NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – ตอนที่ 801 คนของตระกูลตงฟาง

บนใบหน้าของหลี่ฝาง มีท่าทีโกรธบ้างเล็กน้อย
ท่าทีของอะรี่และอะเยว่เมื่อสักครู่ ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้หลี่ฝางพอใจอะไร แต่อย่างน้อย ก็ไม่ถือว่าน่ารังเกียจอะไร
ดังนั้นสองหมัดเมื่อกี้ของหลี่ฝาง ไม่ได้ใช้กำลังอะไรมากมาย
ถ้าหากหลี่ฝางเอาจริงขึ้นมาจริง ๆ สองหมัดเมื่อกี้ จะต้องต่อยจนอะรี่และอะเยว่ลุกขึ้นมาไม่ได้อย่างแน่นอน
เมื่อสักครู่หลี่ฝางได้ยั้งมือ แต่คิดไม่ถึงว่าอะรี่และอะเยว่เจ้าโง่สองคนนี้ ไม่ได้รับน้ำใจนี้เลยแม้แต่น้อย
หลี่ฝางขมวดคิ้ว เขามองไปที่อะรี่และอะเยว่แล้วเอ่ยถาม: “พวกแกยังจะสู้ต่อ?”
“ภารกิจที่นายท่านมอบให้พวกเราก็คือปกป้องเขาให้ดี ถ้าหากนายคิดจะทำร้ายเขา พวกเราก็มีเพียงเอาชีวิตเข้าสู้” อะรี่กล่าวด้วยท่าทางแน่วแน่
ความหมายของอะเยว่เอง ก็ไม่ต่างกัน
หลี่ฝางส่ายหัว กล่าว: “ในเมื่อพวกแกรนหาที่ตายเอง งั้นก็อย่าโทษฉันแล้วกัน”
ในเวลานี้ อะรี่และอะเยว่ก็ได้พลันเข้าใจแล้ว หลี่ฝางคนนี้ ฝีมือเหนือกว่าพวกเขาอีกเยอะ
แต่ว่า ขอเพียงพวกเขายังมีแรงสู้ พวกเขาก็ไม่อาจแกลงตายได้
สำหรับคนที่ฝึกยุทธ บนร่างกายของพวกเขา มีความทะนงตนอยู่
หลี่ฝางเดินเข้าไปทางอะรี่และอะเยว่ อะรี่และอะเยว่ คว้ามีดออกมาจากอกของตัวเองสองเล่ม
หลี่ฝางยิ้มอย่างดูแคลน: “พวกแกคิดว่า ความแตกต่างระหว่างพวกเรา แค่ใช้อาวุธก็สามารถทดแทนได้แล้วใช่ไหม?”
ถ้าหากฝีมือแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย บางทีอาวุธอาจจะทดแทนได้
แต่ทว่า หลี่ฝางแกร่งกว่าอะรี่และอะเยว่มากจนเกินไป
อะรี่และอะเยว่แทงเข้ามาพร้อมกัน แต่ทว่า ข้อมือของพวกเขา กลับถูกหลี่ฝางจับเอาไว้แน่น
เสียงกร๊อบดังขึ้น หลี่ฝางหักแขนของทั้งสองคน แล้วต่อยเข้าที่หน้าอกของพวกเขา พร้อมกันสองหมัด
อั๊ก ๆ
เสียงกระอักเลือดสองเสียงดังขึ้น
อะรี่และอะเยว่ กระอักเลือดออกมาพร้อมกัน จากนั้นก็ลงไปกองอยู่บนพื้น สีหน้าของพวกเขา เปลี่ยนเป็นซีดเชียวขึ้นมาทันที
หลี่ฝางสีหน้าเย็นชา มองพวกเขาอย่างเลือดเย็น: “เดิมที ฉันคิดว่าจะปล่อยพวกแกสองคนไป แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกแกสองคน จะมองข้ามความหวังดีนี้ไป”
อะรี่และอะเยว่วินาทีนี้ แม้แต่แรงจะพูดก็ไม่มี
กระดูกซี่โครงของพวกเขา ถูกหมัดของหลี่ฝางต่อยจนแทบจะแหลกสลาย
ต่อให้มีชีวิตรอดไปได้ ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงคนไข้ตลอดไปแล้ว
หลี่ฝางหันหลังกลับ เพื่อมองหาหมาจื่อ
แต่ในครั้งนี้ หมาจื่อกลับได้ลุกขึ้นมา และได้ใช้ช่องทางลับหนีไปแล้ว
หลี่ฝางขมวดคิ้ว แล้วรีบตามไปทันที
หลี่ฝางคิดไม่ถึง ว่าในห้องVIP ห้องนี้ จะมีเส้นทางลับอยู่ เส้นทางลับสายนี้ จริง ๆ แล้วมีไว้เพื่อหลบซ่อนเวลาที่มีการสุ่มตรวจ คิดไม่ถึง ตอนนี้กลับกลายเป็นเส้นทางให้หมาจื่อหลบหนี
หมาจื่อหนีไปเร็วมาก เขารู้ดีว่า ถ้าหากเขาไม่รีบหนี งั้นตัวเองก็คงต้องตายแน่ ๆ
ในขณะที่หมาจื่อพึ่งวิ่งออกมาจากไนต์คลับ หลี่ฝางก็ได้ตามมาติด ๆ
หลี่หยิบเอาลูกเหล็กก้อนเล็ก ๆ ออกมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็คว้างเข้าใส่ส่วนเอวด้านหลังของหมาจื่อ เสียงร่างกระทบพื้นดังขึ้น หมาจื่อหกล้มหัวคะมำลงไปกองอยู่บนพื้น
แต่ในเวลานี้เอง มีรถสปอร์ตสีขาวคันหนึ่ง ขับเข้ามาจากด้านนอก และจอดลงที่ด้านหน้าของหมาจื่อ
เมื่อมองเห็นรถสปอร์ตสีขาวคันนี้ ในแววตาของหมาจื่อ ก็ได้มีความหวังปรากฏขึ้นมาทันที
หลังจากที่รถคันนั้นจอดลง ก็มีคนสองคนเดินลงมา
ทั้งสองคนนั้น เป็นคนของตระกูลตงฟาง
การมีชีวิตอยู่ของหมาจื่อ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เพียงมีฝีมือความสามารถ ในมือยังมีเครือข่ายเส้นสายอีกมากมาย
หมาจื่อ สามารถเริ่มต้นธุรกิจของลูกพี่หลินใหม่ได้ ดังนั้น เขาจะตายไม่ได้
คนที่ลงมาจากรถ หนึ่งในนั้นเป็นผู้ชาย เขาเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ในปาก ดูแล้วอายุไม่มากนัก ท่าทางอายุราว ๆ สามสิบ
เข้าเดินเข้าไปทางหมาจื่อสองสามก้าว แล้วพยุงหมาจื่อขึ้นมา
“นายหนีไปก่อน”
กุญแจรถที่อยู่ในมือของชายคนนั้น ถูกยื่นให้กับหมาจื่อ หมาจื่อหวาดกลัวจนหายวับเข้าไปในรถทันที ตากนั้นก็สตาร์ทรถแล้วขับหนีไป
หลี่ฝางเองก็ไม่ได้ขัดขวาง เพราะว่าเขารู้ดี ถึงแม้หมาจื่อจะหนีไปแล้ว แต่ก็จะไม่หนีออกไปจากอำเภอหลินแน่นอน
นอกจากนี้ สองคนที่อยู่ตรงหน้า เหมือนจะไม่ธรรมดา
ฝีมีของอะรี่และอะเยว่ หลี่ฝางเองก็ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ถึงแม้จะไม่เลว แต่ก็ไม่น่าจะสามารถลงมือจนพวกไอ้หน้าหนวดกลายเป็นแบบนั้นได้
เพราะถึงยังไง ในมือของไอ้หน้าหนวด ยังมีอาวุธจำพวกปืนผาหน้าไม้อยู่
สามารถทำให้ไอ้หน้าหนวดไม่อาจให้อาวุธได้นั้น จะต้องเป็นยอดฝีมือแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้หน้าหนวดยังได้เตือนหลี่ฝาง ให้เขารีบหนีไป ยอดฝีมือที่มาอยู่ข้างกายของแมงป่องในครั้งนี้ พวกเขามีความสามารถพอ ๆ กับโหจื่อ
หรือแม้กระทั่ง มีฝีมือสูงกว่าโหจื่ออีก
ชายที่เคี้ยวหมากฝรั่ง จ้องมองหลี่ฝาง แล้วยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย: “ขอแนะนำตัวหน่อยแล้วกัน ฉันชื่อว่าตงฟางจัว นายอาจจะไม่รู้จักฉัน แต่ฉันรู้จักนาย นายชื่อหลี่ฝาง เป็นลูกชายของหลอซ่า ใช่ไหม?”
ตงฟางจัวยิ้มอ่อน: “นายเหมือนกับพ่อของนายตอนเป็นหนุ่มไม่มีผิด”
หลี่ฝางขมวดคิ้ว จ้องมองตงฟางจัว: “คุณรู้จักพ่อของผม?”
“เหอะ ๆ ตอนนั้นเขาอายุมากกว่าฉันเล็กน้อย แต่พวกเราฝึกยุทธด้วยกัน เขาดูแลฉันดีมาก พูดความจริง ถ้าไม่ใช่เพราะหลอซ่าแตกหักกับพวกเรา ฉันก็คงไม่ลงมือกับนาย ถ้ามองอีกด้าน นายก็นับว่าเป็นหลานของฉัน”
ตงฟางจัวกล่าวจบ ก็ส่ายหัว: “น่าเสียดาย วันนี้ฉันยังคงตัดสินใจจะจัดการนายซะ”
“ขอเพียงแค่คุณมีความสามารถนั่น ผมก็ไม่มีความเห็นอะไร” หลี่ฝางกล่าวอย่างเรียบ ๆ
ตงฟางจัวเดินเข้าไปทางหลี่ฝาง
“ระวังตัวด้วย” ผู้หญิงที่อยู่ด้านหลัง เอ่ยเตือนตงฟางจัวขึ้นมา
“วางใจเถอะครับ พี่ ผมไม่ใช่เศษขยะอย่างหวั่นเอ๋อสักหน่อย”
ตงฟางจัวกล่าวอย่างเรียบ ๆ
ในตอนนั้น เหตุที่ทำให้ตงฟางหวั่นเอ๋อถูกท่านจวนโยนออกมา นั่นเป็นเพราะว่าตงฟางหวั่นเอ๋อมีสติปัญญาไม่พอ สมรรถภาพทางร่างกาย และพรสวรรค์ของเธอ ต่างก็ไม่ดีพอ
ไม่เพียงแค่ท่านจวนที่ไม่เห็นเธออยู่ในสายตา คนตระกูลตงฟางคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่เห็นเธออยู่ในสายตา
แต่ว่าตงฟางหวั่นเอ๋อมีความพยายามเป็นอย่างมาก
สุดท้าย ท่านจวนยังคงโยนเธอออกมา และจัดการให้เธออยู่ข้างกายหลอซ่า
ท้ายที่สุด ก็ได้กลายเป็นหมากตัวหนึ่งของท่านจวน
แต่ตงฟางจัวและผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังของเขาตงฟางเย่นนั้นไม่เหมือนกัน พวกเขาต่างก็มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ
ในตอนที่เดินมาถึงด้านหน้าของหลี่ฝาง ตงฟางจัวเอามือหนึ่งไขว้ไปด้านหลัง กล่าว: “นายเป็นคนรุ่นหลัง ฉันในฐานะผู้อาวุโส เป็นธรรมดาที่ควรจะต้องออมมือบ้าง ดังนั้น ฉันจะใช้เพียงแค่มือเดียว”
หลี่ฝางขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าจะถูกเมินแบบนี้
หรือว่าเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองได้ฝึกกำลังภายในสำเร็จแล้ว?
ตงฟางจัวยิ้มอ่อน ๆ ราวกับว่าสามารถอ่านใจคนได้ เขาจ้องมองหลี่ฝางแล้วกล่าว: “ฉันรู้ว่านายสามารถฝึกกำลังภายในสำเร็จแล้ว เหอะ ๆ จะว่าไป นายก็นับว่าเป็นบุคคลที่สามารถฝึกกำลังภายในสำเร็จ ได้เร็วที่สุดบนโลกใบนี้”
“รู้แล้วคุณยังจะออมมือให้ผมโดยใช้เพียงแค่มือเดียวอีก?” หลี่ฝางตกใจเล็กน้อย
ไพ่ใบสุดท้ายของคนเมื่อถูกเปิดเผย นั่นถือเป็นสัญญาณแห่งอันตราย
โดยเฉพาะเมื่อคนอื่นรู้แล้วว่าไพ่ใบสุดท้ายของคุณคืออะไร แล้วยังจะต่อสู้กับคุณต่อไป โดยทั่วไปก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่า ตัวเองนั้นได้แพ้แล้ว
บนใบหน้าของตงฟางจัว มีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม
หลี่ฝางกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ จ้องมองตงฟางจัว: “หรือว่าคุณเองก็ฝึกกำลังภายในสำเร็จแล้ว?”
ตงฟางจัวส่ายหัว: “ฉันยังฝึกไม่สำเร็จหรอก แต่ก็ใกล้แล้ว”
“คุณยังฝึกกำลังภายในไม่สำเร็จ แล้วยังจะออมมือให้ผมโดยใช้เพียงแค่มือเดียวอีก” หลี่ฝางขมวดคิ้ว หมอนี่กำลังรนหาที่ตายเหรอ?
ตงฟางจัวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมา จ้องมองหลี่ฝางแล้วกล่าว: “พูดจริง ๆ นะ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่านายสามารถฝึกกำลังภายในสำเร็จได้ยังไง ในตอนที่คุณปู่บอกกับฉัน ฉันยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ หรือว่าหลอซ่าได้ค้นพบเคล็ดลับอะไร ที่สามารถทำให้คนก้าวเข้าขั้นมีกำลังภายในได้? มันน่าเหลือเชื่อมากเลย ฉันยังได้ยินมาว่าในมือของพวกนายมียาตัวหนึ่งอยู่ สามารถทำให้พลังของคนเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวได้ ว้าว บนตัวของพวกนาย เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์จริง ๆ”
ในแววตาของตงฟางจัว ปรากฏความตื่นเต้นดีใจขึ้นมาเล็กน้อย
สายตาที่เขามองหลี่ฝางนั้น ราวกับสายตาที่กำลังมองขุมทรัพย์อันมหาศาลอยู่
หลี่ฝางถูกสายตาที่ตงฟางจัวมองมา ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายนัก หลี่ฝางพยายามควบคุมลมปราณในร่างกายของตัวเอง แล้วเริ่มเคลื่อนลมปราณไปไว้ที่หมัด
“ได้”
หลี่ฝางพยักหน้า หลังจากนั้น การประลองในครั้งนี้ ก็นับว่าเริ่มขึ้นแล้ว
สีหน้าท่าทางของตงฟางจัวนั้น สงบนิ่งเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขากำลังรอคอยให้หลี่ฝางลงมือ
หลี่ฝางพุ่งตัวกระโดดขึ้น มาถึงตรงด้านหน้าของหลี่ฝาง ดวงตาของตงฟางจัวจ้องมองหลี่ฝางอย่างไม่กะพริบ เขารีบลงมือทันที เขาใช้แขนของเขาฟาดเข้าที่แขนของหลี่ฝาง เพื่อหักล้างการโจมตีของหลี่ฝาง
ตงฟางจัวยิ้มพร้อมส่ายหน้า จากนั้นก็เริ่มเป็นฝ่ายรุกขึ้นมา
มือข้างหนึ่งของเขา กลับไม่อาจคาดเดาได้ ในขณะเดียวกัน ขาทั้งสองข้างของเขา กลับก้าวสั้น ๆ และรวดเร็วอย่างแปลกประหลาด ทำให้คนไม่อาจคาดเดาฝีเท้าของเขาได้
หลี่ฝางดูไม่เข้าใจ ก็เลยละเลยมันไป นี่เป็นสิ่งที่ส้าวส้วยสอนเขา ในยุทธภพ มีผู้คนอยู่ไม่น้อยที่กำเอาเคล็ดวิชาวิทยายุทธ์ไว้ในมือ และเคล็ดวิชาวิทยายุทธ์เช่นนี้ ปกติแล้วจะไม่ถ่ายทอดให้กับบุคคลภายนอก ดังนั้น แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่อาจที่จะมองออกได้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนแบบนี้ ถ้าหากไม่สามารถมองออกได้ ก็ไม่ต้องไปคิดหาวิธีทำลาย
ทำได้เพียงโจมตีอย่างเต็มกำลัง
เพราะทุกกระบวนท่า ต่างก็มีจุดอ่อน นั่นก็คือไม่สามารถต้านทานการโจมตีอย่างเต็มกำลังได้
หลี่ฝางกำหมัดทั้งสองข้างขึ้น และต่อยออกไปทีละหมัด ต่อยจนมีเสียงหวีดหวิวดังขึ้นในอากาศ
เสียงลมจากหมัดดังหวีดหวิว สีหน้าของตงฟางจัว ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้นมา
เดิมที เขายังเอ้อระเหยลอยชาย ไม่ได้เห็นหลี่ฝางอยู่ในสายตา
เขารู้ว่าหลี่ฝางฝึกฝนจนมีกำลังภายใน แต่ทว่าหลี่ฝางยังไม่อาจควบคุมกำลังภายในที่อยู่ในร่างกายของตัวเองได้ อีกทั้งกำลังภายในของหลี่ ไม่ได้ได้มาโดยวิธีปกติ
ก็เป็นดั่งเช่นการช่วยดึงต้นกล้าให้โต ต่อให้หลี่ฝางเป็นยอดฝีมือกำลังภายใน แต่ด้านความสามารถ ก็ไม่อาจแสดงพลังหนึ่งในสิบของยอดฝีมือกำลังภายในออกมาได้
ตงฟางจัวในวันนี้ได้รับรู้แนวทางของกำลังภายในมาบ้างแล้ว แต่ถ้าคิดจะฝึกฝนให้สำเร็จได้นั้น มันยากยิ่งนัก
มีผู้คนมากมายแค่ไหน ที่ติดอยู่ขั้นนี้ ไปจนสิ้นลมหายใจ
แม้แต่พวกคนที่มีพรสวรรค์เหล่านั้น ก็ต้องคลำหาหนทางด้วยตัวเองหลายสิบปี ถึงสามารถทะลุขั้นสำเร็จได้
อัจฉริยะนอกรีตอย่างหลอซ่านั้น นับเป็นบุคคลที่หาได้ยากในร้อยปีพันปี
และอย่างหลี่ฝางนั้น ได้ถูกเรียกว่าเป็นปีศาจไปแล้ว เพียงแต่ว่า การประมือกับยอดฝีมือที่มีกำลังภายใน มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้ตงฟางจัวทะลุขั้นสำเร็จได้
แต่ยอดฝีมือที่มีกำลังภายในที่แท้จริง ตงฟางจัวไม่กล้าที่จะประมือด้วย เพราะว่าการประมือกับคนแบบนั้น ถือเป็นการรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่หลี่ฝางนั้นไม่เหมือนกัน ถึงแม้หลี่ฝางจะเป็นยอดฝีมือที่มีกำลังภายใน แต่กลับไม่ได้รู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ตงฟางจัวคิดว่า ตัวเองสามารถจัดการกับเจ้าเด็กคนนี้ได้
แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มอายุน้อยอย่างหลี่ฝาง จะโจมตีได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้ บีบบังคับจนทำให้เขาต้องถอยหลังไปสิบกว่าก้าว จนไปถึงด้านหน้าพี่สาวของเขา
“แม่งเอ๊ย!”
ตงฟางจัวตะโกนด่าออกมา จากนั้นเขาก็นำแขนที่ไขว้หลังไว้ ยื่นออกมา
เดิมที ตงฟางจัวคิดว่าตัวเองใช้แค่มืดข้างเดียวก็มากเกินพอ แต่ตอนนี้ดูแล้ว ถ้าหากตัวเองยังคงใช้เพียงแค่มือเดียวต่อไป ไม่เพียงไม่มีโอกาสชนะ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะทำให้แพ้ก็ได้
ดังนั้น ตงฟางจัวทำได้เพียงไม่สนใจศักดิ์ศรี ผิดต่อคำพูดที่ตัวเองได้ให้ไว้เมื่อกี้
เพราะถึงยังไงมือข้างเดียวของตงฟางจัว สามารถแสดงฝีมือของตัวเองออกมาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเอง
และในเวลานี้ หลี่ฝางได้ขมวดคิ้ว จากนั้นก็เอ่ยด่าว่าออกมา: “ช่างเป็นคนต่ำทรามที่ไม่รักษาคำพูดจริง ๆ เลย พวกคุณคนตระกูลตงฟาง เป็นคนไม่รักษาคำพูดแบบนี้กันหมดเลยหรือเปล่าหนิ?”
ตงฟางจัวโมโหจนพูดอะไรไม่ออก หรือพูดได้ว่า เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
เพราะถึงยังไง เขาก็ได้ผิดจริง ๆ ตัวเองเป็นคนพูดแท้ ๆ ว่าจะออมมือให้หลี่ฝางโดยใช้เพียงมือข้างเดียว
แต่ในตอนนี้……ช่างเป็นการตบหน้าจัวเองจริง ๆ แต่ว่า ถ้าเทียบกับการชนะแล้ว ขายหน้าจะนับอะไร?
ถ้าหากว่าสู้แพ้ ก็ขายหน้าเหมือนกัน
ถึงยังไงแบบไหนก็ขายหน้าทั้งนั้น งั้นก็สู้ชนะจะไม่ดีกว่าเหรอ ตงฟางจัวที่ใช้มือทั้งสองข้าง พลังฝีมือเพิ่มขึ้นอีกขั้นทันที มือทั้งสองข้างของเขา คว้าตรงเข้าไปหาหลี่ฝาง หลี่ฝางรู้สึกว่าดวงตาของตัวเอง เมื่อก่อนนั้นก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว กระบวนท่าของใครหลายคน ล้วนสามารถจับตาได้แม่นยำ แต่ทว่ามือของตงฟางจัว ถึงแม้ว่าหลี่ฝางจะสามารถมองได้ชัดเจนบ้าง แต่ก็ไม่อาจออกท่าป้องกันตัวได้ทันเวลา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจับเอาไว้ได้ กรงเล็บของตงฟางจัวคว้าเข้ามา บนใบหน้าของหลี่ฝาง มีรอยเล็บปรากฏขึ้นมา
หลี่ฝางขมวดคิ้ว เขารู้สึกถึงความแสบร้อนมาจากใบหน้า
“แม่งเอ๊ย นายเกิดปีแมวหรือไง?”
หลี่ฝางโมโหเป็นอย่างยิ่ง เพราะบนเล็บมือมีเชื้อโรคอยู่เต็มไปหมด นี่ข่วนจนเป็นแผล จะต้องทำให้มีรอยแผลเป็นแน่ ๆ
เขายังไม่ได้แต่งงานมีภรรยาเลยด้วยซ้ำ จะให้เสียโฉมได้ยังไง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

พ่อแม่ที่หายตัวไปหลายปีจู่ๆ ก็โทรมา บอกว่าตัวเองเป็นบุคคลที่รวยที่สุดของดูไบ………….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset