก็ใช้พลังกฏเทพได้ นี่ช่างน่าอิจฉาจริงๆ”คุณฟู่ผู้มักรู้สึกว่าเขามีพรสวรรค์กลับถูกทำลายความมั่นใจอีกครั้ง

 

เขายังเริ่มสงสัยว่ายุคใหม่นี้มีอัจฉริยะมากกว่ายุคเก่าหรือเปล่า

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็ใช้จิตเทวะเขากวาดไปรอบๆ หยุดที่หลินซวน

โม่ขุ่ย ศิษย์เขาก็คือหนึ่งในอัจฉริยะที่น่าทึ่งสุดากยุคเก่าและต้องใช้เวลา 200 กว่าปีเพื่อเลื่อนจากมนุษย์เป็นเทพเสมือน ความเร็วการบ่มเพาะประเภทนี้ถูกบดบังไปโดยพวกหลินฮวงเลย

 

แต่ทว่า หลังสังเกตหลินซวนอยู่สักพัก คุณฟู่ก็อ้าปากค้าง โม่ขุ่ยที่เป็นแค่ผู้บ่มเพาะดาบกลับกลายเป็นทั้งผู้ใช้ดาบและกระบี่

 

หลินซวนถือกระบี่ในมือซ้าย ดาบในมือขวา ขณะเหวี่ยงอาวุธ ภาพติดตาของทั้งดาบและกระบี่เขาจะแบ่งเทพเสมือนเป็นชิ้นๆ

 

สิ่งที่คุณฟู่ไม่รู้คือหลินซวนไม่ได้ใช้แค่ดาบกับกระบี่ได้ แต่ยังเป็นผู้บ่มเพาะปืนด้วย ในแง่ของความสามารถปืนอย่างเดียว ทักษะเขายังเหนือกว่าหลินซินซะอีก

 

นอกจากนี้ แม้หลินซวนจะไม่ใช่เทพแท้จริง เขาก็ใช้พลังกฏเทพได้หกประเภทแล้ว และความสามารถโดยรวมเขาก็เพียงพอจะสู้กับเทพแท้จริงขั้นต่ำ

 

ในความเป็นจริง หลินซวนกับคุณฟู่สังเกตเห็นหลินซินกับเสี่ยวโม่ตั้งแต่ทั้งคู่เข้าขอบเหวนรกชั้นสามมาแล้ว

 

เมื่อเห็นหลินซิน อารมณ์ของหลินซวนก็มีความผันผวนอย่างเห็นได้ชัด

 

ช่วงแรกที่เขาเป็นสมาชิกครอบครัวหลินฮวงภายใต้ตัวตนของหลินซวน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับหลินซินเพราะหลินฮวงไม่ค่อยอยู่บ้าน

 

ก่อนเขาจะได้รู้จักกับหลินฮวงและหลินซิน เขาก็แค่มนุษย์ทดลอง ไม่มีใครสอนเขาว่าจะเข้ากับคนอื่นยังไง ความรู้และประสบการณ์ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาก็มาจากหลินฮวงและหลินซิน

 

ดังนั้น เขาจึงมีความผูกพันกับหลินฮวงและหลินซิน

 

นอกจากนี้ หลินฮวงมักเป็นคนที่เป็นอิสระมาตลอด และหลินซินก็มักอยู่ในสถานะที่ได้รับการปกป้องมาโดยตลอด ความผูกพันที่เขามีต่อหลินซินนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่าหลินฮวง

 

เมื่อเห็นหลินซินใกล้ๆอีกครั้ง หลินซวนก็มีความรู้สึกว่าเขายังเป็ฯส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

 

แต่ทว่า เขาก็รับรู้อย่างรวดเร็วว่าหลินซินจำเขาไม่ได้

 

มันไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทำไม

 

เหนือสิ่งอื่นใด ตลอดสี่ปี เขาเปลี่ยนไปมาก ตามสามัญสำนึก เขาควรดูเหมือนเด็กอายุ 13หรือ14 แต่ตอนนี้ เขามีอายุอย่างน้อย 25 แม้จะดูเหมือนอดีตอยู่บ้าง หลินซินก็ไม่น่าจะจำเขาได้ในแวบแรก

 

หลังจากลอบสังเกตลับๆ หลินซวนก็พบว่าหลินซินไม่ใช่เด็กสาวที่เขารู้สึกเมื่อสี่ปีก่อนอีก

 

เขางงงวยเล็กน้อยกับความจริงที่ว่าระดับพลังของนางมาถึงเทพเสมือนขั้น 9 แล้ว เขาตัดสินใจรอจนกระทั่งสงครามจบก่อนถามหลินฮวงว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ในแง่ของความสามารถ หลินซินนับเป็นยอดฝีมือในโลกกรวดแล้ว

 

ความสามารถด้านปืนของนางไม่ได้อ่อนกว่าความสามารถของหลินซวนนัก

 

หลินซวนรู้สึกพอใจกับสิ่งนี้

 

เขายังจำได้ชัดว่าหลินซินมักมาขอให้เขาแนะนำเกี่ยวกับการฝึกปืนสี่ปีก่อน นางบอกว่านางอยากฝึกฝนการใช้ปืนให้ดีและเข้าเรียนที่สถาบันนักล่ายุทธ์

 

หลินซินในวันนี้ได้ทำทุกอย่างที่นางตั้งเป้าไว้

….

หลินซินไม่รู้เลยว่าตัวนางกำลังถูกจับตามอง

 

ระดับพลังปัจจุบันของนางเป็นเทพเสมือนขั้น 9 แล้ว แต่การต่อสู้นี้คือครั้งแรกที่นางเข้าร่วมตั้งแต่เลื่อนเป็นเทพเสมือน

 

นี่ยังเป็นครั้งแรกที่นางได้ใช้อาวุธเซียน

นางมีทัศนคติที่ดี นางไม่ได้มองว่านี่คือสงคราม แต่เป็นการฝึกต่อสู้

 

นางถือปืนทั้งสองมือ กระบอกหนึ่งเป็นสีดำอีกกระบอกเป็นสีเงิน อันหนึ่งเป็นประเภทความเร็ว อีกอันเป็นประเภทพลังทำลายล้าง กระสุนพ่นออกมาอย่างดุเดือดเหมือนลิ้นไฟ กระสุนเกือบทุกนัดจะสามารถระเบิดหัวเป้าหมายได้

 

หลังยิง อารมณ์ของนางก็ยิ่งเริงร่า นางคุ้นเคยกับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นนี้แล้ว และมือนางก็ไม่รู้สึกถึงแรงถีบของปืนเลย การเคลื่อนไหวมากมายที่นางไม่สามารถทำได้กลับทำได้แล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น เกือบทุกครั้งที่นางยิง นางจะก้าวหน้าขึ้นทีละเล็กน้อยในการใช้พลังเทวะระดับเทพเสมือน

 

นางรู้สึกสบายใจขึ้นและคุ้นเคยกับสนามรบขึ้น เหมือนเทพธิดาแห่งการต่อสู้….