Physicians Odyssey – ตอนที่ 54 ถึงแม้จะเป็นนางงามก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน

บทที่ 54 ถึงแม้จะเป็นนางงามก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน

 

 

 

เมื่อซูเถาปีนกลับเข้ามาในห้อง เขาก็เห็นว่าลู่ชีเหมี่ยวปูที่นอนผ้าฝ้ายลงบนพื้น ซูเถายิ้ม “นี่เตรียมไว้ให้ชั้นเหรอ ?”

 

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวเดินไปที่ระเบียง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่รถคันหนึ่ง “เห็นรถป้ายทะเบียน K70588 นั่นมั้ย ? นั่นรถของเฉียวโบ เขายังไม่ได้ไป”

 

 

 

“เขาคงไม่ได้กะเฝ้าเธอใช่มั้ยเนี่ย ?” ซูเถาถอนหายใจ

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวยิ้ม “ชั้นรู้จักเขาดี เขาเป็นพวกขี้อิจฉาน่ะ คืนนี้เขาไม่ไปไหนหรอก”

 

 

 

ซูเถามองไปยังลู่ชีเหมี่ยวก่อนจะพูด “งั้นจะให้ชั้นนอนนี่เหรอ ?”

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวตอบกลับ “ตามนั้นแหละ ไว้นายค่อยหาโอกาสกลับออกไปในตอนเช้า ตอนนี้คนน้อยเกินไป และนายจะดูเด่นมากหากออกไปตอนนี้”

 

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวกลับไปเตรียมที่นอนให้ซูเถาต่อ เธอปูผ้าปูที่นอนก่อนจะหยิบผ้าห่มอีกผืนออกมา “นายนอนตรงนี้แหละ ชั้นจะไปอาบน้ำ เหงื่อชั้นออกจนเหนียวตัวไปหมดแล้ว”

 

 

 

เมื่อเขาเห็นลู่ชีเหมี่ยวเปลี่ยนเสื้อก่อนเธอจะเดินไปที่ระเบียง ซูเถาถอนหายใจ นี่เธอพยายามจะยั่วเขาอยู่หรือเปล่า ?

 

 

 

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ซูเถาได้เสียงน้ำสาดลงบนพื้น มันทำให้เขาใจสั่น เขารู้สึกว่าเลือดในตัวนั้นไหลเวียนรุนแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งหมอกจากน้ำอุ่นก็ทำให้เขาคิดตะเลิดไปไกล

 

 

 

10 นาทีต่อมา เขาก็ได้เสียงคนเปลี่ยนเสื้อ ลู่ชีเหมี่ยวอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอน พร้อมกับกลิ่นหอมที่ฟุ้งออกมา ถึงแม้ว่าเธอจะถอดคอนแทคเลนส์ออกแล้วตาขอองเธอก็ยังดูสวย  เธอได้เอาผ้าขนหนูสีขาวพันผมเธอไว้ ใบหน้าของเธอแดงเล็กน้อยจากไอน้ำอุ่น

 

 

 

“นายไม่นอนกรนใช่มั้ย ?” ลู่ชีเหมี่ยวถามพลางเอาผ้าขนหัวออก ปล่อยผมดำขลับพาดบ่า เธอสะบัดรองเท้าแตะออกไปก่อนจะพุ่งตัวไปยังที่นอน อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่าไฟยังเปิดอยู่ เธอจังเอาผ้าห่มคลุมโปงแล้วเอื้อมมือไปปิดไฟในห้องทันที

 

 

 

“ชั้นไม่นอนกรนหรอก แต่บางครั้งชั้นอาจจะเผลอละเมอพูดตอนนอนน่ะ” ซูเถาหลับตาลง แต่เขาไม่รู้สึกง่วงเลย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาอยู่ในห้องกันตามลำพัง 2 คน มันทำให้เขายากที่จะข่มใจได้

 

 

 

“พูดตอนนอนงั้นเหรอ ? ฟังดูน่ากลัวจัง ย้อนไปตอนสมัยเรียนมหาลัย เพื่อนร่วมห้องชั้นมักจะเดินละเมอตอนตี 5 ประจำ ปกติแล้วเธอเป็นคนเงียบมาก แต่พอเธอเริ่มเดินละเมอ เธอก็ได้สวดมนต์แปลกๆออกมา” ลู่ชีเหมี่ยวพลิกตัวไปด้านข้างพลางนอนยิ้มนึกถึงความทรงจำเก่าๆ

 

 

 

ซูเถายิ้ม “งั้นเธอก็ระวังหน่อยละกัน ยิ่งบ่อยก็ยิ่งหมายความว่ามันสะท้อนถึงความคิดที่อยู่ในจิตใจออกมารุนแรงเท่านั้น”

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวถอนหายใจ “ก็นะ ชั้นอยู่หอเดียวกับเธอปีนึง แต่ชั้นก็ย้ายออกมาตอนปีสอง ชั้นได้ยินมาว่าเธอวางยาพิษใส่เพื่อนร่วมห้องผ่านทางเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน”

 

 

 

 

ซูเถาตอบกลับ “งั้นเธอก็โชคดีแล้วล่ะ ขืนเธอยังอยู่ต่อได้ตกเป็นเหยื่อลองยาของเพื่อนร่วมห้องเธอพอดี”

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวหัวเราะ “ชั้นแค่ล้อเล่นน่า นี่นายเชื่อจริงๆเหรอ ?”

 

 

 

“ก็ชั้นไม่คิดว่าเธอจะพูดโกหกนี่” ซูเถาถอนหายใจ ถึงแม้ภายนอกจะดูเย็นชา แต่จริงๆแล้วเธอก็เป็นคนมีอารมณ์ขันเหมือนกัน สภาพแวดล้อมรอบตัวเธอต่างหากที่ทำให้เธอต้องปิดกั้นตัวเองและทำให้เธอกลายเป็นคนเย็นชาแบบนี้

 

 

 

“ผู้หญิงน่ะโกหกเก่งทุกคนแหละ” เธอพลิกตัวมองไปที่พื้น ถึงแม้ว่าจะมืด แต่เธอก็ยังเห็นเงาใบหน้าของซูเถา

 

 

 

“โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ” ซูเถาแถมให้

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวอึ้งเล็กน้อยก่อนจะถามซูเถา “นายคิดว่าชั้นสวยจริงๆเหรอ ?”

 

 

 

ซูเถายิ้ม “ชั้นก็เป็นคนธรรมดานะ ไม่ใช่พวกรสนิยมบกพร่องซักหน่อย เธอน่ะเป็นนางงามของโรงพยาบาลเจียงหัวเลยล่ะ และเรื่องนี้ก็เป็นที่รู้กันไปทั่วด้วย ชั้นแค่รู้สึกว่าเธอมีข้อเสียเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

 

 

 

“หืม ? ข้อเสียอะไรล่ะ ?” ลู่ชีเหมี่ยวเกิดสนใจขึ้นมา

 

 

 

ซูเถาเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจ “รูปร่างเธอมันไม่ค่อยสมดุลน่ะสิ”

 

 

 

ผู้หญิงไม่ว่าใครก็รู้สึกแย่ทั้งนั้นที่ได้ยินแบบนี้ ท่าทางของลู่ชีเหมี่ยวเปลี่ยนไปในทันทีก่อนจะถามกลับ “ที่ว่าไม่สมดุลนี่ยังไง ?”

 

 

 

ซูเถาไอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มและอธิบาย “หน้าอกเธอค่อนข้างใหญ่เกินไปหน่อย แถมเธอมันจะเงยหน้ามากเกินไปเวลาเดิน มันทำให้เธอรู้สึกว่าจุดศูนย์ถ่วงของตัวเองโน้มไปข้างหน้ามากเกินไป”

 

 

 

“ไร้สาระจริงๆ !” ลู่ชีเหมี่ยวเข้าใจว่าซูเถานั้นแซวเธอ เธอเลยหัวเราะ

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ซูเถาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชั้นวิเคราะห์จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ชั้นขอแนะนำว่าเวลาเธอเดินควรจะมองตรงไปข้างหน้า ทำแบบนี้แล้วเธอก็จะสวยขึ้นอีก 10 คะแนน สมบูรณ์แบบ”

 

 

 

“งี่เง่าจริงๆ !” ลู่ชีเหมี่ยวเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “ที่จริงชั้นเหนื่อยมากวันนี้ แต่เพราะคำพูดของนายชั้นหายง่วงเลย”

 

 

 

ซูเถายิ้มเจื่อนๆ “อย่าโทษชั้นสิ มันคงเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากเลยล่ะถ้าเธอยังจะนอนหลับได้หลังจากดื่มกาแฟไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว”

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวส่ายหัว “สำหรับชั้นกาแฟก็เหมือนน้ำเปล่านั้นแหละ ไม่มีผลกับชั้นหรอก”

 

 

 

“ถ้าเธออยากจะหลับจริงๆ ชั้นช่วยเธอได้ รับประกันเลยว่าไม่เกิน 2 นาทีเธอหลับยันเช้าแน่” ซูเถาพูดขึ้นหลังจากคิดอยู่แป็ปนึง

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวหน้าแดง ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ การมีเซ็กซ์เป็นยานอนหลับที่ดีที่สุด เธอคิดว่าซูเถาคงมีความคิดสกปรกในใจแน่ๆ เธอจึงพูดด้วยท่าทีรังเกียจ “2 นาที ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ ?”

 

ซูเถาอึ้ง หลังจากคิดอยู่ซักพัก เขาก็นึกขึ้นได้ว่าลู่ชีเหมี่ยวเข้าใจเขาผิด “อย่าเข้าใจผิดไป เธอน่ะเป็นหมอ ดังนั้นก็น่าจะรู้เรื่องจุดฝังเข็ม ชั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับให้เธอได้”

 

 

 

“ถ้างั้น ไม่ลองมาทำดูซักหน่อยล่ะ ?” ดูเหมือนลู่ชีเหมี่ยวจะเผลอคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเล็กน้อย ในฐานะหมอ เธอต้องเตรียมตัวรับโทรศัพท์บ่อยๆ ทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ ก่อนหน้านี้เธอได้พยายามหาทางทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นแล้ว แต่มันก็เปล่าประโยชน์

 

 

 

ซูเถายืนขึ้นก่อนจะยิ้ม “ชั้นจะจับจุดอันเหมียนที่หูของเธอ จุดเชนเหมินที่เอว ละจุดซานอินจ้าวที่ข้อเท้า ชั้นบอกให้เธอรู้ก่อน เธอจะได้ไม่กล่าวหาชั้นเสียๆหายๆ”

 

 

 

“แน่นอน ลืมมันไปซะ” ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆ ถ้าเธอให้ซูเถาแตะตัว มันจะเป็นการกระตุ้นอารมณ์ของเขาหรือเปล่านะ ?

 

 

 

แต่หลังจากที่เธอพูดจบ เธอรู้สึกขาของเธอนั้นถูกยกอยู่ และซูเถาได้กดไปยังจุดซานอินจ้าวแล้ว

 

 

 

 

“ลืมอะไรนะ ?” ในตอนที่ซูเถากำลังนวดไปที่จุดฝังเข็มอยู่ เขาตอบกลับอย่างไม่ค่อยพอใจ “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ชั้นไม่ได้พิศมัยในตัวเธออยู่แล้ว ชั้นไม่ทำอะไรเธอหรอก”

 

 

 

เมื่อได้ยินซูเถาพูดแบบนั้น ลู่ชีเหมี่ยวถอนหายใจ ถ้าสิ่งที่ซูเถานั้นพูดเป็นเรื่องจริง ถ้าเธอเป็นที่น่าดึงดูด ซูเถาก็ลงจะลงมือกับเธอไปนานแล้ว เขามัวรออะไรอยู่ ? ในตอนนั้นเอง เธอทั้งรู้สึกโกรธและรู้สึกเศร้าในเวลาเดียวกัน เธอแต่งงานแล้ว และเธอก็มีอายุมากกว่าซูเถา ในสายตาของซูเถาเธอไม่น่าดึงดูดงั้นเหรอ ?

 

 

 

จริงๆแล้วซูเถานั้นโกหกพลางยกขานุ่มๆของลู่ชีเหมี่ยว ผู้ชายทุกคนย่อมถูกดึงดูดด้วยความสวยงามทั้งนั้น ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ไม่ต้องคิดเลย ในตอนที่เขาแตะขาของเธอ ไฟในใจของเขาตอนนี้กำลังลุกไหม้อย่างโหมกระหน่ำเลย

 

 

 

หลังจากนวดจุดซานอินจ้าวเสร็จแล้ว ซูเถาได้ประคองเอวของลู่ชีเหมี่ยวขึ้นและเริ่มกดไปที่จุดเชนเหมิน เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของร่างกายของเธอ เช่นเดียวกับอัตราการเต้นของหัวใจของเธอที่เพิ่มขึ้นด้วย ซูเถารู้ว่าลู่ชีเหมี่ยวนั้นก็รู้สึกไปไม่ต่างจากเขาเลย

 

 

ถึงแม้จะอยู่ในความมืด ซูเถาก็กดจุดได้อย่างแม่นยำ แขนของซูเถาเอื้อมไปยังศรีษะของลู่ชีเหมี่ยวก่อนจะเริ่มนวดที่จุดอันเหมียนที่อยู่บริเวณหลังหู

 

 

 

ทันใดนั้นบรรยากาศดูจะครุมเคลือมากขึ้น ขณะที่ลู่ชีเหมี่ยวนอนอยู่บนเตียงโดยที่ซูเถาก้มหน้าลงไปจ้องที่หน้าเธอ เขารู้สึกได้ถึงทุกๆลมหายใจของเธอซึ่งมันท้าทายการควบคุมตนเองของเขามาก

 

 

 

ในที่สุดซูเถาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาได้ก้มลงไปจูบที่รีมฝีปากของลู่ชีเหมี่ยว ทันทีที่เขาจูบเธอ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงกรนเบาๆออกมาจากปากเธอ เธอหลับไปแล้ว

 

 

 

ซูเถากลับไปยังที่นอน มีกลิ่นหอมจางๆติดที่ริมฝีปากของเขา ซึ่งเป็นกลิ่มหอมจากร่างกายของลู่ชีเหมี่ยว เขาหายใจเข้าลึกๆก่อนจะรู้สึกรำคาญฝีมือการแพทย์ของตัวเองที่ดันยอดเยี่ยมเกินไปเป็นครั้งแรก

 

 

 

เมื่อลู่ชีเหมี่ยวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ที่นอนข้างล่างก็ว่างเปล่า ถ้าไม่ใช่เพราะฟูกที่ปูเอาไว้บนพื้นแล้วล่ะก็ เธอคงคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคงเป็นความฝัน

 

 

 

 

เธอจำไม่ได้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน ในตอนที่เธอลงจากเตียง เธอก็เห็นโน้ตแปะอยู่บนฟูก “จำไว้ ก้มหัวนิดนึงตอนเดินตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วเธอจะสวยขึ้นกว่าเดิม”

 

 

 

ลู่ชีเหมี่ยวเดินไปที่ระเบียง บิดเอวแล้วหายใจเข้า–ออกลึกๆ เธอตัดสินใจแล้วว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของตัวเอง

 

 

 

เมื่อเขากลับมาที่ตำหนักก็เป็นเวลาตี 5 แล้ว ในตอนที่ก้าวเข้ามาในห้อง เขาเห็นไคหยานยืนมองเขาอยู่ที่หน้าประตูด้วยหน้าตาบูดบึ้ง “เมื่อคืนไปไหนมา ? ไม่โทรมาบอกซักหน่อยล่ะว่าจะไม่กลับน่ะ? ”

 

 

 

ซูเถาไม่คิดจะบอกว่าความจริงเขาไปไหนมา เขายิ้ม “ไว้คราวหน้าชั้นบอกเธอแน่นอน”

 

 

 

ไคหยานมองบน “ไม่จำเป็นหรอก , ชั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายนี่ นายจะเป็นหรือจะตายก็ไม่เกี่ยวกับชั้น”

 

 

 

ซูเถายืนแช่อยู่ตรงนั้นพลางมองไคหยานที่เดินออกไป เขารู้สึกใจสั่นๆก่อนจะถอนหายใจ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไคหยานดูเหมือนจะซับซ้อนมากขึ้น

 

 

 

ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะไม่ได้นอนเลย แต่สภาพจิตใจของเขาก็ยังยอดเยี่ยม ในตอนเช้าคนไข้ไม่เยอะเท่าไหร่ และด้วยความสามารถของลูกศิษย์ของเขา พวกเขาสามารถจัดการกันเองได้

 

 

 

โดยเฉพาะเสี่ยวจิงจิง พื้นฐานของเธอนั้นแน่นเป็นพิเศษ หลังจากได้คำแนะนำจากซูเถา เธอก็เริ่มโชว์ศักยภาพของหมอยอดฝีมือออกมา

 

 

 

มีแขกคนพิเศษมาถึงตอนประมาณ 11 โมง เป็นหญิงชาวต่างชาติ เธอมีดวงตาที่สดใสและจมูกอันแหลมคม อีกทั้งยังผิวพรรณดี ริมฝีปากเงางาม ตัวสูงราวๆ 5 ฟุต 6 นิ้ว เธออสวมส้นสูงและถุงน่องสีดำซึ่งพอดีกับขาของเธอ

 

 

 

“นายคงจะเป็นซูเถาสินะ ? ชั้นเป็นแม่ของเวร่า ว่างคุยมั้ย ?” มิเชลถอดแว่นกันแดดออกก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง

 

 

 

ซูเถาประหลาดใจ มันเกิดอะไรขึ้น หรืออาจจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับเวร่า แม่ของเธอเลยมาหาเขา ?

 

Physicians Odyssey

Physicians Odyssey

เรื่องย่อ หมอหนุ่มหน้าตาดีมีนามว่าซูเถา ผู้ซึ่งรับสืบทอดตำหนักยามาจากปู่ของเขา ซูกวงเฉิง ผู้ซึ่งเป็นหมอเทวดาที่สามารถรักษาได้สารพัดโรค อีกทั้งยังมีวิชาการต่อสู้ที่ร้ายกาจยากจะจับตัวได้ จะเป็นอย่างไรหากชีวิตของเขานั้นต้องมาพัวพันกับเหล่าแก๊งค์มาเฟียทรงอิทธิพลที่จ้องจะทำลายตำหนักของเขา อีกทั้งยังต้องมาพัวพันกับสาวสวยมากหน้าหลายตาอีกด้วย !! หมอหนุ่มซึ่งมีฝีมือร้ายกาจทั้งการรักษาและการต่อสู้ แถมหน้าตาดีจนขนาดมีสาวๆแวะเวียนเข้ามาเรื่อยๆ เรื่องราวของเขาจะเป็นอย่างไรเชิญติดตามได้ใน Physician’s Odyssey

Options

not work with dark mode
Reset